• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ผลข้างเคียงของฟรักเซล ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง

ผลข้างเคียงของฟรักเซล ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง

ผลข้างเคียงของฟรักเซล ผิวบางลงเกิดขึ้นได้จริง

ผลข้างเคียงแฟรกเซล ผิวบางและไวต่อสิ่งเร้าเกิดขึ้นจริง สรุปสาเหตุ วิธีป้องกันและรับมือจากคลินิก

"ทำแฟรกเซล 8 ครั้งต่อปี?" คำเตือนจากลูกค้าวัย 36 ที่ผิวบางเหมือนกระดาษ

 

 

ก่อนอื่น... มาเช็กเรื่องนี้ให้อุ่นใจกันก่อนนะครับ

 

Q. ทำ Fraxel แล้ว

ผิวจะบางลงจริงไหมคะ?

ในอินเทอร์เน็ตบอกว่าเป็นเรื่องน่ากลัวมากเลย


A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสภาพผิวเลยครับ

แต่ถ้าทำซ้ำบ่อยเกินไปโดยไม่จำเป็น

ผิวจะบางลงและแพ้ง่ายขึ้นจริง ๆ ครับ


ไม่ใช่แค่ข่าวลือที่แต่งขึ้นมานะครับ แต่เป็นเคสที่เจอในคลินิกจริง ๆ ครับ



Q. แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ?



A. เพราะเราไปรบกวนวงจรการฟื้นฟูของผิวชั้นหนังแท้ (Dermis)

และกระตุ้นซ้ำ ๆ บ่อยเกินไป ทำให้กระบวนการสลายคอลลาเจน

ทำงานเร็วกว่าการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ครับ


















รักษาแผลเป็นจนเกราะผิวพัง แพทย์ผิวหนังเผยความลับวงจรการฟื้นตัวหลังแฟรกเซล

 

 


















Fraxel ดูคล้ายกันก็จริง

แต่จริง ๆ แล้วมีความต่างอยู่นะครับ

Fraxel เป็นการส่งพลังงานเลเซอร์

ที่แบ่งตัวเป็นจุดเล็ก ๆ (dot)

เพื่อสร้างความร้อนกระตุ้นผิวในระดับไมโครครับ

 

ซึ่งมีหลายประเภทมาก ๆ ตั้งแต่ CO2 Fraxel, Er:YAG,

ไปจนถึง Non-Ablative 1550nm

ความต่างของแต่ละตัวค่อนข้างชัดเจนเลยครับ

 

เวลาที่พูดกันทั่วไปว่า "ไปทำ Fraxel มา"

ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นแบบ Non-Ablative 1550nm

หรือ CO2 Fraxel ครับ

 

ซึ่งต่างจาก CO2 ตรงที่แบบ 1550nm

จะไม่สะกิดผิวชั้นนอก แต่จะส่งความร้อนลงไปที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรง

ดังนั้น ถึงจะเรียกว่า 'Fraxel' เหมือนกัน ระยะเวลาในการพักฟื้นผิว

หรือการสะสมของความระคายเคืองจึงต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

[คำถามที่พบบ่อย] ทาเครื่องสำอางแล้วแสบหลังทำแฟรกเซล? สรุปอาการผิวบางและวิธีฟื้นฟู

 

 

ทำไมบางคนทำแล้วผิวปกติดี

แต่ทำไมบางคนผิวกลับบางลงจริง ๆ

เจาะลึกมุมมองแบบ Insight โดย หมอวี ยองจิน

 

เรื่องที่ว่าทำ Fraxel แล้วผิวแพ้ง่าย

และบางลง เป็นเรื่องจริงครับ

 

หมอขอเล่าเคสของคนไข้คนหนึ่งให้ฟังก่อนนะครับ

 

เมื่อเดือนก่อน มีคนไข้ผู้หญิงอายุ 36 ปี

เธอมาเป็นเพื่อนเพื่อนที่ปรึกษาเรื่องผิว

แต่กลายเป็นว่าเธอเองกลับปรึกษา

เรื่องผิวของตัวเองอย่างจริงจังมากกว่าครับ

 

