• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เวลาเปลี่ยน DuoDERM/Medifoam ต้องดูตามสภาพแผลครับ

เวลาเปลี่ยน DuoDERM/Medifoam ต้องดูตามสภาพแผลครับ

เวลาเปลี่ยน DuoDERM/Medifoam ต้องดูตามสภาพแผลครับ

DuoDerm และ Medifoam ใช้ต่างกันตามน้ำเหลือง ความลึก และระยะฟื้นตัว สรุปเวลาเปลี่ยนและข้อควรระวังครับ

เผยแพร่

อัปเดต

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

สรุปให้เลยนะครับว่า รอบการเปลี่ยนแผ่นแปะแผลกันน้ำ (Moist Wound Dressing) ทั่วไปจะอยู่ที่ 3-7 วัน ครับ แต่ในช่วง 1-2 วันแรก แนะนำให้เปลี่ยนทุกวันพร้อมกับทำความสะอาดแผลไปด้วยกัน หลังจากนั้นเมื่อแผลเริ่มคงที่แล้วค่อยยืดระยะเวลาออกไปครับ คีย์เวิร์ดสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องแปะให้ครบจำนวนวันเสมอไป แต่ "สภาพแผลจะเป็นตัวกำหนด" ครับ วันนี้เราจะมาสรุปพฤติกรรมและสัญญาณการชำรุดของ 2 แบรนด์ยอดฮิตอย่าง DuoDERM (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam) ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายครั้งเดียวจบเลยครับ

 

รอบการเปลี่ยนมาตรฐาน — 3 ถึง 7 วัน และความยืดหยุ่นภายในนั้น

แผ่นแปะแผลกันน้ำทำหน้าที่ดูดซับ สารคัดหลั่ง (Exudate)* จากแผล เพื่อรักษา สภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นในการสมานแผล (Moist wound healing environment)* ระยะเวลาในการเปลี่ยนจะแตกต่างกันไปตามปริมาณสารคัดหลั่งและสภาพของแผลครับ

สารคัดหลั่ง*(exudate): คือของเหลวสีใสไปจนถึงสีเหลืองอ่อนที่ซึมออกมาจากแผลตามธรรมชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยเม็ดเลือดขาวและ Growth Factor ที่จำเป็นต่อการสมานแผล แต่หากมีปริมาณมากเกินไปจนแผ่นแปะดูดซับไว้ไม่ไหว ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนครับ

สภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นในการสมานแผล*: หมายถึงสภาวะที่ผิวหน้าแผลมีความชุ่มชื้นที่พอดี ทำให้ไม่เกิดสะเก็ดแผล เซลล์ผิวจึงเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้นและช่วยลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็น เป็นหลักการที่ถูกค้นพบที่ประเทศอังกฤษในปี 1962 ซึ่งแผ่นแปะแผลกันน้ำในปัจจุบันทั้งหมดได้รับการออกแบบตามหลักการนี้ครับ

รอบการเปลี่ยนมาตรฐานตามสถานการณ์ต่าง ๆ มีดังนี้ครับ

ช่วงเวลา

แนวทางที่แนะนำ

แผลระยะแรก (วันที่ 1~2 ของการใช้งาน)

เปลี่ยนทุกวันหรือทุก 1~2 วัน + ทำความสะอาดแผลร่วมด้วย — เนื่องจากยังมีสารคัดหลั่งและสิ่งสกปรกในระยะแรกค่อนข้างมาก

หลังจากแผลเริ่มคงที่ (วันที่ 3 เป็นต้นไป)

ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3~5 วัน

แผลที่มีสารคัดหลั่งน้อย + บริเวณที่มีการกดทับ

แปะได้นานสูงสุดถึง 7 วัน OK เลยครับ

แผลที่มีสารคัดหลั่งปริมาณมาก

ไม่เหมาะกับแผ่นแปะแบบ Hydrocolloid → แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้แผ่นแปะแบบโฟม (Medifoam)

จากการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) เกี่ยวกับประสิทธิภาพของแผ่นแปะ Hydrocolloid ในการรักษาแผลกดทับ ก็ได้สรุปไว้เช่นกันว่า รอบการเปลี่ยนมาตรฐานคือ 3-7 วัน โดยขีดจำกัดในการดูดซับสารคัดหลั่งจะเป็นตัวกำหนดเวลาในการเปลี่ยนครับ

รอบการเปลี่ยนมาตรฐาน — 3 ถึง 7 วัน และความยืดหยุ่นภายในนั้น

 

 

5 สัญญาณเตือน "ถึงเวลาต้องเปลี่ยนตอนนี้แล้ว"

แทนที่จะดูแค่วันเวลา ให้สังเกตจาก สภาพของแผ่นแปะ จะเป๊ะกว่าครับ หากพบสัญญาณข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อนี้ ให้เปลี่ยนใหม่ทันทีนะครับ

  1. แผ่นแปะบวมพองขึ้นมา — สารคัดหลั่งเต็มแผ่นจนถึงขีดจำกัดการดูดซับแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้สารคัดหลั่งอาจล้นออกมาและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียได้ครับ

  2. ขอบแผ่นเผยอหรือหลุดลอก — เมื่อแรงยึดเกาะลดลง เชื้อโรคภายนอกก็อาจเล็ดลอดเข้าไปได้ครับ

  3. มีสารคัดหลั่งซึมไหลออกมานอกแผ่น — เป็นสัญญาณชัดเจนว่าความจุในการดูดซับนั้นเกินพิกัดแล้ว

  4. ด้านในแผ่นแปะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น — เป็นปฏิกิริยาปกติเมื่อสาร Hydrocolloid ดูดซับสารคัดหลั่งแล้วเปลี่ยนรูปเป็นเจล แต่หากสีเข้มเกินไปหรือบริเวณที่เป็นสีขาวขุ่นกว้างเกินไป แนะนำให้เปลี่ยนครับ

  5. มีกลิ่นเหม็นหรือสีผิดปกติ (สีเขียวหรือสีเหลืองเข้ม) — อาจเกิดการติดเชื้อ แนะนำให้เปลี่ยนแผ่นใหม่ + และจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์โดยด่วนครับ

เวลาลอกแผ่นแปะออก อาจมีคราบสีเหลืองหรือน้ำตาลเหนียว ๆ หลงเหลืออยู่ ซึ่งนี่คือเจลที่เกิดจากสารคัดหลั่งผสมกับส่วนผสมของ Hydrocolloid เป็นปฏิกิริยาปกติครับ สามารถเช็ดออกเบา ๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือล้างแผลได้เลย

 

 

DuoDERM vs Medifoam — ควรเลือกใช้แบบไหนดี?

แม้ว่าทั้งสองจะจัดอยู่ในกลุ่ม "แผ่นแปะแผลกันน้ำ" เหมือนกัน แต่ วัสดุและพลังในการดูดซับต่างกันครับ ซึ่ง งานวิจัยทางคลินิกเปรียบเทียบระหว่าง Polyurethane Foam กับ Hydrocolloid ก็มีการจำแนกข้อบ่งใช้ของวัสดุทั้งสองแบบไว้อย่างชัดเจนครับ

DuoDERM (DuoDERM, ConvaTec) — Hydrocolloid

  • บางและนุ่ม ทำให้ยึดเกาะผิวได้ดีมาก

  • พลังการดูดซับต่ำกว่าแบบโฟม

  • เหมาะสำหรับแผลขนาดเล็ก/ตื้น, แผลสิว, แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกแบบตื้น ๆ

  • นอกจาก DuoDERM รุ่นปกติแล้ว ยังมีรุ่น "Extra Thin" ที่บางเป็นพิเศษอีกด้วยครับ

Medifoam (Medifoam, Genewel/Mundipharma) — Polyurethane Foam*

  • มีความหนา และชั้นดูดซับสามารถดูดซับสารคัดหลั่งได้มากกว่าน้ำหนักตัวเองถึง 10 เท่า

  • เหมาะสำหรับแผลขนาดใหญ่หรือแผลที่มีสารคัดหลั่งปริมาณมาก

  • เนื่องจากตัวแผ่นมีความหนา หากแปะบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น ข้อศอกหรือหัวเข่า อาจหลุดลอกได้ง่าย

  • พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในเกาหลี (ปี 2002) + ได้รับการรับรองจาก FDA และ CE

Polyurethane Foam*(polyurethane foam): เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างรูพรุนคล้ายฟองน้ำ โดยชั้นดูดซับจะทำหน้าที่ซับสารคัดหลั่งได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ช่วยบล็อกเชื้อโรคจากภายนอก ซึ่งสินค้าตัวแทนของประเภทนี้ก็คือ Medifoam ครับ

สรุปเกณฑ์ในการเลือกใช้ได้ดังนี้ครับ

สถานการณ์

คำแนะนำ

แผลขนาดเล็ก/ตื้น, แผลสิวขนาดเล็ก

DuoDERM หรือ Easyderm (กลุ่ม Hydrocolloid เหมือนกัน)

แผลที่มีสารคัดหลั่งมาก, แผลไฟไหม้ความลึกระดับปานกลาง

Medifoam

บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย (ข้อศอก, หัวเข่า)

DuoDERM (บางทำให้หลุดยากกว่า)

แผลพื้นที่กว้างหรือแผลที่ค่อนข้างลึก

Medifoam

DuoDERM vs Medifoam — ควรเลือกใช้แบบไหนดี?

 

 

ข้อควรระวังในการเปลี่ยนแผ่นแปะ + เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบหมอ

การเปลี่ยนแผ่นแปะแผลอาจดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ถ้าทำตามขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้นครับ

หัวข้อ

คำอธิบาย

ก่อนลอกแผ่นแปะ ให้ชโลมด้วยน้ำอุ่นเบา ๆ ก่อน

หากดึงออกขณะที่แห้งสนิท อาจทำให้ผิวหนังที่กำลังฟื้นตัวหลุดติดออกมาด้วยได้ครับ

ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำอุ่น และห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

น้ำยาฆ่าเชื้อที่รุนแรงจะไปทำลายเซลล์ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ทำให้แผลหายช้าลงไปอีกครับ

ก่อนแปะแผ่นใหม่ ต้องเช็ดผิวรอบ ๆ แผลให้แห้งสนิท

มีผลต่อประสิทธิภาพการยึดเกาะอย่างมากครับ

ตัดแบ่งแผ่นแปะให้มีขนาดใหญ่กว่าแผลประมาณ 1~2 ซม.

เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ขอบแผ่นเผยอหรือหลุดลอกครับ

ปกติแล้วไม่จำเป็นต้องทายาเพิ่มครับ

เนื่องจากแผ่นแปะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมสมานแผลอยู่แล้ว การทายาเพิ่มอาจทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซับลดลงได้ครับ

เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์:

  • สารคัดหลั่งเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีเหลืองเข้ม หรือสีน้ำตาล

  • บริเวณรอบ ๆ แผลมีอาการบวมแดงและรู้สึกร้อน

  • อาการปวดแผลเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

  • มีไข้หรือหนาวสั่นร่วมด้วย

  • ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ — แนะนำให้พบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีแผลแม้จะเป็นแผลเล็ก ๆ ก็ตาม

  • แผลเรื้อรังที่ยังไม่ฟื้นตัวหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว

แผ่นแปะแผลกันน้ำเป็นอุปกรณ์ดูแลแผลด้วยตัวเองที่ปลอดภัยสำหรับแผลสะอาดและแผลตื้นครับ แต่หากพบสัญญาณผิดปกติข้างต้นแม้เพียงข้อเดียว การไปพบแพทย์ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลคือทางออกที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดครับ

ข้อควรระวังในการเปลี่ยนแผ่นแปะ + เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบหมอ

หากกังวลเรื่องรอยที่หลงเหลือหลังแผลหาย ดูข้อมูลการรักษาแผลเป็นและสิว

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. สามารถแปะ DuoDERM ไว้นานกว่า 7 วันได้ไหมคะ?

ไม่แนะนำครับ ตามเกณฑ์มาตรฐานกำหนดให้แปะได้สูงสุด 7 วัน หากทิ้งไว้นานกว่านั้นจะเกินขีดจำกัดในการดูดซับ ทำให้สารคัดหลั่งสะสมอยู่ด้านในและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนมีสารคัดหลั่งน้อย แต่อาจจะมีการสะสมอยู่ข้างใต้เต็มนานแล้ว ดังนั้นเมื่อครบ 7 วัน ควรลอกออกเพื่อเช็ดทำความสะอาดและตรวจเช็กสภาพแผลสักครั้งครับ

Q. แผ่นแปะหลุดตอนนอน สามารถนำกลับมาแปะใหม่ได้ไหมคะ?

ไม่แนะนำให้นำกลับมาใช้ซ้ำครับ เพราะแรงยึดเกาะลดลงและอาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกติดไปแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนแผ่นใหม่ดีที่สุดครับ หากมีปัญหาแผ่นแปะหลุดบ่อย อาจเป็นเพราะบริเวณที่แปะไม่เอื้ออำนวย หรือแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้แบรนด์ DuoDERM (รุ่นบาง) แทนครับ

Q. สามารถแปะพลาสเตอร์อื่น ๆ ทับบนแผ่นแปะแผลกันน้ำเพิ่มได้ไหมคะ?

ทำได้ครับ แต่ไม่แนะนำเท่าไหร่ เพราะอาจไปขัดขวางการระบายอากาศและการกักเก็บความชุ่มชื้นอันเป็นคุณสมบัติเด่นของแผ่นแปะแผลกันน้ำได้ หากเป็นบริเวณที่หลุดง่าย แนะนำให้ใช้เทปกระดาษสำหรับแต่งแผลแปะตรึงเฉพาะบริเวณขอบเบา ๆ จะปลอดภัยกว่าครับ

Q. แผลเริ่มตกสะเก็ดแล้ว แต่ยังอยากแปะ DuoDERM ต่อได้ไหมคะ?

การที่แผลเริ่มตกสะเก็ดเป็นสัญญาณว่าผิวหน้าแผลเริ่มแห้งแล้วครับ ดังนั้นการแปะแผ่นแปะแผลกันน้ำต่อไปเพื่อรักษาความชุ่มชื้นจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้ดีกว่าครับ ไม่ควรแกะสะเก็ดออกด้วยมือนะครับ เวลาเปลี่ยนแผ่นแปะให้เช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ เบา ๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือล้างแผลก็พอครับ แต่ถ้าใต้สะเก็ดยังมีสารคัดหลั่งซึมออกมาต่อเนื่อง หรือผิวรอบ ๆ เริ่มแดงลามออกไป นั่นคือสัญญาณที่เกินขอบเขตการดูแลด้วยตัวเองแล้วครับ ที่คลินิกบิวตี้สโตน สาขาฮับจอง เราจะตรวจเช็กความลึกของแผลและปริมาณสารคัดหลั่งก่อน แล้วค่อยแนะนำว่าควรใช้ Hydrocolloid หรือโฟมดีกว่าครับ

หากใช้ DuoDERM หรือ Medifoam แล้วยังกังวลเรื่องรอยแดง รอยดำ หรือรอยร่องแผลเป็นลึก

ให้เราช่วยตรวจเช็กสภาพผิวของคุณได้นะครับ

▶ ปรึกษาปัญหาแผลเป็นและรอยดำรอยแดง

 

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Meditox Bangkok Cadaver workshop 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1