ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ

ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ (습윤밴드) ทุกๆ กี่วันดี? เจาะลึกเวลาที่ควรเปลี่ยน Duoderm (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam), 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องเปลี่ยนได้แล้ว, พร้อมวิธีรับมือเมื่อสีของน้ำเหลืองดูผิดปกติ

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะแผล DuoDERM·Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกกี่วันดีนะ

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า โดยทั่วไปแล้วรอบการเปลี่ยนแผ่นแปะแผลลดรอยสิวหรือแผ่นแปะแผลแบบเปียก (습윤밴드) จะอยู่ที่ 3~7 วันค่ะ แต่ในช่วง 1~2 วันแรก แนะนำให้เปลี่ยนทุกวันควบคู่ไปกับการทำความสะอาดแผล จากนั้นค่อยเพิ่มระยะเวลาห่างขึ้นตามสภาพแผลที่เริ่มคงที่ค่ะ หัวใจสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องฝืนแปะให้ครบจำนวนวันเสมอไป แต่ให้ดูจากสภาพแผลเป็นหลักค่ะ วันนี้เราจะมาสรุปสัญญาณที่ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะและความแตกต่างของ 2 ผลิตภัณฑ์ยอดฮิตอย่าง DuoDERM (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam) ให้เข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยค่ะ



รอบการเปลี่ยนตามมาตรฐาน — 3~7 วัน และการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

แผ่นแปะแผลประเภทนี้ทำหน้าที่ดูดซับ ※ ของเหลวจากแผล (진물) เพื่อรักษา ※ สภาวะแผลแบบชุ่มชื้น ซึ่งช่วยในการสมานแผลค่ะ ดังนั้นจังหวะเวลาในการเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับปริมาณของเหลวและสภาพของแผลเป็นสำคัญนะคะ

ของเหลวจากแผล (exudate): คือของเหลวสีใสหรือสีเหลืองอ่อนที่ซึมออกมาจากแผลตามธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวและ Growth Factor ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูแผล แต่หากมีปริมาณมากจนเกินขีดจำกัดที่แผ่นแปะจะดูดซับได้ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่ค่ะ

สภาวะแผลแบบชุ่มชื้น: คือภาวะที่ผิวบริเวณแผลมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม การที่แผลไม่ตกสะเก็ดจะช่วยให้เซลล์ผิวเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้นและลดการเกิดรอยแผลเป็น ซึ่งเป็นหลักการที่ค้นพบในประเทศอังกฤษเมื่อปี 1962 และแผ่นแปะแผลในปัจจุบันล้วนออกแบบมาตามหลักการนี้ค่ะ

รอบการเปลี่ยนแผ่นแปะมาตรฐานตามแต่ละสถานการณ์ มีดังนี้ค่ะ

  • ช่วงแรกเริ่มของแผล (ใช้งานวันที่ 1~2): เปลี่ยนทุกวัน หรือทุก 1~2 วัน + ทำความสะอาดแผลร่วมด้วย — เนื่องจากช่วงแรกจะมีของเหลวและสิ่งสกปรกออกมาค่อนข้างมาก

  • หลังจากแผลเริ่มคงที่ (วันที่ 3 เป็นต้นไป): ที่พบบ่อยที่สุดคือทุกๆ 3~5 วัน

  • แผลที่มีของเหลวน้อย + บริเวณที่ถูกกดทับ: สามารถแปะทิ้งไว้ได้สูงสุดถึง 7 วัน

  • แผลที่มีของเหลวซึมออกมามาก: กลุ่ม Hydrocolloid อาจไม่เหมาะสม → แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้แผ่นแปะประเภทโฟม (Medifoam) แทนค่ะ

จากผลการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) เกี่ยวกับประสิทธิภาพของแผ่นแปะ Hydrocolloid ในการรักษาแผลกดทับ ก็ได้ระบุไว้เช่นกันว่า รอบการเปลี่ยนที่แนะนำตามมาตรฐานคือ 3~7 วัน และขีดจำกัดในการดูดซับของเหลวจะเป็นตัวกำหนดเวลาในการเปลี่ยนแผ่นค่ะ


표준 교체 주기 — 3~7일, 그리고 그 안의 변동



5 สัญญาณเตือนว่า "ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะตอนนี้เลย!"

แทนที่จะดูแค่วันเวลา การสังเกต สภาพของแผ่นแปะ จะเป็นสัญญาณที่แม่นยำกว่าค่ะ หากพบอาการข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อนี้ ให้รีบเปลี่ยนทันทีนะคะ

1. แผ่นแปะบวมเต่ง — ของเหลวเต็มจนถึงขีดจำกัดการดูดซับแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ของเหลวอาจไหลซึมออกมาและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย 2. ขอบแผ่นเผยอหรือหลุดออก — พลังการยึดเกาะลดลง ทำให้เชื้อโรคภายนอกเข้าไปได้ 3. ของเหลวไหลเยิ้มออกมานอกแผ่น — เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเกินความสามารถในการดูดซับแล้ว 4. ด้านในแผ่นเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น — เป็นปฏิกิริยาปกติที่ตัว Hydrocolloid ดูดซับของเหลวแล้วเปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อเจล แต่ถ้าสีเข้มขึ้นหรือบริเวณที่เป็นเจลขยายกว้างเกินไป ควรเปลี่ยนใหม่ค่ะ 5. เริ่มส่งกลิ่นเหม็น หรือสีดูผิดปกติ (สีเขียวหรือสีเหลืองเข้ม) — มีโอกาสเกิดการติดเชื้อ แนะนำให้เปลี่ยนแผ่นแปะร่วมกับ การปรึกษาแพทย์โดยด่วนค่ะ

ตอนลอกแผ่นแปะออก อาจมีคราบเหนียวๆ สีเหลืองหรือน้ำตาลหลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นเนื้อเจลที่เกิดจากของเหลวในแผลผสมกับส่วนประกอบของ Hydrocolloid ถือเป็นปฏิกิริยาปกติค่ะ สามารถเช็ดออกเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) ได้เลยค่ะ




DuoDERM vs Medifoam — ควรเลือกใช้แบบไหนดี

แม้ว่าทั้งสองจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ "แผ่นแปะแผลแบบเปียก" เหมือนกัน แต่วัสดุและพลังการดูดซับนั้นแตกต่างกันค่ะ ซึ่ง การศึกษาทางคลินิกเปรียบเทียบระหว่าง Polyurethane Foam กับ Hydrocolloid ได้จำแนกข้อบ่งชี้ในการใช้งานของทั้งสองวัสดุไว้อย่างชัดเจนค่ะ

DuoDERM (ConvaTec) — Hydrocolloid - แผ่นบางและนุ่ม ทำให้ยึดติดผิวได้ดีมาก - พลังในการดูดซับต่ำกว่าแบบโฟม - เหมาะสำหรับแผลเบาๆ, รอยสิวขนาดเล็ก, หรือแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับตื้น - นอกจากรุ่นปกติแล้ว ยังมีรุ่นที่บางยิ่่งขึ้นอย่าง "Extra Thin" ด้วยค่ะ

Medifoam (Genewel/Mundipharma)※ Polyurethane Foam - มีความหนา และชั้นดูดซับสามารถอุ้มของเหลวได้มากกว่าน้ำหนักตัวเองถึง 10 เท่า - เหมาะสำหรับแผลขนาดใหญ่หรือแผลที่มีของเหลวซึมออกมามาก - เนื่องจากมีความหนา บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น ข้อศอกหรือหัวเข่า อาจหลุดลอกได้ง่าย - พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในเกาหลี (ปี 2002) พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน FDA และ CE

Polyurethane foam: คือวัสดุสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ โดยชั้นดูดซับจะช่วยซับของเหลวจากแผลอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำหน้าที่บล็อกเชื้อโรคจากภายนอกไปพร้อมกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนี้ก็คือ Medifoam ค่ะ

สรุปเกณฑ์การเลือกใช้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ - แผลตื้นๆ หรือรอยสิวขนาดเล็ก → DuoDERM หรือ Easyderm (กลุ่ม Hydrocolloid เหมือนกัน) - แผลที่มีของเหลวมาก หรือแผลไหม้ความลึกระดับปานกลาง → Medifoam - บริเวณที่ขยับบ่อย (ข้อศอก, หัวเข่า) → DuoDERM (แผ่นบาง หลุดยากกว่า) - แผลขนาดกว้างหรือแผลมีความลึก → Medifoam


듀오덤 vs 메디폼 — 어느 걸 골라야 할까



ข้อควรระวังในการเปลี่ยนแผ่นแปะ + ช่วงเวลาที่ควรไปพบแพทย์

แม้การเปลี่ยนแผ่นแปะจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่หากทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ จะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้นค่ะ

  • ชโลมน้ำอุ่นเล็กน้อยก่อนลอกแผ่นแปะ — หากดึงออกตอนที่แห้งสนิท อาจทำให้ผิวหนังที่กำลังฟื้นตัวหลุดติดออกมาด้วยได้ค่ะ

  • ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ — ยาฆ่าเชื้อที่รุนแรงจะทำลายเซลล์ผิวที่สร้างขึ้นใหม่ ทำให้แผลหายช้าลงค่ะ

  • ซับผิวรอบๆ แผลให้แห้งสนิทก่อนแปะแผ่นใหม่ — มีผลต่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะอย่างมากค่ะ

  • ตัดแผ่นแปะให้ใหญ่กว่าขนาดแผลประมาณ 1~2 ซม. — เพื่อป้องกันไม่ให้ขอบแผ่นเผยอออก

  • ปกติไม่จำเป็นต้องทายา — เนื่องจากแผ่นแปะแผลช่วยสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูแผลอยู่แล้ว การทายาเพิ่มอาจไปรบกวนการดูดซับของแผ่นแปะได้ค่ะ

เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์: - ของเหลวจากแผลเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีเหลืองเข้ม หรือสีน้ำตาล - ผิวรอบๆ แผลมีอาการแดง บวม และมีความร้อน - อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ - มีไข้หรือหนาวสั่นร่วมด้วย - ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง — แนะนำให้พบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ แม้จะเป็นแผลขนาดเล็กก็ตาม - แผลเรื้อรังที่ไม่มีการฟื้นตัวนานกว่า 2 สัปดาห์

แผ่นแปะแผลแบบเปียกเป็นอุปกรณ์ดูแลแผลสะอาดระดับตื้นด้วยตัวเองที่ปลอดภัย แต่หากพบสัญญาณผิดปกติแม้เพียงข้อเดียว แนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทางแทนการดูแลตัวเองที่บ้านนะคะ


교체 시 주의사항 + 의료진 상담이 필요한 때



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. แปะ DuoDERM ติดต่อกันนานกว่า 7 วันได้ไหมคะ?

ไม่แนะนำค่ะ คำแนะนำมาตรฐานคือไม่เกิน 7 วัน หากแปะไว้นานกว่านั้นจะเกินขีดจำกัดในการดูดซับ ทำให้เกิดการสะสมของเหลวใต้แผ่นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย แม้จะดูเหมือนมีของเหลวออกมาน้อย แต่จริงๆ แล้วมันสะสมอยู่ใต้แผ่นแปะค่ะ เมื่อครบ 7 วัน ควรลอกออกเพื่อเปลี่ยนแผ่นใหม่และตรวจเช็กสภาพแผลเสมอนะคะ

Q. แผ่นแปะหลุดตอนนอน เอามาแปะซ้ำได้ไหมคะ?

แผ่นแปะที่หลุดออกมาแล้วจะสูญเสียการยึดเกาะและอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน จึงไม่แนะนำให้นำกลับมาใช้ซ้ำค่ะ ควรเปลี่ยนเป็นแผ่นใหม่ทันที หากพบว่าหลุดบ่อย อาจเป็นเพราะบริเวณที่แปะไม่เอื้ออำนวย หรือแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ DuoDERM (รุ่นบาง) ที่ติดแน่นกว่าแทนค่ะ

Q. สามารถแปะพลาสเตอร์ยาธรรมดาทับบนแผ่นแปะแผลนี้อีกทีได้ไหมคะ?

สามารถทำได้แต่ไม่แนะนำค่ะ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการระบายอากาศและการรักษาความชุ่มชื้นของแผ่นแปะลดลง หากเป็นบริเวณที่หลุดง่าย แนะนำให้ใช้ขอบเทปกระดาษสำหรับแต่งแผลยึดบริเวณขอบเบาๆ จะปลอดภัยกว่าค่ะ

บทความที่น่าสนใจ

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะแผล DuoDERM·Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกกี่วันดีนะ

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า โดยทั่วไปแล้วรอบการเปลี่ยนแผ่นแปะแผลลดรอยสิวหรือแผ่นแปะแผลแบบเปียก (습윤밴드) จะอยู่ที่ 3~7 วันค่ะ แต่ในช่วง 1~2 วันแรก แนะนำให้เปลี่ยนทุกวันควบคู่ไปกับการทำความสะอาดแผล จากนั้นค่อยเพิ่มระยะเวลาห่างขึ้นตามสภาพแผลที่เริ่มคงที่ค่ะ หัวใจสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องฝืนแปะให้ครบจำนวนวันเสมอไป แต่ให้ดูจากสภาพแผลเป็นหลักค่ะ วันนี้เราจะมาสรุปสัญญาณที่ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะและความแตกต่างของ 2 ผลิตภัณฑ์ยอดฮิตอย่าง DuoDERM (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam) ให้เข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยค่ะ



รอบการเปลี่ยนตามมาตรฐาน — 3~7 วัน และการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

แผ่นแปะแผลประเภทนี้ทำหน้าที่ดูดซับ ※ ของเหลวจากแผล (진물) เพื่อรักษา ※ สภาวะแผลแบบชุ่มชื้น ซึ่งช่วยในการสมานแผลค่ะ ดังนั้นจังหวะเวลาในการเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับปริมาณของเหลวและสภาพของแผลเป็นสำคัญนะคะ

ของเหลวจากแผล (exudate): คือของเหลวสีใสหรือสีเหลืองอ่อนที่ซึมออกมาจากแผลตามธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวและ Growth Factor ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูแผล แต่หากมีปริมาณมากจนเกินขีดจำกัดที่แผ่นแปะจะดูดซับได้ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่ค่ะ

สภาวะแผลแบบชุ่มชื้น: คือภาวะที่ผิวบริเวณแผลมีความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม การที่แผลไม่ตกสะเก็ดจะช่วยให้เซลล์ผิวเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้นและลดการเกิดรอยแผลเป็น ซึ่งเป็นหลักการที่ค้นพบในประเทศอังกฤษเมื่อปี 1962 และแผ่นแปะแผลในปัจจุบันล้วนออกแบบมาตามหลักการนี้ค่ะ

รอบการเปลี่ยนแผ่นแปะมาตรฐานตามแต่ละสถานการณ์ มีดังนี้ค่ะ

  • ช่วงแรกเริ่มของแผล (ใช้งานวันที่ 1~2): เปลี่ยนทุกวัน หรือทุก 1~2 วัน + ทำความสะอาดแผลร่วมด้วย — เนื่องจากช่วงแรกจะมีของเหลวและสิ่งสกปรกออกมาค่อนข้างมาก

  • หลังจากแผลเริ่มคงที่ (วันที่ 3 เป็นต้นไป): ที่พบบ่อยที่สุดคือทุกๆ 3~5 วัน

  • แผลที่มีของเหลวน้อย + บริเวณที่ถูกกดทับ: สามารถแปะทิ้งไว้ได้สูงสุดถึง 7 วัน

  • แผลที่มีของเหลวซึมออกมามาก: กลุ่ม Hydrocolloid อาจไม่เหมาะสม → แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้แผ่นแปะประเภทโฟม (Medifoam) แทนค่ะ

จากผลการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) เกี่ยวกับประสิทธิภาพของแผ่นแปะ Hydrocolloid ในการรักษาแผลกดทับ ก็ได้ระบุไว้เช่นกันว่า รอบการเปลี่ยนที่แนะนำตามมาตรฐานคือ 3~7 วัน และขีดจำกัดในการดูดซับของเหลวจะเป็นตัวกำหนดเวลาในการเปลี่ยนแผ่นค่ะ


표준 교체 주기 — 3~7일, 그리고 그 안의 변동



5 สัญญาณเตือนว่า "ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะตอนนี้เลย!"

แทนที่จะดูแค่วันเวลา การสังเกต สภาพของแผ่นแปะ จะเป็นสัญญาณที่แม่นยำกว่าค่ะ หากพบอาการข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อนี้ ให้รีบเปลี่ยนทันทีนะคะ

1. แผ่นแปะบวมเต่ง — ของเหลวเต็มจนถึงขีดจำกัดการดูดซับแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ของเหลวอาจไหลซึมออกมาและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย 2. ขอบแผ่นเผยอหรือหลุดออก — พลังการยึดเกาะลดลง ทำให้เชื้อโรคภายนอกเข้าไปได้ 3. ของเหลวไหลเยิ้มออกมานอกแผ่น — เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเกินความสามารถในการดูดซับแล้ว 4. ด้านในแผ่นเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น — เป็นปฏิกิริยาปกติที่ตัว Hydrocolloid ดูดซับของเหลวแล้วเปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อเจล แต่ถ้าสีเข้มขึ้นหรือบริเวณที่เป็นเจลขยายกว้างเกินไป ควรเปลี่ยนใหม่ค่ะ 5. เริ่มส่งกลิ่นเหม็น หรือสีดูผิดปกติ (สีเขียวหรือสีเหลืองเข้ม) — มีโอกาสเกิดการติดเชื้อ แนะนำให้เปลี่ยนแผ่นแปะร่วมกับ การปรึกษาแพทย์โดยด่วนค่ะ

ตอนลอกแผ่นแปะออก อาจมีคราบเหนียวๆ สีเหลืองหรือน้ำตาลหลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นเนื้อเจลที่เกิดจากของเหลวในแผลผสมกับส่วนประกอบของ Hydrocolloid ถือเป็นปฏิกิริยาปกติค่ะ สามารถเช็ดออกเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) ได้เลยค่ะ




DuoDERM vs Medifoam — ควรเลือกใช้แบบไหนดี

แม้ว่าทั้งสองจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ "แผ่นแปะแผลแบบเปียก" เหมือนกัน แต่วัสดุและพลังการดูดซับนั้นแตกต่างกันค่ะ ซึ่ง การศึกษาทางคลินิกเปรียบเทียบระหว่าง Polyurethane Foam กับ Hydrocolloid ได้จำแนกข้อบ่งชี้ในการใช้งานของทั้งสองวัสดุไว้อย่างชัดเจนค่ะ

DuoDERM (ConvaTec) — Hydrocolloid - แผ่นบางและนุ่ม ทำให้ยึดติดผิวได้ดีมาก - พลังในการดูดซับต่ำกว่าแบบโฟม - เหมาะสำหรับแผลเบาๆ, รอยสิวขนาดเล็ก, หรือแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับตื้น - นอกจากรุ่นปกติแล้ว ยังมีรุ่นที่บางยิ่่งขึ้นอย่าง "Extra Thin" ด้วยค่ะ

Medifoam (Genewel/Mundipharma)※ Polyurethane Foam - มีความหนา และชั้นดูดซับสามารถอุ้มของเหลวได้มากกว่าน้ำหนักตัวเองถึง 10 เท่า - เหมาะสำหรับแผลขนาดใหญ่หรือแผลที่มีของเหลวซึมออกมามาก - เนื่องจากมีความหนา บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย เช่น ข้อศอกหรือหัวเข่า อาจหลุดลอกได้ง่าย - พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในเกาหลี (ปี 2002) พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน FDA และ CE

Polyurethane foam: คือวัสดุสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ โดยชั้นดูดซับจะช่วยซับของเหลวจากแผลอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำหน้าที่บล็อกเชื้อโรคจากภายนอกไปพร้อมกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนี้ก็คือ Medifoam ค่ะ

สรุปเกณฑ์การเลือกใช้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ - แผลตื้นๆ หรือรอยสิวขนาดเล็ก → DuoDERM หรือ Easyderm (กลุ่ม Hydrocolloid เหมือนกัน) - แผลที่มีของเหลวมาก หรือแผลไหม้ความลึกระดับปานกลาง → Medifoam - บริเวณที่ขยับบ่อย (ข้อศอก, หัวเข่า) → DuoDERM (แผ่นบาง หลุดยากกว่า) - แผลขนาดกว้างหรือแผลมีความลึก → Medifoam


듀오덤 vs 메디폼 — 어느 걸 골라야 할까



ข้อควรระวังในการเปลี่ยนแผ่นแปะ + ช่วงเวลาที่ควรไปพบแพทย์

แม้การเปลี่ยนแผ่นแปะจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่หากทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ จะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้นค่ะ

  • ชโลมน้ำอุ่นเล็กน้อยก่อนลอกแผ่นแปะ — หากดึงออกตอนที่แห้งสนิท อาจทำให้ผิวหนังที่กำลังฟื้นตัวหลุดติดออกมาด้วยได้ค่ะ

  • ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ — ยาฆ่าเชื้อที่รุนแรงจะทำลายเซลล์ผิวที่สร้างขึ้นใหม่ ทำให้แผลหายช้าลงค่ะ

  • ซับผิวรอบๆ แผลให้แห้งสนิทก่อนแปะแผ่นใหม่ — มีผลต่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะอย่างมากค่ะ

  • ตัดแผ่นแปะให้ใหญ่กว่าขนาดแผลประมาณ 1~2 ซม. — เพื่อป้องกันไม่ให้ขอบแผ่นเผยอออก

  • ปกติไม่จำเป็นต้องทายา — เนื่องจากแผ่นแปะแผลช่วยสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูแผลอยู่แล้ว การทายาเพิ่มอาจไปรบกวนการดูดซับของแผ่นแปะได้ค่ะ

เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์: - ของเหลวจากแผลเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีเหลืองเข้ม หรือสีน้ำตาล - ผิวรอบๆ แผลมีอาการแดง บวม และมีความร้อน - อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ - มีไข้หรือหนาวสั่นร่วมด้วย - ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง — แนะนำให้พบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ แม้จะเป็นแผลขนาดเล็กก็ตาม - แผลเรื้อรังที่ไม่มีการฟื้นตัวนานกว่า 2 สัปดาห์

แผ่นแปะแผลแบบเปียกเป็นอุปกรณ์ดูแลแผลสะอาดระดับตื้นด้วยตัวเองที่ปลอดภัย แต่หากพบสัญญาณผิดปกติแม้เพียงข้อเดียว แนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทางแทนการดูแลตัวเองที่บ้านนะคะ


교체 시 주의사항 + 의료진 상담이 필요한 때



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. แปะ DuoDERM ติดต่อกันนานกว่า 7 วันได้ไหมคะ?

ไม่แนะนำค่ะ คำแนะนำมาตรฐานคือไม่เกิน 7 วัน หากแปะไว้นานกว่านั้นจะเกินขีดจำกัดในการดูดซับ ทำให้เกิดการสะสมของเหลวใต้แผ่นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย แม้จะดูเหมือนมีของเหลวออกมาน้อย แต่จริงๆ แล้วมันสะสมอยู่ใต้แผ่นแปะค่ะ เมื่อครบ 7 วัน ควรลอกออกเพื่อเปลี่ยนแผ่นใหม่และตรวจเช็กสภาพแผลเสมอนะคะ

Q. แผ่นแปะหลุดตอนนอน เอามาแปะซ้ำได้ไหมคะ?

แผ่นแปะที่หลุดออกมาแล้วจะสูญเสียการยึดเกาะและอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน จึงไม่แนะนำให้นำกลับมาใช้ซ้ำค่ะ ควรเปลี่ยนเป็นแผ่นใหม่ทันที หากพบว่าหลุดบ่อย อาจเป็นเพราะบริเวณที่แปะไม่เอื้ออำนวย หรือแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ DuoDERM (รุ่นบาง) ที่ติดแน่นกว่าแทนค่ะ

Q. สามารถแปะพลาสเตอร์ยาธรรมดาทับบนแผ่นแปะแผลนี้อีกทีได้ไหมคะ?

สามารถทำได้แต่ไม่แนะนำค่ะ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการระบายอากาศและการรักษาความชุ่มชื้นของแผ่นแปะลดลง หากเป็นบริเวณที่หลุดง่าย แนะนำให้ใช้ขอบเทปกระดาษสำหรับแต่งแผลยึดบริเวณขอบเบาๆ จะปลอดภัยกว่าค่ะ

บทความที่น่าสนใจ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

แผ่นแปะไฮโดรคอลลอยด (DuoDERM / Medifoam) ควรเปลี่ยนตอนไหน — ต้องแปะทิ้งไว้กี่วันถึงจะดี

ผิว

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ

ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ (습윤밴드) ทุกๆ กี่วันดี? เจาะลึกเวลาที่ควรเปลี่ยน Duoderm (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam), 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องเปลี่ยนได้แล้ว, พร้อมวิธีรับมือเมื่อสีของน้ำเหลืองดูผิดปกติ

เสน่ห์ที่แท้จริงของการฉีดฟิลเลอร์บ่า (shoulder filler) — ช่วยให้หน้าดูเล็กลง แขนดูเรียวขึ้น แถมสัดส่วนตัวยังดูปังขึ้นด้วย

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เสน่ห์ที่แท้จริงของการทำฟิลเลอร์บ่า (shoulder filler) — ช่วยให้หน้าดูเล็กลง แขนดูเรียวขึ้น แถมยังช่วยปรับสัดส่วนร่างกายให้ดูดีขึ้นอีกด้วย

อยากฉีดฟิลเลอร์หัวไหล่ให้คุ้มค่าที่สุด? แนะนำสูตรผสมทริปเปิ้ล Juvelook Volume (PDLLA) + Sculptra (PLLA) + HA filler ดีกว่าการใช้ HA เพียงอย่างเดียว ด้วย 3 ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ในระยะเวลาต่างกัน ทำแค่ครั้งเดียวแต่ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 2 ปี ขึ้นไป

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์

Sculptra 에서 아쉬웠던 부분을 한국의 Juvelook이 어떻게 채워줬을까요? HA 결합으로 즉각적인 효과와 장기적인 콜라겐 재생을 동시에 선사하는 K-beauty skin booster 이야기를 만나보세요.

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวหนังของเราบ้างคะ

ทำไมหลังทำทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นผล แต่ผ่านไป 1 เดือนผิวกลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? และทำไมแม้ตัวยา PDLLA จะสลายไปแล้ว แต่คอลลาเจนยังคงอยู่? — ถ้าเข้าใจหลักการทำงานแล้วจะร้องอ๋อเลยค่ะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร

Juvelook (30μm), Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) และ Juvelook skin ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นค่ะ วันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยว่า ควรใช้ไลน์ไหนกับบริเวณไหนดีนะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ร่างกาย

Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย

สำหรับรอยคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาต้อง Juvelook Eye ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกและต้นขาต้อง Juvelook Glam นี่คือไลน์อัพสุดพิเศษของ Juvelook ที่คุณควรทำความรู้จักต่อจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า 3 ขั้นตอนค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1