• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำไมฟิลเลอร์ชนิดเดียวกัน ผลต่างกัน? ดูความหนาแน่น

ทำไมฟิลเลอร์ชนิดเดียวกัน ผลต่างกัน? ดูความหนาแน่น

ทำไมฟิลเลอร์ชนิดเดียวกัน ผลต่างกัน? ดูความหนาแน่น

ค่าความหนืดฟิลเลอร์ (G') คืออะไร ทำไมแต่ละจุดใช้เนื้อต่างกัน สรุป 5 แบรนด์ด้วยตารางเทียบความหนืด

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

🔗 ไปยังบทความอื่น

เนื้อนิ่ม (ริ้วรอยเล็กๆ · ริมฝีปาก) — 2.1 ริ้วรอยเล็กๆ · ริมฝีปาก

เนื้อปานกลาง (ร่องแก้ม · แก้ม) — 3.1 ร่องแก้ม · แก้ม

เนื้อแน่น & การประยุกต์ใช้ — 4.1 คาง · จมูก · กรอบหน้า · 4.2 ตัว — ฟิลเลอร์ vs สกินบูสเตอร์ (booster) · 4.3 เลือกตามบริเวณ · เนื้อผิว · งบประมาณ

เวลาไปรับคำปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์ หลายคนมักจะได้ยินคำพูดทำนองว่า "Juvederm จะดูเป็นธรรมชาติค่ะ", "Restylane จะเนื้อแน่นตั้งทรงดีค่ะ", "Belotero จะเนื้อนิ่มกลืนผิวดีค่ะ" จนอาจจะทำให้สับสนได้ว่า ทั้งที่เป็นฟิลเลอร์ HA เหมือนกัน แต่ทำไมเนื้อสัมผัสถึงแตกต่างกัน? คีย์เวิร์ดสำคัญคือ "ความหนาแน่นและยืดหยุ่น" ครับ ถึงจะเป็นไฮยาลูโรนิกแอซิดเหมือนกัน แต่ระดับการเชื่อมโยงข้ามสาย (cross-linking) ที่ต่างกัน จะทำให้ได้ความแน่นที่ต่างกัน และตัวความแน่นนี้เองที่จะเป็นตัวกำหนดว่า ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นจะเหมาะกับการฉีดที่บริเวณไหนครับ

ในซีรีส์นี้ หมอจะสรุปฟิลเลอร์ 5 แบรนด์ยอดฮิตในคลินิก — Juvederm, Restylane, Belotero, Atiere และ Neuramis — โดยแบ่งตามระดับความแน่นออกเป็น 4 ระดับ ให้ทุกคนได้เห็นภาพกันชัดๆ เลยครับว่า บริเวณไหนเหมาะกับแบรนด์ไหน ถึงจะสวยเนียนเป็นธรรมชาติที่สุด

เวลาไปรับคำปรึกษาเรื่องฟิลเลอร์ หลายคนมักจะได้ยินคำพูดทำนองว่า "Juvederm จะดูเป็นธรรมชาติค่ะ", "Restylane จะเนื้อแน่นตั้งทรงดีค่ะ", "Belotero จะเนื้อนิ่มกลืนผิวดีค่ะ" จนอาจจะทำให้สับสนได้ว่า ทั้งที่เป็นฟิลเลอร์ HA เหมือนกัน แต่ทำไมเนื้อสัมผัสถึงแตกต่างกัน? คีย์เวิร์ดสำคัญคือ "ความหนาแน่นและยืดหยุ่น" ครับ ถึงจะเป็นไฮยาลูโรนิกแอซิดเหมือนกัน แต่ระดับการเชื่อมโยงข้ามสาย (cross-linking) ที่ต่างกัน จะทำให้ได้ความแน่นที่ต่างกัน และตัวความแน่นนี้เองที่จะเป็นตัวกำหนดว่า ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นจะเหมาะกับการฉีดที่บริเวณไหนครับ

ในซีรีส์นี้ หมอจะสรุปฟิลเลอร์ 5 แบรนด์ยอดฮิตในคลินิก — Juvederm, Restylane, Belotero, Atiere และ Neuramis — โดยแบ่งตามระดับความแน่นออกเป็น 4 ระดับ ให้ทุกคนได้เห็นภาพกันชัดๆ เลยครับว่า บริเวณไหนเหมาะกับแบรนด์ไหน ถึงจะสวยเนียนเป็นธรรมชาติที่สุด

 

ความแน่นของฟิลเลอร์ คืออะไร?

ความแน่นของฟิลเลอร์มักจะแสดงแทนด้วยค่าตัวเลขที่เรียกว่า G'* ครับ มันคือความสามารถในการทนต่อแรงกดทับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เจลฟิลเลอร์สามารถคงรูปได้ดีแค่ไหน เวลาที่ถูกกดหรือขยับเขยื้อน หากมี cross-linking สูง ค่า G' ก็จะสูง และถ้ามี cross-linking ต่ำ ค่า G' ก็จะต่ำลงครับ

* G' (จีไพรม์, storage modulus): ค่าทางวิทยาศาสตร์กระแสวิทยา (rheology) ที่บ่งบอกถึงความยืดหยุ่นของฟิลเลอร์ ยิ่งค่านี้สูง เจลจะยิ่งแน่นและคงรูปได้ดี จึงเหมาะกับบริเวณโครงหน้า (contour) ยิ่งค่าต่ำ เจลจะยิ่งนิ่มและกระจายตัวได้ดี จึงเหมาะกับบริเวณริ้วรอยเล็กๆ หรือริมฝีปากครับ

ที่แบรนด์เดียวกันมีฟิลเลอร์เฉพาะสำหรับปาก ร่องแก้ม หรือคาง แยกออกจากกัน ก็เพราะเขาออกแบบให้ค่า G' ต่างกันนี่เองครับ ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองแค่ชื่อแบรนด์อย่าง "Juvederm" อย่างเดียวนะครับ แต่สิ่งสำคัญคือต้องดูว่าใช้ "Juvederm รุ่นไหน" ต่างหากครับ

ความแน่นของฟิลเลอร์ คืออะไร?

 

 

ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม กับ เนื้อแน่น เลือกใช้จุดไหนบ้าง?

ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มจะใช้สำหรับฉีดในชั้นผิวระดับตื้นครับ ตัวฟิลเลอร์ HA* (ไฮยาลูโรนิกแอซิด) จะถูกเติมเข้าไปใกล้ๆ ชั้นผิวชั้นหนังแท้เพื่อช่วยเติมเต็มริ้วรอยเล็กๆ หรือช่วยปรับแต่งรูปปากให้ดูสวยอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ หากเราใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นไปเติมปาก อาจจะทำให้ปากดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ หรือคลำเจอเป็นก้อนได้ ดังนั้น ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มจึงตอบโจทย์ที่สุดสำหรับริมฝีปากและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาครับ

* HA (Hyaluronic Acid): เป็นสารประเภทโพลีแซคคาไรด์ที่มีอยู่แล้วในผิวของเราตามธรรมชาติ มีความสามารถในการกักเก็บน้ำสูงมาก เมื่อนำมาผลิตเป็นฟิลเลอร์จึงช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและเติมเต็มวอลลุ่มไปพร้อมๆ กันครับ

ส่วนฟิลเลอร์เนื้อแน่นจะใช้สำหรับฉีดในชั้นผิวระดับลึกครับ สำหรับจุดที่ต้องการการปรับรูปทรงสร้างโครงสร้างอย่าง คาง ปลายจมูก หรือแก้มส้ม เราจะใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นฉีดเข้าไปประคองไว้ใกล้กับชั้นใต้ผิวหนังหรือเหนือกระดูก หากใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มไปฉีดในจุดเหล่านี้ ต่อให้ใส่ปริมาณเข้าไปเยอะแค่ไหน แรงพยุงในการสร้างโครงทรงก็จะน้อย ทำให้ทรงทรุดตัวหรือย้วยได้ง่าย ในเคสของคนไข้ชาวเกาหลีและชาวเอเชีย การใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นแต่งโครงหน้าจึงเป็นคำตอบที่ยอดนิยมมากครับ เพราะสไตล์ K-beauty มักจะเน้นการปรับมิติใบหน้าเพื่อลดพื้นที่ว่างบนโครงหน้าให้ดูเรียวเล็กลงอยู่แล้ว

ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม กับ เนื้อแน่น เลือกใช้จุดไหนบ้าง?

 

 

ความแน่นและความลึกต้องไปด้วยกัน

ความแน่นและความลึกในการฉีดเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาคู่กันเสมอครับ หากฉีดฟิลเลอร์เนื้อแน่นในชั้นตื้นเกินไป ก็จะทำให้เกิดปัญหามองเห็นเป็นก้อนหรือคลำเจอขอบแข็งๆ ได้ ในทางกลับกัน หากฉีดฟิลเลอร์เนื้อนิ่มในชั้นลึก ก็จำเป็นต้องใช้ปริมาณยาที่เยอะมากๆ ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ โดยทั่วไปจะจับคู่โครงสร้างการฉีดประมาณนี้ครับ

  • ชั้นผิวชั้นหนังแท้ตื้นๆ → ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม (กลุ่มเจลเนื้อนิ่มพิเศษ เช่น Soft, Volbella, Light)

  • ชั้นผิวชั้นหนังแท้ระดับกลาง → ฟิลเลอร์เนื้อปานกลาง (กลุ่มเจลระดับกลาง เช่น Volift, Balance, Define)

  • ชั้นใต้ผิวหนัง / เหนือกระดูก → ฟิลเลอร์เนื้อแน่น (กลุ่มเจลเนื้อหนาแน่นตั้งทรง เช่น Volux, Lyft, Atiere Volume)

นี่คือเหตุผลว่าทำไมต่อให้เป็นคนคนเดียวกัน แต่ในแต่ละจุดที่ฉีด ก็จะเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีความแน่นต่างกันออกไปครับ และถึงแม้จะเป็นจุดเดียวกัน ก็อาจจะแตกต่างกันไปตามความหนาและความยืดหยุ่นของผิวเฉพาะบุคคลด้วยนะครับ

ความแน่นและความลึกต้องไปด้วยกัน

 

 

ตารางเปรียบเทียบระดับความแน่นของ 5 แบรนด์ดัง

ระดับความแน่น

บริเวณที่เหมาะสม

Juvederm

Restylane

Belotero

Atiere

Neuramis

เนื้อนิ่ม

ริ้วรอยตื้นๆ · ปาก · รอบดวงตา

Volbella

Kysse / Refyne

Soft

Classic

Light

เนื้อปานกลางค่อนนิ่ม

ร่องแก้ม · แก้มตอบ

Volift

Balance

Intensive

Neuramis

เนื้อปานกลางค่อนแน่น

โหนกแก้ม · กลางใบหน้า

Voluma

Defyne

Intense

Deep

เนื้อแน่น

คาง · ปลายจมูก · กรอบหน้าส่วนลึก

Volux (สำหรับคางโดยเฉพาะ)

Lyft

Volume

Volume

Volume

แม้จะมีระดับความแน่นใกล้เคียงกัน แต่เทคโนโลยีการเชื่อมโยงข้ามสาย (cross-linking) ของแต่ละแบรนด์ก็ต่างกันออกไปนะครับ Juvederm ใช้เทคโนโลยี VYCROSS/HYLACROSS ส่วน Restylane ใช้ OBT/NASHA และ Belotero ใช้ CPM ดังนั้น แม้จะเป็นฟิลเลอร์กลุ่มเนื้อนิ่มเหมือนกัน แต่รายละเอียดความเนียนของการกระจายตัวและการคงอยู่ในชั้นผิวก็จะต่างกันเล็กน้อยครับ การเลือกแบรนด์แรกที่จะใช้นั้น หมอจะประเมินร่วมกันทั้งความหนาบางของผิวคนไข้ ประวัติการทำหัตถการในอดีต รวมถึงงบประมาณด้วยครับ

