• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฉีดเลเซอร์สลายไขมัน (지방분해주사) แล้วมีอาการบวมอยู่ 2-3 วัน แบบนี้ปกติไหมคะ?

ฉีดเลเซอร์สลายไขมัน (지방분해주사) แล้วมีอาการบวมอยู่ 2-3 วัน แบบนี้ปกติไหมคะ?

ฉีดเลเซอร์สลายไขมัน (지방분해주사) แล้วมีอาการบวมอยู่ 2-3 วัน แบบนี้ปกติไหมคะ?

อาการบวมหลังทำ skin booster ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปค่ะ แต่อาจมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่คุณควรสังเกตไว้ รวมถึงวิธีรับบริการอย่างปลอดภัยด้วยตัวยาที่ผ่าน อย. และเทคนิคที่แม่นยำตามหลักอนาโตมี ซึ่งเราจะมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ

📚 เจาะลึกการฉีดสลายไขมัน · สารบัญซีรีส์

หากหลังจากรับการฉีดสลายไขมันแล้วส่องกระจกดู แต่พบว่าหน้าดูบวมขึ้นกว่าเดิม ก็คงจะตกใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ? และอาจจะรู้สึกกังวลว่า "ทำไมถึงเป็นแบบนี้? จะมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?" แต่จริงๆ แล้ว อาการบวมในช่วงไม่กี่วันแรกหลังการทำหัตถการนั้น ถือเป็น กระบวนการธรรมชาติ ของร่างกายที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ค่ะ

อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องแยกแยะให้ออกว่าอาการบวมแค่ไหนถึงจะเรียกว่าปกติ และอาการแบบไหนคือสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องกังวลใจโดยไม่จำเป็น และไม่ละเลยหากเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ ค่ะ

สรุปสั้นๆ: อาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกระบมในช่วงไม่กี่วันแรกหลังการรักษานั้น ถือเป็นปฏิกิริยาปกติที่พบได้บ่อยค่ะ อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีก้อนแข็ง หรือมีรอยแดงที่มาพร้อมกับไข้ตัวร้อน นั่นคือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการค่ะ

 

ปฏิกิริยาทั่วไป — ส่วนใหญ่จะยุบลงภายในไม่กี่วัน

การฉีดสลายไขมันเป็นหัตถการที่ทำขึ้นเพื่อทำลายเซลล์ไขมัน ดังนั้นในบริเวณที่ทำจึงมักจะมี ปฏิกิริยาการอักเสบ เกิดขึ้นตามมาบ้าง ซึ่งจะแสดงออกมาในรูปแบบของอาการบวมและอาการระบมตึงๆ นั่นเองค่ะ ถือเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไป

ปฏิกิริยา

ระยะเวลาการฟื้นตัวทั่วไป

อาการบวม (Edema)

เกิดอาการขึ้นในช่วงไม่กี่วันแรกหลังฉีด แล้วจะค่อยๆ ยุบลง

รอยเขียวช้ำ

จะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์

อาการปวด/ระบมตึง

จะบรรเทาลงภายในไม่กี่วัน

ความรู้สึกร้อนวูบวาบ

ประมาณ 1 ถึง 2 วัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารเดอ็อกซีโคลิก (Deoxycholic Acid) ที่มี ฤทธิ์ลดแรงตึงผิว (surfactant action)* สูง มักจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเหล่านี้ได้ค่อนข้างมากกว่าตัวอื่นค่ะ เนื่องจากสารนี้จะขจัดผนังเซลล์ไขมันอย่างรุนแรง ทำให้บริเวณรอบๆ ได้รับการกระตุ้นไปด้วย

* ฤทธิ์ลดแรงตึงผิว (Surfactant action): คือคุณสมบัติสะเทินขอบเขตระหว่างน้ำมันและน้ำ ทำให้ไขมันละลายได้ดี ยิ่งมีฤทธิ์กระทำส่วนนี้แรงขึ้นเท่าใด ก็จะสลายไขมันได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ก็อาจจะเกิดแรงกระตุ้นหรือระคายเคืองต่อบริเวณรอบๆ ได้มากตามไปด้วยเช่นกันค่ะ

ดังนั้น อาการบวมด้วยตัวเองนั้น ส่วนใหญ่แล้วจึงเป็นเรื่องปกติค่ะ หากคุณมีตารางงานหรือนัดหมายสำคัญ แนะนำให้วางแผนจองคิวรับบริการล่วงหน้าจะดีที่สุด และหลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรงๆ หรือการเข้าซาวน่าในช่วงไม่กี่วันแรกหลังการทำหัตถการ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

흔한 반응 — 대부분 며칠이면 가라앉아요

 

 

สัญญาณเตือนที่เกิดขึ้นไม่บ่อยแต่ควรรู้ไว้

แม้ว่าอาการส่วนใหญ่จะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่วัน แต่หากพบสัญญาณดังต่อไปนี้ ไม่ควรละเลย และแนะนำให้แจ้งกับทางคลินิกที่ท่านเข้ารับบริการทันทีค่ะ

  • อาการปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ — ปกติแล้วอาการปวดจะต้องค่อยๆ ดีขึ้น แต่ถ้าเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็กค่ะ

  • มีก้อนเนื้อแข็ง (Nodule)* — กรณีที่คลำพบปุ่มนูนหรือก้อนไตแข็งๆ และคงอยู่นานผิดปกติ

  • มีอาการผิวแดง ร้อน และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อกด — นี่เป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ค่ะ

* ก้อนเนื้อแข็ง (Nodule): คือก้อนแข็งใต้ผิวหนังที่รู้สึกได้เวลาคลำ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ นิ่มลงและสลายไปเองตามเวลา แต่หากก้อนคงอยู่นานเกินไปหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูค่ะ

สัญญาณอันตรายเหล่านี้พบได้ไม่บ่อยนักค่ะ อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการทำไม่มีการดูแลเรื่องความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง หรือมีการใช้ยาที่ไม่ชัดเจนเรื่องแหล่งที่มา ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ดังนั้น การเลือกสถานที่ทำและผลิตภัณฑ์ที่ใช้จึงมีความสำคัญมากๆ ค่ะ

드물지만 알아둘 신호

 

 

ลดความกังวลด้วยการเลือกส่วนผสมและวิธีการที่เหมาะสม

แม้จะเป็นการฉีดสลายไขมันเหมือนกัน แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยลดความกังวลใจเรื่องอาการบวมได้อยู่ค่ะ

  • ส่วนผสมจากกรดโคลิก (Cholic Acid) มีความระคายเคืองค่อนข้างน้อย จึงช่วยลดโอกาสการเกิดอาการบวม ปวด และรอยช้ำได้เป็นอย่างดีค่ะ

  • การใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) เนื่องจากหัวเข็มมีความโค้งมน จึงช่วยให้แพทย์สอดเข็มเข้าไปใต้ผิวหนังได้อย่างนุ่มนวล ช่วยลดความบอบช้ำและรอยแดงช้ำได้ดีกว่าการระดมใช้เข็มแหลมจิ้มหลายๆ ครั้งค่ะ

  • สูตรยาผสมต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory formulation) พัฒนาขึ้นมาเพื่อมุ่งเน้นลดผลกระทบด้านอาการบวมหลังทำหัตถการโดยเฉพาะ

ตัวเลือกเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่อยากทำแต่คอยเลื่อนนัดออกไปเรื่อยๆ เพราะกลัวเรื่องอาการบวมค่ะ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และผลข้างเคียงของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไป จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับปริมาณไขมันและสภาพผิวของตัวเองจะดีที่สุดค่ะ แทนที่จะตัดสินแนวโน้มผลลัพธ์ล่วงหน้า ลองมาศึกษาดูเรื่อง ผลลัพธ์ที่ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เป็นอันดับแรกกันเถอะค่ะ

อีกเคล็ดลับหนึ่งคือ ในช่วงไม่กี่วันหลังการทำ ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรงๆ หรือการทำซาวน่าอุณหภูมิสูงเพื่อลดแรงกระตุ้น ก็จะช่วยให้อาการบวมยุบตัวเร็วยิ่งขึ้นค่ะ อยากให้คิดว่าการดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้นก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนของการทำหัตถการเช่นกันนะคะ นอกจากนี้ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วยในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อลดการเกิดอาการบวมและรอยช้ำ รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็จะช่วยเร่งอัตราการฟื้นตัวของร่างกายได้ดีเยี่ยม นิสัยเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เมื่อรวมกันแล้ว จะช่วยย่นระยะเวลาการฟื้นตัวของผิวให้สั้นลงได้อย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ

 

 

เช็กลิสต์เพื่อความปลอดภัยก่อนรับบริการ

สุดท้ายนี้ เราได้รวบรวมวิธีที่มั่นใจได้ที่สุดเพื่อช่วยลดผลข้างเคียงจากการฉีดสลายไขมันมาฝากกันค่ะ

  • ตรวจสอบว่าเป็นตัวยาที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องหรือไม่ ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญที่สุดว่าต้องเป็น ส่วนผสมที่ผ่านการรับรองจากอย. (KFDA/Thai FDA) และมีแหล่งผลิตที่ระบุได้ชัดเจน ไม่แนะนำสูตรค็อกเทลตัวยาที่ไม่ระบุชื่อส่วนผสมเด็ดขาดค่ะ

  • เลือกคลินิกวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคอย่างละเอียด โดยเฉพาะบริเวณใต้คางซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเส้นประสาทสำคัญพาดผ่าน ความลึกและตำแหน่งในการฉีดจึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่งค่ะ

  • เลือกใช้วิธีทยอยฉีดทีละน้อยๆ แทนที่จะฝืนทำครั้งเดียวให้หมด การเลือกแบ่งทำทีละสเต็ปอย่างเหมาะสมจะให้ความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอกว่าค่ะ

อาการบวมและรอยช้ำนั้นเป็นกระบวนการชั่วคราวที่จะค่อยๆ หายไปเองตามเวลาค่ะ สิ่งสำคัญที่คุณต้องใส่ใจจริงๆ คือ การเลือกว่าจะฉีดที่ไหน ใครเป็นผู้ฉีด และใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใด เพราะจุดนี้จะเป็นตัวกำหนดความปลอดภัยที่แท้จริงของคุณค่ะ

안전하게 받는 체크리스트

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. หลังการฉีดแล้ว จะมีอาการบวมอยู่ประมาณกี่วันคะ?

ถึงแม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ปกติแล้วอาการจะเริ่มยุบตัวลงภายในเวลาไม่กี่วันค่ะ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Deoxycholic Acid อาจทำให้มีอาการกระตุ้นผิวบวมมากกว่านิดหน่อย ส่วนกลุ่มกรดโคลิก (Cholic acid) หรือการใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) จะมีอาการบวมและระบมน้อยกว่าค่ะ

Q. มีรอยช้ำขึ้นมา แบบนี้ปกติไหมคะ?

รอยช้ำเป็นอาการตอบสนองทั่วไปที่พบได้ปกติ และมักจะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คลำเจอเป็นก้อนกระด้าง หรือรอยแดงส้มร่วมกับมีไข้ตัวร้อน แนะนำให้กลับไปพบแพทย์ที่คลินิกเพื่อประเมินอาการค่ะ

Q. มีวิธีช่วยเร่งให้อาการบวมยุบเร็วขึ้นไหมคะ?

ในช่วงสัปดาห์แรก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรงๆ ซาวน่า และงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีค่ะ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำหัตถการของคลินิก มากกว่าการทำการประคบดูแลผิวตามความต้องการคิดเอาเองของตัวเองค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

ฉีด Sculptra แล้วอีกนานไหมกว่าผิวจะดูฟูมีวอลลุ่มขึ้นมา? แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากฉีด Sculptra แล้ว อีกนานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ผิวฟูดูมีวอลลุ่ม และผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานเท่าไหร่กันนะ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหลังฉีด Sculptra ทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง เราได้รวบรวมช่วงเวลาตั้งแต่หลังฉีด ไปจนถึงช่วง 6 สัปดาห์ - 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและเห็น volume ค่อยๆ ฟูสวยชัดเจนขึ้นมาฝากกันค่ะ

หลังจากทำ secret RF แล้ว อาการแดงและรวบตึงจะหายไปในกี่วัน และควรดูแลผิวอย่างไรดีคะ?

ผิว

หลังจากทำ Secret RF อาการแดงและคันยิบๆ จะหายไปภายในไม่กี่วันค่ะ แล้วต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างคะ?

เรามาดูรีวิวขั้นตอนการฟื้นฟูผิวแบบละเอียดกันค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Secret RF ทันทีถึงมีรอยแดง และในแต่ละวันรอยเหล่านั้นจะค่อยๆ ยุบลงอย่างไรบ้าง

หลังจากฉีด โบท็อกซ์ลดกราม จะเริ่มเห็นใบหน้าเรียวสวยขึ้นในอีกไม่กี่วันถัดมา และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดโบกราม (botox) กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลหน้าเรียวคะ แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ทำไมฉีด Botox ลดกรามแล้วถึงยังไม่เรียวสวยทันที? เรามาเจาะลึกไทม์ไลน์ช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเริ่มหดตัวลงอย่างชัดเจน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนกันค่ะ

ฝ้ากระจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในครั้งเดียวด้วยเลเซอร์ pigment แถมยังชอบกลับขึ้นมาใหม่อีกเรื่อยๆ เกิดจากอะไรกันแน่นะ?

ผิว

ฝ้าแดดและจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในการทำเลเซอร์เม็ดสีแค่ครั้งเดียว แถมยังคอยจะกลับขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ กันนะ?

เรามาเจาะลึกกันว่าทำไม ฝ้า ถึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้งเดียวเหมือนจุดด่างดำหรือกระทั่วไป และทำไมการใช้เลเซอร์ที่แรงเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้เกิดรอยดำสะท้อนกลับ (rebound pigmentation) แทนค่ะ

รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ Toning ทีไร สีจางลงแป๊บเดียวก็กลับมาเข้มอีกแล้ว

ผิว

รักษาฝ้าด้วยการทำ toning ดึงแค่เม็ดสีออก แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีกแล้ว

เราใช้เลเซอร์ Revlite และ Helios Toning เพื่อลดเม็ดสี พร้อมกับดูแลเส้นเลือดในเคสฝ้าเลือด บำรุงผิวชั้นเดอร์มิสอย่างอ่อนโยนด้วย RF และใช้ Tranexamic acid booster เพื่อกดรากฝ้าให้อยู่หมัด สรุปขั้นตอนการรักษาฝ้าแต่ละประเภทไว้ให้แล้วค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1