ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

จูเวลูค วัย 30: เหตุผลที่กว่าครึ่งจบใน 3 ครั้ง

จูเวลูค วัย 30: เหตุผลที่กว่าครึ่งจบใน 3 ครั้ง

จูเวลูค วัย 30: เหตุผลที่กว่าครึ่งจบใน 3 ครั้ง

เริ่มจูเวลูคตอน 30 เห็นผลเร็วกว่า 40 ราว 1.5 เท่า แม้อนุภาคเท่ากัน ทำไม? มาดูเคสจบใน 3 ครั้งกัน

[30대 쥬베룩] 아직 처지지도 않았는데 시작해도 될까? 비용·유지기간·부작용 팩트체크



จูเบลุควัย 30+,

คนที่จบแค่ 3 ครั้ง

มีมากกว่าครึ่ง เพราะอะไรจริงๆ





โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน



Q. คนวัย 30+ ต้องรับครบ 4 ครั้งเต็มคอร์สเลยไหม?

A. ไม่ใช่ค่ะ มากกว่าครึ่งพอใจและหยุดที่ครั้งที่ 3

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังคงดีอยู่

คอลลาเจนยังสร้างได้อยู่ค่ะ



Q. แล้วทำไมทั้งที่ปริมาณอนุภาคเท่ากัน

แต่ผลลัพธ์ต่างจากวัย 40+ คะ?

A. แม้อนุภาคจะเข้าไปแล้ว

สิ่งที่เปลี่ยนมันให้เป็นคอลลาเจนคือ

เซลล์ผิวของตัวคุณเองค่ะ

เซลล์เหล่านั้นในวัย 30+ ยังทำงานได้ดีอยู่





쥬베룩 3회 vs 4회, 내 피부 세포가 일을 잘할 때 비용을 30% 아끼는 전략



ไม่ต้องฉีดครบ 4 ครั้งก็ได้,

มีคนแบบนี้เยอะกว่าที่คิด

Juvelook คือการนำอนุภาค PDLLA (โพลีดีแอลแลกติกแอซิด)

เข้าไปในชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

ถือเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ค่ะ



ถ้า Rejuran ให้สัญญาณการฟื้นฟูเซลล์ด้วย PN

Juvelook ก็คือให้ตัวอนุภาคค่อยๆ สลายตัวลง



แล้วคอลลาเจนก็จะค่อยๆ เติมเต็มในตำแหน่งนั้น

เป็นวิธีการแบบนี้ค่ะ





쥬베룩, 자주 맞을수록 좋다? 30대에겐 오히려 독이 될 수도 있는 이유



เรื่องที่ว่าฉีดจูเบลุคยิ่งบ่อยยิ่งดี,

จริงๆ อาจตรงกันข้ามเลย



ประเด็นสำคัญของบทความนี้



วัย 30+ หลายกรณีแค่ Juvelook 3 ครั้งก็เพียงพอค่ะ

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดีอยู่

ด้วยปริมาณอนุภาคเท่ากัน

ผลลัพธ์มักออกมาดีกว่าวัย 40+ ถึง 1.5 เท่า



ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร

ก็ยิ่งใช้ปริมาณน้อยแต่เห็นผลมาก





เรื่องที่ว่า “คอลลาเจนบูสเตอร์ ยิ่งฉีดเยอะยิ่งดี”

คงเคยได้ยินกันมาบ้างนะคะ



แต่สำหรับคนวัย 30+ เรื่องนี้กลับ

ทำงานตรงกันข้ามอยู่ไม่น้อย



เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมค่ะ



อนุภาค PDLLA ที่อยู่ใน Juvelook เองนั้น

ไม่ได้สร้างวอลุ่มขึ้นมาด้วยตัวมันเอง



เมื่ออนุภาคเข้าไปอยู่ในชั้นหนังแท้ ไฟโบรบลาสต์ของเรา

จะห่อหุ้มมันไว้และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา



หัวใจของผลลัพธ์จึงไม่ใช่ปริมาณอนุภาคที่ฉีดเข้าไป

แต่เป็นว่าไฟโบรบลาสต์ของผิวเรา

ทำงานได้ดีแค่ไหน



และความกระฉับกระเฉงของไฟโบรบลาสต์นี้

จะลดลงค่อนข้างชันตั้งแต่ช่วงกลางวัย 30+



ความต่างที่ผมเห็นจากเคสจริงเป็นแบบนี้ค่ะ



แม้ฉีด 1 ไวอัลในความลึกเท่ากันก็ตาม,

คนวัยต้นถึงกลาง 30+ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของ

สีผิวและความกระชับเร็วกว่า วัย 40+ ราว 1.5 เท่า



อัตราคนที่ส่องกระจกในครั้งที่ 2 แล้วพูดว่า

“อ๋อ ดูต่างไปนะ”

ในวัย 30+ อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง

ส่วนวัย 40+ ปลายๆ อยู่ราว 1/4 ค่ะ



เคสของลูกค้าวัย 28 ปีที่กลับมาพบเมื่อเดือนก่อน

ก็เป็นแบบนี้เป๊ะเลยค่ะ



ประมาณ 1 ปีก่อนเธอมาครั้งแรก

และรับที่แก้ม-ร่องแก้มไป 3 ครั้ง

พอจบครั้งที่ 3 ก็พูดว่า “แค่นี้พอแล้ว”

แล้วหยุดไปค่ะ



พอครบ 1 ปีที่กลับมา ผิวสัมผัสและความกระชับกลับ

ยังคงเกือบเหมือนสภาพหลังทำครั้งที่ 3 ในปีที่แล้ว

เลยค่ะ



ครั้งนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะฉีดให้ครบ 4 ครั้ง

แต่บอกว่า “ปีละครั้ง ใส่แค่ 1 ไวอัลก็พอค่ะ” แล้ว

เปลี่ยนเป็นโหมดคงสภาพแทน



นี่คือกลยุทธ์ที่ทำได้เฉพาะในวัย 30+ เท่านั้นค่ะ



พอเกินวัยกลาง 40+ ไปแล้ว

คอลลาเจนที่สร้างจาก 3 ครั้งจะอยู่ไม่ถึง 1 ปี



เพราะความเร็วในการสลายคอลลาเจนเดิม

เร็วกว่าความเร็วในการสร้างใหม่





สรุปประเด็นสำคัญโดยคุณหมอวียองจิน



วัย 30+ คือ “ช่วงเวลาทองด้านความคุ้มค่า” ของ Juvelook ค่ะ

ใช้ปริมาณเท่าเดิม

แต่ได้ผลมากกว่าและอยู่ได้นานกว่า



แทนที่จะฝืนฉีดให้ครบ 4 ครั้งแบบเต็มคอร์ส,

ทำแค่ 3 ครั้งให้เกิดผลก่อน

แล้วคงสภาพด้วยการเติมปีละ 1 ครั้ง

ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่า





왜 똑같은 쥬베룩을 넣어도 30대와 40대의 결과가 다를까? 섬유아세포 활성도의 비밀



แม้ในวัย 30+ เองก็ยังต่างกัน,

ดูว่าคุณอยู่กลุ่มไหน

“แล้วฉันควรแค่ 3 ครั้ง หรือ

ต้องไปถึง 4 ครั้งดีคะ?”



นี่คือคำถามที่คนวัย 30+

ถามบ่อยที่สุดเลยค่ะ

ประเภท

จำนวนครั้งที่แนะนำ

กลยุทธ์การคงผล

ต้นวัย 30+ · ความยืดหยุ่นผิวดี

2~3 ครั้ง

คงสภาพปีละ 1 ครั้ง

กลางวัย 30+ · เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิว

3 ครั้ง

คงสภาพทุก 8~10 เดือน 1 ครั้ง

ปลายวัย 30+ · เริ่มยุบ

3~4 ครั้ง

คงสภาพทุก 6~8 เดือน 1 ครั้ง

ภาวะภูมิคุ้มกันตนเอง·แนวโน้มคีลอยด์

ไม่แนะนำ

ปรึกษาทางเลือกอื่น

ไม่ได้หมายความว่าคนวัย 30+ ทุกคนจะทำได้ค่ะ

ถ้ามีโรคภูมิคุ้มกันตนเองหรือมีแนวโน้มคีลอยด์,

หรือมีการอักเสบเรื้อรังบริเวณที่จะทำหัตถการ

ก็ไม่แนะนำ Juvelook เลย



เพราะปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่ออนุภาคอาจ

รุนแรงกว่าที่คาดไว้

และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดก้อน



ถ้าเกิดก้อนขึ้น การดูแลเบื้องต้น

ก็ควรรู้ไว้ล่วงหน้าจะดีกว่าค่ะ



ระยะแรกจะใช้การนวดช่วยคลายเป็นการตอบสนองขั้นแรก,

ถ้า 2~3 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น

ก็ใช้สเตียรอยด์ขนาดต่ำ

ฉีดเฉพาะที่เพื่อลดลงค่ะ



พูดตรงๆ คือในวัย 30+

ถ้าเลือกเคสให้เหมาะกับข้อบ่งชี้แล้วทำ

แทบไม่เคยเห็นกรณีที่ต้องกรีดหรือผ่าออกเลย





3 เรื่องที่คนวัย 30+ ถามบ่อยที่สุด

ในห้องตรวจ



Q1. ยังไม่ได้หย่อนเลย

เริ่มตอนนี้เร็วเกินไปไหม?

A. Juvelook ไม่ใช่หัตถการยกผิวที่หย่อนให้ตึงขึ้น

แต่เป็นการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ดังนั้นการเริ่มก่อนที่จะหย่อน

กลับเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด



ถ้าทำไว้สัก 2 ครั้งในช่วงต้นวัย 30+

จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคนที่มาทำ 4 ครั้งทีหลัง

และสภาพผิวก็ดีกว่าด้วยค่ะ



Q2. ถ้าเทียบวัย 30+ ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง

แล้วระยะคงผลล่ะคะ?

A. ขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนไวอัลค่อนข้างมากค่ะ



แต่ถ้าคนวัย 30+ ทำเป็นคอร์ส 3 ครั้ง,

ค่าใช้จ่ายสะสมจะน้อยกว่าวัย 40+

ประมาณ 25~30%



ระยะคงผลหลังทำครั้งสุดท้ายจะอยู่ที่ประมาณ

8~12 เดือน

และถ้าระหว่างนั้นเติมทีละ 1 ไวอัล

ช่วงเวลาก็จะยืดออกไปอีกค่ะ



Q3. ผลข้างเคียงในวัย 30+ ก็เกิดเหมือนกันไหม?

A. ความถี่ในวัย 30+ จะน้อยกว่า

แต่ขั้นตอนการดูแลเหมือนกันค่ะ

รอยช้ำมักหายภายใน 2~3 วัน



ถ้าเป็นก้อนจะไล่ขั้นจากการนวด → สเตียรอยด์



มีอีกเรื่องที่อยากย้ำไว้ค่ะ

หลังทำหนึ่งสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก

และซาวน่า





ถ้าให้เอาไปแค่ข้อเดียววันนี้

— วัย 30+ ควรใช้ Juvelook แบบ “เริ่มเร็ว, ใช้น้อย” ไม่ใช่

“ฉีดเยอะ” แบบนั้นถึงจะคุ้มที่สุดค่ะ





บทความถัดไป

'ระหว่างการฉีดจูเบลุคครั้งแรกกับครั้งที่สอง,

4 สัปดาห์หรือ 6 สัปดาห์ดีกว่ากัน' จะมาอธิบายให้ฟังค่ะ



ขอแนะนำโดย วี ยองจินค่ะ





อ่านเพิ่มเติม

[30대 쥬베룩] 아직 처지지도 않았는데 시작해도 될까? 비용·유지기간·부작용 팩트체크



จูเบลุควัย 30+,

คนที่จบแค่ 3 ครั้ง

มีมากกว่าครึ่ง เพราะอะไรจริงๆ





โปรดตรวจสอบก่อนอ่าน



Q. คนวัย 30+ ต้องรับครบ 4 ครั้งเต็มคอร์สเลยไหม?

A. ไม่ใช่ค่ะ มากกว่าครึ่งพอใจและหยุดที่ครั้งที่ 3

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังคงดีอยู่

คอลลาเจนยังสร้างได้อยู่ค่ะ



Q. แล้วทำไมทั้งที่ปริมาณอนุภาคเท่ากัน

แต่ผลลัพธ์ต่างจากวัย 40+ คะ?

A. แม้อนุภาคจะเข้าไปแล้ว

สิ่งที่เปลี่ยนมันให้เป็นคอลลาเจนคือ

เซลล์ผิวของตัวคุณเองค่ะ

เซลล์เหล่านั้นในวัย 30+ ยังทำงานได้ดีอยู่





쥬베룩 3회 vs 4회, 내 피부 세포가 일을 잘할 때 비용을 30% 아끼는 전략



ไม่ต้องฉีดครบ 4 ครั้งก็ได้,

มีคนแบบนี้เยอะกว่าที่คิด

Juvelook คือการนำอนุภาค PDLLA (โพลีดีแอลแลกติกแอซิด)

เข้าไปในชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเอง

ถือเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ค่ะ



ถ้า Rejuran ให้สัญญาณการฟื้นฟูเซลล์ด้วย PN

Juvelook ก็คือให้ตัวอนุภาคค่อยๆ สลายตัวลง



แล้วคอลลาเจนก็จะค่อยๆ เติมเต็มในตำแหน่งนั้น

เป็นวิธีการแบบนี้ค่ะ





쥬베룩, 자주 맞을수록 좋다? 30대에겐 오히려 독이 될 수도 있는 이유



เรื่องที่ว่าฉีดจูเบลุคยิ่งบ่อยยิ่งดี,

จริงๆ อาจตรงกันข้ามเลย



ประเด็นสำคัญของบทความนี้



วัย 30+ หลายกรณีแค่ Juvelook 3 ครั้งก็เพียงพอค่ะ

เพราะความสามารถในการสร้างคอลลาเจนยังดีอยู่

ด้วยปริมาณอนุภาคเท่ากัน

ผลลัพธ์มักออกมาดีกว่าวัย 40+ ถึง 1.5 เท่า



ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร

ก็ยิ่งใช้ปริมาณน้อยแต่เห็นผลมาก





เรื่องที่ว่า “คอลลาเจนบูสเตอร์ ยิ่งฉีดเยอะยิ่งดี”

คงเคยได้ยินกันมาบ้างนะคะ



แต่สำหรับคนวัย 30+ เรื่องนี้กลับ

ทำงานตรงกันข้ามอยู่ไม่น้อย



เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมค่ะ



อนุภาค PDLLA ที่อยู่ใน Juvelook เองนั้น

ไม่ได้สร้างวอลุ่มขึ้นมาด้วยตัวมันเอง



เมื่ออนุภาคเข้าไปอยู่ในชั้นหนังแท้ ไฟโบรบลาสต์ของเรา

จะห่อหุ้มมันไว้และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา



หัวใจของผลลัพธ์จึงไม่ใช่ปริมาณอนุภาคที่ฉีดเข้าไป

แต่เป็นว่าไฟโบรบลาสต์ของผิวเรา

ทำงานได้ดีแค่ไหน



และความกระฉับกระเฉงของไฟโบรบลาสต์นี้

จะลดลงค่อนข้างชันตั้งแต่ช่วงกลางวัย 30+



ความต่างที่ผมเห็นจากเคสจริงเป็นแบบนี้ค่ะ



แม้ฉีด 1 ไวอัลในความลึกเท่ากันก็ตาม,

คนวัยต้นถึงกลาง 30+ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของ

สีผิวและความกระชับเร็วกว่า วัย 40+ ราว 1.5 เท่า



อัตราคนที่ส่องกระจกในครั้งที่ 2 แล้วพูดว่า

“อ๋อ ดูต่างไปนะ”

ในวัย 30+ อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง

ส่วนวัย 40+ ปลายๆ อยู่ราว 1/4 ค่ะ



เคสของลูกค้าวัย 28 ปีที่กลับมาพบเมื่อเดือนก่อน

ก็เป็นแบบนี้เป๊ะเลยค่ะ



ประมาณ 1 ปีก่อนเธอมาครั้งแรก

และรับที่แก้ม-ร่องแก้มไป 3 ครั้ง

พอจบครั้งที่ 3 ก็พูดว่า “แค่นี้พอแล้ว”

แล้วหยุดไปค่ะ



พอครบ 1 ปีที่กลับมา ผิวสัมผัสและความกระชับกลับ

ยังคงเกือบเหมือนสภาพหลังทำครั้งที่ 3 ในปีที่แล้ว

เลยค่ะ



ครั้งนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะฉีดให้ครบ 4 ครั้ง

แต่บอกว่า “ปีละครั้ง ใส่แค่ 1 ไวอัลก็พอค่ะ” แล้ว

เปลี่ยนเป็นโหมดคงสภาพแทน



นี่คือกลยุทธ์ที่ทำได้เฉพาะในวัย 30+ เท่านั้นค่ะ



พอเกินวัยกลาง 40+ ไปแล้ว

คอลลาเจนที่สร้างจาก 3 ครั้งจะอยู่ไม่ถึง 1 ปี



เพราะความเร็วในการสลายคอลลาเจนเดิม

เร็วกว่าความเร็วในการสร้างใหม่





สรุปประเด็นสำคัญโดยคุณหมอวียองจิน



วัย 30+ คือ “ช่วงเวลาทองด้านความคุ้มค่า” ของ Juvelook ค่ะ

ใช้ปริมาณเท่าเดิม

แต่ได้ผลมากกว่าและอยู่ได้นานกว่า



แทนที่จะฝืนฉีดให้ครบ 4 ครั้งแบบเต็มคอร์ส,

ทำแค่ 3 ครั้งให้เกิดผลก่อน

แล้วคงสภาพด้วยการเติมปีละ 1 ครั้ง

ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่า





왜 똑같은 쥬베룩을 넣어도 30대와 40대의 결과가 다를까? 섬유아세포 활성도의 비밀



แม้ในวัย 30+ เองก็ยังต่างกัน,

ดูว่าคุณอยู่กลุ่มไหน

“แล้วฉันควรแค่ 3 ครั้ง หรือ

ต้องไปถึง 4 ครั้งดีคะ?”



นี่คือคำถามที่คนวัย 30+

ถามบ่อยที่สุดเลยค่ะ

ประเภท

จำนวนครั้งที่แนะนำ

กลยุทธ์การคงผล

ต้นวัย 30+ · ความยืดหยุ่นผิวดี

2~3 ครั้ง

คงสภาพปีละ 1 ครั้ง

กลางวัย 30+ · เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิว

3 ครั้ง

คงสภาพทุก 8~10 เดือน 1 ครั้ง

ปลายวัย 30+ · เริ่มยุบ

3~4 ครั้ง

คงสภาพทุก 6~8 เดือน 1 ครั้ง

ภาวะภูมิคุ้มกันตนเอง·แนวโน้มคีลอยด์

ไม่แนะนำ

ปรึกษาทางเลือกอื่น

ไม่ได้หมายความว่าคนวัย 30+ ทุกคนจะทำได้ค่ะ

ถ้ามีโรคภูมิคุ้มกันตนเองหรือมีแนวโน้มคีลอยด์,

หรือมีการอักเสบเรื้อรังบริเวณที่จะทำหัตถการ

ก็ไม่แนะนำ Juvelook เลย



เพราะปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่ออนุภาคอาจ

รุนแรงกว่าที่คาดไว้

และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดก้อน



ถ้าเกิดก้อนขึ้น การดูแลเบื้องต้น

ก็ควรรู้ไว้ล่วงหน้าจะดีกว่าค่ะ



ระยะแรกจะใช้การนวดช่วยคลายเป็นการตอบสนองขั้นแรก,

ถ้า 2~3 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น

ก็ใช้สเตียรอยด์ขนาดต่ำ

ฉีดเฉพาะที่เพื่อลดลงค่ะ



พูดตรงๆ คือในวัย 30+

ถ้าเลือกเคสให้เหมาะกับข้อบ่งชี้แล้วทำ

แทบไม่เคยเห็นกรณีที่ต้องกรีดหรือผ่าออกเลย





3 เรื่องที่คนวัย 30+ ถามบ่อยที่สุด

ในห้องตรวจ



Q1. ยังไม่ได้หย่อนเลย

เริ่มตอนนี้เร็วเกินไปไหม?

A. Juvelook ไม่ใช่หัตถการยกผิวที่หย่อนให้ตึงขึ้น

แต่เป็นการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ดังนั้นการเริ่มก่อนที่จะหย่อน

กลับเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด



ถ้าทำไว้สัก 2 ครั้งในช่วงต้นวัย 30+

จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคนที่มาทำ 4 ครั้งทีหลัง

และสภาพผิวก็ดีกว่าด้วยค่ะ



Q2. ถ้าเทียบวัย 30+ ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง

แล้วระยะคงผลล่ะคะ?

A. ขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนไวอัลค่อนข้างมากค่ะ



แต่ถ้าคนวัย 30+ ทำเป็นคอร์ส 3 ครั้ง,

ค่าใช้จ่ายสะสมจะน้อยกว่าวัย 40+

ประมาณ 25~30%



ระยะคงผลหลังทำครั้งสุดท้ายจะอยู่ที่ประมาณ

8~12 เดือน

และถ้าระหว่างนั้นเติมทีละ 1 ไวอัล

ช่วงเวลาก็จะยืดออกไปอีกค่ะ



Q3. ผลข้างเคียงในวัย 30+ ก็เกิดเหมือนกันไหม?

A. ความถี่ในวัย 30+ จะน้อยกว่า

แต่ขั้นตอนการดูแลเหมือนกันค่ะ

รอยช้ำมักหายภายใน 2~3 วัน



ถ้าเป็นก้อนจะไล่ขั้นจากการนวด → สเตียรอยด์



มีอีกเรื่องที่อยากย้ำไว้ค่ะ

หลังทำหนึ่งสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก

และซาวน่า





ถ้าให้เอาไปแค่ข้อเดียววันนี้

— วัย 30+ ควรใช้ Juvelook แบบ “เริ่มเร็ว, ใช้น้อย” ไม่ใช่

“ฉีดเยอะ” แบบนั้นถึงจะคุ้มที่สุดค่ะ





บทความถัดไป

'ระหว่างการฉีดจูเบลุคครั้งแรกกับครั้งที่สอง,

4 สัปดาห์หรือ 6 สัปดาห์ดีกว่ากัน' จะมาอธิบายให้ฟังค่ะ



ขอแนะนำโดย วี ยองจินค่ะ





อ่านเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ถ้าจะทำหัตถการในโซล ควรเลือกฮงแดหรือคังนัมดี — คู่มือสำหรับผู้มาเยือนชาวต่างชาติ

ยกกระชับ

ทำหัตถการในโซล เลือกย่านฮงแดหรือคังนัมดีกว่ากัน — คู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งราคาและความสะดวกในการเข้าถึงก็สำคัญนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ตรวจและดูแลเองหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าไปที่ที่รับคนไข้ต่างชาติ ก็จะช่วยเช็กความแตกต่างทางกายวิภาคได้ด้วย

ผลข้างเคียงของ Ulthera, "มุมปากยกไม่ขึ้น" — เคล็ดลับของผู้ทำหัตถการในการหลีกเลี่ยงการกระตุ้นเส้นประสาท

ยกกระชับ

ผลข้างเคียงของ Ulthera พูดตามตรง แม้แต่ฉันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ยังไม่รู้

ผลข้างเคียงของ Ulthera ที่น่ากลัวกว่ารอยช้ำหรืออาการบวม คือมุมปากไม่สมมาตร เพราะความลึก 4.5 มม. จะผ่านใกล้กับแขนงของเส้นประสาท

รูขุมขนที่เลเซอร์จัดการไม่ได้ กับความลับของโครงสร้างชั้นหนังแท้ที่ 'Potenza RF' ช่วยไขได้

ผิว

รูขุมขนที่เลเซอร์แก้ไม่ได้ Potenza RF ต่างกันไหม?

เลเซอร์กับไมโครนีดเดิล RF ทำงานกับรูขุมขนคนละแบบ ต่างกันที่ส่งพลังงานไปชั้นผิวหรือชั้นหนังแท้

เวลาฉันเลือกคลินิกผิวหนังแถวฮงแด ฉันจะเริ่มดูจาก "คลินิกที่คุณหมอเจ้าของคลินิกตรวจเอง" ก่อน

ผิว

เลือกคลินิกผิวหนังฮงแด ฉันดูก่อนว่า 'หมอตรวจเอง'

คลินิกผิวหนังในฮงแดมีเยอะจนเลือกยาก เราสรุปเหตุผลและวิธีเช็กว่าหมอตรวจเองจริงไหมไว้แล้ว

ถ้าจะเลือกคลินิกผิวหนังแถวมาโปให้ได้ทำ Thermage ดี ๆ ควรดูอะไรบ้าง

ยกกระชับ

เลือกคลินิกในมาโพทำ Thermage ให้ได้ผล ควรดูอะไร?

เลือกคลินิกผิวหนังในมาโพ มีเกณฑ์สำคัญกว่าทำเลที่ตั้ง เราสรุปเช็กลิสต์ทำ Thermage ไม่ให้เสียดายทีหลัง

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook ต่างจาก filler ยังไงคะ?

Juvelook, Sculptra, PRP, ฟิลเลอร์ ดูคล้ายกัน แต่ทำงานต่างกัน ความต่าง collagen booster กับ filler

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1