สำหรับซีรีส์นี้จะแบ่งออกเป็น 6 ตอนเพื่อเจาะลึกแต่ละระดับในตารางข้างต้นเลยครับ ในภาคถัดๆ ไป หมอจะค่อยๆ อธิบายรายละเอียดของฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม (ริ้วรอยเล็กๆ · ปาก), เนื้อปานกลาง (ร่องแก้ม · แก้ม), เนื้อแน่น (คาง · จมูก · กรอบหน้า) รวมถึงไกด์ไลน์เกี่ยวกับฟิลเลอร์ตัวและสกินบูสเตอร์ (skin booster) อย่างเป็นระเบียบ แต่สุดท้ายแล้ว การเข้ามารับการปรึกษาเพื่อประเมินร่วมกับหมอโดยตรงจะเป็นวิธีการปรับแต่งใบหน้าที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุดครับ

ตารางเปรียบเทียบระดับความแน่นของ 5 แบรนด์ดัง

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ยิ่งฟิลเลอร์เนื้อแน่นยิ่งแปลว่าดีกว่าหรือเปล่าคะ?

ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีดครับ สำหรับบริเวณที่ต้องการสร้างรูปทรงอย่าง คาง หรือจมูก การเลือกฟิลเลอร์เนื้อแน่นจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด แต่หากเป็นจุดที่ผิวบอบบางมากอย่างปากหรือใต้ตา ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มจะตอบโจทย์และให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนกว่าครับ ดังนั้น ความแน่นไม่ได้เท่ากับความดีงามเสมอไป คีย์เวิร์ดคือเลือกใช้ให้ถูกจุดเฉาะเจาะจงต่างหากครับ

Q. สามารถฉีดหลายๆ แบรนด์พร้อมกันในครั้งเดียวได้ไหมคะ?

สามารถทำได้แน่นอนครับ เคสที่ฉีดฟิลเลอร์ความแน่นต่างชนิดกันคนละบริเวณในวันเดียวกันมีบ่อยมากๆ ครับ ตัวอย่างเช่น เติมฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่ปากและเติมฟิลเลอร์เนื้อแน่นที่คางไปพร้อมกันเลย การออกแบบว่าจุดไหนควรใช้ความแน่นระดับใด หมอจะช่วยประเมินและดีไซน์ร่วมกับคนไข้ตอนปรึกษาครับ

Q. หากฉีดบริเวณเดียวกันและเลือกความแน่นระดับเดียวกัน แต่ละแบรนด์มีความต่างกันอย่างไร?

ความต่างจะอยู่ที่รายละเอียดการกระจายตัวของเนื้อเจลและระยะเวลาคงตัวที่ต่างกันเล็กน้อยตามเทคโนโลยีของแต่ละแบรนด์ครับ บางแบรนด์จะเด่นเรื่องความเรียบเนียนกลมกลืนไปกับผิว ขณะที่บางแบรนด์จะเด่นเรื่องแรงขึงพยุงยกผิวที่ชัดเจนครับ หมอจะมาเจาะลึกความต่างของแต่ละระดับความหนาแน่นให้ฟังกันอย่างละเอียดในตอนต่อไปของซีรีส์นี้นะครับ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ทำ Sofwave ผ่านไปไม่กี่วันแล้ว แต่พอจับบริเวณที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง แบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?

คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิวคล้ำเสียสะสมจากแดดตลอดทั้งฤดูร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำตอนไหนดีคะ?

ผิว

ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?

ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

กำลังลบรอยสักด้วย Pico Laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

ลบรอยสัก

กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ติดต่อขนตาปลอมอยู่ จะสามารถทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตาหรือฉีด skin booster ได้เลยไหมคะ?

ผิว

ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี

ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?

หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1