• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Skin booster มีผลข้างเคียงไหม? เช็กก่อนทำ

Skin booster มีผลข้างเคียงไหม? เช็กก่อนทำ

Skin booster มีผลข้างเคียงไหม? เช็กก่อนทำ

skin booster ฉีดไฮยาลูรอนิกให้ผิวเรียบเนียน แยกผลข้างเคียงทั่วไปกับที่พบยาก และเกณฑ์ทำอย่างปลอดภัย

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เวลาที่สาวๆ กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ skin booster หลายคนมักจะชะงักไปเพราะความกังวลว่า "มันดีต่อผิวก็จริง แต่จะมีผลข้างเคียงไหมนะ?" เพราะการใช้เข็มฉีดอะไรบางอย่างเข้าไปในผิวอาจทำให้รู้สึกกังวลใจไปเอง แถมรีวิวของแต่ละคนเรื่องรอยช้ำหรืออาการบวมก็ไม่เหมือนกันเลย ทำให้กะเกณฑ์ไม่ถูกว่าแค่ไหนถึงเรียกว่าปกติ

ในบทความนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่หลักการทำงานของ skin booster ในชั้นผิว, ประเภทและความรุนแรงของผลข้างเคียงที่พบได้จริง, ไปจนถึงสิ่งที่คุณควรเช็กตอนปรึกษาคุณหมอเพื่อให้ได้รับบริการอย่างปลอดภัย หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยเปลี่ยนความกังวลใจให้กลายเป็นแนวทางการตัดสินใจที่จับต้องได้นะครับ

บทความนี้ได้รับการเรียบเรียงโดย Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong)

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ:

  • ทำความเข้าใจหลักการทำงานของ skin booster ในชั้นผิว

  • รู้จักประเภทและความรุนแรงของผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • แยกแยะอาการข้างเคียงที่พบได้ยากแต่ต้องพึงระวัง

  • สิ่งที่ต้องเช็กตอนปรึกษาคุณหมอเพื่อความปลอดภัยในการทำหัตถการ

 

มาเริ่มที่หลักการทำงานของ skin booster ในชั้นผิวกันก่อนครับ

skin booster คือหตถการที่ฉีดสารจำพวก Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปเบาๆ ในชั้นผิวแท้* (Dermis) เพื่อเติมความชุ่มชื้นและปรับเนื้อผิวให้เนียนละเอียดจากภายใน ซึ่งต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปที่เน้นเติมวอลลุ่ม เพราะตัวนี้จะเน้นไปที่การฟื้นฟูสภาพผิวโดยตรง หากดูจากเอกสารทางการแพทย์ที่สรุปหลักการทำงานของ skin booster แบบฉีด จะอธิบายไว้ว่า Hyaluronic Acid สามารถอุ้มน้ำได้มากกว่าปริมาตรของตัวเองถึงหลายร้อยเท่า และช่วยกระตุ้นสารนอกเซลล์* (Extracellular Matrix) ในชั้นผิวแท้เพื่อช่วยสร้างคอลลาเจนครับ

*ชั้นผิวแท้ (Dermis): คือชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังกำพร้า เป็นจุดที่สะสมคอลลาเจนและความชุ่มชื้น ซึ่งช่วยสร้างความยืดหยุ่นและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มให้กับผิว

*สารนอกเซลล์ (Extracellular Matrix): คือส่วนที่เติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ในชั้นผิวแท้ ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายค้ำจุนโครงสร้างผิว โดยมีคอลลาเจนและ Hyaluronic Acid รวมอยู่ในนี้ด้วย

เนื่องจากเป็นหัตถการที่จัดการกับสภาพแวดล้อมภายในชั้นผิวโดยตรง ทั้งผลลัพธ์และผลข้างเคียงจึงมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับคำว่า "ฉีดตรงไหน ปริมาณเท่าไหร่ และฉีดอย่างไร" ดังนั้น เวลาพิจารณาเรื่องผลข้างเคียง ขั้นตอนการทำหัตถการและการดูแลตัวเองจึงมีความสำคัญไม่แพ้ตัวยาเลยครับ

สกินบูสเตอร์ฉีดกรดไฮยาลูโรนิกตื้น ๆ เข้าชั้นหนังแท้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและผิวสัมผัสมาเริ่มที่หลักการทำงานของ skin booster ในชั้นผิวกันก่อนครับ

 

 

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมีความรุนแรงแค่ไหน?

อาการที่พบบ่อยที่สุดหลังทำ skin booster คือ รอยช้ำ อาการบวม และความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเวลากดครับ จากงานวิจัยเชิงระบบที่สรุปเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Hyaluronic Acid แบบฉีด ระบุว่า ผลข้างเคียงส่วนใหญ่นั้นไม่รุนแรง และเป็นปฏิกิริยาชั่วคราวที่จะหายไปเองภายในเวลาปกติประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องสะกิดเข็มหลายจุด การเกิดรอยช้ำเล็กๆ หรือรอยแดงจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดามากครับ

ด้านล่างนี้คือการสรุปอาการข้างเคียงที่พบบ่อยและระยะเวลาฟื้นตัวทั่วไป การรู้ระดับอาการที่ "ปกติและพบบ่อย" ไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็นหลังทำได้ดีทีเดียวครับ

อาการ

ระดับความบ่อย

ระยะเวลาฟื้นตัวทั่วไป

รอยช้ำ

พบบ่อย

จางลงภายในไม่กี่วันถึง 2 สัปดาห์

อาการบวม

พบบ่อย

ปกติจะยุบลงภายในไม่กี่วัน

เจ็บเวลากด

พบบ่อย

หายไปอย่างรวดเร็ว

รอยแดง

พบบ่อย

หายดีภายใน 1-2 วัน

แนวโน้มทั่วไปของอาการช้ำและบวมที่ลดลงหลังทำหัตถการผลข้างเคียงที่พบบ่อยมีความรุนแรงแค่ไหน?

 

 

คัดกรองอาการที่พบได้ยากแต่ควรระวังไว้ด้วยนะครับ

แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นอาการเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็มีโอกาสพบได้ยากที่จะเกิดตุ่มไต (ก้อนขนาดเล็กใต้ผิว) อาการอักเสบเรื้อรัง หรือการเปลี่ยนสีของผิว ซึ่งในงานวิจัยระบุว่าปฏิกิริยาเหล่านี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก และ Hyaluronic Acid เองก็มีความเสี่ยงในการเกิดตุ่มไตต่ำกว่าสารตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม หากอาการบวมหลังทำนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการปวดรุนแรง มีรอยแดงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะเฝ้าดูอาการเองอย่างเดียว แนะนำให้เข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจเช็กจะปลอดภัยที่สุดครับ

อาการที่พบได้ยากเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับเรื่องความสะอาด ความลึกของการฉีด และการดูแลตัวเองหลังทำ มากกว่าตัวสารเคมีเอง ดังนั้น คำว่า "ทำที่ไหนและทำอย่างไร" จึงเป็นตัวกำหนดความปลอดภัยที่สำคัญไม่แพ้คำว่า "ใช้ผลิตภัณฑ์อะไร" เลยครับ

คัดกรองอาการที่พบได้ยากแต่ควรระวังไว้ด้วยนะครับ

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?

แม้จะเป็นสารตัวเดียวกัน แต่สำหรับ skin booster แล้ว ปริมาณ ความลึกในการฉีด และการรักษาความสะอาดล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์และผลข้างเคียงทั้งสิ้น ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราปรับแต่งหัตถการให้เหมาะกับสภาพผิวและความคาดหวังของแต่ละบุคคลก่อนทำ พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับเทคนิคการฉีดและวิธีการดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด

แทนที่จะบอกว่า "ไม่มีผลข้างเคียงเลย" แบบปัดความรับผิดชอบ เราให้ความสำคัญกับการอธิบายอาการปกติที่พบได้ทั่วไปและอาการที่พบได้ยากอย่างจริงใจ พร้อมคอยแนะนำว่าหากมีสัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรติดต่อกลับมาหาเรา เพราะเราเชื่อว่าข้อมูลที่เป็นจริงจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจและให้ความอุ่นใจได้มากกว่าครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?

 

 

ข้อควรเช็กเพื่อความปลอดภัยในการทำหัตถการ

ก่อนทำหัตถการ ควรแจ้งประวัติยาที่กำลังรับประทานอยู่ หรือบอกหากคุณเป็นคนที่เกิดรอยช้ำง่าย รวมถึงตรวจสอบว่ามีแผลอักเสบหรือปัญหาผิวบริเวณที่จะทำหรือไม่ และเนื่องจากรอยช้ำและอาการบวมเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำหัตถการก่อนวันงานสำคัญสักไม่กี่วันจะดีที่สุดครับ

หลังทำ พยายามหลีกเลี่ยงการจับ สัมผัสรุนแรง หรือกระตุ้นบริเวณที่ทำ และคอยสังเกตอาการบวมและรอยช้ำที่ค่อยๆ จางลงในไม่กี่วัน แต่หากมีอาการปวดหรือรอยแดงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือเป็นเวลานาน อย่าเดาอาการเองนะครับ ให้รีบติดต่อคลินิกที่ทำทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ

ข้อควรเช็กเพื่อความปลอดภัยในการทำหัตถการ

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. skin booster เป็นหัตถการที่มีผลข้างเคียงเยอะไหมคะ?

A. อาการส่วนใหญ่เป็นเพียงปฏิกิริยาชั่วคราวที่ไม่รุนแรง เช่น รอยช้ำ อาการบวม หรือเจ็บเวลากดครับ จากรายงานวิจัยระบุว่าอาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ แต่เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องใช้เข็มหลายจุด การเกิดรอยช้ำเล็กๆ หรือรอยแดงจึงพบได้ทั่วไปครับ

Q. รอยช้ำหรืออาการบวมจะคงอยู่ชั่วระยะเวลาเท่าไหร่ครับ?

A. ปกติจะค่อยๆ จางหายไปภายในไม่กี่วันหรือไม่เกิน 2 สัปดาห์ครับ หากอาการบวมคงอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ หรือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้เข้ามาพบคุณหมอตรวจดูอาการเพื่อความปลอดภัยนะครับ

Q. มีคนบอกว่าอาจเกิดตุ่มไตใต้ผิวหนัง อันนี้พบบ่อยไหมคะ?

A. พบได้ยากมากๆ ครับ สารกลุ่ม Hyaluronic Acid จัดว่ามีความเสี่ยงในการเกิดตุ่มไตต่ำกว่าสารประเภทอื่นค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากพบตุ่มแข็งจับได้และไม่ยอมหายไปนาน แนะนำให้เข้ามาเช็กอาการดีกว่าครับ

Q. สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำหัตถการอย่างปลอดภัยคืออะไรบ้างครับ?

A. ความลึก ปริมาณการฉีด และการรักษาความสะอาดมีความสำคัญพอๆ กับตัวยาเลยครับ การบอกเล่าสภาพผิวของตัวเองอย่างตรงไปตรงมากับแพทย์ก่อนทำ และเลือกคลินิกที่คุณสามารถติดต่อปรึกษาได้ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติหลังทำ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สะท้อนถึงความปลอดภัยของคุณครับ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1