ฉีดสลายไขมันแล้วมุมปากเบี้ยว ถาวรไหม? ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว สรุปการฟื้นตัวและการดูแล
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
📚 เจาะลึกการฉีดเมโสสลายไขมัน · สารบัญซีรีส์
1. เมโสสลายไขมันคืออะไร
2. ส่วนผสมและผลิตภัณฑ์
3. ผลข้างเคียงและความปลอดภัย
3.1 เส้นประสาทเสียหายชั่วคราว (บทความปัจจุบัน)
4. การเลือกรับบริการ
เมื่อศึกษาเรื่องเมโสสลายไขมัน หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องน่ากลัวอย่าง "เส้นประสาทเสียหายจนปากเบี้ยว" นั่นทำให้หลายคนไม่กล้าทำแม้ว่าผลลัพธ์จะดีแค่ไหนก็ตาม
ขอสรุปให้ฟังสั้นๆ ก่อนเลยครับว่า อาการทางประสาทเหล่านี้พบได้น้อยมาก และถึงแม้จะทำงานผิดปกติไป ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่เพียงชั่วคราวและจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจว่าอาการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและจะลดความเสี่ยงนี้ได้อย่างไรก่อนเข้ารับบริการครับ
สรุปในบรรทัดเดียว: อาการปากเบี้ยวไม่เท่ากันหลังสลายไขมันพบได้น้อยมาก ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เส้นประสาทได้รับการกระตุ้นหรือระคายเคืองชั่วคราว ซึ่งจะฟื้นตัวได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน โอกาสที่จะเกิดความเสียหายถาวรนั้นพบได้ยากมากๆ ครับ
ทำไมเส้นประสาทถึงได้รับผลกระทบ?
บริเวณใต้คางจะมี เส้นประสาท Marginal Mandibular Nerve* ทอดผ่านอยู่ ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลงด้านล่าง
* Marginal Mandibular Nerve: เป็นแขนงหนึ่งของเส้นประสาทใบหน้า (facial nerve) ที่ทอดผ่านตามแนวขากรรไกร ควบคุมกล้ามเนื้อที่ดึงมุมปากลง เป็นเส้นประสาทที่ต้องระมัดระวังอย่างมากในการทำหัตถการบริเวณใต้คาง
เนื่องจากการฉีดสลายไขมันเป็นการทำหัตถการเพื่อละลายไขมันใต้คาง หากตัวยากระจายตัวเข้าไปใกล้เส้นประสาทนี้ หรือฉีดลึกเกินไป เส้นประสาทอาจได้รับการ กระตุ้นหรือระคายเคืองชั่วคราว ได้ ซึ่งไม่ใช่ว่าเส้นประสาทขาดนะครับ แต่เป็นเพราะบริเวณรอบๆ เกิดอาการบวมและตัวยาไปสัมผัสโดน ทำให้การทำงานหยุดชะงักไปชั่วคราว เนื่องจาก Marginal Mandibular Nerve เป็นแขนงหนึ่งของ เส้นประสาทใบหน้า (Facial Nerve)* ที่ควบคุมการแสดงอารมณ์ เมื่อถูกกระตุ้นจึงส่งผลต่อการแสดงสีหน้าบางส่วนนั่นเอง
* Facial Nerve: เส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า โดยแบ่งออกเป็นหลายแขนง ซึ่งแขนงที่ผ่านแนวขากรรไกรจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของมุมปาก
ดังนั้น บริเวณใต้คางจึงเป็นจุดที่ต้องดูแลรักษาด้วยความระมัดระวังมากกว่าบริเวณอื่นๆ ไม่ใช่ว่ามีไขมันตรงไหนก็จิ้มเข็มลงไปได้เลย แต่ต้องหลีกเลี่ยงตามแนวทางเดินของเส้นประสาทด้วยครับ

อาการที่แสดงออกมาเป็นอย่างไร?
อาการที่ชัดเจนที่สุดคือ มุมปากเบี้ยวหรือไม่เท่ากัน เวลาหัวเราะหรือยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งจะไม่ยอมลงตามปกติ ทำให้การแสดงสีหน้าดูเบี้ยวเล็กน้อย หลายครั้งที่เวลาอยู่เฉยๆ จะดูไม่ออก แต่จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเวลาหัวเราะครับ
ในกรณีที่พบได้น้อย อาจมีอาการบวมร่วมกับ ความรู้สึกกลืนลำบาก หรืออาจมีอาการชาและรู้สึกยิบๆ ร่วมด้วย
สิ่งสำคัญคือ อาการเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ใช่เรื่องที่เจอกันได้ทั่วไป และหากแพทย์วิเคราะห์โครงสร้างกายวิภาคอย่างแม่นยำและฉีดในตำแหน่งที่ปลอดภัย โอกาสที่จะเกิดปัญหานี้ก็จะลดลงอย่างมากครับ

คีย์เวิร์ดสำคัญคือ 'ชั่วคราว'
สิ่งที่ทุกคนอยากรู้ที่สุดน่าจะเป็น "แล้วมันจะเบี้ยวไปตลอดชีวิตไหม?" คำตอบและหัวใจสำคัญคือ ส่วนใหญ่เป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น ครับ
เพราะเส้นประสาทไม่ได้ขาด แต่เป็นเพียงแค่การถูกกดทับหรือระคายเคือง เมื่อเวลาผ่านไปอาการบวมยุบตัวลง และเส้นประสาทฟื้นตัว การแสดงสีหน้าก็จะกลับมาเป็นปกติ โดยทั่วไปแล้วจะดีขึ้นภายใน ไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน โอกาสที่จะกลายเป็นอาการถาวรนั้นมีน้อยมากๆ
อาการ | ระยะเวลาฟื้นตัวโดยทั่วไป |
|---|---|
มุมปากเบี้ยวไม่เท่ากัน | ส่วนใหญ่ฟื้นตัวภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน |
กลืนลำบาก | ดีขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง |
ชา ยิบๆ ที่ผิว | ค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาตามลำดับ |
อย่างไรก็ตาม อาการยิ้มแล้วขัดๆ ในระหว่างที่รอการฟื้นตัวอาจทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบายใจได้ ดังนั้น การทราบถึงความเป็นไปได้นี้ก่อนที่จะรับบริการ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะถ้าไม่รู้มาก่อนล่วงหน้าอาจจะทำให้ตกใจกลัวได้ หากอาการเป็นนานเกินไปหรือรุนแรง แนะนำให้แจ้งทางคลินิกที่ทำหัตถการเพื่อ เข้าตรวจร่างกายและรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ครับ

วิธีลดความเสี่ยง — ฝีมือแพทย์สำคัญกว่าตัวยา
ตรงนี้อยากเน้นย้ำมากๆ เลยครับว่า การลดการระคายเคืองของเส้นประสาทนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์ผู้ตรากตรำมากกว่าตัวยาที่ใช้
ความแม่นยำทางกายวิภาค: ต้องหลีกเลี่ยงแนวเส้นประสาท Marginal Mandibular Nerve และฉีดเฉพาะในบริเวณที่ปลอดภัยเท่านั้น ซึ่งข้อนี้สำคัญที่สุดครับ
ระดับความลึกที่เหมาะสม: ควบคุมไม่ให้เข็มลงลึกเกินไป ให้อยู่เฉพาะในชั้นไขมันเท่านั้น
แบ่งฉีดปริมาณน้อย: กระจายตัวยาโดยไม่ฉีดอัดแน่นในจุดเดียวในปริมาณมากเกินไป
ตัวยาที่มีส่วนผสมของ Cholic Acid หรือสารสูตรลดการอักเสบ อาจจะช่วยลดบวมและฟื้นตัวได้ง่ายกว่าก็จริง แต่ ความเสี่ยงของเส้นประสาทไม่ได้กลายเป็นศูนย์เพราะตัวยา แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนฉีด ฉีดตรงไหน และเล็งความลึกได้เป๊ะแค่ไหน ดังนั้น การเลือกฉีดเมโสสลายไขมันกับ คลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคบริเวณใต้คางเป็นอย่างดี จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด แทนที่จะส่องดูแค่รีวิวผลลัพธ์ว่าดีไหม แนะนำให้พิจารณาฝีมือและความปลอดภัยของแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรกนะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. หากมุมปากเบี้ยวไม่เท่ากัน จะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตไหม?
ส่วนใหญ่เป็นแค่ชั่วคราวครับ เนื่องจากเส้นประสาทไม่ได้ขาด แต่แค่ได้รับการระคายเคือง โดยทั่วไปจะค่อยๆ ฟื้นตัวและกลับมาเป็นปกติได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน โอกาสที่จะเป็นถาวรพบได้ยากมากครับ
Q. สามารถป้องกันเส้นประสาทเสียหายได้ 100% ไหม?
แม้จะลดความเสี่ยงลงได้เกือบทั้งหมด แต่ก็ไม่สามารถรับประกันว่าเป็น 0% ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด และค่อยๆ ฉีดปริมาณน้อยในบริเวณที่ปลอดภัยอย่างระมัดระวังครับ
Q. ถ้าเลือกฉีดตัวยาสูตรลดบวม เส้นประสาทจะปลอดภัยกว่าไหม?
แม้ว่าตัวยาที่ลดอาการบวมและลดการระคายเคืองจะช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงต่อเส้นประสาทขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความลึกในการฉีดเป็นหลัก ฝีมือและความแม่นยำของแพทย์ผู้ทำหัตถการจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดครับ









