
เจนเทิลแม็กซ์ถูกจริงไหม? 3 เช็กลิสต์สำคัญกว่าราคา
เจนเทิลแม็กซ์ถูกจริงไหม? 3 เช็กลิสต์สำคัญกว่าราคา
เจนเทิลแม็กซ์ถูกจริงไหม? 3 เช็กลิสต์สำคัญกว่าราคา
ก่อนเทียบราคาเจนเทิลแม็กซ์ โปร พลัส ต้องรู้: รุ่นเครื่อง การตั้งพลังงาน และแพทย์ผู้ทำ เปลี่ยนผลลัพธ์

เปรียบเทียบราคา GentleMax,
อย่าดูแค่
ราคาเพียงอย่างเดียวแล้วเลือกตัดสินใจนะคะ
💡 ก่อนอ่าน
มาเช็กตรงนี้กันก่อนค่ะ
Q. ทำ GentleMax ที่ไหนก็ใช้เครื่องเดียวกันไม่ใช่เหรอคะ?
งั้นเปรียบเทียบแค่ราคาก็น่าจะพอหรือเปล่า?
A. ไม่ใช่นะคะ GentleMax มีหลากหลายรุ่นย่อยมากค่ะ
และต่อให้ใช้รุ่นเดียวกัน แต่การปรับค่าพลังงาน
และฝีมือของแพทย์ผู้รักษา จะทำให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
Q. ถ้าอย่างนั้น ที่ที่ราคาแพงกว่าจะดีกว่าเสมอไปไหมคะ?
A. ก็ไม่แน่เสมอไปค่ะ
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ราคา
แต่คือ รุ่นของตัวเครื่อง, การตั้งค่าพลังงาน และการมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล (3 ปัจจัยหลัก) ตัวนี้ต่างหากค่ะ
💡 เจาะลึกข้อมูลสำคัญจาก
หมอวี ยองจิน
เราไม่ควรเลือกคลินิกกำจัดขนด้วยเลเซอร์เพียงเพราะแค่ราคาถูกนะคะ
เพราะรุ่นของตัวเครื่อง, การปรับตั้งค่าพลังงาน และการที่แพทย์เป็นผู้ยิงเลเซอร์ให้โดยตรงหรือเปล่า
สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้จะจ่ายในราคาที่เท่ากันก็ตามค่ะ
ที่ Beautystone เราใช้เครื่อง GentleMax Pro Plus
ดูแลโดยหมอยิงเลเซอร์ให้เองโดยตรงทุกเคส
ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยไม่ต้องเสียเวลาและเสียจำนวนครั้งไปโดยเปล่าประโยชน์ค่ะ

GentleMax คืออะไร?
GentleMax Pro Plus คือ
นวัตกรรมที่มีทั้งความยาวคลื่น Alexandrite (755nm) และ Nd:YAG (1064nm)
รวมสองเทคโนโลยีความยาวคลื่นที่ทรงประสิทธิภาพไว้ในเครื่องเดียวกัน
ทำให้เป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแบบ Dual Wave ค่ะ
โดยความยาวคลื่น Alexandrite จะทำปฏิกิริยากับเม็ดสีเมลานินได้ดีมาก
จึงช่วยกำจัดเส้นขนอ่อนๆ หรือขนในคนผิวขาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในขณะที่ความยาวคลื่น Nd:YAG จะลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวหนัง
จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีโทนผิวสองสีหรือผิวเข้ม รวมถึงขนที่มีรากขนหนาและลึกค่ะ
มันแตกต่างจากเครื่องทั่วไปที่เรามักเรียกว่า 'GentleLase' หรือ 'GentleYAG'
เพราะ GentleMax เป็นเวอร์ชันที่ผสานรวมทั้งสองความยาวคลื่นนี้ไว้ด้วยกัน
และที่สำคัญ รุ่น 'Pro Plus' คือรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลนี้ค่ะ

ทำ GentleMax เหมือนกัน
แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน
— 3 สิ่งที่ต้องดูก่อน
เรื่องของราคา
ขอพูดกันอย่างตรงไปตรงมาเลยนะคะ,
ประเด็นนี้อธิบายแล้วอาจจะดูค่อนข้างอ่อนไหวสำหรับวงการคลินิกนิดนึงค่ะ
แต่หลังจากที่ได้รักษาคนไข้มาหลายร้อยเคส
มันมีสิ่งหนึ่งที่หมอมั่นใจและอยากแชร์จริงๆ ค่ะ
คนไข้หลายท่านชอบเข้าใจผิดว่า
แค่มีชื่อว่าเป็นเครื่อง 'GentleMax'
ทุกเครื่องก็น่าจะทำงานเหมือนกันไปหมด
แต่ประเด็นสำคัญตรงนี้คือ
GentleMax มีหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นเก่ายุคแรกๆ
ไปจนถึงรุ่นใหม่อย่าง Pro Plus
และต่อให้เป็นรุ่น Pro Plus เหมือนกันเด๊ะๆ
ถ้าปรับเซ็ตพลังงานไม่เหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกันลิบลับเลยค่ะ
เพราะหากปรับค่าพลังงานเบาเกินไป
ขนก็จะกลับมาขึ้นใหม่เป็นขนเส้นบางๆ
แต่หากปรับแรงจนเกินไป ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดผิวไหม้ (Burn) ได้ค่ะ
ท้ายที่สุดแล้ว การวิเคราะห์ของแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิวและความหนาของเส้นขน
ในการปรับเปลี่ยนพลังงานเลเซอร์ให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล
คือกุญแจสำคัญที่ตัดสินว่าผลการกำจัดขนจะออกมาปังหรือพังค่ะ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
เวลาที่เราจะเปรียบเทียบราคากำจัดขนด้วยเลเซอร์
อย่าดูแค่ตัวเลขราคาอย่างเดียวนะคะ
① เครื่องที่ใช้เป็นรุ่น GentleMax Pro Plus หรือไม่
② คุณหมอเป็นผู้ประเมินและตั้งค่าพลังงานด้วยตัวเอง หรือไม่
③ คุณหมอเป็นคนลงมือยิงเลเซอร์ให้เองโดยตรง หรือเปล่า
ทั้ง 3 ปัจจัยนี้คือสิ่งกำหนดผลหลังทำค่ะ

ถ้าอย่างนั้น ควรใช้เกณฑ์อะไร
ในการเลือกดีนะ?
หัวข้อที่ต้องเช็ก | คลินิกที่ดี | คลินิกที่ต้องระวัง |
รุ่นของตัวเครื่อง | GentleMax Pro Plus (รุ่นล่าสุด) | GentleMax รุ่นเก่า หรือเครื่องเลียนแบบ |
การตั้งค่าพลังงาน | แพทย์ตรวจเช็กสภาพผิวและปรับค่านมด้วยตัวเอง | ใช้ค่าพลังงานมาตรฐานเท่ากันทุกคนตามคู่มืออย่างเดียว |
ผู้ทำการรักษา | แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการโดยตรง | ให้เจ้าหน้าที่ท่านอื่นที่ตาสว่างมาทำแทนแพทย์ |
ระบบทำความเย็น | เช็กว่าหัวพ่น DCD ทำความเย็นได้ปกติดี | ระบบเย็นไม่พอ หรือพยายามประหยัดวัสดุสิ้นเปลือง |
ราคาและโปรโมชัน | ชี้แจงค่าบริการ รายครั้ง รายคอร์สอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา | พยายามเซลล์หรือกดดันให้ซื้อแพ็กเกจราคาแพงๆ เกินจำเป็น |

❓ คำถามที่พบบ่อย
Q1. รุ่น GentleMax Pro Plus ต่างจากรุ่นเดิม
มากขนาดไหนคะ?
A. ต่างกันตรงเรื่องความสม่ำเสมอในการปล่อยพลังงานและประสิทธิภาพของระบบความเย็นระบบเป่าพ่นไอเย็นค่ะ
นอกจากนี้ รุ่น Pro Plus ยังสามารถปรับรูปวงลำแสงเจาะจง (Spot Size) ได้กว้างขึ้น
จึงช่วยให้เก็บรายละเอียดในบริเวณเดียวกันได้เนียน สม่ำเสมอ และรวดเร็วกว่าค่ะ
Q2. ปกติแล้วต้องทำสักกี่ครั้งคะ?
และราคาประมาณเท่าไหร่?
A. โดยเฉลี่ยแล้ว แนะนำให้ทำประมาณ 6 - 8 ครั้งค่ะ
เวลาคำนวณราคา แนะนำให้คำนวณจาก 'ราคาต่อครั้ง x จำนวนครั้งที่ต้องทำจริง' จะกะราคาได้แม่นยำกว่าค่ะ
และหลายเคสเลยค่ะ ที่เลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน คุ้มค่า จบปัญหาได้ภายใน 6 ครั้ง
ซึ่งพอมาลองกดเครื่องคิดเลขคำนวณดูแล้ว ประหยัดรวมได้มากกว่าคลินิกราคาถูกแต่เลี้ยงไข้เสียอีกค่ะ
Q3. มีข้อควรระวังก่อนและหลังทำไหมคะ?
A. ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์แรกหลังทำเสร็จ
ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆ หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่มีผิวหน้าโดนแดดโดยตรงค่ะ
และสำคัญมากๆ คือ ช่วง 4 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังคอร์สรักษา
งดแว็กซ์ขนหรือใช้ครีมกำจัดขนนะคะ
เพราะเลเซอร์จำเป็นต้องมีรากขนและสีขนอยู่ใต้ชั้นตอขน คลื่นถึงจะตรวจจับและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
สำหรับการโกน สามารถทำได้ตามปกติไม่เป็นไรเลยค่ะ
ด้วยความหวังดี หมอวี ยองจิน ครับ.
บทความแนะนำที่น่าสนใจ
▶ระวังตกหลุมพรางลบรอยสักราคาถูก บาดเจ็บสะสม เจ็บช้ำแต่ลายไม่จาง
▶หมอวี ยองจิน พาเจาะลึก นวัตกรรมดูแลผิวกายด้วย Juvelook Volume (Juvelook Lenisna)
▶ใครหาทางรักษาใต้ตาค้ำ รักษาแบบไหนก็ไม่เวิร์ก มาฟังเหตุผลทางนี้กันดีกว่าค่ะ

เปรียบเทียบราคา GentleMax,
อย่าดูแค่
ราคาเพียงอย่างเดียวแล้วเลือกตัดสินใจนะคะ
💡 ก่อนอ่าน
มาเช็กตรงนี้กันก่อนค่ะ
Q. ทำ GentleMax ที่ไหนก็ใช้เครื่องเดียวกันไม่ใช่เหรอคะ?
งั้นเปรียบเทียบแค่ราคาก็น่าจะพอหรือเปล่า?
A. ไม่ใช่นะคะ GentleMax มีหลากหลายรุ่นย่อยมากค่ะ
และต่อให้ใช้รุ่นเดียวกัน แต่การปรับค่าพลังงาน
และฝีมือของแพทย์ผู้รักษา จะทำให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
Q. ถ้าอย่างนั้น ที่ที่ราคาแพงกว่าจะดีกว่าเสมอไปไหมคะ?
A. ก็ไม่แน่เสมอไปค่ะ
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ราคา
แต่คือ รุ่นของตัวเครื่อง, การตั้งค่าพลังงาน และการมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล (3 ปัจจัยหลัก) ตัวนี้ต่างหากค่ะ
💡 เจาะลึกข้อมูลสำคัญจาก
หมอวี ยองจิน
เราไม่ควรเลือกคลินิกกำจัดขนด้วยเลเซอร์เพียงเพราะแค่ราคาถูกนะคะ
เพราะรุ่นของตัวเครื่อง, การปรับตั้งค่าพลังงาน และการที่แพทย์เป็นผู้ยิงเลเซอร์ให้โดยตรงหรือเปล่า
สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้จะจ่ายในราคาที่เท่ากันก็ตามค่ะ
ที่ Beautystone เราใช้เครื่อง GentleMax Pro Plus
ดูแลโดยหมอยิงเลเซอร์ให้เองโดยตรงทุกเคส
ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยไม่ต้องเสียเวลาและเสียจำนวนครั้งไปโดยเปล่าประโยชน์ค่ะ

GentleMax คืออะไร?
GentleMax Pro Plus คือ
นวัตกรรมที่มีทั้งความยาวคลื่น Alexandrite (755nm) และ Nd:YAG (1064nm)
รวมสองเทคโนโลยีความยาวคลื่นที่ทรงประสิทธิภาพไว้ในเครื่องเดียวกัน
ทำให้เป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแบบ Dual Wave ค่ะ
โดยความยาวคลื่น Alexandrite จะทำปฏิกิริยากับเม็ดสีเมลานินได้ดีมาก
จึงช่วยกำจัดเส้นขนอ่อนๆ หรือขนในคนผิวขาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในขณะที่ความยาวคลื่น Nd:YAG จะลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวหนัง
จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีโทนผิวสองสีหรือผิวเข้ม รวมถึงขนที่มีรากขนหนาและลึกค่ะ
มันแตกต่างจากเครื่องทั่วไปที่เรามักเรียกว่า 'GentleLase' หรือ 'GentleYAG'
เพราะ GentleMax เป็นเวอร์ชันที่ผสานรวมทั้งสองความยาวคลื่นนี้ไว้ด้วยกัน
และที่สำคัญ รุ่น 'Pro Plus' คือรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลนี้ค่ะ

ทำ GentleMax เหมือนกัน
แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน
— 3 สิ่งที่ต้องดูก่อน
เรื่องของราคา
ขอพูดกันอย่างตรงไปตรงมาเลยนะคะ,
ประเด็นนี้อธิบายแล้วอาจจะดูค่อนข้างอ่อนไหวสำหรับวงการคลินิกนิดนึงค่ะ
แต่หลังจากที่ได้รักษาคนไข้มาหลายร้อยเคส
มันมีสิ่งหนึ่งที่หมอมั่นใจและอยากแชร์จริงๆ ค่ะ
คนไข้หลายท่านชอบเข้าใจผิดว่า
แค่มีชื่อว่าเป็นเครื่อง 'GentleMax'
ทุกเครื่องก็น่าจะทำงานเหมือนกันไปหมด
แต่ประเด็นสำคัญตรงนี้คือ
GentleMax มีหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นเก่ายุคแรกๆ
ไปจนถึงรุ่นใหม่อย่าง Pro Plus
และต่อให้เป็นรุ่น Pro Plus เหมือนกันเด๊ะๆ
ถ้าปรับเซ็ตพลังงานไม่เหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกันลิบลับเลยค่ะ
เพราะหากปรับค่าพลังงานเบาเกินไป
ขนก็จะกลับมาขึ้นใหม่เป็นขนเส้นบางๆ
แต่หากปรับแรงจนเกินไป ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดผิวไหม้ (Burn) ได้ค่ะ
ท้ายที่สุดแล้ว การวิเคราะห์ของแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิวและความหนาของเส้นขน
ในการปรับเปลี่ยนพลังงานเลเซอร์ให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล
คือกุญแจสำคัญที่ตัดสินว่าผลการกำจัดขนจะออกมาปังหรือพังค่ะ
👨⚕️ สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
เวลาที่เราจะเปรียบเทียบราคากำจัดขนด้วยเลเซอร์
อย่าดูแค่ตัวเลขราคาอย่างเดียวนะคะ
① เครื่องที่ใช้เป็นรุ่น GentleMax Pro Plus หรือไม่
② คุณหมอเป็นผู้ประเมินและตั้งค่าพลังงานด้วยตัวเอง หรือไม่
③ คุณหมอเป็นคนลงมือยิงเลเซอร์ให้เองโดยตรง หรือเปล่า
ทั้ง 3 ปัจจัยนี้คือสิ่งกำหนดผลหลังทำค่ะ

ถ้าอย่างนั้น ควรใช้เกณฑ์อะไร
ในการเลือกดีนะ?
หัวข้อที่ต้องเช็ก | คลินิกที่ดี | คลินิกที่ต้องระวัง |
รุ่นของตัวเครื่อง | GentleMax Pro Plus (รุ่นล่าสุด) | GentleMax รุ่นเก่า หรือเครื่องเลียนแบบ |
การตั้งค่าพลังงาน | แพทย์ตรวจเช็กสภาพผิวและปรับค่านมด้วยตัวเอง | ใช้ค่าพลังงานมาตรฐานเท่ากันทุกคนตามคู่มืออย่างเดียว |
ผู้ทำการรักษา | แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการโดยตรง | ให้เจ้าหน้าที่ท่านอื่นที่ตาสว่างมาทำแทนแพทย์ |
ระบบทำความเย็น | เช็กว่าหัวพ่น DCD ทำความเย็นได้ปกติดี | ระบบเย็นไม่พอ หรือพยายามประหยัดวัสดุสิ้นเปลือง |
ราคาและโปรโมชัน | ชี้แจงค่าบริการ รายครั้ง รายคอร์สอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา | พยายามเซลล์หรือกดดันให้ซื้อแพ็กเกจราคาแพงๆ เกินจำเป็น |

❓ คำถามที่พบบ่อย
Q1. รุ่น GentleMax Pro Plus ต่างจากรุ่นเดิม
มากขนาดไหนคะ?
A. ต่างกันตรงเรื่องความสม่ำเสมอในการปล่อยพลังงานและประสิทธิภาพของระบบความเย็นระบบเป่าพ่นไอเย็นค่ะ
นอกจากนี้ รุ่น Pro Plus ยังสามารถปรับรูปวงลำแสงเจาะจง (Spot Size) ได้กว้างขึ้น
จึงช่วยให้เก็บรายละเอียดในบริเวณเดียวกันได้เนียน สม่ำเสมอ และรวดเร็วกว่าค่ะ
Q2. ปกติแล้วต้องทำสักกี่ครั้งคะ?
และราคาประมาณเท่าไหร่?
A. โดยเฉลี่ยแล้ว แนะนำให้ทำประมาณ 6 - 8 ครั้งค่ะ
เวลาคำนวณราคา แนะนำให้คำนวณจาก 'ราคาต่อครั้ง x จำนวนครั้งที่ต้องทำจริง' จะกะราคาได้แม่นยำกว่าค่ะ
และหลายเคสเลยค่ะ ที่เลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน คุ้มค่า จบปัญหาได้ภายใน 6 ครั้ง
ซึ่งพอมาลองกดเครื่องคิดเลขคำนวณดูแล้ว ประหยัดรวมได้มากกว่าคลินิกราคาถูกแต่เลี้ยงไข้เสียอีกค่ะ
Q3. มีข้อควรระวังก่อนและหลังทำไหมคะ?
A. ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์แรกหลังทำเสร็จ
ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆ หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่มีผิวหน้าโดนแดดโดยตรงค่ะ
และสำคัญมากๆ คือ ช่วง 4 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังคอร์สรักษา
งดแว็กซ์ขนหรือใช้ครีมกำจัดขนนะคะ
เพราะเลเซอร์จำเป็นต้องมีรากขนและสีขนอยู่ใต้ชั้นตอขน คลื่นถึงจะตรวจจับและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
สำหรับการโกน สามารถทำได้ตามปกติไม่เป็นไรเลยค่ะ
ด้วยความหวังดี หมอวี ยองจิน ครับ.
บทความแนะนำที่น่าสนใจ
▶ระวังตกหลุมพรางลบรอยสักราคาถูก บาดเจ็บสะสม เจ็บช้ำแต่ลายไม่จาง
▶หมอวี ยองจิน พาเจาะลึก นวัตกรรมดูแลผิวกายด้วย Juvelook Volume (Juvelook Lenisna)
▶ใครหาทางรักษาใต้ตาค้ำ รักษาแบบไหนก็ไม่เวิร์ก มาฟังเหตุผลทางนี้กันดีกว่าค่ะ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
ถ้าคุมสิวด้วยยาทาสิวทั่วไปอย่าง Cleartin แล้วยังไม่หาย ดีขึ้น ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีรักษาแล้วค่ะ
Salicylic acid, ยาปฏิชีวนะ, Retinoid และ Isotretinoin มีจุดออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันนะคะ ตั้งแต่ปัญหาสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบชนิดตุ่มแดงและซีสต์ มาดูวิธีการเลือกยาทาและยารับประทานที่เหมาะกับขั้นตอนและสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ผิว
สิวเม็ดเล็กๆ ที่คิดว่าเป็นสิวธรรมดา ถ้าจริงๆ แล้วเป็น 'รูขุมขนอักเสบ' วิธีรักษาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ
สิวอุดตันกับรูขุมขนอักเสบดูคล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่าง แยกจากอาการคัน บริเวณ หัวสิว วินิจฉัยถูกลดแผลเป็น

ผิว
ตั้งแต่ตุ่มนูนแข็ง ห้ามบีบเอง แผลเป็นเริ่มตอนนี้
แผลเป็นไม่ได้เกิดจากการบีบ แต่ขึ้นกับการอักเสบลงลึกแค่ไหน ดูตารางระดับความเสี่ยงและการดูแลแต่ละขั้น

ผิว
สิวหัวหนองปล่อยไว้แผลเป็นใหญ่ขึ้น มีช่วงที่ควรบีบ
"สิวไม่ควรบีบจะดีสุด" ถูกแค่ครึ่ง สรุปช่วงที่ควรบีบหัวหนอง วิธีที่ถูก และระยะที่ห้ามบีบ ในตารางเดียว

ผิว
ยาฉีดสิวอักเสบ ใช้หลักการเดียวกับลดแผลรอยไหม้
ปล่อยตุ่มนูนหรือซีสต์ไว้คิดว่าจะยุบเอง? ช่วงนั้นทำลายคอลลาเจนหนังแท้ สรุปหลักการยาฉีดและข้อจำกัด

ผิว
รอยดำ รอยแดง หลุมสิว รักษาด้วยยาตัวเดียวกันไม่ได้
น้ำตาลคือเมลานิน แดงคือเส้นเลือด บุ๋มคือคอลลาเจนหาย นูนคือเกิน สรุป 4 แบบพร้อมการรักษาขั้นแรก
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1


