ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

เหตุผลจริงที่คนวัย 30 กว่า ๆ กว่าครึ่งเลือกทำ Juvelook แค่ 3 ครั้งแล้วจบ

เหตุผลจริงที่คนวัย 30 กว่า ๆ กว่าครึ่งเลือกทำ Juvelook แค่ 3 ครั้งแล้วจบ

เหตุผลจริงที่คนวัย 30 กว่า ๆ กว่าครึ่งเลือกทำ Juvelook แค่ 3 ครั้งแล้วจบ

หากเริ่มทำ Juvelook ในวัย 30 กว่า ๆ จะเห็นผลเร็วกว่าในวัย 40 กว่า ๆ ประมาณ 1.5 เท่า ทั้งที่ปริมาณอนุภาคเท่ากัน ทำไมถึงต่างกันล่ะ มาดูเป็นกรณีที่ทำเพียง 3 ครั้งก็เพียงพอ และกรณีที่ยังไม่พอ

[30대 쥬베룩] 아직 처지지도 않았는데 시작해도 될까? 비용·유지기간·부작용 팩트체크


จูเบลุควัย 30+,

คนที่จบแค่ 3 ครั้ง

มีมากกว่าครึ่ง เพราะอะไรจริงๆ



โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน


Q. คนวัย 30+ ต้องรับครบ 4 ครั้งเต็มคอร์สเลยไหม?

A. ไม่ใช่ค่ะ มากกว่าครึ่งพอใจและหยุดที่ครั้งที่ 3

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังคงดีอยู่

คอลลาเจนยังสร้างได้อยู่ค่ะ


Q. แล้วทำไมทั้งที่ปริมาณอนุภาคเท่ากัน

แต่ผลลัพธ์ต่างจากวัย 40+ คะ?

A. แม้อนุภาคจะเข้าไปแล้ว

สิ่งที่เปลี่ยนมันให้เป็นคอลลาเจนคือ

เซลล์ผิวของตัวคุณเองค่ะ

เซลล์เหล่านั้นในวัย 30+ ยังทำงานได้ดีอยู่



쥬베룩 3회 vs 4회, 내 피부 세포가 일을 잘할 때 비용을 30% 아끼는 전략


ไม่ต้องฉีดครบ 4 ครั้งก็ได้,

มีคนแบบนี้เยอะกว่าที่คิด

Juvelook คือการนำอนุภาค PDLLA (โพลีดีแอลแลกติกแอซิด)

เข้าไปในชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

ถือเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ค่ะ


ถ้า Rejuran ให้สัญญาณการฟื้นฟูเซลล์ด้วย PN

Juvelook ก็คือให้ตัวอนุภาคค่อยๆ สลายตัวลง


แล้วคอลลาเจนก็จะค่อยๆ เติมเต็มในตำแหน่งนั้น

เป็นวิธีการแบบนี้ค่ะ



쥬베룩, 자주 맞을수록 좋다? 30대에겐 오히려 독이 될 수도 있는 이유


เรื่องที่ว่าฉีดจูเบลุคยิ่งบ่อยยิ่งดี,

จริงๆ อาจตรงกันข้ามเลย


ประเด็นสำคัญของบทความนี้


วัย 30+ หลายกรณีแค่ Juvelook 3 ครั้งก็เพียงพอค่ะ

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดีอยู่

ด้วยปริมาณอนุภาคเท่ากัน

ผลลัพธ์มักออกมาดีกว่าวัย 40+ ถึง 1.5 เท่า


ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร

ก็ยิ่งใช้ปริมาณน้อยแต่เห็นผลมาก



เรื่องที่ว่า “คอลลาเจนบูสเตอร์ ยิ่งฉีดเยอะยิ่งดี”

คงเคยได้ยินกันมาบ้างนะคะ


แต่สำหรับคนวัย 30+ เรื่องนี้กลับ

ทำงานตรงกันข้ามอยู่ไม่น้อย


เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมค่ะ


อนุภาค PDLLA ที่อยู่ใน Juvelook เองนั้น

ไม่ได้สร้างวอลุ่มขึ้นมาด้วยตัวมันเอง


เมื่ออนุภาคเข้าไปอยู่ในชั้นหนังแท้ ไฟโบรบลาสต์ของเรา

จะห่อหุ้มมันไว้และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา


หัวใจของผลลัพธ์จึงไม่ใช่ปริมาณอนุภาคที่ฉีดเข้าไป

แต่เป็นว่าไฟโบรบลาสต์ของผิวเรา

ทำงานได้ดีแค่ไหน


และความกระฉับกระเฉงของไฟโบรบลาสต์นี้

จะลดลงค่อนข้างชันตั้งแต่ช่วงกลางวัย 30+


ความต่างที่ผมเห็นจากเคสจริงเป็นแบบนี้ค่ะ


แม้ฉีด 1 ไวอัลในความลึกเท่ากันก็ตาม,

คนวัยต้นถึงกลาง 30+ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของ

สีผิวและความกระชับเร็วกว่า วัย 40+ ราว 1.5 เท่า


อัตราคนที่ส่องกระจกในครั้งที่ 2 แล้วพูดว่า

“อ๋อ ดูต่างไปนะ”

ในวัย 30+ อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง

ส่วนวัย 40+ ปลายๆ อยู่ราว 1/4 ค่ะ


เคสของลูกค้าวัย 28 ปีที่กลับมาพบเมื่อเดือนก่อน

ก็เป็นแบบนี้เป๊ะเลยค่ะ


ประมาณ 1 ปีก่อนเธอมาครั้งแรก

และรับที่แก้ม-ร่องแก้มไป 3 ครั้ง

พอจบครั้งที่ 3 ก็พูดว่า “แค่นี้พอแล้ว”

แล้วหยุดไปค่ะ


พอครบ 1 ปีที่กลับมา ผิวสัมผัสและความกระชับกลับ

ยังคงเกือบเหมือนสภาพหลังทำครั้งที่ 3 ในปีที่แล้ว

เลยค่ะ


ครั้งนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะฉีดให้ครบ 4 ครั้ง

แต่บอกว่า “ปีละครั้ง ใส่แค่ 1 ไวอัลก็พอค่ะ” แล้ว

เปลี่ยนเป็นโหมดคงสภาพแทน


นี่คือกลยุทธ์ที่ทำได้เฉพาะในวัย 30+ เท่านั้นค่ะ


พอเกินวัยกลาง 40+ ไปแล้ว

คอลลาเจนที่สร้างจาก 3 ครั้งจะอยู่ไม่ถึง 1 ปี


เพราะความเร็วในการสลายคอลลาเจนเดิม

เร็วกว่าความเร็วในการสร้างใหม่



สรุปประเด็นสำคัญโดยคุณหมอวียองจิน


วัย 30+ คือ “ช่วงเวลาทองด้านความคุ้มค่า” ของ Juvelook ค่ะ

ใช้ปริมาณเท่าเดิม

แต่ได้ผลมากกว่าและอยู่ได้นานกว่า


แทนที่จะฝืนฉีดให้ครบ 4 ครั้งแบบเต็มคอร์ส,

ทำแค่ 3 ครั้งให้เกิดผลก่อน

แล้วคงสภาพด้วยการเติมปีละ 1 ครั้ง

ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่า



왜 똑같은 쥬베룩을 넣어도 30대와 40대의 결과가 다를까? 섬유아세포 활성도의 비밀


แม้ในวัย 30+ เองก็ยังต่างกัน,

ดูว่าคุณอยู่กลุ่มไหน

“แล้วฉันควรแค่ 3 ครั้ง หรือ

ต้องไปถึง 4 ครั้งดีคะ?”


นี่คือคำถามที่คนวัย 30+

ถามบ่อยที่สุดเลยค่ะ

ประเภท

จำนวนครั้งที่แนะนำ

กลยุทธ์การคงผล

ต้นวัย 30+ · ความยืดหยุ่นผิวดี

2~3 ครั้ง

คงสภาพปีละ 1 ครั้ง

กลางวัย 30+ · เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิว

3 ครั้ง

คงสภาพทุก 8~10 เดือน 1 ครั้ง

ปลายวัย 30+ · เริ่มยุบ

3~4 ครั้ง

คงสภาพทุก 6~8 เดือน 1 ครั้ง

ภาวะภูมิคุ้มกันตนเอง·แนวโน้มคีลอยด์

ไม่แนะนำ

ปรึกษาทางเลือกอื่น

ไม่ได้หมายความว่าคนวัย 30+ ทุกคนจะทำได้ค่ะ

ถ้ามีโรคภูมิคุ้มกันตนเองหรือมีแนวโน้มคีลอยด์,

หรือมีการอักเสบเรื้อรังบริเวณที่จะทำหัตถการ

ก็ไม่แนะนำ Juvelook เลย


เพราะปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่ออนุภาคอาจ

รุนแรงกว่าที่คาดไว้

และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดก้อน


ถ้าเกิดก้อนขึ้น การดูแลเบื้องต้น

ก็ควรรู้ไว้ล่วงหน้าจะดีกว่าค่ะ


ระยะแรกจะใช้การนวดช่วยคลายเป็นการตอบสนองขั้นแรก,

ถ้า 2~3 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น

ก็ใช้สเตียรอยด์ขนาดต่ำ

ฉีดเฉพาะที่เพื่อลดลงค่ะ


พูดตรงๆ คือในวัย 30+

ถ้าเลือกเคสให้เหมาะกับข้อบ่งชี้แล้วทำ

แทบไม่เคยเห็นกรณีที่ต้องกรีดหรือผ่าออกเลย



3 เรื่องที่คนวัย 30+ ถามบ่อยที่สุด

ในห้องตรวจ


Q1. ยังไม่ได้หย่อนเลย

เริ่มตอนนี้เร็วเกินไปไหม?

A. Juvelook ไม่ใช่หัตถการยกผิวที่หย่อนให้ตึงขึ้น

แต่เป็นการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ดังนั้นการเริ่มก่อนที่จะหย่อน

กลับเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด


ถ้าทำไว้สัก 2 ครั้งในช่วงต้นวัย 30+

จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคนที่มาทำ 4 ครั้งทีหลัง

และสภาพผิวก็ดีกว่าด้วยค่ะ


Q2. ถ้าเทียบวัย 30+ ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง

แล้วระยะคงผลล่ะคะ?

A. ขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนไวอัลค่อนข้างมากค่ะ


แต่ถ้าคนวัย 30+ ทำเป็นคอร์ส 3 ครั้ง,

ค่าใช้จ่ายสะสมจะน้อยกว่าวัย 40+

ประมาณ 25~30%


ระยะคงผลหลังทำครั้งสุดท้ายจะอยู่ที่ประมาณ

8~12 เดือน

และถ้าระหว่างนั้นเติมทีละ 1 ไวอัล

ช่วงเวลาก็จะยืดออกไปอีกค่ะ


Q3. ผลข้างเคียงในวัย 30+ ก็เกิดเหมือนกันไหม?

A. ความถี่ในวัย 30+ จะน้อยกว่า

แต่ขั้นตอนการดูแลเหมือนกันค่ะ

รอยช้ำมักหายภายใน 2~3 วัน


ถ้าเป็นก้อนจะไล่ขั้นจากการนวด → สเตียรอยด์


มีอีกเรื่องที่อยากย้ำไว้ค่ะ

หลังทำหนึ่งสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก

และซาวน่า



ถ้าให้เอาไปแค่ข้อเดียววันนี้

— วัย 30+ ควรใช้ Juvelook แบบ “เริ่มเร็ว, ใช้น้อย” ไม่ใช่

“ฉีดเยอะ” แบบนั้นถึงจะคุ้มที่สุดค่ะ



บทความถัดไป

'ระหว่างการฉีดจูเบลุคครั้งแรกกับครั้งที่สอง,

4 สัปดาห์หรือ 6 สัปดาห์ดีกว่ากัน' จะมาอธิบายให้ฟังค่ะ


ขอแนะนำโดย วี ยองจินค่ะ



อ่านเพิ่มเติม

[30대 쥬베룩] 아직 처지지도 않았는데 시작해도 될까? 비용·유지기간·부작용 팩트체크


จูเบลุควัย 30+,

คนที่จบแค่ 3 ครั้ง

มีมากกว่าครึ่ง เพราะอะไรจริงๆ



โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน


Q. คนวัย 30+ ต้องรับครบ 4 ครั้งเต็มคอร์สเลยไหม?

A. ไม่ใช่ค่ะ มากกว่าครึ่งพอใจและหยุดที่ครั้งที่ 3

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังคงดีอยู่

คอลลาเจนยังสร้างได้อยู่ค่ะ


Q. แล้วทำไมทั้งที่ปริมาณอนุภาคเท่ากัน

แต่ผลลัพธ์ต่างจากวัย 40+ คะ?

A. แม้อนุภาคจะเข้าไปแล้ว

สิ่งที่เปลี่ยนมันให้เป็นคอลลาเจนคือ

เซลล์ผิวของตัวคุณเองค่ะ

เซลล์เหล่านั้นในวัย 30+ ยังทำงานได้ดีอยู่



쥬베룩 3회 vs 4회, 내 피부 세포가 일을 잘할 때 비용을 30% 아끼는 전략


ไม่ต้องฉีดครบ 4 ครั้งก็ได้,

มีคนแบบนี้เยอะกว่าที่คิด

Juvelook คือการนำอนุภาค PDLLA (โพลีดีแอลแลกติกแอซิด)

เข้าไปในชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

ถือเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ค่ะ


ถ้า Rejuran ให้สัญญาณการฟื้นฟูเซลล์ด้วย PN

Juvelook ก็คือให้ตัวอนุภาคค่อยๆ สลายตัวลง


แล้วคอลลาเจนก็จะค่อยๆ เติมเต็มในตำแหน่งนั้น

เป็นวิธีการแบบนี้ค่ะ



쥬베룩, 자주 맞을수록 좋다? 30대에겐 오히려 독이 될 수도 있는 이유


เรื่องที่ว่าฉีดจูเบลุคยิ่งบ่อยยิ่งดี,

จริงๆ อาจตรงกันข้ามเลย


ประเด็นสำคัญของบทความนี้


วัย 30+ หลายกรณีแค่ Juvelook 3 ครั้งก็เพียงพอค่ะ

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดีอยู่

ด้วยปริมาณอนุภาคเท่ากัน

ผลลัพธ์มักออกมาดีกว่าวัย 40+ ถึง 1.5 เท่า


ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร

ก็ยิ่งใช้ปริมาณน้อยแต่เห็นผลมาก



เรื่องที่ว่า “คอลลาเจนบูสเตอร์ ยิ่งฉีดเยอะยิ่งดี”

คงเคยได้ยินกันมาบ้างนะคะ


แต่สำหรับคนวัย 30+ เรื่องนี้กลับ

ทำงานตรงกันข้ามอยู่ไม่น้อย


เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมค่ะ


อนุภาค PDLLA ที่อยู่ใน Juvelook เองนั้น

ไม่ได้สร้างวอลุ่มขึ้นมาด้วยตัวมันเอง


เมื่ออนุภาคเข้าไปอยู่ในชั้นหนังแท้ ไฟโบรบลาสต์ของเรา

จะห่อหุ้มมันไว้และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา


หัวใจของผลลัพธ์จึงไม่ใช่ปริมาณอนุภาคที่ฉีดเข้าไป

แต่เป็นว่าไฟโบรบลาสต์ของผิวเรา

ทำงานได้ดีแค่ไหน


และความกระฉับกระเฉงของไฟโบรบลาสต์นี้

จะลดลงค่อนข้างชันตั้งแต่ช่วงกลางวัย 30+


ความต่างที่ผมเห็นจากเคสจริงเป็นแบบนี้ค่ะ


แม้ฉีด 1 ไวอัลในความลึกเท่ากันก็ตาม,

คนวัยต้นถึงกลาง 30+ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของ

สีผิวและความกระชับเร็วกว่า วัย 40+ ราว 1.5 เท่า


อัตราคนที่ส่องกระจกในครั้งที่ 2 แล้วพูดว่า

“อ๋อ ดูต่างไปนะ”

ในวัย 30+ อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง

ส่วนวัย 40+ ปลายๆ อยู่ราว 1/4 ค่ะ


เคสของลูกค้าวัย 28 ปีที่กลับมาพบเมื่อเดือนก่อน

ก็เป็นแบบนี้เป๊ะเลยค่ะ


ประมาณ 1 ปีก่อนเธอมาครั้งแรก

และรับที่แก้ม-ร่องแก้มไป 3 ครั้ง

พอจบครั้งที่ 3 ก็พูดว่า “แค่นี้พอแล้ว”

แล้วหยุดไปค่ะ


พอครบ 1 ปีที่กลับมา ผิวสัมผัสและความกระชับกลับ

ยังคงเกือบเหมือนสภาพหลังทำครั้งที่ 3 ในปีที่แล้ว

เลยค่ะ


ครั้งนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะฉีดให้ครบ 4 ครั้ง

แต่บอกว่า “ปีละครั้ง ใส่แค่ 1 ไวอัลก็พอค่ะ” แล้ว

เปลี่ยนเป็นโหมดคงสภาพแทน


นี่คือกลยุทธ์ที่ทำได้เฉพาะในวัย 30+ เท่านั้นค่ะ


พอเกินวัยกลาง 40+ ไปแล้ว

คอลลาเจนที่สร้างจาก 3 ครั้งจะอยู่ไม่ถึง 1 ปี


เพราะความเร็วในการสลายคอลลาเจนเดิม

เร็วกว่าความเร็วในการสร้างใหม่



สรุปประเด็นสำคัญโดยคุณหมอวียองจิน


วัย 30+ คือ “ช่วงเวลาทองด้านความคุ้มค่า” ของ Juvelook ค่ะ

ใช้ปริมาณเท่าเดิม

แต่ได้ผลมากกว่าและอยู่ได้นานกว่า


แทนที่จะฝืนฉีดให้ครบ 4 ครั้งแบบเต็มคอร์ส,

ทำแค่ 3 ครั้งให้เกิดผลก่อน

แล้วคงสภาพด้วยการเติมปีละ 1 ครั้ง

ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่า



왜 똑같은 쥬베룩을 넣어도 30대와 40대의 결과가 다를까? 섬유아세포 활성도의 비밀


แม้ในวัย 30+ เองก็ยังต่างกัน,

ดูว่าคุณอยู่กลุ่มไหน

“แล้วฉันควรแค่ 3 ครั้ง หรือ

ต้องไปถึง 4 ครั้งดีคะ?”


นี่คือคำถามที่คนวัย 30+

ถามบ่อยที่สุดเลยค่ะ

ประเภท

จำนวนครั้งที่แนะนำ

กลยุทธ์การคงผล

ต้นวัย 30+ · ความยืดหยุ่นผิวดี

2~3 ครั้ง

คงสภาพปีละ 1 ครั้ง

กลางวัย 30+ · เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิว

3 ครั้ง

คงสภาพทุก 8~10 เดือน 1 ครั้ง

ปลายวัย 30+ · เริ่มยุบ

3~4 ครั้ง

คงสภาพทุก 6~8 เดือน 1 ครั้ง

ภาวะภูมิคุ้มกันตนเอง·แนวโน้มคีลอยด์

ไม่แนะนำ

ปรึกษาทางเลือกอื่น

ไม่ได้หมายความว่าคนวัย 30+ ทุกคนจะทำได้ค่ะ

ถ้ามีโรคภูมิคุ้มกันตนเองหรือมีแนวโน้มคีลอยด์,

หรือมีการอักเสบเรื้อรังบริเวณที่จะทำหัตถการ

ก็ไม่แนะนำ Juvelook เลย


เพราะปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่ออนุภาคอาจ

รุนแรงกว่าที่คาดไว้

และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดก้อน


ถ้าเกิดก้อนขึ้น การดูแลเบื้องต้น

ก็ควรรู้ไว้ล่วงหน้าจะดีกว่าค่ะ


ระยะแรกจะใช้การนวดช่วยคลายเป็นการตอบสนองขั้นแรก,

ถ้า 2~3 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น

ก็ใช้สเตียรอยด์ขนาดต่ำ

ฉีดเฉพาะที่เพื่อลดลงค่ะ


พูดตรงๆ คือในวัย 30+

ถ้าเลือกเคสให้เหมาะกับข้อบ่งชี้แล้วทำ

แทบไม่เคยเห็นกรณีที่ต้องกรีดหรือผ่าออกเลย



3 เรื่องที่คนวัย 30+ ถามบ่อยที่สุด

ในห้องตรวจ


Q1. ยังไม่ได้หย่อนเลย

เริ่มตอนนี้เร็วเกินไปไหม?

A. Juvelook ไม่ใช่หัตถการยกผิวที่หย่อนให้ตึงขึ้น

แต่เป็นการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ดังนั้นการเริ่มก่อนที่จะหย่อน

กลับเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด


ถ้าทำไว้สัก 2 ครั้งในช่วงต้นวัย 30+

จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคนที่มาทำ 4 ครั้งทีหลัง

และสภาพผิวก็ดีกว่าด้วยค่ะ


Q2. ถ้าเทียบวัย 30+ ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง

แล้วระยะคงผลล่ะคะ?

A. ขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนไวอัลค่อนข้างมากค่ะ


แต่ถ้าคนวัย 30+ ทำเป็นคอร์ส 3 ครั้ง,

ค่าใช้จ่ายสะสมจะน้อยกว่าวัย 40+

ประมาณ 25~30%


ระยะคงผลหลังทำครั้งสุดท้ายจะอยู่ที่ประมาณ

8~12 เดือน

และถ้าระหว่างนั้นเติมทีละ 1 ไวอัล

ช่วงเวลาก็จะยืดออกไปอีกค่ะ


Q3. ผลข้างเคียงในวัย 30+ ก็เกิดเหมือนกันไหม?

A. ความถี่ในวัย 30+ จะน้อยกว่า

แต่ขั้นตอนการดูแลเหมือนกันค่ะ

รอยช้ำมักหายภายใน 2~3 วัน


ถ้าเป็นก้อนจะไล่ขั้นจากการนวด → สเตียรอยด์


มีอีกเรื่องที่อยากย้ำไว้ค่ะ

หลังทำหนึ่งสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก

และซาวน่า



ถ้าให้เอาไปแค่ข้อเดียววันนี้

— วัย 30+ ควรใช้ Juvelook แบบ “เริ่มเร็ว, ใช้น้อย” ไม่ใช่

“ฉีดเยอะ” แบบนั้นถึงจะคุ้มที่สุดค่ะ



บทความถัดไป

'ระหว่างการฉีดจูเบลุคครั้งแรกกับครั้งที่สอง,

4 สัปดาห์หรือ 6 สัปดาห์ดีกว่ากัน' จะมาอธิบายให้ฟังค่ะ


ขอแนะนำโดย วี ยองจินค่ะ



อ่านเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

เรื่องที่ว่าเลเซอร์กำจัดขนถาวรหรือไม่นั้น พอดูคนที่กลับมาหลังจาก 1 ปีแล้ว จะเห็นเลยว่าผลลัพธ์มันแตกต่างกัน

กำจัดขน

คำว่าเลเซอร์กำจัดขนถาวร พอเห็นคนที่กลับมากันอีกหลัง 1 ปี ก็แล้วแต่มุมมองกันเลย

คำว่าเลเซอร์กำจัดขนแบบถาวร จะถือว่าเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อผ่านไป 1–2 ปีแล้วขนยังไม่ขึ้นอีก ตั้งแต่หลักการที่ใช้เผาเซลล์ต้นกำเนิดของรูขุมขน ไปจนถึงจำนวนครั้งและผลข้างเคียง

บอกว่าเอาออกแค่ 8 ครั้งก็พอ? ทำไมรอยสักที่เคยรีทัชถึงลบออกยากเป็นพิเศษ

ลบรอยสัก

จำนวนครั้งในการกำจัดรอยสัก, เปรียบเทียบความลึกของหมึกระหว่างการรีทัชกับการทำครั้งเดียว

เหตุผลที่การลบรอยสักต้องใช้จำนวนครั้งนานกว่าที่คาดไว้ คำตอบอยู่ที่ว่ามีการรีทัชหรือไม่ เพราะมันก็เหมือนกับเอาเค้กอีกชั้นมาวางซ้อนบนเค้กนั่นเอง

"ไปคลินิกผิวหนังก็มีแต่บอกให้ทำทั้งสองอย่าง..." ระหว่าง Thermage กับ Ulthera มีแค่อย่างเดียวที่ฉันจำเป็นต้องทำจริงๆ คืออะไร?

ยกกระชับ

เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า: เหตุผลที่คนวัย 30 และ 40 ควรเลือกต่างกัน

เทอร์มาจ vs อัลเทอร่า ได้ยินมาว่าต้องทำทั้งสองอย่างใช่ไหม? ความกระชับที่ลดลงในวัย 30 กับความหย่อนคล้อยในวัย 40 มีจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน เดี๋ยวเราอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่ความลึกที่แตกต่างกันของ RF และ HIFU

“ยิงมากไม่ได้แปลว่าดีกว่า” ความลับของจุดวิกฤต 300 ช็อตบริเวณกรอบหน้าด้วยอัลเธอร่า

ยกกระชับ

ต้องทำอัลเทอร่าบริเวณกรอบหน้ากี่ครั้ง — เรื่องจุดเปลี่ยน 300 ช็อต

อัลเทอร่าแนวกรามควรทำกี่ครั้งถึงจะเหมาะกันแน่ ความเชื่อที่ว่าจำนวนช็อตยิ่งมากยิ่งดีนั้น จริงๆ แล้ว 300 ช็อตคือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากเกิน 500 ช็อต ความเจ็บก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น

[คอลัมน์ วียองจิน] หากหลังเลเซอร์กำจัดขนแล้วรักแร้กลับคล้ำขึ้น? ความย้อนแย้งของเลเซอร์ 755nm

กำจัดขน

ผลข้างเคียงจากการกำจัดขน อย่าเชื่อคำพูดที่ว่า '755nm ปลอดภัยกว่า' แบบตรงตัว

สรุปว่าทำไมหลังเลเซอร์กำจัดขนจึงเกิดแผลไหม้ รูขุมขนอักเสบ และรอยดำหลังการอักเสบ เหตุผลที่แสง 1064nm ปลอดภัยกว่าสำหรับผิวคนเกาหลี รวมถึงแนวทางดูแลเรื่องรังสียูวีในช่วงฤดูร้อนด้วย

[คอลัมน์ วี ยองจิน] ผลลัพธ์ Juvelook: ทำไมใบหน้าที่ดูอิ่มฟูหลังทำทันทีถึงยุบแฟบลงภายใน 2 สัปดาห์

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ผลลัพธ์ของ Juvelook: ปริมาตรหลังทำทันที 3/4 แท้จริงแล้วคืออาการบวม

ผลลัพธ์ของจูวีลุก (Juvelook) หลังทำทันที ปริมาตรที่เห็นทั้งหมดเป็นคอลลาเจนจริงไหม? จริงแค่ 1/4 เท่านั้น ส่วนที่เหลือคืออาการบวม สรุปไทม์ไลน์ตามแต่ละรอบและเหตุผลที่ความรู้สึกเห็นผลต่างกัน