Onda ใช้ไมโครเวฟส่งความร้อนลึก InMode ใช้ RF กระชับเดอร์มิสและปรับผิวเรียบ มาดูว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ
เวลาไปปรึกษาเรื่องยกกระชับ หลายคนมักจะได้ยินชื่อสองอย่างนี้คู่กันอยู่เรื่อยๆ ว่า "ONDA เป็นยังไง แล้ว InMode ละเป็นยังไง" ทั้งคู่จัดอยู่ในกลุ่มการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-invasive lifting) เหมือนกัน เลยดูคล้ายกันมาก แต่จริงๆ แล้ว พลังงานที่ใช้ไปจนถึงลักษณะผลลัพธ์นั้นต่างกันคนละแบบเลยค่ะ ทำให้กลุ่มคนที่ทำแล้วเห็นผลดีที่สุดก็แตกต่างกันไปด้วย สรุปสั้นๆ ก็คือ ONDA จะใช้พลังงานไมโครเวฟ (microwave) ในการส่งความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันในคราวเดียว ส่วน InMode จะใช้คลื่น RF* เพื่ออบความร้อนบริเวณกึ่งกลางชั้นหนังแท้ พร้อมช่วยกระชับรูขุมขนและปรับผิวให้เรียบเนียนไปพร้อมกันค่ะ
RF*: ย่อมาจาก Radio Frequency (คลื่นวิทยุ) เป็นวิธีการส่งพลังงานที่ใช้อภิสิทธิ์ความต้านทานของเนื้อเยื่อผิวในการสร้างความร้อน มักใช้ในออมเบรอย่าง Thermage หรือ InMode ค่ะ
ดังนั้น ทั้งสองโปรแกรมไม่ใช่คู่แข่งกันโดยตรง แต่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการแก้ไขปัญหาที่กระชับชั้นผิวระดับไหนก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ทำใจเลือกง่ายๆ เพราะหลายคนก็มักจะมีทั้งปัญหาผิวหย่อนคล้อยในชั้นลึกและผิวไม่เรียบเนียนตรงพื้นผิวไปพร้อมๆ กัน การถามแค่ว่า "ระหว่างสองตัวนี้อันไหนดีกว่ากัน" จึงอาจจะยังไม่ใช่คำตอบค่ะ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะเข้าใจ
ความแตกต่างของพลังงานระหว่าง ONDA และ InMode
ผิวแบบไหนที่ทำ ONDA แล้วจะดูสวยเป็นธรรมชาติมากกว่า
ผิวแบบไหนที่ทำ InMode แล้วจะตอบโจทย์อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
ลำดับขั้นตอนเมื่อต้องการทำทั้งสองหัตถการร่วมกัน
ONDA vs InMode — แตกต่างกันตั้งแต่พลังงานที่ใช้
ONDA คือการยิงพลังงานไมโครเวฟ 2.45GHz ลงไปพร้อมกันที่ชั้นหนังแท้* และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ความร้อนที่เกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเก่าและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ จุดเด่นคือจะมีการปล่อยพลังงานความเย็นออกมาระบายความร้อนที่ผิวชั้นนอกสุดเพื่อปกป้องผิว ในขณะที่ส่งพลังงานลึกเข้าไปสะสมในชั้นผิวส่วนลึก มีรายงานทางคลินิกชี้ว่า อุปกรณ์ไมโครเวฟ 2.45GHz ช่วยสลายและทำให้เส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และใต้ผิวหนังหดตัวลง ซึ่งหลังจากทำโปรแกรมนี้เว้นระยะ 30 วัน จำนวน 2 ครั้ง พบว่าที่สัปดาห์ที่ 12 คะแนนความหย่อนคล้อยใต้คางดีขึ้นจากเฉลี่ย 3.6 เหลือ 2.3 ค่ะ
ชั้นหนังแท้*: คือชั้นผิวที่อยู่ถัดลงมาจากชั้นกำพร้า เป็นแหล่งรวมของคอลลาเจนและอีลาสตินที่ทำหน้าที่ดูแลความยืดหยุ่นของผิว
InMode เป็นเครื่องในกลุ่ม RF ที่จะช่วยส่งความร้อนเข้าไปในชั้นหนังแท้ผ่านหัวแฮนด์พีซแบบ Bipolar และ Unipolar (เช่น Forma, Morpheus8 เป็นต้น) ซึ่งจะเน้นสลายและจัดระเบียบรูขุมขน ผิวสัมผัส และความหย่อนคล้อยเบื้องต้น พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนไปในตัว จึงมีความคล้ายคลึงกับเครื่องกลุ่ม RF อื่นๆ อย่าง Thermage และ Oligio ค่ะ หลักการที่ใช้คลื่น RF มาอุ่นชั้นหนังแท้เพื่อบ่มเพาะคอลลาเจนขึ้นมาใหม่นี้ จะส่งผลให้คอลลาเจนหดตัวทันทีหลังทำ จากนั้นความหนาแน่นของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การเปลี่ยนไปแบบทันทีทันใด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปและสะสมไปเรื่อยๆ ค่ะ
สรุปความแตกต่างที่สำคัญในสองบรรทัดสั้นๆ ได้ดังนี้ค่ะ
ONDA ใช้พลังงานไมโครเวฟ ส่งผ่านและกระตุ้นความร้อนลึกถึงชั้นไขมันและชั้นหนังแท้ตอนล่างได้ในคราวเดียว
InMode ใช้พลังงาน RF อบความร้อนในระดับชั้นหนังแท้ส่วนกลางไปพร้อมกับการดูแลความเรียบเนียนและปัญหารูขุมขน
เฉกเช่นนี้ แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดเหมือนกัน แต่พอประเภทของพลังงานต่างกัน ผิวที่เหมาะกับแต่ละหัตถการจึงต่างกันตามไปด้วยนั่นเองค่ะ


ผิวที่เหมาะกับ ONDA — เน้นแก้ปัญหาหย่อนคล้อยระดับลึกและปรับลดวอลลุ่มไขมัน
ด้วยการส่งคลื่นไมโครเวฟลงลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนล่างและชั้นไขมันพร้อมกัน ทำให้ ONDA เหมาะกับคนที่มีสภาพผิวเหล่านี้อย่างลงตัวและเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
คนที่มีความหย่อนคล้อยในชั้นลึกอย่างโชว์ชัด เช่น บริเวณใต้คาง เหนียง หรือแก้มห้อย
คนที่ลดน้ำหนักแล้วผิวรอบกรอบหน้าหย่อนคล้อย หรือโครงหน้าดูไม่ชัดเจน
คนที่ต้องการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยลึกๆ ให้เสร็จในครั้งเดียว
ผู้ที่อยู่ในวัย 40+ ซึ่งคอลลาเจนเริ่มบางตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ที่มีความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยเป็นหลัก มากกว่าเรื่องรูขุมขนหรือผิวสัมผัสภายนอก
โดยเฉพาะหากคุณมีปัญหาคางสองชั้นและความหย่อนคล้อยร่วมกัน การเลือกทำ ONDA ที่เน้นสะสมความร้อนในชั้นลึกจะมีประสิทธิภาพในการจัดการกรอบหน้าได้ดีกว่าโปรแกรม RF ที่เน้นผิวชั้นนอกค่ะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลปุ๊บปั๊บทันที แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วง 4-12 สัปดาห์ โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์ที่สัปดาห์ที่ 8-12 ค่ะ ปกติมักจะทำ 1 ครั้ง หรือจัดเป็นคอร์ส 2-3 ครั้ง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเริ่มต้นของแต่ละบุคคล ซึ่งควรเข้าปรึกษากับแพทย์เพื่อวางแผนจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

ผิวที่เหมาะกับ InMode — ผิวหน้าไม่เรียบเนียน รูขุมขน และความหย่อนคล้อยบริเวณผิวชั้นบน
เนื่องจาก InMode จะส่งพลังงาน RF ไปเน้นสะสมความร้อนตรงกึ่งกลางของชั้นหนังแท้เป็นหลัก จึงตอบโจทย์ธรรมชาติของผิวประเภทต่อไปนี้ได้ดีค่ะ
คนที่มีความกังวลร่วมกันทั้งเรื่องรูขุมขน ผิวไม่เรียบเนียน และความหย่อนคล้อยของผิวชั้นตื้น
คนที่มีปัญหาผิวห้อยบริเวณโหนกแก้ม แก้มหน้า หรือหน้าผาก
ผู้ที่อยู่ในช่วงวัย 30-40 ปีแรก ที่ชั้นคอลลาเจนยังพอมีความหนาแน่นอยู่บ้าง
คนที่ต้องการหัตถการที่มีระยะเวลาพักฟื้น (downtime) สั้น
คนที่ต้องการดูแลระดับชั้นผิวที่หลากหลายด้วยการผสมผสานหัวแฮนด์พีซหลายแบบ (เช่น Forma, Morpheus8 เป็นต้น) ในคราวเดียว
การยกกระชับด้วย RF แบบไร้แผลนี้ มักจะทำให้รู้สึกว่าผิวตึงขึ้นเล็กน้อยทันทีหลังทำ และผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคอลลาเจนเริ่มเติมเต็มเต็มที่ในช่วงเดือนที่ 6 ดังนั้น InMode เองก็เป็นหัตถการที่ให้ทั้งความรู้สึกตึงกระชับทันทีและผลลัพธ์ต่อเนื่องไปพร้อมกันในช่วง 4-6 สัปดาห์เช่นกันค่ะ แต่ทว่า เนื่องจากโฟกัสหลักอยู่ที่การทำความร้อนในชั้นตื้น หากปัญหาที่คุณกังวลมีเพียงแค่ความหย่อนคล้อยในชั้นลึก เช่น เหนียงหนาหรือไขมันใต้คาง ONDA จะเป็นตัวเลือกที่ตรงจุดกว่า ส่วนใครที่มีทั้งปัญหาผิวไม่สม่ำเสมอและมีความหย่อนคล้อยร่วมกัน InMode ถือเป็นตัวเลือกธรรมชาติที่ดีมากค่ะ ภาพด้านล่างนี้แสดงการเปรียบเทียบระดับความลึกในการทำงานของทั้งสองหัตถการอย่างคร่าวๆ ค่ะ


การจัดลำดับการดูแลรักษาที่ Beautystone สาขาฮับจอง
เนื่องจากการทำงานของ ONDA และ InMode ลงลึกถึงชั้นผิวคนละระดับ สำหรับคนที่มีทั้งปัญหาความหย่อนคล้อยลึกและผิวไม่สม่ำเสมอข้างนอก การนำทั้งสองหัตถการมาผสานกันจึงสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดีค่ะ อย่างไรก็ตาม ทางเรามักจะไม่แนะนำให้ทำทั้งคู่ภายในวันเดียวกัน แต่จะแนะนำให้ทำหัตถการหลักก่อน และเมื่อผิวฟื้นตัวเต็มที่แล้วค่อยทำอีกตัวเพื่อเสริมประสิทธิภาพค่ะ ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้เริ่มจากการล็อคชื่อคอร์สเอาไว้ก่อน แต่เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความหนาของผิว ชั้นไขมัน และลักษณะพื้นผิวของคนไข้ในตอนแรก เพื่อจัดลำดับขั้นที่เหมาะสมที่สุดค่ะ แพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจะตรวจเช็คว่าปัญหาในชั้นผิวระดับไหนที่ควรได้รับการแก้ไขเร่งด่วนที่สุด ปัญหาเยอะที่ชั้นลึกก็จะเริ่มจาก ONDA แต่หากเน้นเรื่องผิวชั้นบนก็จะเริ่มจาก InMode ก่อนค่ะ นอกจากนี้ คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินฮับจอง จึงเดินทางมาพบแพทย์ตามรอบนัดเพื่อรับการดูแลรักษาเพิ่มเติมได้อย่างสะดวกสบายค่ะ

เช็คสัญญาณว่าผิวคุณเหมาะกับโปรแกรมไหน
แม้จะเป็นกลุ่มยกกระชับเหมือนกัน แต่การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะผิวเฉพาะบุคคลค่ะ ลองพิจารณาจากสัญญาณเหล่านี้ได้เลยนะคะ
สัญญาณที่บอกว่าคุณเหมาะกับ ONDA มากกว่า:
จุดกังวลหลักคือความหย่อนคล้อยใต้วงแขน คางสองชั้น หรือแก้มย้อยในระดับลึก
กรอบหน้าดูไม่ชัดเจนหลังจากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยของหน้าผืนใหญ่มากกว่าเรื่องรูขุมขนหรือความละเอียดของผิว
เริ่มเข้าสู่วัย 40+ ที่คอลลาเจนเริ่มลดลงและดูแลตัวเองยากขึ้น
สัญญาณที่บอกว่าคุณเหมาะกับ InMode มากกว่า:
มีความกังวลทั้งเรื่องรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน และแก้มย้อยระดับตื้น
อยากขจัดความหมองคล้ำและปรับพื้นผิวหน้าให้สว่างใสเรียบเนียนไปในคราวเดียว
ยังอยู่ในช่วงอายุประมาณ 30-40 ปีแรก ที่ชั้นคอลลาเจนยังพอมีความยืดหยุ่นดีอยู่
กังวลปัญหายื่นย้อยตรงแก้มส้ม แก้มหน้า หรือบริเวณหน้าผากเป็นหลัก
กรณีที่ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าก่อนทำหัตถการ:
ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ผู้ที่ติดเครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) หรือใส่เครื่องมือแพทย์ชนิดฝังในร่างกาย (โดยทั่วไป พลังงาน RF และไมโครเวฟถือเป็นข้อห้ามสำหรับเคสเหล่านี้ค่ะ)
ผู้ที่มีแผลอักเสบ สิวอุดตันรุนแรง หรือเชื้อเริมกำลังกำเริบในบริเวณที่ต้องการทำหัตถการ
ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นนูนคีลอยด์ได้ง่าย
ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการประเภทสอดเข็มหรือศัลยกรรมอื่นๆ ในจุดเดียวกันมาไม่เกิน 3 เดือน
แทนที่จะตัดสินใจเลือกจากสเปกราคาเพียงอย่างเดียว การร่วมปรึกษากับแพทย์เพื่อเช็คความหนาของชั้นผิว ไขมัน และสภาพพื้นผิวของคุณ จะช่วยเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์คุ้มค่ามากที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ผลลัพธ์ของโปรแกรมไหนจะอยู่ได้นานกว่ากันคะ?
A. แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไป ONDA จะทำงานเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในระดับลึก ผลลัพธ์จึงมักอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ส่วน InMode ชนิดที่เน้นอุ่นความร้อนตรงกึ่งกลางชั้นหนังแท้ ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้ราวๆ 4-9 เดือนค่ะ ทั้งนี้ ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการฟื้นฟูคอลลาเจนของตนเอง การดูแลต้านแสงแดดในชีวิตประจำวัน และการแกว่งของน้ำหนักด้วยค่ะ ยิ่งทำสมบูรณ์แบบหลายๆ ครั้ง กรอบหน้าก็จะยิ่งชัดเจนยาวนานขึ้น ดังนั้น การประเมินผลในช่วงเดือนที่ 6-12 จึงเป็นระยะเวลาที่แนะนาที่สุดค่ะ
Q. ในแง่ของความรู้สึกเจ็บ ตัวไหนเจ็บน้อยกว่ากันคะ?
A. ทั้งสองหัตถการมีการใช้ยาชาทาและระบบทำความเย็นบนผิวหน้าช่วยเยียวยาค่ะ แต่สำหรับ InMode ที่เป็นการอุ่นร้อนชั้นหนังแท้ตอนบน ความรู้สึกจะออกแนวแสบจี๊ดๆ เป็นจุดๆ ส่วน ONDA ที่ส่งพลังงานความร้อนเข้าชั้นลึก คลื่นความร้อนจะให้ความรู้สึกอุ่นๆ หนักๆ ด้านในค่ะ ระดับความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน หากคุณเป็นคนที่กังวลเรื่องนี้มากๆ สามารถปรึกษากับทีมแพทย์ล่วงหน้าเพื่อให้ช่วยปรับพลังงานให้อยู่ในระดับที่ผ่อนคลายขึ้นได้ค่ะ
Q. เพิ่งเคยเริ่มทำเลเซอร์ยกกระชับครั้งแรก ควรทำตัวไหนก่อนดีคะ?
A. ตัวเลือกแรกขึ้นอยู่กับความกังวลสูงสุดของผิวคุณเลยค่ะว่าหนักใจเรื่องความหย่อนคล้อยชั้นลึก หรือเรื่องความเรียบเนียนผิวภายนอกและรูขุมขน หากปัญหายอดฮิตคือเหนียงห้อยหรือคางสองชั้น แนะนำให้เริ่มที่ ONDA ค่ะ แต่หากเน้นเรื่องหน้าบาน รูขุมขนกว้าง และแก้มย้อยชั้นบน ให้เริ่มที่ InMode จะเห็นผลชัดกว่าค่ะ หากเพิ่งเริ่มต้น แนะนำให้ดูผลลัพธ์หลังทำเข็มแรกในสัปดาห์ที่ 8-12 แล้วค่อยวางแผนการรักษาก้าวต่อไปจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
Q. สามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกันในวันเดียวกันได้ไหมคะ?
A. โดยส่วนใหญ่เราจะไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียวค่ะ แม้ว่าหัตถการเหล่านี้จะไม่มีแผลสะเก็ดและไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่การรับพลังงานความร้อนที่สูงสะสมในวันเดียวกันอาจกระตุ้นให้เกิดผลข้างเคียงหรือทำให้ผิวระคายเคืองหนักเกินไปได้ค่ะ ทางที่ดีที่สุดคือทำหัตถการหนึ่งก่อน แล้วเว้นระยะประมาณ 4-6 สัปดาห์เพื่อให้ชั้นผิวฟื้นตัวก่อน แล้วค่อยกลับมาทำหัตถการที่สองเพื่อช่วยเสริมกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อร่วมวางแผนกำหนดการค่ะ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?
Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน

ผิว
รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ หรือความหย่อน ควรดูแลอะไรก่อนดี
รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ กับความหย่อนควรเริ่มดูแลตรงไหนก่อน Oligio X ช่วยด้านไหน มาดูกันค่ะ

กำจัดขน
ขนอ่อนบนหน้าทำเมคอัพลอย กำจัดด้วย GentleMax ช่วยไหม?
ขนอ่อนบนใบหน้าทำให้เมคอัพดูลอยเป็นขุย GentleMax ช่วยจัดการได้แค่ไหน และต่างจากขนหนายังไง มาดูกันค่ะ

ผู้ชาย
ทำเลเซอร์แล้วเกิดรอยดำ เพราะละเลยกันแดดจริงไหม?
หลังทำเลเซอร์ผิวไวต่อแสง ทำไมการกันแดดถึงช่วยลดรอยดำ (PIH) มาดูกลไกและวิธีดูแลช่วงแรกกัน

ผิว
ริ้วรอยตอนยิ้มกับริ้วรอยที่ฝังตามวัย ดูแลต่างกันไหม
ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้ากับริ้วรอยที่ฝังตัวตามวัย เกิดจากคนละสาเหตุ แนวทางดูแลจึงต่างกัน มาดูกันค่ะ

ยกกระชับ
ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?
ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ



