Coretox ถูกกว่าท็อกซินนำเข้า 20-30% เพราะระบบจัดจำหน่าย ไม่ใช่ของในประเทศ ประสิทธิภาพสูสี Xeomin

งั้นเรามาเริ่มที่ข้อสรุปกันก่อนเลยดีกว่าครับ
เหตุผลที่ Coretox ราคาถูกกว่าท็อกซินนำเข้า
ไม่ใช่เพราะว่าเป็นของเกาหลีนะครับ
แต่เป็นเพราะความต่างของค่าการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายครับ
ซึ่งในแง่ของผลลัพธ์ทางคลินิกแล้ว ถือว่าเทียบเท่ากับ Xeomin เลยทีเดียว
เดี๋ยวในโพสต์นี้ หมอจะมาอธิบายเหตุผลให้ฟังกันอย่างละเอียดครับ

มาทำความรู้จักกันก่อนว่า Coretox คืออะไร
ขอเวลาสรุปสั้นๆ แค่ 1 นาทีครับ
Coretox คือโบทูลินุม ท็อกซิน Type A สัญชาติเกาหลี
ที่ผลิตโดยบริษัท Huons ครับ
จุดเด่นของ Coretox ที่ต่างจาก Xeomin (จากบริษัท Merz สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี) คือ
เป็นท็อกซินสูตรบริสุทธิ์ที่ขจัดโปรตีนส่วนเกินออกเกือบหมดเช่นกัน
แต่มาในราคาที่เบากว่าถึงครึ่งหนึ่งเลยครับ
และถ้าเทียบกับ Botox (จากบริษัท Allergan)
แม้จะเปิดตัวทีหลัง
แต่ในแง่ของความบริสุทธิ์ ถือว่าทำออกมาได้คลีนและปลอดภัยกว่าด้วยซ้ำครับ
![[เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย] ประหยัดโบท็อกซ์ปีละ 450,000 วอน เช็กลิสต์ก่อนเปลี่ยนมาใช้คอร์ท็อกซ์](https://framerusercontent.com/images/CvbphqH0cffW4VN60e0PpwFwUsU.jpg)
ทำไมท็อกซินเหมือนกัน
แต่ราคาถึงต่างกันได้ตั้งสองเท่า?
สรุปประเด็นสำคัญของบทความนี้
Coretox เป็นท็อกซินเกาหลี จึงมีราคาถูกกว่าท็อกซินนำเข้าประมาณ 20-30%
โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40,000 ถึง 60,000 วอน
ซึ่งส่วนต่างของราคานี้มาจากโครงสร้างการจัดจำหน่าย ไม่ใช่เพราะประสิทธิภาพด้อยกว่า
เพราะในทางคลินิก ประสิทธิภาพของมันเทียบเคียงได้กับ Xeomin เลยครับ
ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่เพราะเป็นของเกาหลีแล้วจะแปลว่าไม่มีคุณภาพนะครับ
เวลาตรวจคนไข้ที่คลินิก สัปดาห์หนึ่งต้องเจอคำถามทำนองนี้อย่างน้อยเกือบ 10 คนเลยครับ
หลายคนถามหมอว่า "Coretox ราคาถูกขนาดนี้
มันจะได้ผลจริงเหรอคะ?"
บอกตามตรงว่านี่คือสิ่งที่คนไข้เข้าใจผิดกันมากที่สุดเลยครับ
ถ้าเราลองแกะโครงสร้างราคาดู ก็จะเข้าใจทันที
สำหรับท็อกซินนำเข้า กว่าจะถึงมือคนไข้ต้องผ่านค่าการตลาดของบริษัทแม่,
ค่าส่วนต่างของตัวแทนจำหน่ายในไทย และค่าบริการของคลินิก
ซึ่งต้องผ่านถึง 3 ขั้นตอนหลักๆ
แต่สำหรับ Coretox เนื่องจากผลิตในเกาหลี ขั้นตอนการจัดจำหน่ายจึงสั้นลง
และลดต้นทุนตัวกลางไปได้ขั้นหนึ่งเลยครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้ราคาเป็นมิตรในระดับ 40,000 ~ 60,000 วอนนั่นเอง
เพราะโครงสร้างการจัดจำหน่ายที่สั้นลง
ไม่ใช่เพราะลดเกรดของวัตถุดิบลงแต่อย่างใดครับ
แล้วในแง่ของประสิทธิภาพล่ะเป็นอย่างไร?
จากผลการศึกษาทางคลินิกเปรียบเทียบที่เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา
พบว่าผลการรักษารอยย่นระหว่างคิ้วระหว่าง Coretox 100 units กับ Xeomin 100 units
ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเลยครับ
ระยะเวลาการคงผลลัพธ์เฉลี่ยอยู่ที่ 3~4 เดือน
ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกันมากๆ
ดังนั้น ใครที่คิดว่า
"เพราะเป็น Coretox เลยต้องอัดปริมาณยูนิตเข้าไปเยอะกว่าปกติ"
อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดนะครับ
ถ้าปกติคนไข้เคยฉีด Botox ที่ 50 units สำหรับ Coretox ก็คงเริ่มต้น
ที่ปริมาณใกล้เคียงกันคือ 50 units เช่นกันครับ

สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
สาเหตุที่ Coretox ราคาน่ารัก
ไม่ใช่เพราะเป็น "ยาเกาหลีเกรดล่าง" แต่อย่างใดครับ
แต่เป็นเพราะโครงสร้างจัดจำหน่ายที่กระชับและผ่านตัวกลางน้อยกว่า
ประสิทธิภาพต่อสัดส่วนยูนิตถือว่าดีเทียบเท่ากับ Xeomin ในการศึกษาทางคลินิก
และอัตราส่วนการเทียบยูนิตสำหรับฉีดสามารถมองแบบ 1:1 ได้เลยครับ
แล้วคุณเหมาะกับ Coretox
ในเรทราคานี้หรือเปล่านะ?
หมอเจอกรณีแบบนี้บ่อยมาก เลยอยากมาเขียนแชร์ทริคไว้ให้ตรงนี้ครับ
เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนไข้วัย 49 ปีท่านหนึ่ง
เข้ามาขอคำปรึกษาที่คลินิกของเรา
ปกติเธอเคยฉีด Botox แบรนด์อื่นในราคาประมาณ 120,000 วอน
แต่พอเห็นว่าถ้าเปลี่ยนมาใช้ Coretox ราคาน่าจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง
เธอก็เลยพะวงว่า "แล้วผลลัพธ์จะดีสู้ตัวเก่าได้หรือเปล่า"
ก็เลยยังลังเลและขอกลับไปคิดดูก่อนในตอนแรกครับ
วันนั้นหมอเลยแนะนำคุณพี่ท่านนั้นไปว่า
"ลองเปิดใจฉีดประเมินดูก่อนสักครั้ง
แล้วค่อยตัดสินใจทีหลังก็ยังไม่สายนะคะ"
เพราะถ้าผ่านไป 4 เดือนแล้วผลลัพธ์หมดอายุในเวลาที่พอๆ กัน
ครั้งต่อไปจะได้เลือกใช้ตัวนี้ได้อย่างสบายใจและประหยัดเงินในกระเป๋า
แต่ถ้าท้ายที่สุดแล้วตัวเองรู้สึกว่าผลลัพธ์ยังไม่สุด
จะหมุนกลับไปใช้ท็อกซินนำเข้าแบรนด์เดิมก็ยังทำได้เสมอครับ
ส่วนอีกท่านเป็นคนไข้วัย 31 ปี
รายนี้ไม่เคยผ่านการฉีดท็อกซินมาก่อนเลย เป็นครั้งแรกในชีวิต
หมอก็เลยแนะนำให้เริ่มด้วย Coretox นี่แหละครับ
เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปลงทุนเริ่มจากตัวแพงๆ เลย
แต่ควรเน้นดูการตอบสนองของมวลกล้ามเนื้อ
และเรียนรู้ปริมาณโดสที่เหมาะสมกับตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกครับ
แล้วเราจัดอยู่ในกลุ่มไหนกันนะ?
ประเภทคนไข้ | ระดับการแนะนำ Coretox | เหตุผล |
เพิ่งเคยฉีดท็อกซินครั้งแรก | ★★★ | เริ่มเช็กปริมาณยูนิตที่เหมาะสมได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคา |
ฉีดเป็นประจำทุก 2~3 เดือน | ★★★ | ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายรายปีสะสมไปได้เยอะมาก |
พอใจกับผลลัพธ์ของแบรนด์นำเข้าเดิมอยู่แล้ว | ★★ | ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแบรนด์ |
กำลังลังเลกับท็อกซินราคาถูกจัดในเรท 20,000 วอน | ★ | Coretox ถือเป็นราคาขั้นต่ำที่ไว้ใจได้ในด้านความปลอดภัย |
มีอีกเรื่องหนึ่งที่หมออยากฝากเตือนด้วยความเป็นห่วงครับ
มีหลายๆ คลินิกที่ชอบทำโฆษณาท็อกซินราคาถูกมากๆ ในราคาเพียง 20,000 วอน
ซึ่งถูกกว่า Coretox เสียอีก
ประเด็นนี้ค่อนข้างน่ากังวลนะครับ
เพราะเรื่องความน่าเชื่อถือของตัวยาแท้และการควบคุมอุณหภูมิระหว่างเก็บรักษา
ของแต่ละคลินิกมีความน่าเชื่อถือต่างกันมาก
หมอจึงแนะนำว่าควรเลือกคลินิกที่เรทราคาประมาณ 40,000 วอนขึ้นไป
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดดีกว่าครับ
ตอบ 3 คำถามยอดฮิต
ที่คนไข้ถามเข้ามาบ่อยที่สุดแบบเคลียร์ชัดไม่มีกั๊กครับ
Q1. ทำไมราคา Coretox
ของแต่ละคลินิกถึงไม่เท่ากันครับ?
A. สำหรับคำถามนี้อาจจะตอบยาวนิดนึงนะครับ
แม้ว่าจะเป็น Coretox 100 units เหมือนกัน แต่บางคลินิกก็ขาย 40,000 วอน
บางที่ 60,000 วอน
หรือบางที่พุ่งไปถึง 80,000 วอนก็มีครับ
ตัวต้นทุนยาจริงๆ จากโรงงานนั้นเท่ากันครับ
แต่ความต่างของราคาจะขึ้นอยู่กับ ค่าแรงของทีมแพทย์, ค่าเช่าสถานที่, เวลาที่ใช้ในการทำหัตถการ
รวมไปถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ผู้รักษาครับ
