ฟิลเลอร์บ่าคุ้มสุด: จูวีลุค Volume + Sculptra + HA filler ออกฤทธิ์ต่างเวลา ครั้งเดียวอยู่ 2 ปี+

เขียนโดย
คุณหมอวี ยองจิน (대표원장)
→
ขอสรุปให้ฟังสั้นๆ ก่อนเลยนะครับว่า ฟิลเลอร์ไหล่เป็นหัตถการที่ช่วยปรับช่วงไหล่ให้ดูมนสวยขึ้น แต่สิ่งที่คนพูดถึงกันบ่อยที่สุดในรีวิวมักจะเป็น ผลพลอยได้ (Side benefits) ครับ ไม่ว่าจะเป็น "ทำให้หน้าดูเล็กลง" "แขนดูเรียวขึ้น" หรือ "สัดส่วนรูปร่างดูดีขึ้น" ซึ่งผลลัพธ์ทั้ง 3 ข้อนี้ สร้างความพึงพอใจให้กับคนไข้มากกว่าผลลัพธ์หลักเสียอีกครับ และหากพูดถึงสูตรผสมที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด ไม่ใช่การฉีด HA filler เพียงอย่างเดียวแน่นอน แต่คือสูตรประสานพลัง 3 ชั้นอย่าง จูวีลุค Volume (Glam) + Sculptra + HA filler ครับ
ผลพลอยได้จากฟิลเลอร์ไหล่ — ใบหน้า/แขน/สัดส่วน
ผลลัพธ์หลักของฟิลเลอร์ไหล่คือการปรับจาก ไหล่ตั้งฉาก → เส้นไหล่โค้งมนดูนุ่มนวล หรือจาก ไหล่ห่อ/ไหล่ตก → ช่วงไหล่ที่ดูสมส่วนและเรียบเนียน แต่การเปลี่ยนแปลงแรกที่คุณจะสัมผัสได้ในกระจกหลังทำเสร็จทันที กลับเป็นเรื่องอื่นครับ
ใบหน้าดูเล็กลง — เป็น เอฟเฟกต์เชิงสัดส่วนทางสายตา (Visual Proportion Effect)* ครับ เมื่อช่วงไหล่ได้รับการปรับให้สมดุล สัดส่วนระหว่างใบหน้ากับไหล่ก็จะดูบาลานซ์ขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่มีสัดส่วนใบหน้าเท่ากัน แต่หากไหล่แคบหรือไม่ได้รูป ก็จะทำให้ใบหน้าดูใหญ่กว่าปกตินั่นเองครับ
*เอฟเฟกต์เชิงสัดส่วนทางสายตา (Visual Proportion Effect): เป็นปรากฏการณ์ที่ขนาดและรูปทรงของบริเวณข้างเคียง ส่งผลต่อการรับรู้ขนาดของอีกบริเวณหนึ่ง แม้จะเป็นใบหน้าที่มีขนาดเท่ากัน แต่ก็สามารถดูใหญ่หรือเล็กได้ตามเส้นสายรอบๆ (เช่น ไหล่ คอ และผม) ฟิลเลอร์ไหล่จึงเป็นหัตถการที่เข้ามาช่วยปรับสัดส่วนนี้โดยตั้งใจ เพื่อช่วยขับให้ใบหน้าดูโดดเด่นและเรียวเล็กยิ่งขึ้นครับ
แขนดูเรียวขึ้น — เมื่อเส้นไหล่ได้รับการปรับให้โค้งมนสวย ช่วงรอยต่อระหว่างไหล่และต้นแขน (กล้ามเนื้อเดลตอยด์ส่วนบน) จะดูนุ่มนวลขึ้น การเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างต้นแขนและหัวไหล่นี้ จะช่วยพรางตาให้ต้นแขนดูเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ว่าขนาดจริงของแขนจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยก็ตามครับ
สัดส่วนรูปร่างดูดีขึ้น — เมื่อช่วงไหล่ดูโค้งมนเป็นรูปทรงที่สวยงาม ซิลลูเอทของร่างกายส่วนบนก็จะได้รับการปรับให้ดูเป็นทรง S-line ที่นุ่มนวลขึ้น โดยเฉพาะสำหรับสาวๆ ตัวเล็กที่มีส่วนสูงไม่มากนัก หากปรับเส้นไหล่ให้สวยงามแล้ว จะช่วยพรางสายตาให้สัดส่วนโดยรวมดูโปร่งและดูสูงขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

ทำไมการฉีดเฉพาะ HA filler ถึงอาจยังไม่ตอบโจทย์ที่สุด
ในการเติมฟิลเลอร์ไหล่ให้เต็มทั้งสองข้าง ปกติแล้วจะต้องใช้ Viscoelastic HA filler* เฉลี่ยประมาณ 8 ถึง 12cc เลยทีเดียวครับ เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ใบหน้าที่ใช้เพียง 1-2cc แล้ว ปริมาณที่ใช้ค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วยครับ
*Viscoelastic HA filler: ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแอซิดแบบเชื่อมโยงข้ามสาย (Cross-linked hyaluronic acid) โดดเด่นในเรื่องการสร้างวอลลุ่มทันทีหลังฉีดและคงรูปทรงได้ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม สารชนิดนี้สามารถย่อยสลายได้ด้วยเอนไซม์ธรรมชาติในร่างกาย (Hyaluronidase) จึงมักจะสลายตัวไปหมดภายใน 6 ถึง 12 เดือนครับ
นอกจากนี้ HA filler ยังอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน เท่านั้น ทำให้หลังจากผ่านไป 1 ปี คุณอาจต้องกลับมาเติมในปริมาณเท่าเดิมอีกครั้ง และหากเป็นบริเวณกว้างอย่างช่วงไหล่ ค่าใช้จ่ายสะสมก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การทำฟิลเลอร์ไหล่ด้วย HA filler เพียงอย่างเดียว แม้จะได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่อาจ ไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว ครับ
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดไอเดียในการใช้สารกระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วยครับ สารกลุ่ม PDLLA หรือ PLLA แม้จะไม่ได้สร้างวอลลุ่มทันทีได้ชัดเจนเท่า แต่จะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์ค่อยๆ สะสมและคงอยู่ได้ยาวนานถึง 1-2 ปีเลยทีเดียวครับ

จูวีลุค Volume (Glam) + Sculptra + HA filler — สูตรผสม 3 พลังเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
หัวใจสำคัญของสูตรนี้คือ การประสานช่วงเวลาการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันของสารทั้ง 3 ชนิด เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้นจากการรักษาเพียงครั้งเดียว โดยแต่ละตัวจะทำหน้าที่ต่างกันดังนี้ครับ
HA filler (สร้างวอลลุ่มทันที) — แน่นอนว่าหลังทำเสร็จเราย่อมอยากเห็นผลลัพธ์ของเส้นไหล่ที่สวยงามทันที ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ HA filler ร่วมด้วยบางส่วนครับ แต่จะดีตรงที่เราจะลดปริมาณลงเหลือเพียงครึ่งเดียว (ประมาณ 4-6cc) ทำให้ได้ผลลัพธ์ทันทีและประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ครึ่งหนึ่งเลยครับ
จูวีลุค Volume (Glam) (PDLLA + HA, กระตุ้นคอลลาเจนใน 1~3 เดือนหลังทำ) — เมื่ออนุภาคของ PDLLA* กระจายตัวในชั้นใต้ผิวหนัง (subcutaneous) จะค่อยๆ เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 1-3 เดือน ส่งผลให้คอลลาเจนที่เข้มข้นขึ้นนี้เข้ามาเติมเต็มช่องว่าง แม้ HA filler จะเริ่มสลายตัวไป แต่รูปทรงของไหล่ก็จะยังคงสวยงามอยู่เหมือนเดิมครับ
*PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid): เป็นโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ปลอดภัยและใช้เป็นไหมเย็บแผลทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน เมื่อเข้าสู่ผิวจะค่อยๆ สลายตัวภายใน 12-24 เดือน พร้อมทั้งส่งสัญญาณกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นส่วนผสมหลักของไลน์ จูวีลุค ครับ
Sculptra (PLLA, กระตุ้นผลลัพธ์ระยะยาว 2 ปีขึ้นไป) — ตัว PLLA* จะสลายตัวได้ช้ากว่า PDLLA จึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลึกขึ้น โดยจะอยู่บริเวณเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) เพื่อสร้างรากฐานโครงสร้างที่แข็งแรงให้กับแนวไหล่ของคุณครับ
*PLLA (Poly-L-Lactic Acid): เป็นอีกหนึ่งสารในตระกูล Lactic Acid ที่สลายตัวได้ช้ากว่า ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานกว่า 2 ปี เป็นส่วนประกอบหลักของตัวดังอย่าง Sculptra ซึ่งผ่านการรับรองความปลอดภัยจากทั้ง US FDA และ อย. เกาหลี เรียบร้อยแล้วครับ
จากผลงานวิจัยทางการแพทย์ PDLLA Comprehensive review in cosmetic dermatology ระบุว่า หากใช้ PDLLA และ PLLA ร่วมกับสารที่เห็นผลทันทีอย่าง HA filler จะช่วยยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกว่าการฉีดแบบเดี่ยวๆ อย่างเห็นได้ชัด แถมยังช่วยลดปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ในแต่ละครั้งลงด้วยครับ นอกจากนี้ Consensus guidelines for reconstitution and aesthetic applications of PDLLA ยังแนะนำว่า การผสมผสานกับ HA เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดตุ่มก้อน (nodules) และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนให้สูงที่สุดอีกด้วยครับ
สรุปเปรียบเทียบความคุ้มค่าให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้ครับ
ฉีด HA อย่างเดียว: ค่าใช้จ่ายต่อครั้งปานกลาง ต้องกลับมาทำซ้ำทุกปี — รวม 2 ปี ต้องฉีด 2 ครั้ง
ฉีดสูตรผสม 3 พลัง: ค่าใช้จ่ายต่อครั้งอาจสูงกว่าเล็กน้อย แต่ ทำครั้งเดียวอยู่ได้นานกว่า 2 ปี — ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสะสมไปได้ถึง 30-40%

สูตรนี้เหมาะกับใคร และใครที่ควรหลีกเลี่ยง
ฟิลเลอร์ไหล่สูตรผสม 3 พลังนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่:
มีปัญหา ไหล่ตก หรือเส้นไหล่ดูแบนราบไม่มีมิติ
ตัวเล็ก และต้องการปรับสัดส่วนร่างกายให้ดูโปร่งและสมส่วนเป็นอันดับแรก
กังวลเรื่องใบหน้าที่ดูใหญ่หรือกว้างเกินไป
ไหล่แคบจนทำให้ต้นแขนดูหนาหรือล่ำ
ต้องการผลลัพธ์ที่ คงอยู่ยาวนาน (2 ปีขึ้นไป) มากกว่าผลลัพธ์ระยะสั้นแค่ปีเดียว
ในทางกลับกัน กลุ่มคนไข้ที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเป็นพิเศษ ได้แก่:
ผู้ที่ช่วงไหล่มีความโค้งมนสวยและกล้ามเนื้อเดลตอยด์พัฒนาเต็มที่อยู่แล้ว — ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ต่างจากเดิมมากนัก
ผู้ที่มีอาการปวดไหล่เรื้อรัง หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับข้อต่อหัวไหล่
ผู้ที่ให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องตุ่มปูดมากที่สุด — แม้จะมีโอกาสน้อยมาก แต่สารกลุ่ม PDLLA/PLLA ก็ไม่ได้มีความเสี่ยงเป็นศูนย์ (ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อลดโอกาสเกิดต่ำที่สุดครับ)
ผู้ที่อยากทดลองดูก่อนแล้วอยากให้ไหล่กลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว — แนะนำเลือกฉีดเฉพาะ HA filler จะตอบโจทย์กว่าครับ
ในบทความก่อนหน้านี้บนบล็อกของ Beautystone Clinic เราเคยพูดถึงหลักการ 3 ข้อในการปั้นไหล่ตั้งฉากไปแล้วนะครับ ส่วนในบทความนี้จะถือเป็นตอนต่อมาที่จะเน้นไปที่ สูตรผสมสุดคุ้มค่าที่ช่วยสร้างผลพลอยได้เพื่อความงามรอบด้าน ครับ หากอ่านทั้งสองบทความควบคู่กัน จะช่วยให้ตัดสินใจทำฟิลเลอร์ไหล่ได้ง่ายและเคลียร์ยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ใบหน้าจะดูเล็กลงจริงๆ หรอครับ?
ไม่ใช่ว่าขนาดใบหน้าจริงๆ จะเล็กลงนะครับ แต่อย่างที่อธิบายไปครับว่ามันคือเอฟเฟกต์ทางสายตาที่ช่วยให้ ดูเหมือน เล็กลง เมื่อช่วงไหล่กว้างและได้รูปทรงที่สวยบาลานซ์กับใบหน้า ใบหน้าก็จะถูกพรางตาให้ดูเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติครับ จากรีวิวของคนไข้ส่วนใหญ่มักจะบอกว่าเวลาถ่ายรูปหน้าตรง ใบหน้าจะดูเรียวเล็กลงไปประมาณ 1-2 ซม. เลยครับ
Q. ทำสูตรผสม 3 พลัง ราคาจะไม่แพงมากหรอครับ?
ค่าใช้จ่ายต่อครั้งอาจจะสูงกว่าการฉีด HA filler อย่างเดียวประมาณ 20-30% ครับ แต่เนื่องจากผลลัพธ์ของสูตรนี้คงอยู่ได้ยาวนานกว่า 2 ปี เมื่อเทียบกับการฉีด HA เพียงอย่างเดียวที่ต้องมาคอยเติมซ้ำทุกปีแล้ว ค่าใช้จ่ายสะสมในระยะเวลา 2 ปี จะประหยัดกว่าถึง 30-40% เลยครับ แม้ตอนจ่ายครั้งแรกอาจจะรู้สึกสูงกว่า แต่ในแง่ความคุ้มค่าระยะยาวถือว่าดีกว่ามากๆ ครับ
Q. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
ส่วนของ HA filler จะอยู่ได้ 6-12 เดือน, ตัว PDLLA (จูวีลุค Glam) จะอยู่ได้ 12-18 เดือน และ PLLA (Sculptra) จะอยู่ได้ 18-24 เดือนครับ เนื่องจากสารทั้ง 3 ชนิดจะทำงานและค่อยๆ สลายตัวสลับเวลากันไปแทนที่ด้วยคอลลาเจนธรรมชาติ จึงอยากให้เข้าใจว่าเป็น "ผลลัพธ์ที่ค่อยๆ สลายตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติในระยะเวลา 2 ปี" มากกว่าการคิดสั้นๆ ว่าจะหายไปทั้งหมดทันทีที่ครบ 24 เดือนครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ
โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
Shurink Universe + โบท็อกซ์กราม วันเดียวกันได้ไหม? ลำดับที่ควรรู้
ทำ Shurink Universe และโบท็อกซ์กรามวันเดียวกันได้ไหม? บทความนี้อธิบายลำดับที่เหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิด และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

ยกกระชับ
ทำ InMode FX หลังปลูกถ่ายไขมัน ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย?
หลังปลูกถ่ายไขมันหน้า หลายคนสงสัยว่าจะทำ InMode FX ได้เร็วแค่ไหน บทความนี้อธิบายว่าทำไมระยะเวลารอจึงสำคัญ และแนวทางที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ




