• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Thermage FLX 600 vs 300 ช็อต — ใครจำเป็นต้องทำ 600

Thermage FLX 600 vs 300 ช็อต — ใครจำเป็นต้องทำ 600

Thermage FLX 600 vs 300 ช็อต — ใครจำเป็นต้องทำ 600

Thermage FLX shot — เทียบคนที่ 300 shot พอ กับคนที่ต้อง 600 ตามบริเวณ ความหย่อน และงบ

เวลาที่เข้ามาปรึกษาเรื่อง Thermage FLX หลายคนมักจะลังเลว่า "300 ช็อตจะพอไหม หรือต้องขยับไปถึง 600 ช็อตเลยดี?" บางวันส่องกระจกก็กังวลแค่เหนียงและกรอบหน้า แต่บางวันก็รู้สึกเหมือนผิวหน้าหย่อนคล้อยไปทั้งหน้าจนทำให้สับสนไปหมด จริงๆ แล้วจำนวนช็อตยิ่งเยอะไม่ได้แปลว่าจะดีขึ้นเสมอไปค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับบริเวณที่คุณต้องการทำ ความหนาของผิว และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล สรุปสั้นๆ คือ หากต้องการทำบริเวณแคบๆ หรือผิวมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย 300 ช็อตก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการทำบริเวณกว้างหรือผิวเริ่มหย่อนคล้อยลึก 600 ช็อตจะช่วยกระจายพลังงานและปรับสมดุลได้ง่ายกว่าค่ะ

เรื่องนี้ไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้น เพราะต่อให้ทำ 600 ช็อตเท่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการดีไซน์และการกระจายช็อต ดังนั้น แทนที่จะเปรียบเทียบแค่ตัวเลข แนะนำให้ประเมินสภาพผิวและความต้องการของตัวเองก่อน จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

> บทความนี้เป็นคอนเทนต์รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจองค่ะ

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้

  • รู้ว่าจำนวนช็อตของ Thermage FLX มีผลต่อการตัดสินใจอย่างไรบ้าง

  • เข้าใจว่าสถานการณ์แบบไหนที่เหมาะกับการทำ 600 ช็อต

  • เข้าใจว่าสถานการณ์แบบไหนที่ทำแค่ 300 ช็อตก็เพียงพอ

  • รู้ถึงปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากจำนวนช็อตที่มีผลต่อลัพธ์ลัพธ์การรักษา

 

ทำไมจำนวนช็อตของ Thermage FLX ถึงมีผลต่อผลลัพธ์การรักษา

Thermage FLX เป็นการยกกระชับแบบ Non-invasive (ไม่ต้องผ่าตัด) โดยการส่งพลังงาน Monopolar RF* ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis)* เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เนื่องจากแต่ละช็อตจะทำหน้าส่งพลังงานความร้อนลงไปเป็นจุดๆ (spot) จำนวนช็อตจึงเป็นตัวกำหนดขอบเขตและระดับความหนาแน่นของการรักษา ยิ่งบริเวณกว้างขึ้น จำนวนช็อตที่ต้องใช้เพื่อให้ได้ความหนาแน่นเท่าเดิมก็ต้องเพิ่มขึ้น และหากผิวหนาหรือหย่อนคล้อยลึก แพทย์ก็อาจจะต้องย้ำลงไปบนจุดเดิมซ้ำๆ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานค่ะ

RF*: ย่อมาจาก Radio Frequency (คลื่นวิทยุ) เป็นพลังงานที่สร้างความร้อนโดยอาศัยแรงต้านทานของเนื้อเยื่อผิว มักใช้ในหัตถการอย่าง Thermage ค่ะ

Dermis (ชั้นหนังแท้)*: คือชั้นผิวหนังที่อยู่ถัดลงมาจากชั้นกำพร้า เป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและอีลาสตินที่ทำหน้าที่ดูแลความยืดหยุ่นของผิว

เมื่อ Monopolar RF ร้อนถึงชั้นหนังแท้ เส้นใยคอลลาเจนจะหดตัวลงทันที และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา จากงานวิจัยด้านการวิเคราะห์เนื้อเยื่อผิวระบุว่า คอลลาเจนจะหดตัวทันทีหลังทำหัตถการ หลังจากนั้นความหนาแน่นของคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับเวลา ดังนั้น แม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่จำนวนช็อตที่ต้องการจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าต้องการยกกระชับทั่วทั้งหน้า หรือเน้นเฉพาะช่วงแก้มและกรอบหน้า หากเข้าใจทริคง่ายๆ นี้ 300 ช็อตจะเน้นไปที่บริเวณเฉพาะจุดหรือผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ส่วน 600 ช็อตจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั่วใบหน้าหรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างลึกค่ะ

모노폴라 RF 가 진피층을 데우는 깊이써마지 FLX 샷수가 결과를 좌우하는 이유

 

 

ผู้ที่เหมาะกับ 600 ช็อต — พื้นที่กว้างและมีปัญหาความหย่อนคล้อยลึก

หากคุณตรงกับเงื่อนไขต่อไปนี้ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป การเลือกทำ 600 ช็อตจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ

  • ต้องการยกกระชับทั่วทั้งใบหน้า (หน้าผาก ขมับ แก้ม กรอบหน้า และลำคอบางส่วน)

  • อายุ 30 ปีช่วงปลายขึ้นไป และมีปัญหาความหย่อนคล้อยลึกที่ส่งผลถึงชั้น SMAS*

  • เป็นคนผิวหนา ซึ่งพลังงานจากการยิงย้ำเพียง spot เดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสะสมความร้อน

  • ต้องการปรับกรอบหน้าและเกลี่ยเหนียงใต้คางให้คมชัด

  • เคยผ่านการทำหัตถการกลุ่ม RF หรือ HIFU* มาก่อน แต่รู้สึกว่าเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System)*: คือชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้และไขมัน แต่อยู่เหนือชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นสำคัญที่เป็นสาเหตุหลักของความหย่อนคล้อยลึกค่ะ

HIFU*: ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound (คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง) เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกเพื่อยกกระชับ เช่น Ulthera และ Shurink

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่มีปัญหาแก้มห้อย ร่องแก้มลึก และกรอบหน้าไม่ชัดเจนร่วมกัน การยิงกระตุ้นทั่วทั้งใบหน้าด้วยการทำ 600 ช็อตพร้อมกันในครั้งเดียว จะช่วยปรับสมดุลของรูปหน้าโดยรวมได้ดีกว่าการแบ่งทำทีละส่วนรอบละ 300 ช็อตค่ะ เนื่องจากหัตถการยกกระชับกลุ่ม Non-invasive RF จะทำงานโดยใช้ความร้อนเข้าไปกระตุ้นชั้นหนังแท้เพื่อสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ดังนั้นผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การกระตุ้นในพื้นที่กว้างพร้อมกันจึงช่วยรักษาความสมดุลของใบหน้าได้ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

600샷이 더 맞는 분 — 넓은 범위와 깊은 처짐

 

 

ผู้ที่เหมาะกับ 300 ช็อต — ดูแลเฉพาะจุดและเน้นการป้องกันชะลอวัย

ในทางตรงกันข้าม หากคุณมีสภาพผิวตรงกับลักษณะต่อไปนี้ การทำเพียง 300 ช็อตก็ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการแล้วค่ะ

  • ต้องการเน้นทำเฉพาะจุด เช่น บริเวณกรอบหน้า หรือเหนียงใต้คาง (บริเวณที่ทำการรักษามีขนาดเล็ก)

  • อายุช่วงปลาย 20 ถึงต้น 30 ปี ที่ต้องการดูแลเพื่อการป้องกันไว้ก่อน ก่อนที่จะเกิดความหย่อนคล้อยลึก

  • เป็นการทำ Thermage ครั้งแรกในชีวิต และต้องการเริ่มต้นด้วยระดับพลังงานเบาๆ ดูก่อน

  • เป็นคนที่มีโครงหน้าชัดเจนอยู่แล้ว และต้องการเก็บรายละเอียดเฉพาะบางจุดมากกว่าการยกกระชับทั่วหน้า

  • ต้องการแบ่งโปรแกรมการรักษาเพื่อไม่ให้กระทบกับงบประมาณ (เช่น ทำ 300 ช็อตก่อน แล้วค่อยมาเติมอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า)

300 ช็อตก็สามารถช่วยกระตุ้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกันค่ะ แทนที่จะคิดว่า "จำนวนช็อตน้อยแล้วประสิทธิภาพจะน้อยลงหรือเปล่า" ความเป็นจริงคือหากโจทย์การรักษาและบริเวณที่ต้องการทำมีขนาดเล็ก การเลือกทำ 300 ช็อตคือตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่าที่สุดค่ะ ตารางด้านล่างนี้คือการสรุปเปรียบเทียบระหว่างสองตัวเลือกนี้ให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นค่ะ

เวลาในการทำหัตถการและงบประมาณอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาเพื่อความแม่นยำตอนเข้ามารับบริการชัวร์ที่สุดค่ะ

샷수별 평균 커버 범위 (참고용)300샷으로 충분한 분 — 부분 범위와 예방 케어

 

 

ปัจจัยอื่นๆ ที่กำหนดผลลัพธ์นอกจากจำนวนช็อต

หากจะดูแค่จำนวนช็อตเพื่อตัดสินใจอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ อีกมากมายที่มีส่วนช่วยออกแบบผลลัพธ์ที่สวยงามค่ะ

  • เทคนิคการยิงและการประเมินสัดส่วนใบหน้า (Mapping) ของแพทย์ — การดีไซน์ว่าบริเวณไหนควรลงพลังงานเท่าไหร่ มีส่วนประคับประคองลัพธ์ให้ออกมาสมดุลและเป็นธรรมชาติที่สุด

  • ระดับพลังงานการยิง (Energy Level) — แม้จะยิง 600 ช็อตเท่ากัน แต่หากตั้งค่าพลังงานต่างกัน ระดับความลึกและการตอบสนองของผิวก็จะต่างกันออกไป

  • ประเภทของหัวทิป (Tips) — ทั้ง Face Tip, Eye Tip และ Body Tip จะออกแบบมาเพื่อเน้นการดูแลในจุดและสัดส่วนที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม

  • ระยะเวลาในการทำซ้ำ — โดยทั่วไปแนะนำให้ทำห่างกันประมาณ 12-18 เดือน การทำซ้ำเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการสะสมความร้อนใต้ผิวที่มากเกินความจำเป็น

  • การตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจนเฉพาะบุคคล — แม้จะได้รับบริการหัตถการเดียวกัน แต่การแสดงผลลัพธ์ในช่วง 8-12 สัปดาห์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน

การทำหัตถการความงามที่ดีที่สุดคือการปรึกษาร่วมกับทีมแพทย์อย่างละเอียด ทั้งในเรื่องระดับพลังงาน สภาพผิว เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้น แม้จะเป็นแพ็กเกจ 600 ช็อตเหมือนกัน แต่จากคำวินิจฉัยของแพทย์ก็อาจจะดีไซน์ระดับพลังงานและการวางแผน Mapping ที่แตกต่างกันออกไป การเปรียบเทียบเพียงแค่ "จำนวนช็อตคูณด้วยราคา" จึงไม่สามารถตอบโจทย์ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริงได้ทั้งหมดค่ะ

샷수 외에 결과를 좌우하는 요소들

 

 

การประเมินจำนวนช็อตในแบบของ Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะไม่ตั้งโปรแกรมช็อตไว้เสร็จสำเร็จรูปแบบเมนูอาหารทั่วไป แต่เราเน้นประเมินก่อนว่าปัญหาความหย่อนคล้อยของคนไข้แต่ละรายเกิดจากชั้นผิวใด จากนั้นจึงร่วมดีไซน์ขอบเขตพื้นที่ควบคู่กับความหนาแน่นของช็อตที่เหมาะสม แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังจะเป็นผู้ประเมินความหย่อนคล้อย ความหนาของผิว ตลอดจนประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันออกแบบจำนวนช็อต ชนิดหัวทิป และระดับพลังงานเฉพาะบุคคล ยิ่งไปกว่านั้นคลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง ทำให้สะดวกต่อการเดินทางมารับคำปรึกษาและเข้าใช้บริการ คอนเซปต์ของเราคือตัวเลขจำนวนช็อตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การดีไซน์การรักษาที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล" ค่ะ

합정 뷰티스톤이 샷수를 정하는 방식

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ถ้าทำ 600 ช็อต ผลลัพธ์จะดีขึ้นเป็นสองเท่าของ 300 ช็อตเลยไหมคะ?

A. ไม่ได้เป็นสัดส่วนแบบทวีคูณคูณสองเสมอไปค่ะ หากบริเวณสัดส่วนต้องการทำ 300 ช็อตก็เพียงพอแล้ว การเสริมอีก 300 ช็อตจะถูกดีไซน์ให้กระจายไปยังบริเวณอื่นเพื่อช่วยสร้างความสมดุล ดังนั้น หากต้องการดูแลเฉพาะจุดการเลือก 300 ช็อตจะให้ความคุ้มค่ามากกว่า แต่หากครอบคลุมบริเวณกว้าง 600 ช็อตจะช่วยให้ผลลัพธ์โดยรวมสมดุลมากกว่าค่ะ ทั้งนี้ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับบุคคลด้วยนะคะ

Q. เป็นการทำ Thermage ครั้งแรก ถ้าจะเริ่มต้นที่ 600 ช็อตเลยจะไหวไหมคะ?

A. แม้จะเป็นการทำครั้งแรก แต่หากประเมินระดับความหย่อนคล้อยและความต้องการเข้ากับโปรแกรม 600 ช็อตก็สามารถทำได้เลยค่ะ อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่มีความกังวลเรื่องระดับความเจ็บและระยะเวลาพักฟื้น หลายคนอาจจะเริ่มลองเชิงที่ 300 ช็อตก่อนเพื่อดูการตอบรับของผิว แล้วค่อยปรับสัดส่วนช็อตเพิ่มขึ้นในการทำครั้งต่อไป แนะนำให้พูดคุยกับทีมแพทย์เกี่ยวกับการดูแลควบคุมความเจ็บและแพลนตารางเวลาชีวิตของคุณค่ะ

Q. ถ้าทำ 300 ช็อตไปแล้วรู้สึกว่ายังไม่สะใจ สามารถทำเพิ่มอีก 300 ช็อตทันทีเลยได้ไหมคะ?

A. ไม่แนะนำให้ยิงเพิ่มต่อลัดคิวทันทีในระยะเวลาไล่เลี่ยกันค่ะ เนื่องจาก Thermage เป็นหัตถการที่เด่นเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจนซึ่งจะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์เด่นชัดในสัปดาห์ที่ 8-12 แนะนำให้รอดูและประเมินผลลัพธ์อย่างน้อยหลัง 3 เดือนขึ้นไปก่อน ค่อยประเมินร่วมกันอีกครั้งว่าจะเติมเพิ่มดีไหม เพื่อป้องกันปัญหาการสะสมความร้อนใต้ชั้นผิวหนังที่สูงเกินไปค่ะ

Q. หากเลือกจำนวนช็อตเท่ากัน ไม่ว่าจะทำที่ไหนผลลัพธ์ก็เหมือนกันใช่ไหมคะ?

A. แตกต่างกันแน่นอนค่ะ เพราะต่อให้จำนวนช็อตเท่ากัน แต่การตั้งระดับความร้อนพลังงานและการดีไซน์กระจายตำแหน่งช็อต (Mapping) ของแพทย์แต่ละท่านไม่เหมือนกัน ประสบการณ์จึงแตกต่างกันออกไปค่ะ ดังนั้นนอกจากเปรียบเทียบราคาและจำนวนช็อตแล้ว การได้เข้าพบแพทย์เพื่อแลกเปลี่ยนคำแนะนำและการดีไซน์โครงหน้าจริงจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความไฝ่ฝันมากที่สุดค่ะ

 

คอนเทนต์แนะนำสำหรับอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

레이저나 리프팅 시술 후 붓기가 밤보다 아침에 더 심하게 느껴지는 이유는 무엇일까요?

ยกกระชับ

ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?

ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

울쎄라 프라임 시술 후에 세안과 화장, 그리고 운동은 언제부터 다시 시작해도 될까요?

ยกกระชับ

หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้าแต่งหน้าออกกำลังกายได้เมื่อไหร่

หลังทำ Ulthera Prime ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวกันค่ะ

온다 리프팅을 받았다면 다음 시술까지 보통 얼마나 간격을 두고 다시 받는 게 좋을까요?

ผู้ชาย

Onda Lifting ควรเว้นระยะกี่สัปดาห์ก่อนทำครั้งต่อไปดี?

อยากทำ Onda Lifting ซ้ำ ควรเว้นระยะนานแค่ไหน? อ่านเกณฑ์วางแผนเว้นระยะก่อนตัดสินใจนะคะ

써마지 시술을 받으면 볼이 꺼지고 얼굴 살이 빠진다는 이야기는 정말로 사실일까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าตอบจริงไหม? แยกข่าวลือกับความจริง

Thermage ทำให้แก้มตอบและหน้าซูบจริงไหม แยกข่าวลือกับกลไกจริงและสิ่งที่ควรเช็กก่อนทำ

포텐자 시술을 받고 나면 붉은 기와 다운타임은 보통 며칠 정도 이어지게 되는 걸까요?

ผิว

Potenza ทำแล้วหน้าแดงกี่วัน ดาวน์ไทม์นานไหม?

หลังทำ Potenza รอยแดงและดาวน์ไทม์มักอยู่กี่วัน สรุปกลไกการฟื้นตัว ความต่างของอาการ และวิธีดูแล

Ultracol หรือ Juvelook ดีกว่ากันคะ? ช่วยเปรียบเทียบความแตกต่างทางคลินิก (เช่น กลไกการออกฤทธิ์, ระยะเวลาคงผลลัพธ์, บริเวณที่แนะนำให้ทำ) ของทั้งสองตัวนี้แบบละเอียดให้หน่อยค่ะ เพื่อช่วยให้คนไข้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ยกกระชับ

Onda Lifting เจ็บไหม? ไม่ทาครีมชาก็ทนได้จริงไหม

Onda Lifting เจ็บน้อยกว่า HIFU จริงไหม? ทำครีมชาจำเป็นไหม? อ่านก่อนตัดสินใจนะคะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1