สำหรับคลินิกของเราจะตั้งราคาไว้ที่ประมาณช่วงกลางๆ 50,000 วอนครับ
เพราะเราคิดว่าเป็นเรทราคาที่สมเหตุสมผล
มีค่าบริการที่ยุติธรรม และยังคงความใส่ใจในทุกขั้นตอนให้กับคนไข้ได้อย่างดีที่สุดครับ
Q2. ในหนึ่งปีจะต้องเสียค่าฉีด Coretox ประมาณเท่าไหร่ครับ?
A. อันนี้ขึ้นอยู่กับตําแหน่งที่ฉีดและปัญหาของแต่ละคนนะครับ
ถ้าฉีดเฉพาะจุด เช่น ระหว่างคิ้ว
โดยฉีดทุกๆ 4 เดือน ปีหนึ่งก็ร่วมๆ 3 ครั้ง
หากคิดที่ราคาครั้งละ 50,000 วอน ปีหนึ่งก็จะตกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150,000 วอนครับ
แต่กรณีที่เพิ่มจุดฉีดลดกรามร่วมด้วย
ราคาต่อครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 120,000 ~ 150,000 วอน
รวมแล้วปีหนึ่งจะตกอยู่ราวๆ 360,000 ~ 450,000 วอนครับ
แต่ถ้าไปเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นำเข้าในแบบและจำนวนครั้งเดียวกัน
ค่าใช้จ่ายอาจจะเบิ้ลขึ้นไปเกือบๆ สองเท่าเลยนะครับ
สรุปแล้วเมื่อเทียบราคากันเป็นรายปี การเลือก Coretox จะช่วยประหยัดเงินไปได้กว่า 300,000 ~ 400,000 วอนเลยครับ
Q3. Coretox มีผลข้างเคียงหรือเสี่ยงดื้อยาไหมคะ?
A. เนื่องจาก Coretox เป็นท็อกซินแบบบริสุทธิ์
ที่นำเอาโมเลกุลโปรตีนส่วนเกินออกเกือบทั้งหมดแล้ว
ตามทฤษฎีแล้ว โอกาสในการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันมาดื้อยาจึงอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมากๆ ครับ
อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าท็อกซิน หากฉีดซ้ำๆ บ่อยเกินความจำเป็น
ก็อาจสร้างการตอบสนองที่ทำให้ผลลัพธ์ลดลงจนเกิดอาการดื้อยาในคนไข้บางรายได้อยู่ดีนะครับ
ส่วนผลข้างเคียงชั่วคราวทั่วไปที่เจอได้บ่อยหลังฉีด
เช่น รอยช้ำจากเข็ม, ปวดศีรษะเล็กน้อยชั่วคราว,
และอาการเปลือกตาตกชั่วคราวที่พบได้ค่อนข้างยากครับ
ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นฉพาะเพราะว่าเป็นแบรนด์ Coretox นะครับ
แต่เป็นผลข้างเคียงพื้นฐานทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้จากท็อกซินทุกแบรนด์เลยครับ
ถ้าวันนี้อยากให้ทุกคนจดจำเพียงแค่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งกลับไป
— หมอขอให้คนไข้พิจารณาความน่าเชื่อถือ
เรื่องการจัดเก็บควบคุมอุณหภูมิยาของคลินิกและขั้นตอนการรักษาที่ได้มาตรฐาน ชัดเจน มากกว่าแค่ตัวเลขโปรโมชั่นของราคานะครับ
สำหรับบทความหน้า
หมอจะมาเตรียมเจาะลึก 'Coretox vs Xeomin แหล่งรีวิวเทียบหมัดต่อหมัด ในการใช้ยูนิตและจุดรักษาเดียวกัน'
มาดูกันเลยครับว่าเมื่อผ่านปีที่ 4 ผลลัพธ์จะออกมาต่างกันไหม
หมอเก็บบันทึกเคสจากผู้ใช้บริการจริงคนเดียวกัน โดยสลับตัวยาทุกๆ 6 เดือน
แล้วเดี่ยวจะเอาความแตกต่างที่สัมผัสได้มาเปรียบเทียบให้ดูกันครับ
หวังว่าเรื่องนี้จะมีประโยชน์นะครับ ไว้เจอกันคราวหน้าครับ หมอวี ยองจิน ครับ
อ่านหัวข้อเพิ่มเติม

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?
เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ผิว
Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?
รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?
กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิว
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ
ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

กำจัดขน
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?
ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ



