• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

หลักการสร้างวอลลุ่มด้วยคอลลาเจนบูสเตอร์ในชั้นไขมัน

หลักการสร้างวอลลุ่มด้วยคอลลาเจนบูสเตอร์ในชั้นไขมัน

หลักการสร้างวอลลุ่มด้วยคอลลาเจนบูสเตอร์ในชั้นไขมัน

บทเกริ่นนำซีรีส์บูสเตอร์ — สองระยะ ผลทันที + คอลลาเจนยาว เจาะลึก Radiesse, Sculptra, จูวีลุค

เผยแพร่แล้ว

อัปเดตแล้ว

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

🔗 ไปอ่านบทความอื่น ๆ

ไลน์อัป 3 รุ่นยอดฮิต2.1 Radiesse (CaHA) · 2.2 Sculptra (PLLA) · 2.3 จูวีลุค Volume (PDLLA+HA)

เปรียบเทียบเพื่อการตัดสินใจ — 3.1 เปรียบเทียบผลลัพธ์หลังทำ 1 เดือน และ 1 ปี · 3.2 ไกด์ไลน์การเลือกสูตรที่เหมาะกับเรา

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับว่า collagen booster ไม่ใช่หัตถการประเภทฟิลเลอร์ (filler) ที่จะเข้าไปคงตัวอยู่ตรงนั้นเพื่อเติมเต็มปริมาตรในทันทีครับ แต่เป็นหัตถการที่ โมเลกุลซึ่งถูกส่งเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat layer) จะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เองครับ ดังนั้น ผลลัพธ์หลังทำทันทีอาจจะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ปริมาตรผิวจะค่อย ๆ ฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในช่วง 1-3 เดือนครับ คำถามที่หมอวี ยองจิน เจอบ่อยที่สุดในคลินิก Beautystone ก็คือ "ตัวนี้ต่างจากฟิลเลอร์ยังไงคะ?" ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ทั้งสองตัวนี้มีระยะเวลาการเห็นผลรวมถึงชั้นผิวที่ออกฤทธิ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับว่า collagen booster ไม่ใช่หัตถการประเภทฟิลเลอร์ (filler) ที่จะเข้าไปคงตัวอยู่ตรงนั้นเพื่อเติมเต็มปริมาตรในทันทีครับ แต่เป็นหัตถการที่ โมเลกุลซึ่งถูกส่งเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat layer) จะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เองครับ ดังนั้น ผลลัพธ์หลังทำทันทีอาจจะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ปริมาตรผิวจะค่อย ๆ ฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในช่วง 1-3 เดือนครับ คำถามที่หมอวี ยองจิน เจอบ่อยที่สุดในคลินิก Beautystone ก็คือ "ตัวนี้ต่างจากฟิลเลอร์ยังไงคะ?" ซึ่งหัวใจสำคัญคือ ทั้งสองตัวนี้มีระยะเวลาการเห็นผลรวมถึงชั้นผิวที่ออกฤทธิ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

ชั้นผิวที่ collagen booster ทำงาน — ความแตกต่างระหว่างชั้นหนังแท้ (dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat)

โดยปกติแล้ว ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA filler) ทั่วไปจะถูกรีดเข้าไปที่ ชั้นหนังแท้ระดับกลางถึงระดับลึก (mid-to-deep dermis) ซึ่งตัว HA ที่ผ่านกระบวนการ cross-link จะเข้าไปแทนที่พื้นที่ตรงนั้นและเพิ่มปริมาตรให้เห็นทันทีหลังทำ นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่คุณสามารถมองเห็นในกระจกได้ทันทีหลังจากทำเสร็จครับ

แต่สำหรับ collagen booster จะลงลึกไปอีกขั้นจนถึง ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat layer)* ครับ โมเลกุลที่ถูกส่งเข้าไปในชั้นนี้ (ไม่ว่าจะเป็น CaHA, PLLA หรือ PDLLA) ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างวอลลุ่มในทันที แต่มีเป้าหมายเพื่อให้ร่างกายของเรารับรู้ว่า "มีสิ่งแปลกปลอมระดับไมโครเข้ามา และต้องเข้าไปจัดการ" ซึ่งกระบวนการรับรู้นี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งสัญญาณสัญชาตญาณในการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ

ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง*(subcutaneous fat layer): คือชั้นไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้ เป็นชั้นผิวที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างกรอบหน้าและให้วอลลุ่มกับใบหน้า และยังเป็นจุดแรกที่เกิดการฝ่อตัวเมื่อเราอายุมากขึ้นด้วยครับ collagen booster จะเข้าไปจับตัวในชั้นนี้เพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนธรรมชาติกลับมาเติมเต็มอีกครั้ง

ใน งานวิจัยทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการใช้ PDLLA ในหัตถการความงาม ก็ได้สรุปไว้เช่นกันครับว่า กลไกสำคัญของ collagen booster คือการเข้าไป กระตุ้นเซลล์สร้างเส้นใยผิว (fibroblast) ในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง นั่นหมายความว่า มันไม่ใช่การนำสารจากภายนอกมาเติมถมให้เต็มเฉย ๆ แต่เป็นการเปิดสวิตช์โรงงานผลิตคอลลาเจนใต้ผิวของคุณให้กลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่งครับ

ชั้นผิวที่ collagen booster ทำงาน — ความแตกต่างระหว่างชั้นหนังแท้ (dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat)

 

 

ผลลัพธ์ทันที vs การกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว — การผสานของสองเส้นเวลา (timeline)

สิ่งสำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจ collagen booster ก็คือ การทำงานร่วมกันของสองไทม์ไลน์ในเวลาเดียวกัน ครับ

ผลลัพธ์ทันที (ไทม์ไลน์ที่ 1) — ตัวนำพาหรือตัวพา (carrier เช่น เจล, HA หรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อ) ที่ผสมอยู่กับโมเลกุลหลักจะเข้าแทนที่พื้นที่ในทันทีหลังฉีด แม้จะเห็นวอลลุ่มได้ทันทีหลังทำเสร็จ แต่เมื่อตัวพานี้ถูกร่างกายดูดซึมไป วอลลุ่มจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ จึงเป็นสาเหตุที่หลายคนมักจะรีวิวว่าหลังทำเสร็จจะดูบวม ๆ ฟู ๆ แล้วยุบลงไปนั่นเองครับ

การกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว (ไทม์ไลน์ที่ 2) — ตัวโมเลกุลหลักเองจะค่อย ๆ สลายตัวอย่างช้า ๆ ในเวลา 6 เดือนถึง 2 ปี ในระหว่างที่มันกำลังสลายตัวอยู่นี้ มันจะคอยส่ง สัญญาณกระตุ้นอย่างต่อเนื่องและอยู่ภายใต้การควบคุม (controlled stimulation)* เพื่อเปิดสวิตช์ให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนที่ 1-3 เป็นต้นไป คอลลาเจนของตัวเองจะค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโวลลุ่มตามธรรมชาติที่แท้จริงครับ

การกระตุ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้การควบคุม*: คือกระตุ้นเบา ๆ ระดับไมโครให้ร่างกายตื่นตัวว่ามีสารสลายง่ายอยู่ตรงนี้และอยากเข้ามาจัดการ ซึ่งไม่ใช่การกระตุ้นที่รุนแรงจนเกิดแผลเป็น (scar) แต่เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่เรียบเนียนอย่างเดียว ตราบใดที่โมเลกุลของ collagen booster ยังสลายไม่หมด สัญญาณกระตุ้นนี้ก็จะยังคงทำงานอยู่เรื่อย ๆ ครับ

การผสมผสานของสองไทม์ไลน์นี้ที่ลงตัวที่สุด ตามที่ระบุใน คู่มือแนวทางปฎิบัติการผสมและการใช้ PDLLA ในหัตถการเพื่อความงาม แนะนำก็คือ รูปแบบของ CaHA + HA carrier หรือ PDLLA + HA ครับ เพราะตัว HA carrier จะช่วยจับดีไซน์และให้วอลลุ่มในตอนแรก จากนั้นตัวโมเลกุลจะทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนแท้ในระยะยาวต่อครับ

ผลลัพธ์ทันที vs การกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว — การผสานของสองเส้นเวลา (timeline)

 

 

collagen booster 3 รุ่นยอดฮิต — หลักการเดียวกัน แต่ใช้โมเลกุลต่างกัน

ทั้ง 3 ไอเทมที่เราจะพูดถึงในซีรีส์นี้ต่างก็ใช้กลไกของสองไทม์ไลน์ข้างต้นเหมือนกันครับ ทว่าผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปตาม ประเภทของโมเลกุลที่เลือกใช้ ครับ

  • Radiesse (CaHA) — แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์สูตรไมโครสเฟียร์ ตัวโมเลกุลจะมีความแน่นตัวสูงและมาพร้อมตัวพาที่แข็งแรง ทำให้ ให้วอลลุ่มและยกกระชับในทันทีสูงที่สุด โดดเด่นอย่างมากในการปรับรูปหน้าและโครงสร้างใต้ผิวที่ต้องการความเป๊ะ

  • Sculptra (PLLA) — พอลี-แอล-แลกติกแอซิด แม้ตัวโมเลกุลเองไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวเติมเต็ม (volumizer) โดยตรง แต่ มีพลังในการกระตุ้นและสร้างคอลลาเจนสูงที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ยิ่งได้วอลลุ่มและความฟูของผิวที่ชัดเจนที่สุดในกลุ่ม

  • จูวีลุค Volume (PDLLA + HA) — พอลี-ดี,แอล-แลกติกแอซิด ผสมกับไฮยาลูรอนิกแอซิด ตัวโมเลกุลเป็นทรงกลมมน ผิวเรียบเนียน จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดปุ่มนูน (nodule) ต่ำมาก ช่วยสร้าง วอลลุ่มที่ดูละมุนและเป็นธรรมชาติที่สุด เป็นไลน์ยอดฮิตสัญชาติเกาหลีใต้ครับ

เนื่องจากแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นต้องเลือกตามบริเวณที่ต้องการรักษา, ปัญหาผิว และความชอบของคนไข้แต่ละท่าน ซึ่งการเปรียบเทียบในรายละเอียดเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของซีรีส์นี้ครับ

collagen booster 3 รุ่นยอดฮิต — หลักการเดียวกัน แต่ใช้โมเลกุลต่างกัน

 

 

ทำไมเราต้องโฟกัสไปที่ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง + การเติมเต็มวอลลุ่ม

ความจริงแล้ว ขอบเขตการทำงานของ collagen booster นั้นค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่การฉีดตื้น ๆ ในชั้นหนังแท้เพื่อบำรุงผิว (skin booster) ไปจนถึงการฉีดลึกในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อความแน่น และในซีรีส์นี้เราจะเน้นไปที่ กรณีการฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มวอลลุ่มของใบหน้า ด้วยเหตุผล 3 ข้อนี้ครับ:

  • คีย์หลักของความร่วงโรยตามวัยเกิดจากการฝ่อตัวของไขมันใต้ผิวหนัง ครับ พอเริ่มเข้าสู่วัย 30 ปีตอนปลาย บริเวณใต้โหนกแก้ม แก้มตอบ หรือแก้มส้มที่เริ่มดูตอบลง ล้วนเกิดจากการฝ่อตัวของผิวชั้นนี้ทั้งสิ้น และนี่คือบริเวณที่ collagen booster จะแสดงประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดครับ

  • การใช้ HA filler เดี่ยว ๆ มีข้อจำกัดบางประการ หากต้องการเติมเต็มบริเวณกว้าง ๆ อาจต้องใช้ในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ และส่วนใหญ่จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนก็ต้องกลับมาซ้ำอีกรอบ แต่สำหรับ collagen booster หลังจากทำแล้ว คอลลาเจนธรรมชาติที่สร้างขึ้นเองจะสามารถคงอยู่ได้ยาวนานกว่า 1 - 2 ปีขึ้นไปครับ

  • เป็นบริเวณที่คุณหมอต้องทำการประเมินและตัดสินใจบ่อยที่สุดในคลินิก จุดที่คนไข้ส่วนใหญ่มักจะบอกว่า "คุณหมอคะ ตรงนี้ดูยุบ ๆ ไปค่ะ" มักจะเป็นบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนังแทบทั้งสิ้น การเลือกว่าจะใช้ booster ตัวไหนกับเคสคนไข้แบบใดจึงเป็นการตัดสินใจทางการแพทย์ที่สำคัญมากในภาคปฏิบัติครับ

ในบทความถัดไป เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดของไลน์อัปทั้ง 3 รุ่นกันทีละสูตร และในพาร์ทสุดท้ายจะสรุปการเปรียบเทียบผลลัพธ์หลังทำ 1 เดือน / 1 ปี พร้อมไกด์ไลน์ในการเลือกสูตรที่เหมาะกับทุกคนด้วยครับ

ทำไมเราต้องโฟกัสไปที่ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง + การเติมเต็มวอลลุ่ม

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ระหว่าง ฟิลเลอร์ (filler) กับ collagen booster แบบไหนดีกว่ากันครับ?

ไม่ได้มีแบบไหนดีกว่ากันครับ แต่เป็นหัตถการที่มีระยะเวลาการเห็นผลรวมถึงเป้าหมายที่แตกต่างกันครับ หากต้องการเห็นผลทันทีแบบ 100% ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ HA filler แต่ถ้าโจทย์ของคุณคือต้องการคอลลาเจนจากร่างกายตัวเองที่อยู่ได้ยาวนาน 1-2 ปี สไตล์ธรรมชาติ ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ collagen booster ครับ ซึ่งในทางปฏิบัติของหมอวี ยองจิน ที่ Beautystone บ่อยครั้งที่เราจะผสมผสานสองหัตถการนี้ควบคู่กันไปครับ เช่น ใช้ HA filler ปรับงานดีไซน์โครงสร้างในทันที แล้วใช้ collagen booster เพื่อคงผลลัพธ์ที่ละมุนในระยะยาวครับ

Q. หลังทำทันทีรู้สึกว่าเห็นผลน้อยมาก แบบนี้คือได้ผลจริง ๆ หรือเปล่าคะ?

สำหรับ collagen booster แล้ว การที่เห็นผลน้อยมากหลังทำทันทีถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ๆ ครับ ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ จะค่อย ๆ เผยให้เห็นตั้งแต่เดือนที่ 1 ถึง 3 เป็นต้นไปครับ หลาย ๆ คนพอเห็นว่าหายบวมแล้วก็เข้าใจผิดว่า "ไม่เห็นได้ผลเลย" แต่ความจริงแล้วช่วงเวลานั้นคือช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างเต็มที่ใต้ผิวของคุณต่างหากครับ

Q. ใน 1 ปี ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยแค่ไหนครับ?

ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นและแบรนด์ที่เลือกใช้ครับ สำหรับ Radiesse แนะนำทำ 1 ครั้งแล้วประเมินเพื่อเติมซ้ำอีกทีตอน 6-12 เดือน ส่วน Sculptra หรือ จูวีลุค Volume โดยมาตรฐานแนะนำให้ทำเป็นคอร์ส 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ ซึ่งจะสามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปีแล้วค่อยกลับมาทำซ้ำกระตุ้นใหม่ครับ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ในบทความเปรียบเทียบแต่ละรุ่นของซีรีส์นี้ได้เลยนะครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

타투 제거를 중간에 멈춘 뒤에 남아 있는 잉크는 다시 시작할 때 무엇을 먼저 보나요?

ลบรอยสัก

หยุดกำจัดรอยสักกลางคัน หมึกที่เหลือไปไหน? กลับมาทำต่อต้องดูอะไรบ้าง

หยุดกำจัดรอยสักกลางคันแล้วหมึกที่เหลือจะเป็นอย่างไร? บทความนี้อธิบายว่าการหยุดกลางทางไม่รีเซ็ตทุกอย่าง และเมื่อกลับมาทำต่อควรดูสีและความลึกของหมึกที่เหลือก่อน

힙 필러로 볼륨을 채우고 나면 셀룰라이트나 피부 표면의 굴곡까지 같이 좋아지는 걸까요?

ร่างกาย

ฟิลเลอร์ก้น ช่วยเรื่อง Cellulite ได้ไหม? รู้จักชั้นผิวก่อนตัดสินใจ

ฟิลเลอร์ก้น (Hip Filler) เพิ่มวอลลุ่มได้ดี แต่ Cellulite เกิดจากพังผืดในชั้นต่างกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างและสิ่งที่คาดหวังได้

쥬베룩 볼륨을 맞은 뒤에 다이어트로 체중이 빠지면 얼굴 볼륨도 같이 꺼지는 걸까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้ว วอลลุ่มบนหน้าจะหายไปด้วยไหม?

ลดน้ำหนักหลังฉีด Juvelook Volume แล้วหน้าจะยุบไหม? บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างวอลลุ่มจากคอลลาเจนกับวอลลุ่มจากไขมัน พร้อมคำแนะนำจากแพทย์

머리를 감고 나면 이마와 헤어라인 경계에만 좁쌀이 반복해서 올라오는 이유는 무엇일까요?

กำจัดขน

สิวไรผมขึ้นซ้ำทุกครั้งหลังสระผม เกิดจากอะไรและแก้ยังไงดี?

สิวเม็ดเล็กไรผมที่ขึ้นซ้ำหลังสระผม มักไม่ได้เกิดจากครีมล้างหน้า แต่มาจากลำดับการสระผมที่ปล่อยให้แชมพูตกค้างบนผิว บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับลำดับง่าย ๆ

슈링크 받은 다음 날 머리가 지끈거리고 관자놀이가 뻐근한데 그냥 지나가도 되는 걸까요?

ยกกระชับ

ปวดขมับหลังทำชูริงค์ ปกติไหม และควรกังวลตอนไหน

หลังทำชูริงค์แล้วขมับตึง กดเจ็บ หรือรู้สึกหนักหัว รวมกลไกที่ทำให้เกิดอาการ ระยะเวลาที่มักค่อย ๆ ดีขึ้น วิธีดูแลตัวเองช่วงแรก และสัญญาณที่ควรติดต่อคลินิก

올리지오 엑스를 한 번 시작하면 계속 받아야 하고 그만두면 더 처지게 되는 걸까요?

ยกกระชับ

หยุดทำ Oligio X แล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมจริงไหม

หยุดยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุแล้วหน้าจะหย่อนกว่าเดิมหรือไม่ ผลจางลงเมื่อไร แยกจากความเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างไร พร้อมข้อควรระวังและช่วงค่าใช้จ่าย

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1