
ผลข้างเคียงของฟรักเซล ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง
ผลข้างเคียงของฟรักเซล ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง
ผลข้างเคียงของฟรักเซล ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง
ในบรรดาผลข้างเคียงของเฟรคเซล การที่ผิวบางลงและไวต่อการระคายเคืองสามารถเกิดขึ้นได้จริง เราได้สรุปไว้ตามแนวทางที่ใช้ในคลินิก ทั้งสาเหตุที่เกิดขึ้น การป้องกัน และวิธีรับมือ

ผลข้างเคียงของฟรักเซล,
ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง
กรุณาตรวจสอบก่อนอ่าน
Q. ถ้าทำฟรักเซล
ผิวจะบางลงจริงไหม?
เห็นในอินเทอร์เน็ตบอกว่าเป็นแค่เรื่องเล่าลือ
A. แล้วแต่กรณี แต่ถ้าทำซ้ำอย่างหักโหม
ก็จะบางลงและไวต่อการระคายเคืองจริง ๆ
เป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้ในทางคลินิกครับ/ค่ะ
ไม่ใช่เรื่องลือ
Q. แล้วทำไมถึงเกิดขึ้นล่ะครับ/คะ?
A. เมื่อมองข้ามรอบการฟื้นตัวของชั้นหนังแท้และ
กระตุ้นซ้ำ ๆ การสลายจะเกิดนำหน้าการสร้างคอลลาเจน
จึงเป็นแบบนั้น

ฟรักเซลดูคล้ายกัน แต่
จริง ๆ แล้วมีความแตกต่าง
ฟรักเซลเป็นหัตถการที่แบ่งลำแสงเลเซอร์เป็น
จุด (dot) เพื่อสร้าง
ความร้อนบาดเจ็บขนาดเล็กบนผิวหนัง
มีหลายชนิด ตั้งแต่ CO2 ฟรักเซล, เออร์เบียม(Er:YAG),
ไปจนถึงแบบ non-ablative 1550nm
ชนิดค่อนข้างหลากหลาย
ที่มักพูดกันว่า 'ฉันทำฟรักเซลมา' นั้น
ส่วนใหญ่คือ non-ablative 1550nm หรือ
CO2 ฟรักเซล
ต่างจาก CO2 ตรงที่ 1550nm
เป็นวิธีที่ไม่ทะลุชั้นหนังกำพร้าแต่ให้ความร้อนเฉพาะชั้นหนังแท้
ดังนั้นแม้จะเป็น 'ฟรักเซล' เหมือนกัน แต่ระยะพักฟื้นหรือ
การกระตุ้นสะสมต่างกันอย่างสิ้นเชิง
![[FAQ] 프락셀 후 화장품이 따갑다면? 피부 얇아짐 증상과 회복 방법 총정리](https://framerusercontent.com/images/98sM19atU9GclleLhVN36QZJtQ.jpg)
ทำไมบางคนถึงไม่เป็นอะไร,
แต่บางคนกลับบางลงจริง ๆ
อินไซต์สำคัญจากแพทย์วียองจิน
ทำฟรักเซลแล้วผิวจะไวต่อการระคายเคือง
และบางลง เป็นเรื่องจริง
ขอเล่าเรื่องของคนไข้ท่านหนึ่งก่อนนะครับ/คะ
เดือนที่แล้วมีผู้หญิงอายุ 36 ปีท่านหนึ่ง
มาตามเพื่อนที่มาปรึกษา แล้วจู่ ๆ ก็เริ่มถามเรื่องผิวของตัวเองอย่างจริงจัง
เป็นเคสแบบนั้นครับ/ค่ะ
ตอนนั้นเพื่อนของเธอมาปรึกษาเรื่องรูขุมขน
และฟรักเซล แต่คนที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ
กลับบอกว่า
'ฉันไปทำฟรักเซลที่อื่นปีละ 8 ครั้ง
ช่วงนี้แค่ทาเครื่องสำอางก็แสบแล้ว'
พอดูผิวแล้วเห็นเส้นเลือดฝอยชัด,
ผิวบริเวณหน้าผากดูบางเหมือนกระดาษ
และสะท้อนแสง
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ,
ฟรักเซลไม่ใช่หัตถการที่เพิ่มคอลลาเจน
'แบบไม่มีเงื่อนไข' เสมอไป
หลักการคือสร้างบาดเจ็บเล็ก ๆ ในชั้นหนังแท้
แล้วให้พื้นที่นั้นถูกเติมด้วยคอลลาเจนใหม่,
แต่รอบการฟื้นตัวใช้เวลาประมาณ 8–12 สัปดาห์
ถ้าถูกกระตุ้นซ้ำก่อนรอบนี้จะจบ
จะมีช่วงที่การทำงานของ MMP (เอนไซม์สลายคอลลาเจน)
เด่นกว่าการสังเคราะห์คอลลาเจน
ถ้าเหมือนคนไข้ท่านนี้ที่ทำปีละ 8 ครั้ง,
คือทุก 6–7 สัปดาห์ครั้งหนึ่ง
จะเป็นการสะสมความเสียหายไปเรื่อย ๆ
ก่อนที่การฟื้นตัวจะเสร็จ
ถ้ายังเพิ่มความแรงสูงอีก
กำแพงผิวหนังกำพร้าก็จะลดลงไปด้วย
จนกลายเป็นสภาพผิวแพ้ง่ายที่
'แค่ทาเครื่องสำอางก็แสบ'
ถ้าสรุปความถี่ของผลข้างเคียงที่ผม/ดิฉันเห็นในห้องตรวจ,
ภาวะไวต่อการระคายเคืองเรื้อรังและผิวบางลงแบบนี้
แทบไม่พบในคนที่เว้นระยะเหมาะสม,
แต่จะพบประมาณ 1–2 ใน 10 คนในเคสที่ทำซ้ำอย่างหักโหม
ตรงกันข้าม รอยแดงชั่วคราว,
รอยดำหลังการอักเสบ(PIH), และอาการแสบจี๊ดไม่กี่วัน
ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวปกติ
การแยกสองอย่างนี้ออกจากกันสำคัญมากจริง ๆ
สรุปสำคัญจากแพทย์วียองจิน
ผิวบางลงจากฟรักเซลไม่ใช่
เรื่องลือ
แต่สาเหตุคือการทำซ้ำโดยไม่สนรอบ 'การฟื้นตัว'
ไม่ใช่ตัวหัตถการเอง
ถ้าเว้นระยะให้ถูก ผลข้างเคียงนี้
ส่วนใหญ่ก็หลีกเลี่ยงได้

แล้วควรเว้นระยะเท่าไร
กันแน่?
แล้วฉันอยู่ในกลุ่มไหนล่ะ?
แต่ละประเภทมีระยะและความแรงที่แนะนำต่างกัน
ผม/ดิฉันสรุปเป็นตารางให้เลย
ประเภท | ระยะที่แนะนำ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
ผิวต่อมไขมันหนา / เน้นรูขุมขน | 8~10 สัปดาห์ | ทนความแรงระดับปานกลางขึ้นไปได้ค่อนข้างดี |
ความหนาปานกลาง / เน้นแผลเป็น·เม็ดสี | 10~12 สัปดาห์ | หากเสี่ยง PIH ให้ลดความแรง |
ผิวบาง / มองเห็นเส้นเลือดฝอย | 12 สัปดาห์ขึ้นไป หรือไม่แนะนำ | เปลี่ยนไปเน้นการฟื้นฟู เช่น รีจูรัน·เอ็กโซโซม |
สภาพที่ไวต่อการระคายเคืองอยู่แล้ว | พักอย่างน้อย 6 เดือน | ฟื้นฟูกำแพงผิวก่อน แล้วค่อยทำเลเซอร์ |
แนวทางป้องกันนั้นง่ายมาก
เว้นระยะให้เหมาะสม,
หลังทำ 4 สัปดาห์หลีกเลี่ยงแสงแดดแรงและเครื่องสำอางที่เป็นกรด,
เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยเซราไมด์เข้มข้น 2 สัปดาห์,
และตรวจสอบว่าผู้ทำปรับความแรงตามความหนาของผิวคุณหรือไม่
ถ้าเริ่มมีอาการไวต่อการระคายเคืองแล้ว
ให้หยุดฟรักเซล
และเดินตามลำดับ: ฟื้นฟูกำแพงผิว → หัตถการฟื้นฟู → ประเมินใหม่
ครับ/ค่ะ
3 เรื่องที่คนไข้ถามกันบ่อยมาก
ขอ ตอบตรง ๆ ให้เลย
Q1. ผิวที่บางลงแล้วครั้งหนึ่ง,
จะกลับมาหนาได้ไหม?
A. เป็นส่วนที่ผม/ดิฉันอธิบายเหมือนกันทุกครั้งที่ตรวจเลยนะครับ/คะ,
คืออาจกลับไปเหมือนเดิมแบบ 100% ยาก แต่
ถ้าดูแลเน้นการฟื้นฟูประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
ร่วมกับการใช้รีจูรัน, เอ็กโซโซม, ให้ความชุ่มชื้นสูง และ
หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง
จะฟื้นกลับได้ราว 70–80% ในความรู้สึก
อืม… เรื่องนี้ความเร็วการฟื้นตัวต่างกันมากในแต่ละคน
เลยพูดฟันธงว่า
'อีกไม่กี่เดือนก็ได้'
ยากครับ/ค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงสงสัยอีกข้อหนึ่งนะครับ/คะ
Q2. งั้นปีหนึ่งทำกี่ครั้งถึงจะปลอดภัย?
A. ตอบสั้น ๆ ยากครับ/ค่ะ เพราะ
ความหนาผิว, เป้าหมาย, และความแรงต่างกันไปหมด
แต่ถ้าเป็นคนทั่วไป โดยมากจะวางแผนไว้ที่
3–4 ครั้งต่อปี และไม่เกิน 4–5 ครั้งต่อปี
ปัญหาคือรูปแบบที่ทำปีละ 8–10 ครั้ง
ในราคาพิเศษ
คนที่ทำบ่อยเพราะราคาถูกกลับมีอัตราเข้ามาด้วยภาวะไวต่อการระคายเคืองสูงกว่า
เรื่องนี้ต้องย้ำไว้ตอนท้ายเลยครับ/ค่ะ
Q3. หลังทำหน้าแสบและแดงทันที,
นี่คือเริ่มมีผลข้างเคียงแล้วไหม?
A. ตอนแรกผม/ดิฉันก็คิดว่าอาการแสบทุกอย่างคือสัญญาณอันตราย แต่จริง ๆ
รอยแดงและอาการแสบในวันทำถึงประมาณ 3 วัน
เป็นปฏิกิริยาการฟื้นตัวปกติ
สิ่งที่น่ากังวลคือ
อาการแสบที่เกินหนึ่งสัปดาห์,
ทาเครื่องสำอางเหมือนปกติแล้วกลับแสบทันที,
และแม้ผ่านไปหนึ่งเดือนหลังทำแล้วยังมี
ผื่นแดงไม่ยุบ
ถ้าตรงกับข้อใดข้อหนึ่งจากสามข้อนี้
ให้เลื่อนการทำครั้งถัดไป
และมาพบแพทย์ตรวจสักครั้งจะถูกต้องกว่า
ถ้าจะเอาไปจำแค่ข้อเดียวจากวันนี้
— ไม่ใช่ว่าฟรักเซลทำให้ผิวบาง แต่คือ,
'การทำซ้ำโดยไม่สนรอบฟื้นตัว'
ที่ทำให้เกิดแบบนั้น
ในบทความถัดไป ผม/ดิฉันจะเล่าให้ฟังว่า 'ผิวที่บางลงแล้ว,
ควรหยุดฟรักเซลและฟื้นฟูตามลำดับไหน'
อย่างละเอียดครับ/ค่ะ
จะยกเคสจริงให้ดูว่ารีจูรัน·เอ็กโซโซม·การดูแลกำแพงผิว
ควรวางลำดับและระยะห่างอย่างไร
จากเคสจริงให้ดูเลย
นี่คือวียองจินครับ/ค่ะ
อ่านต่อด้วย

ผลข้างเคียงของฟรักเซล,
ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง
กรุณาตรวจสอบก่อนอ่าน
Q. ถ้าทำฟรักเซล
ผิวจะบางลงจริงไหม?
เห็นในอินเทอร์เน็ตบอกว่าเป็นแค่เรื่องเล่าลือ
A. แล้วแต่กรณี แต่ถ้าทำซ้ำอย่างหักโหม
ก็จะบางลงและไวต่อการระคายเคืองจริง ๆ
เป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้ในทางคลินิกครับ/ค่ะ
ไม่ใช่เรื่องลือ
Q. แล้วทำไมถึงเกิดขึ้นล่ะครับ/คะ?
A. เมื่อมองข้ามรอบการฟื้นตัวของชั้นหนังแท้และ
กระตุ้นซ้ำ ๆ การสลายจะเกิดนำหน้าการสร้างคอลลาเจน
จึงเป็นแบบนั้น

ฟรักเซลดูคล้ายกัน แต่
จริง ๆ แล้วมีความแตกต่าง
ฟรักเซลเป็นหัตถการที่แบ่งลำแสงเลเซอร์เป็น
จุด (dot) เพื่อสร้าง
ความร้อนบาดเจ็บขนาดเล็กบนผิวหนัง
มีหลายชนิด ตั้งแต่ CO2 ฟรักเซล, เออร์เบียม(Er:YAG),
ไปจนถึงแบบ non-ablative 1550nm
ชนิดค่อนข้างหลากหลาย
ที่มักพูดกันว่า 'ฉันทำฟรักเซลมา' นั้น
ส่วนใหญ่คือ non-ablative 1550nm หรือ
CO2 ฟรักเซล
ต่างจาก CO2 ตรงที่ 1550nm
เป็นวิธีที่ไม่ทะลุชั้นหนังกำพร้าแต่ให้ความร้อนเฉพาะชั้นหนังแท้
ดังนั้นแม้จะเป็น 'ฟรักเซล' เหมือนกัน แต่ระยะพักฟื้นหรือ
การกระตุ้นสะสมต่างกันอย่างสิ้นเชิง
![[FAQ] 프락셀 후 화장품이 따갑다면? 피부 얇아짐 증상과 회복 방법 총정리](https://framerusercontent.com/images/98sM19atU9GclleLhVN36QZJtQ.jpg)
ทำไมบางคนถึงไม่เป็นอะไร,
แต่บางคนกลับบางลงจริง ๆ
อินไซต์สำคัญจากแพทย์วียองจิน
ทำฟรักเซลแล้วผิวจะไวต่อการระคายเคือง
และบางลง เป็นเรื่องจริง
ขอเล่าเรื่องของคนไข้ท่านหนึ่งก่อนนะครับ/คะ
เดือนที่แล้วมีผู้หญิงอายุ 36 ปีท่านหนึ่ง
มาตามเพื่อนที่มาปรึกษา แล้วจู่ ๆ ก็เริ่มถามเรื่องผิวของตัวเองอย่างจริงจัง
เป็นเคสแบบนั้นครับ/ค่ะ
ตอนนั้นเพื่อนของเธอมาปรึกษาเรื่องรูขุมขน
และฟรักเซล แต่คนที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ
กลับบอกว่า
'ฉันไปทำฟรักเซลที่อื่นปีละ 8 ครั้ง
ช่วงนี้แค่ทาเครื่องสำอางก็แสบแล้ว'
พอดูผิวแล้วเห็นเส้นเลือดฝอยชัด,
ผิวบริเวณหน้าผากดูบางเหมือนกระดาษ
และสะท้อนแสง
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ,
ฟรักเซลไม่ใช่หัตถการที่เพิ่มคอลลาเจน
'แบบไม่มีเงื่อนไข' เสมอไป
หลักการคือสร้างบาดเจ็บเล็ก ๆ ในชั้นหนังแท้
แล้วให้พื้นที่นั้นถูกเติมด้วยคอลลาเจนใหม่,
แต่รอบการฟื้นตัวใช้เวลาประมาณ 8–12 สัปดาห์
ถ้าถูกกระตุ้นซ้ำก่อนรอบนี้จะจบ
จะมีช่วงที่การทำงานของ MMP (เอนไซม์สลายคอลลาเจน)
เด่นกว่าการสังเคราะห์คอลลาเจน
ถ้าเหมือนคนไข้ท่านนี้ที่ทำปีละ 8 ครั้ง,
คือทุก 6–7 สัปดาห์ครั้งหนึ่ง
จะเป็นการสะสมความเสียหายไปเรื่อย ๆ
ก่อนที่การฟื้นตัวจะเสร็จ
ถ้ายังเพิ่มความแรงสูงอีก
กำแพงผิวหนังกำพร้าก็จะลดลงไปด้วย
จนกลายเป็นสภาพผิวแพ้ง่ายที่
'แค่ทาเครื่องสำอางก็แสบ'
ถ้าสรุปความถี่ของผลข้างเคียงที่ผม/ดิฉันเห็นในห้องตรวจ,
ภาวะไวต่อการระคายเคืองเรื้อรังและผิวบางลงแบบนี้
แทบไม่พบในคนที่เว้นระยะเหมาะสม,
แต่จะพบประมาณ 1–2 ใน 10 คนในเคสที่ทำซ้ำอย่างหักโหม
ตรงกันข้าม รอยแดงชั่วคราว,
รอยดำหลังการอักเสบ(PIH), และอาการแสบจี๊ดไม่กี่วัน
ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัวปกติ
การแยกสองอย่างนี้ออกจากกันสำคัญมากจริง ๆ
สรุปสำคัญจากแพทย์วียองจิน
ผิวบางลงจากฟรักเซลไม่ใช่
เรื่องลือ
แต่สาเหตุคือการทำซ้ำโดยไม่สนรอบ 'การฟื้นตัว'
ไม่ใช่ตัวหัตถการเอง
ถ้าเว้นระยะให้ถูก ผลข้างเคียงนี้
ส่วนใหญ่ก็หลีกเลี่ยงได้

แล้วควรเว้นระยะเท่าไร
กันแน่?
แล้วฉันอยู่ในกลุ่มไหนล่ะ?
แต่ละประเภทมีระยะและความแรงที่แนะนำต่างกัน
ผม/ดิฉันสรุปเป็นตารางให้เลย
ประเภท | ระยะที่แนะนำ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
ผิวต่อมไขมันหนา / เน้นรูขุมขน | 8~10 สัปดาห์ | ทนความแรงระดับปานกลางขึ้นไปได้ค่อนข้างดี |
ความหนาปานกลาง / เน้นแผลเป็น·เม็ดสี | 10~12 สัปดาห์ | หากเสี่ยง PIH ให้ลดความแรง |
ผิวบาง / มองเห็นเส้นเลือดฝอย | 12 สัปดาห์ขึ้นไป หรือไม่แนะนำ | เปลี่ยนไปเน้นการฟื้นฟู เช่น รีจูรัน·เอ็กโซโซม |
สภาพที่ไวต่อการระคายเคืองอยู่แล้ว | พักอย่างน้อย 6 เดือน | ฟื้นฟูกำแพงผิวก่อน แล้วค่อยทำเลเซอร์ |
แนวทางป้องกันนั้นง่ายมาก
เว้นระยะให้เหมาะสม,
หลังทำ 4 สัปดาห์หลีกเลี่ยงแสงแดดแรงและเครื่องสำอางที่เป็นกรด,
เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยเซราไมด์เข้มข้น 2 สัปดาห์,
และตรวจสอบว่าผู้ทำปรับความแรงตามความหนาของผิวคุณหรือไม่
ถ้าเริ่มมีอาการไวต่อการระคายเคืองแล้ว
ให้หยุดฟรักเซล
และเดินตามลำดับ: ฟื้นฟูกำแพงผิว → หัตถการฟื้นฟู → ประเมินใหม่
ครับ/ค่ะ
3 เรื่องที่คนไข้ถามกันบ่อยมาก
ขอ ตอบตรง ๆ ให้เลย
Q1. ผิวที่บางลงแล้วครั้งหนึ่ง,
จะกลับมาหนาได้ไหม?
A. เป็นส่วนที่ผม/ดิฉันอธิบายเหมือนกันทุกครั้งที่ตรวจเลยนะครับ/คะ,
คืออาจกลับไปเหมือนเดิมแบบ 100% ยาก แต่
ถ้าดูแลเน้นการฟื้นฟูประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
ร่วมกับการใช้รีจูรัน, เอ็กโซโซม, ให้ความชุ่มชื้นสูง และ
หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง
จะฟื้นกลับได้ราว 70–80% ในความรู้สึก
อืม… เรื่องนี้ความเร็วการฟื้นตัวต่างกันมากในแต่ละคน
เลยพูดฟันธงว่า
'อีกไม่กี่เดือนก็ได้'
ยากครับ/ค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงสงสัยอีกข้อหนึ่งนะครับ/คะ
Q2. งั้นปีหนึ่งทำกี่ครั้งถึงจะปลอดภัย?
A. ตอบสั้น ๆ ยากครับ/ค่ะ เพราะ
ความหนาผิว, เป้าหมาย, และความแรงต่างกันไปหมด
แต่ถ้าเป็นคนทั่วไป โดยมากจะวางแผนไว้ที่
3–4 ครั้งต่อปี และไม่เกิน 4–5 ครั้งต่อปี
ปัญหาคือรูปแบบที่ทำปีละ 8–10 ครั้ง
ในราคาพิเศษ
คนที่ทำบ่อยเพราะราคาถูกกลับมีอัตราเข้ามาด้วยภาวะไวต่อการระคายเคืองสูงกว่า
เรื่องนี้ต้องย้ำไว้ตอนท้ายเลยครับ/ค่ะ
Q3. หลังทำหน้าแสบและแดงทันที,
นี่คือเริ่มมีผลข้างเคียงแล้วไหม?
A. ตอนแรกผม/ดิฉันก็คิดว่าอาการแสบทุกอย่างคือสัญญาณอันตราย แต่จริง ๆ
รอยแดงและอาการแสบในวันทำถึงประมาณ 3 วัน
เป็นปฏิกิริยาการฟื้นตัวปกติ
สิ่งที่น่ากังวลคือ
อาการแสบที่เกินหนึ่งสัปดาห์,
ทาเครื่องสำอางเหมือนปกติแล้วกลับแสบทันที,
และแม้ผ่านไปหนึ่งเดือนหลังทำแล้วยังมี
ผื่นแดงไม่ยุบ
ถ้าตรงกับข้อใดข้อหนึ่งจากสามข้อนี้
ให้เลื่อนการทำครั้งถัดไป
และมาพบแพทย์ตรวจสักครั้งจะถูกต้องกว่า
ถ้าจะเอาไปจำแค่ข้อเดียวจากวันนี้
— ไม่ใช่ว่าฟรักเซลทำให้ผิวบาง แต่คือ,
'การทำซ้ำโดยไม่สนรอบฟื้นตัว'
ที่ทำให้เกิดแบบนั้น
ในบทความถัดไป ผม/ดิฉันจะเล่าให้ฟังว่า 'ผิวที่บางลงแล้ว,
ควรหยุดฟรักเซลและฟื้นฟูตามลำดับไหน'
อย่างละเอียดครับ/ค่ะ
จะยกเคสจริงให้ดูว่ารีจูรัน·เอ็กโซโซม·การดูแลกำแพงผิว
ควรวางลำดับและระยะห่างอย่างไร
จากเคสจริงให้ดูเลย
นี่คือวียองจินครับ/ค่ะ
อ่านต่อด้วย
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

กำจัดขน
คำว่าเลเซอร์กำจัดขนถาวร พอเห็นคนที่กลับมากันอีกหลัง 1 ปี ก็แล้วแต่มุมมองกันเลย
คำว่าเลเซอร์กำจัดขนแบบถาวร จะถือว่าเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อผ่านไป 1–2 ปีแล้วขนยังไม่ขึ้นอีก ตั้งแต่หลักการที่ใช้เผาเซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขน ไปจนถึงจำนวนครั้งและผลข้างเคียง

ลบรอยสัก
จำนวนครั้งในการกำจัดรอยสัก, เปรียบเทียบความลึกของหมึกระหว่างการรีทัชกับการทำครั้งเดียว
เหตุผลที่การลบรอยสักต้องใช้จำนวนครั้งนานกว่าที่คาดไว้ คำตอบอยู่ที่ว่ามีการรีทัชหรือไม่ เพราะมันก็เหมือนกับเอาเค้กอีกชั้นมาวางซ้อนบนเค้กนั่นเอง

ยกกระชับ
เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า: เหตุผลที่คนวัย 30 และ 40 ควรเลือกต่างกัน
เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า ได้ยินมาว่าต้องทำทั้งสองอย่างใช่ไหม? ความกระชับที่ลดลงในวัย 30 กับความหย่อนคล้อยในวัย 40 มีจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน เดี๋ยวเราอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่ความลึกที่แตกต่างกันของ RF และ HIFU

ยกกระชับ
ต้องทำอัลเทอร่าบริเวณกรอบหน้ากี่ครั้ง — เรื่องจุดเปลี่ยน 300 ช็อต
อัลเทอร่าแนวกรามควรทำกี่ครั้งถึงจะเหมาะกันแน่ ความเชื่อที่ว่าจำนวนช็อตยิ่งมากยิ่งดีนั้น จริงๆ แล้ว 300 ช็อตคือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากเกิน 500 ช็อต ความเจ็บก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น
![[คอลัมน์ วียองจิน] หากหลังเลเซอร์กำจัดขนแล้วรักแร้กลับคล้ำขึ้น? ความย้อนแย้งของเลเซอร์ 755nm](https://framerusercontent.com/images/dAMLPxjkmTXEJ7vv8Ax4rmg74c.jpg?width=1080&height=1080)
กำจัดขน
ผลข้างเคียงจากการกำจัดขน อย่าเชื่อคำพูดที่ว่า '755nm ปลอดภัยกว่า' แบบตรงตัว
สรุปว่าทำไมหลังเลเซอร์กำจัดขนจึงเกิดแผลไหม้ รูขุมขนอักเสบ และรอยดำหลังการอักเสบ เหตุผลที่แสง 1064nm ปลอดภัยกว่าสำหรับผิวคนเกาหลี รวมถึงแนวทางดูแลเรื่องรังสียูวีในช่วงฤดูร้อนด้วย
![[คอลัมน์ วี ยองจิน] ผลลัพธ์ Juvelook: ทำไมใบหน้าที่ดูอิ่มฟูหลังทำทันทีถึงยุบแฟบลงภายใน 2 สัปดาห์](https://framerusercontent.com/images/MciXXHO5k5lYnpU2dYcWUAUIUxo.jpg?width=1080&height=1080)
โครงหน้า&วอลลุ่ม
ผลลัพธ์ของ Juvelook: ปริมาตรหลังทำทันที 3/4 แท้จริงแล้วคืออาการบวม
ผลลัพธ์ของจูวีลุก (Juvelook) หลังทำทันที ปริมาตรที่เห็นทั้งหมดเป็นคอลลาเจนจริงไหม? จริงแค่ 1/4 เท่านั้น ส่วนที่เหลือคืออาการบวม สรุปไทม์ไลน์ตามแต่ละรอบและเหตุผลที่ความรู้สึกเห็นผลต่างกัน



![[บิวตี้สโตน] อยากไม่ให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำล้มเหลวใช่ไหม? "ความละเอียดที่ระดับ 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์ได้"](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