จริง ๆ เพื่อนของเธอตั้งใจมาปรึกษา

เรื่องโปรแกรม Fraxel เพื่อกระชับรูขุมขน

แต่คุณลูกค้าคนนี้ที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ

กลับพูดขึ้นมาว่า "ฉันเคยทำ Fraxel จากที่อื่นมาปีละ 8 ครั้ง

ตอนนี้แค่ทาสกินแคร์เฉย ๆ ยังรู้สึกแสบหน้าไปหมดเลยค่ะ"

 

พอหมอตรวจดู ก็พบว่าเริ่มมองเห็นเส้นเลือดฝอยจาง ๆ

และผิวบริเวณหน้าผากก็ดูบางใสคล้ายกับกระดาษแก้ว

เวลาโดนแสงจะสะท้อนเงา ๆ แบบผิดปกติครับ

 

นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ

เพราะ Fraxel ไม่ใช่เลเซอร์ที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจน

'ได้แบบไม่มีขีดจำกัด' ขนาดนั้นนะครับ

 

หลักการของมันคือการทำลายผิวระดับไมโคร

เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่เข้ามาแทนที่

ซึ่งวงจรการฟื้นฟูนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 8 - 12 สัปดาห์ครับ

 

แต่ถ้าเราไปยิงเลเซอร์ซ้ำ

ก่อนที่วงจรฟื้นฟูผิวนี้จะเสร็จสมบูรณ์

มันจะกลายเป็นกระตุ้นเอนไซม์ MMP (เอนไซม์ที่สลายคอลลาเจน)

ให้ทำงานแซงหน้าการสร้างคอลลาเจนใหม่ไปซะก่อนครับ

 

เหมือนอย่างคนไข้เคสนี้ที่ทำปีละ 8 ครั้ง

เฉลี่ยแล้วทำทุก ๆ 6 - 7 สัปดาห์

พลังงานเลเซอร์จึงลงไปทำลายผิวซ้ำ ๆ

ก่อนที่ผิวเก่าจะทันได้เยียวยาตัวเองเสร็จครับ

 

ยิ่งถ้าใช้ระดับพลังงานที่สูงเกินไป

เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ก็จะยิ่งพังลงไปด้วย

กลายเป็นสภาวะผิวแพ้ง่ายรุนแรง

ที่แค่ "ทาสกินแคร์ธรรมดาก็แสบผิว" อย่างที่เธอเจอครับ

 

จากสถิติเคสที่หมอเจอในคลินิกบ่อย ๆ

อาการผิวบางและแพ้ง่ายเรื้อรังแบบนี้

แทบจะไม่พบในคนไข้ที่เว้นระยะการทำอย่างเหมาะสมเลยครับ

แต่จะพบในกลุ่มที่ทำซ้ำบ่อยเกินไป

คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 1 - 2 คน จาก 10 คนครับ

 

ในทางกลับกัน อาการแดงชั่วคราว,

รอยดำหลังทำเลเซอร์ (PIH) หรืออาการยิบ ๆ 2-3 วันแรก

ถือเป็นกระบวนการฟื้นฟูผิวตามปกติครับ

 

ดังนั้น การแยกสองอาการนี้ให้ออกจึงสำคัญมาก ๆ ครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน


















การทำ Fraxel แล้วผิวบางลง

ไม่ใช่เรื่องโคมลอยครับ



แต่สาเหตุจริง ๆ มาจากการทำซ้ำโดยมอสเกลหรือละเลย 'วงจรการฟื้นฟูผิว'

ไม่ใช่เพราะตัวหัตถการนี้ไม่ดีตั้งแต่แรกนะครับ



แค่เราเว้นระยะเวลาให้เหมาะสม

ก็สามารถเลี่ยงผลข้างเคียงนี้ไปได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ


















กังวลเรื่องรูขุมขนและกำลังคิดจะทำแฟรกเซลอยู่ใช่ไหม? คู่มือรอบการทำที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยง 'ผิวบาง'

 

 


















ถ้าอย่างนั้น ผิวแบบเรา

ต้องเว้นช่วงนานแค่ไหนดีนะ?

แล้วสภาพผิวของเราจัดอยู่ในกลุ่มไหนกันแน่?

แต่ประเภทผิวจะมีคำแนะนำเรื่องระยะเวลาและความแรงของระดับเลเซอร์ที่ต่างกันออกไปครับ

มาดูตารางสรุปง่าย ๆ ด้านล่างนี้กันเลยครับ

สภาพผิว

ระยะห่างที่แนะนำ

ข้อควรระวัง

ผิวหนา มีต่อมไขมันเยอะ / เน้นกระชับรูขุมขน

8 ~ 10 สัปดาห์

ทนระดับพลังงานปานกลาง-สูงได้ค่อนข้างดี

ผิวหนาปานกลาง / เน้นรอยแผลเป็นและรอยดำ

10 ~ 12 สัปดาห์

หากเสี่ยงต่อการเกิด PIH ให้ลดระดับพลังงานลง

ผิวบาง / มองเห็นเส้นเลือดฝอยได้ง่าย

12 สัปดาห์ขึ้นไป หรืออาจไม่แนะนำให้ทำ

แนะนำให้เปลี่ยนมาเน้นสร้างผิวใหม่ด้วย รีจูรัน หรือ Exosome

ผิวที่อยู่ในสภาพแพ้ง่ายสะสมอยู่แล้ว

ควรเว้นพักผิวอย่างน้อย 6 เดือน

ฟื้นฟูกลุ่มเกราะป้องกันผิว (Barrier) ก่อน แล้วค่อยพิจารณาเลเซอร์

ขั้นตอนการป้องกันนั้นง่ายมาก ๆ ครับ

คือ การเว้นระยะรักษาอย่างเคร่งครัด,

หลังจากทำเลเซอร์ 4 สัปดาห์แรกให้หลีกเลี่ยงแดดจัด และสกินแคร์ที่มีฤทธิ์เป็นกรด,

เน้นบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์กลุ่ม Ceramide อย่างเข้มข้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์,

และคอยเช็กดูว่าคุณหมอที่ทำหัตถการให้ ได้ปรับระดับพลังงาน

ตามความหนาของผิวเราจริง ๆ หรือเปล่า

 

แต่ถ้าหากมีอาการผิวระคายเคืองแพ้ง่ายขึ้นมาแล้ว

ต้องหยุดพักโปรแกรม Fraxel ก่อนนะครับ

แล้วฟื้นฟูตามขั้นตอน: ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว → ทำทรีตเมนต์บำรุงผิวใหม่ (Regeneration) → ค่อยประเมินสภาพผิวใหม่อีกครั้งครับ

 

ตอบเคลียร์ ๆ กับ 3 คำถามยอดฮิต

ที่คุณลูกค้าถามบ่อยที่สุดครับ

 

Q1. สภาพผิวที่เคยบางไปแล้ว

จะกลับมาหนาและแข็งแรงขึ้นได้อีกไหมคะ?

A. เวลาคนไข้มาตรวจ หมอก็จะอธิบายแบบนี้เสมอเลยครับ

แม้จะไม่สามารถกลับมาสมบูรณ์แบบ 100% เหมือนเดิมเป๊ะ ๆ

แต่หากใช้เวลาดูแลอย่างเคร่งครัด 6 เดือน - 1 ปี

ด้วยการฟื้นฟูผิวบ่อย ๆ (เช่น รีจูรัน, Exosome, มอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น)

ควบคู่ไปกับการป้องกันผิวจากการระคายเคือง

ผิวจะฟื้นฟูกลับมาดูดีขึ้นได้ถึง 70 - 80% เลยครับ

 

แต่... เพราะสภาพผิวของแต่ละคน

มีอัตราการฟื้นตัวที่ต่างกันมากจริง ๆ

หมอเลยอาจจะสรุปเพื่อฟันธงว่า

"จะหายดีภายในกี่เดือน" ไม่ได้แบบเป๊ะ ๆ นะครับ

พออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะสงสัยข้อต่อไปกันแน่เลยใช่ไหมคะ?

 

Q2. สรุปแล้ว ใน 1 ปี ทำได้สูงสุดกี่ครั้งถึงจะปลอดภัยที่สุดครับ?

A. เรื่องนี้ตอบยากในคำเดียวเหมือนกันครับ

เพราะความหนาของผิว, วัตถุประสงค์ และระดับพลังงานของเลเซอร์ในแต่ละคนต่างกันครับ

 

แต่ถ้าอ้างอิงจากสภาพผิวของคนทั่วไปเป็นหลัก

หมอจะแนะนำให้วางแพลนไว้ที่ประมาณ 3 - 4 ครั้งต่อปี

และพยายามไม่ให้เกิน 4 - 5 ครั้งดีที่สุดครับ

 

ปัญหาที่พบบ่อยคือหลายคนเลือกทำ 8 - 10 ครั้งต่อปี

ตามโปรโมชั่นราคาพิเศษต่าง ๆ

เนื่องด้วยราคาต่อครั้งที่ถูกเลยทำบ่อยจนเกินไป

กลายเป็นว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มาหาหมอด้วยอาการผิวแพ้ง่ายบ่อยที่สุดเลยครับ

และนี่คือข้อสำคัญสุดท้ายที่หมอต้องเน้นย้ำเลยครับ

 

Q3. หลังทำเลเซอร์เสร็จทันที ผิวแสบคันและแดงขึ้น

แบบนี้คือสัญญาณเริ่มต้นของอาการผิวพังหรือเปล่าคะ?

A. ตอนแรกหมอก็เคยคิดว่าอาการแสบยิบ ๆ ทั้งหมดคือสัญญาณอันตรายครับ

แต่จริง ๆ แล้ว อาการผิวแดงและแสบยิบ ๆ

ในช่วงวันแรกจนถึงประมาณ 3 วันแรก หลังเลเซอร์ ถือเป็นกระบวนการปกติของการเยียวยาผิวครับ

 

แต่จุดที่ต้องระวังจริง ๆ คือ

อาการแสบคันที่เรื้อรังนานเกินหนึ่งสัปดาห์,

จู่ ๆ ก็รู้สึกแสบจี๊ดตอนทาสกินแคร์ตัวเดิมที่เคยใช้ปกติ,

รวมถึงถ้าทำเลเซอร์ผ่านไปแล้วเป็นเดือน

แต่อาการแดงที่หน้าก็ยังไม่หายไปสักทีครับ

 

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งใน 3 ข้อนี้แสดงขึ้นมา

หมอแนะนำให้เลื่อนโปรแกรมการทำเลเซอร์ครั้งถัดไปออกไปก่อน

แล้วเข้ามาพบแพทย์เพื่อรีบตรวจสภาพผิวทันทีดีกว่าครับ

 

ถ้าให้เลือกข้อคิดสำคัญที่สุดกลับไปเพียงข้อเดียวในวันนี้

— อยากให้จำขึ้นใจว่า 'ไม่ใช่ตัว Fraxel ที่ทำให้ผิวบางลง'

แต่ 'การทำเลเซอร์ซ้ำบ่อย ๆ โดยละเลยวงจรการฟื้นฟูผิว' ต่างหากครับที่เป็นตัวการ


ในบทความหน้า หมอจะมาพูดถึงหัวข้อ 'ผิวที่บางไปแล้ว

ควรหยุด Fraxel แล้วเร่งฟื้นฟูผิวตามขั้นตอนไหนบ้าง'

มาเจาะลึกให้อ่านกันต่อนะครับ

 

หมอจะยกเคสจริงมาแชร์ให้ดูด้วยครับ ว่าการจัดเรียง

สเต็ป รีจูรัน • Exosome • Barrier Skin Care

ควรจัดวางลำดับและเว้นช่วงอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์เวิร์กที่สุด

 

ขอตัวลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความน่าสนใจอื่น ๆ ที่แนะนำให้อ่านคู่กัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1