ขมับตอบไม่ได้เกิดจากแค่ผอมลง แต่จากคอลลาเจน ไขมัน กระดูกที่ลดลง สรุปวิธีเติมวอลลุ่ม
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลายคนเวลาส่องกระจกมักจะสังเกตเห็นว่าขมับดูตอบลงไป ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและดูมีอายุขึ้น ทั้งๆ ที่น้ำหนักก็ไม่ได้ลดลง แต่ด้านข้างของใบหน้ากลับดูยุบตัวลง หรือแม้แต่เวลาใส่แว่นก็รู้สึกเหมือนมีเงาตกกระทบที่ขมับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ไขมันลดลงเท่านั้น แต่มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับกระบวนการร่วงโรยตามวัยของใบหน้าครับ
ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้ขมับดูตอบลง โดยเริ่มทำความเข้าใจโครงสร้างชั้นผิวที่ร่วงโรยตามวัย พร้อมแนะนำทางเลือกในการเติมเต็มวอลลุ่ม และเกณฑ์ในการเปรียบเทียบแต่ละวิธีอย่างเป็นขั้นตอนครับ แทนที่จะแนะนำการทำหัตถการใดหัตถการหนึ่งโดยเฉพาะ เราอยากช่วยให้คุณเข้าใจสภาพผิวของตัวเองมากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าไปปรึกษาคุณหมอครับ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้
เข้าใจกลไกความร่วงโรยของผิวที่ทำให้ขมับดูตอบลง
รู้จักกับทางเลือกต่างๆ ในการเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้า
เปรียบเทียบข้อแตกต่างของสารเติมเต็มแต่ละชนิด
ไกด์ไลน์ในการประเมินสภาพผิวของตัวเองก่อนเข้าพบคุณหมอ
เจาะลึกสาเหตุขมับตอบจากโครงสร้างชั้นผิวที่ร่วงโรยตามวัย
อาการขมับตอบไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะไขมันลดลง แต่เป็นผลลัพธ์จากการร่วงโรยตามวัยในหลายๆ ชั้นผิวพร้อมกัน หากดูตามข้อมูลทางการแพทย์ที่จำแนกความร่วงโรยของใบหน้าออกเป็นชั้นผิว, ไขมัน, กล้ามเนื้อ และกระดูก จะอธิบายว่า ยิ่งอายุมากขึ้น คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ก็จะยิ่งลดลง ชั้นไขมันเริ่มเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง และโครงสร้างกระดูกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยด้วย ส่งผลให้โครงสร้างที่รองรับใบหน้าทั้งหมดอ่อนแอลง ซึ่งขมับเป็นหนึ่งในจุดที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนที่สุดครับ
ชั้นหนังแท้ (Dermis)*: ชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า เป็นบริเวณที่กักเก็บคอลลาเจนและความชุ่มชื้นเพื่อพยุงความยืดหยุ่นและวอลลุ่มของผิว
ชั้นไขมัน (Fat compartment)*: บริเวณที่ไขมันบนใบหน้าแบ่งตัวกระจายอยู่เป็นห้องๆ เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันเหล่านี้จะลดลงหรือหย่อนคล้อยลง ทำให้เกิดรอยเว้าแหว่งบนใบหน้า
ดังนั้น การที่ขมับดูตอบลงจึงไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ที่ทับซ้อนกันจากการเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวต่างๆ เวลาเลือกวิธีเติมเต็มผิว หากคิดไปพร้อมๆ กันว่า "จะช่วยเสริมชั้นผิวไหนและเสริมด้วยอะไร" ก็จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ


ทางเลือกในการเติมเต็มวอลลุ่มมีอะไรบ้าง?
วิธีเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณขมับสามารถแบ่งออกง่ายๆ เป็น "วิธีทางตรง (การเติมเต็มทันที)", "วิธีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน" และ "วิธีเติมไขมันตัวเอง" ครับ จากผลการศึกษาติดตามผลในระยะยาวเกี่ยวกับการฟื้นฟูวอลลุ่มในชั้นไขมันบริเวณขมับ พบว่าการเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่เว้าแหว่งจะช่วยปรับปรุงความตอบลึกได้อย่างเห็นได้ชัด และผลลัพธ์คงอยู่ได้ค่อนข้างยาวนาน
ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกมีจุดเด่นคือเติมเต็มปริมาตรผิวได้ทันทีและเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที ส่วนสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่าง Ellansé จะเน้นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมเต็มด้วยตัวเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป สำหรับการฉีดไขมันตัวเอง (Fat graft) จะเป็นการย้ายไขมันของตัวเองมาเติมเต็มเพื่อให้ได้วอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่อาจจะต้องแลกกับการทำหัตถการที่ใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ วิธีที่เหมาะสมกับคุณจะขึ้นอยู่กับระดับความตอบของขมับ ระยะเวลาผลลัพธ์ที่ต้องการ และเวลาในการพักฟื้นของแต่ละบุคคลครับ
วิธี | จุดเด่น | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|
ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก (HA) | เพิ่มวอลลุ่มทันที เห็นผลลัพธ์หลังทำทันที | จะค่อยๆ สลายตัวไปตามกาลเวลา |
สารกระตุ้นคอลลาเจน | ค่อยๆ เติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ เน้นผลลัพธ์ระยะยาว | เห็นผลลัพธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป |
การฉีดไขมันตัวเอง | ได้วอลลุ่มที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ | เป็นหัตถการที่ใหญ่กว่าและมีระยะเวลาพักฟื้นนาน |


เกณฑ์ในการเปรียบเทียบสารเติมเต็มแต่ละชนิด
เวลาเปรียบเทียบสารเติมเต็มแต่ละตัว แนะนำให้พิจารณาจากเรื่อง "เห็นผลเร็วแค่ไหน", "อยู่ได้นานเท่าไหร่" และ "สามารถสลายออกได้ไหม" จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ ไฮยาลูรอนิกมีข้อดีตรงที่เห็นผลเร็วและสามารถฉีดสลายออกได้หากจำเป็น ส่วนสารกระตุ้นคอลลาเจนแม้จะค่อยๆ เห็นผลอย่างช้าๆ แต่มีจุดเด่นเรื่องผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้ยาวนานกว่า
สิ่งสำคัญคือ ไม่มีคำว่า "สารเติมเต็มที่ดีที่สุด" มีเพียง "สิ่งที่เลือกว่าเหมาะกับระดับความตอบและไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด" เท่านั้นครับ การตัดสินใจเลือกจะขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที อยากให้อยู่ได้นานแค่ไหน หรือมีเวลาพักฟื้นเท่าไหร่ ดังนั้นการกำหนดความต้องการลำดับแรกของตัวเองก่อนจะช่วยให้เลือกหัตถการได้คุ้มค่ากว่าการเลือกตามโฆษณาครับ

ทำไมต้องที่ Beautystone สาขาฮับจอง?
บริเวณขมับเป็นจุดที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทพาดผ่านเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเลือกฉีดในผิวชั้นไหนและปริมาณเท่าไหร่จึงเป็นตัวกำหนดทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัยไปพร้อมกัน ที่ Beautystone สาขาฮับจอง คุณหมอจะตรวจประเมินระดับความตอบและความสมดุลของใบหน้าโดยรวมก่อน แล้วจึงช่วยแนะนำชนิดของสารเติมเต็มรวมถึงปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับคนไข้ครับ
แทนที่จะยัดเยียดขายคอร์สหรือหัตถการใดหัตถการหนึ่ง เราให้ความสำคัญกับการอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่าวิธีไหนเหมาะกับสภาพผิวของคุณจริงๆ พร้อมชี้แจงข้อดีข้อเสียอย่างจริงใจ ขมับเป็นบริเวณที่เติมเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนมิติใบหน้าได้เลย เราจึงเน้นผลลัพธ์ที่สมดุลและไม่ดูฝืนจนเกินไปเป็นหลักครับ

สิ่งที่ควรประเมินล่วงหน้าก่อนเข้าปรึกษาคุณหมอ
ก่อนเข้าปรึกษา แนะนำให้ลองส่องกระจกสังเกตดูว่าขมับของตัวเองตอบมากน้อยแค่ไหน และส่งผลต่อภาพรวมใบหน้าด้านข้างอย่างไรบ้าง การกำหนดความต้องการล่วงหน้าว่าคุณอยากได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว หรือเน้นผลลัพธ์ที่คงอยู่ยาวนาน จะช่วยให้ขั้นตอนการปรึกษาราบรื่นและตรงจุดมากยิ่งขึ้นครับ
นอกจากนี้ เนื่องจากบริเวณขมับเป็นจุดที่อาจเกิดรอยช้ำหรือรอยบวมได้ง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงการทำก่อนวันสำคัญกระชั้นชิด และเนื่องจากขมับเป็นบริเวณที่ต้องการความปลอดภัยสูงมากเป็นพิเศษ จึงขอแนะนำให้เลือกปรึกษาและทำหัตถการกับคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีความเข้าใจในโครงสร้างกายวิภาคใบหน้าและมีประสบการณ์สูงเท่านั้นครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ขมับตอบเกิดจากน้ำหนักลดเพียงอย่างเดียวใช่หรือไม่?
A. ไม่ใช่แค่เพราะน้ำหนักลดลงครับ แต่เป็นผลลัพธ์ของความร่วงโรยตามวัยของใบหน้า เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะลดลง ชั้นไขมันฝ่อตัวลง และกระดูกเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดเล็ก ทำให้โครงสร้างที่รองรับใบหน้าอ่อนแอลง ซึ่งขมับเป็นส่วนที่แสดงการเปลี่ยนแปลงเหนี่ยวรั้งนี้ออกมาให้เห็นได้ชัดครับ
Q. เติมขมับแล้วระดับความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าจะสังเกตเห็นชัดไหม?
A. ขมับเป็นบริเวณที่เติมเพียงเล็กน้อยก็ช่วยปรับรูปหน้าด้านข้างให้ดูดีขึ้นได้ทันทีครับ แต่หากเติมมากเกินไปก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ ดังนั้นการดีไซน์ปริมาณให้สมดุลกับใบหน้าโดยรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ
Q. ระหว่างไฮยาลูรอนิกกับสารกระตุ้นคอลลาเจน แบบไหนดีกว่ากัน?
A. ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบครับ เพราะตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ไฮยาลูรอนิก (HA) มีข้อดีคือเห็นผลทันทีหลังทำและสามารถฉีดสลายออกได้ ส่วนสารกระตุ้นคอลลาเจนจะเน้นผลลัพธ์ระยะยาว ผิวค่อยๆ ฟูเติมเต็มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แนะนำให้เลือกตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวได้เลยครับ
Q. การทำหัตถการบริเวณขมับอันตรายไหม?
A. เนื่องจากขมับเป็นจุดรวมของเส้นประสาทและเส้นเลือดสำคัญ ความปลอดภัยจึงขึ้นอยู่กับการเลือกตำแหน่งชั้นผิวและปริมาณสารเติมเต็มอย่างแม่นยำ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกทำกับสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาค ดำเนินการประเมินปัญหาและความสมดุลของใบหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนลงมือทำครับ
บทความแนะนำที่น่าสนใจ
ทำไมฟิลเลอร์ขมับ Ellansé ถึงอยู่ได้นานถึง 2 ปี — เจาะลึกกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยสาร PCL
ฉีด จูวีลุค แล้วคอลลาเจนจะเริ่มสร้างตอนไหน และผลลัพธ์ของวอลลุ่มจะคงอยู่ได้นานเท่าไหร่?
จูวีลุค Volume ช่วยแก้ปัญหาแก้มตอบด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนหมายถึงอะไร?
เลือกอะไรดีระหว่าง จูวีลุค Volume กับ skin booster? ควรทำอันไหนก่อนดี?









