ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

เมื่อเราพูดคุยปรึกษาเรื่องการยกกระชับและการปรับรูปหน้า (lifting) หลายคนมักจะได้ยินสองชื่อนี้คู่กันเสมอคือ "Onda เป็นยังไง แล้ว InMode ล่ะ ดีไหม?" แม้ว่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่เลเซอร์ยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-invasive lifting) เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วทั้งสองโปรแกรมนี้ใช้พลังงานคนละประเภทและมีหลักการทำงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผลลัพธ์ที่ได้จึงเหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวที่แตกต่างกันค่ะ

สรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ก่อนเลยก็คือ Onda จะใช้เทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟ (microwave) 2.45GHz ที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันในคราวเดียว จึงเน้นแก้ปัญหาในชั้นลึก ส่วน InMode จะใช้พลังงาน RF (คลื่นความถี่วิทยุ) เน้นทำความร้อนที่ชั้นหนังแท้เป็นหลัก พร้อมช่วยกระชับรูขุมขนและปรับเนื้อผิวให้เรียบเนียน ถือเป็นโปรแกรมที่ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นบน ดังนั้นการเลือกทำตัวไหนจึงไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันว่าอะไรดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาผิวในชั้นไหนของคุณที่ต้องได้รับการแก้ไขก่อนค่ะ

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบริการและหัตถการของ Beautystone

 

Onda vs InMode — แตกต่างกันตั้งแต่ประเภทของพลังงานที่ใช้

Onda ทำงานโดยการส่งพลังงานไมโครเวฟความถี่ 2.45GHz ลงไปที่ ชั้นหนังแท้ (Dermis)*: ชั้นผิวที่สองซึ่งอยู่ใต้ชั้นกำพร้า เป็นแหล่งสะสมของคอลลาเจนและอีลาสติน และชั้นไขมันใต้ผิวหนังพร้อมๆ กัน ความร้อนนี้จะกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวและเร่งสร้างคอลลาเจนใหม่ จุดเด่นคือมีระบบทำความเย็นช่วยปกป้องผิวชั้นนอก (epidermis) ในขณะที่ส่งพลังงานเข้มข้นลงไปที่ผิวชั้นลึก จากผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า อุปกรณ์ไมโครเวฟนี้สามารถเข้าไปทำงานกับคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อพังผืดใต้ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจน ส่งผลให้คะแนนความหย่อนคล้อยใต้คาง (เหนียง) ลดลงเฉลี่ยจาก 3.6 เหลือ 2.3 ในสัปดาห์ที่ 12

ส่วน InMode เป็นอุปกรณ์ในกลุ่ม RF*: Radio Frequency หรือคลื่นความถี่วิทยุ ซึ่งสร้างความร้อนโดยอาศัยแรงต้านทานของเนื้อเยื่อผิว โดยส่งผ่านพลังงานแบบ Bipolar/Unipolar RF* ผ่านหัวแฮนด์พีซแบบต่างๆ (เช่น Forma, Morpheus8 เป็นต้น) เพื่อทำความร้อนที่ชั้นหนังแท้ การรักษานี้จะเน้นกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกับการกระชับรูขุมขน ปรับผิวเรียบเนียน และแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณผิวชั้นบน ซึ่งให้ความรู้สึกและผลลัพธ์ใกล้เคียงกับเครื่องตระกูล RF อื่นๆ อย่าง Thermage หรือ Oligio ค่ะ

สรุปความแตกต่างสั้นๆ ใน 2 บรรทัด:

  • Onda — คลื่นไมโครเวฟ เน้นทำความร้อนลึกถึงชั้นไขมันและผิวหนังชั้นแท้ตอนล่างในครั้งเดียว

  • InMode — คลื่น RF เน้นทำความร้อนที่ชั้นหนังแท้เป็นหลัก พร้อมกระชับรูขุมขนและปรับเนื้อผิวให้เรียบเนียน

แม้จะจัดอยู่ในกลุ่ม "non-surgical lifting" เหมือนกัน แต่ด้วยพลังงานที่ต่างกัน ผิวที่เหมาะกับแต่ละเครื่องจึงแตกต่างกันไปด้วยค่ะ

온다와 인모드 — 들어가는 에너지의 종류부터 달라요

 

 

จุดเด่นของ Onda — แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยชั้นลึกและแก้มตอบ/เหนียงย้อย

เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟของ Onda สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนล่างและชั้นไขมันได้พร้อมกัน Onda จึงตอบโจทย์มากๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเหล่านี้ค่ะ:

  • ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในชั้นลึกอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีเหนียง ใต้คางหย่อน หรือแก้มห้อย

  • ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัดเจนจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือสรีระใบหน้าเปลี่ยนไป

  • ผู้ที่ต้องการดูแลและฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวชั้นลึกแบบเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียว

  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนตามธรรมชาติเริ่มบางตัวลงมาก

  • ผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยของกรอบหน้ามากกว่าเรื่องผิวสัมผัสภายนอกหรือรูขุมขน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีไขมันใต้คางควบคู่กับความหย่อนคล้อย การใช้ Onda เพื่อส่งพลังงานความร้อนลงไปสะสมในชั้นลึก จะช่วยปรับรูปหน้าและกระชับผิวได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการสลายไขมันหรือทำ RF ทั่วไปค่ะ อย่างไรก็ตาม Onda ไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลลัพธ์สูงสุดทันที แต่จะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใน 4-12 สัปดาห์ และแนะนำให้เข้ามาประเมินผลลัพธ์หลังทำที่ช่วง 8-12 สัปดาห์เป็นปกติค่ะ

สำหรับการทำ Onda ปกติแล้วสามารถเลือกทำเป็นรายครั้ง หรือจะทำเป็นแพ็คเกจ 2-3 ครั้งก็ได้ ทั้งนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มทำ เพื่อดีไซน์จำนวนครั้งและเว้นระยะเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดค่ะ

온다가 강한 분야 — 깊은 처짐과 볼륨 감소

 

 

จุดเด่นของ InMode — เน้นผิวสัมผัสชั้นบน รูขุมขน และความหย่อนคล้อยตื้นๆ

เนื่องจาก InMode RF จะเน้นทำความร้อนบริเวณชั้นหนังแท้ตอนบนลงมา จึงตอบโจทย์กับผู้ที่มีปัญหาผิวเหล่านี้อย่างเป็นธรรมชาติ:

  • ผู้ที่มีความกังวลเรื่องรูขุมขนกว้างและผิวไม่เรียบเนียนควบคู่กัน

  • ผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยบริเวณผิวชั้นบน เช่น บริเวณโหนกแก้ม หน้าแก้ม หรือหน้าผาก

  • ผู้ที่อยู่ในช่วงวัย 30 ปีต้นๆ ถึง 40 ปีตอนต้น ซึ่งชั้นคอลลาเจนใต้ผิวยังคงมีความหนาแน่นอยู่พอสมควร

  • ผู้ที่ต้องการการดูแลผิวที่ใช้เวลาพักฟื้น (downtime) สั้น

  • ผู้ที่ต้องการกระชับผิวหลายๆ ชั้น โดยใช้วิธีผสมผสานหัวแฮนด์พีซที่หลากหลาย (เช่น Forma, Morpheus8 เป็นต้น)

InMode จัดอยู่ในกลุ่ม Non-invasive RF lifting ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลทางวิชาการและการแพทย์พบว่า อุปกรณ์ RF ประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติได้ดีที่สุด และเห็นผิวตึงกระชับชัดเจนเต็มที่ในช่วงเดือนที่ 6 หลังทำ สำหรับ InMode คุณจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีส่วนหนึ่ง และผลลัพธ์จะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากการสะสมพลังงานในช่วง 4-6 สัปดาห์ถัดมาค่ะ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโปรแกรมนี้เน้นทำความร้อนที่ผิวชั้นบน หากปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อยในชั้นลึก เช่น ไขมันใต้คางหรือเหนียงเยอะๆ การเลือกทำ Onda อาจจะตอบโจทย์มากกว่า แต่สำหรับใครที่มีปัญหาทั้งริ้วรอยรูขุมขนชั้นบนและความหย่อนคล้อยเบาๆ ไปพร้อมกัน การเลือกทำ InMode ถือเป็นคำตอบที่ลงตัวมากๆ ค่ะ

인모드가 강한 분야 — 표면 결과 모공·표층 처짐

 

 

กรณีที่ทำร่วมกัน — การผสมผสานเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ

เนื่องจาก Onda และ InMode ทำงานบนระดับความลึกที่แตกต่างกัน หากคุณมีทั้งปัญหาความหย่อนคล้อยในชั้นลึกและต้องการปรับเนื้อผิวชั้นบนให้เรียบเนียนไปพร้อมกัน การทำทั้งสองโปรแกรมควบคู่กันถือเป็นการผสมผสานที่ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันได้ดีมากๆ ค่ะ อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วเราจะไม่แนะนำให้ทำทั้งสองเครื่องในวันเดียวกันทันที ควรเว้นระยะให้ผิวชั้นหนึ่งได้ฟื้นตัวเต็มที่ก่อน แล้วค่อยตามด้วยอีกโปรแกรมเพื่อเสริมประสิทธิภาพค่ะ

แนวทางการทำคู่กัน

ระยะเวลาที่แนะนำ

หมายเหตุ

Onda 1 ครั้ง → InMode 1 ครั้ง

4~6 สัปดาห์

กระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกก่อน แล้วปรับเนื้อผิวชั้นบนให้เนียนละเอียด

InMode 1 ครั้ง → Onda 1 ครั้ง

4~6 สัปดาห์

ดูแลผิวชั้นบนและรูขุมขนก่อน แล้วค่อยยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก

แพ็คเกจ Onda 3 ครั้ง → ตามด้วย InMode

8~12 สัปดาห์หลังจบคอร์ส

ฟื้นฟูผิวชั้นลึกอย่างต่อเนื่องให้อิ่มฟูเต็มที่ แล้วปิดท้ายด้วยการแต่งผิวชั้นบนให้เป๊ะ

ทำพร้อมกันในวันเดียวกัน

ไม่แนะนำ (X)

อาจทำให้ผิวรับภาระในการฟื้นตัวมากเกินไป และเสี่ยงต่อการสะสมความร้อนสูงเกินไป

ลำดับขั้นตอนในการทำจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาผิวเรื่องใดที่คุณกังวลและต้องการแก้ไขก่อน ระหว่างปัญหาระดับลึกหรือปัญหาบนผิวหน้าชั้นนอก ทางที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือการให้คุณหมอวี ยองจิน (หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) ประเมินความหนาของผิว ชั้นไขมัน และภาพรวมของผิวก่อน เพื่อออกแบบโปรแกรมและระยะเวลาที่เหมาะสม แม้ว่าทั้งสองโปรแกรมจะเป็น non-invasive ที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่การเว้นระยะเวลาบำบัดที่เหมาะสมจะช่วยให้ผิวแข็งแรงและได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

둘을 함께 받는 경우 — 보완적 조합 흐름

 

 

สัญญาณบอกว่าตัวเลือกไหนที่เหมาะกับคุณ

แม้จะเป็นทรีตเมนต์ยกกระชับแบบ non-invasive เหมือนกัน แต่สภาพผิวและโครงหน้าของคุณจะเป็นตัวกำหนดทรีตเมนต์ที่ใช่ที่สุด ลองเช็คสัญญาณเหล่านี้เพื่อประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นดูนะคะ:

สัญญาณที่บอกว่าผิวของคุณเหมาะกับ Onda:

  • กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยในชั้นลึกเป็นอันดับแรก เช่น เหนียงใต้คาง คอพับ หรือแก้มย้อย

  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดหลังจากน้ำหนักลดลง

  • ใส่ใจเรื่องหน้าหย่อน หน้าห้อย มากกว่าเรื่องปัญหารูขุมขนหรือเนื้อผิวสาก

  • วัย 40+ ที่คอลลาเจนตามธรรมชาติเริ่มลดลงและผิวเริ่มบาง

สัญญาณที่บอกว่าผิวของคุณเหมาะกับ InMode:

  • กังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน และความหย่อนคล้อยเล็กๆ น้อยๆ ไปพร้อมกัน

  • อยากปรับโทนสีผิวและเนื้อสัมผัสของผิวชั้นนอกให้เนียนสวย

  • ช่วงวัย 30 ต้นๆ ถึง 40 ต้นๆ ที่ผิวหน้ายังคงสปริงตัวและมีเนื้อคอลลาเจนค่อนข้างหนาแน่น

  • กังวลเรื่องแก้มตก หน้าแก้มห้อย หรือผิวบริเวณโหนกแก้มและหน้าผากเริ่มหย่อนคล้อย

กรณีที่จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำ:

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือมีอุปกรณ์การแพทย์ฝังในร่างกาย (เป็นข้อห้ามทั่วไปสำหรับการทำทรีตเมนต์กลุ่ม RF และ Microwave)

  • มีแผลติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบ สิวอักเสบรุนแรง หรือเริมบริเวณที่จะทำหัตถการ

  • มีประวัติเป็นแผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) ง่าย

  • เพิ่งผ่านการทำหัตถการแบบล้ำลึก (invasive procedures) อื่นๆ บริเวณใบหน้ามาไม่เกิน 3 เดือน

  • อยู่ระหว่างทานยาทีก่อให้เกิดอาการแพ้แสง (Photosensitivity)

สุดท้ายแล้ว การเลือกระหว่างสองโปรแกรมนี้พิจารณาจากปัญหาผิวของคุณว่าเป็นเรื่องของโครงสร้างชั้นลึกหรือปัญหารูขุมขนชั้นนอก ดังนั้น แทนที่จะตัดสินใจเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว การให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินความหนาของผิว ชั้นไขมัน และโครงสร้างผิวโดยรวม จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ คุ้มค่า และปลอดภัยที่สุดเป็นธรรมชาติค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ผลลัพธ์ของโปรแกรมไหนอยู่ได้นานกว่ากัน?

A. ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ แต่โดยทั่วไปเนื่องจาก Onda เน้นกระตุ้นและสะสมคอลลาเจนในผิวชั้นลึก ผลลัพธ์จึงมักจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขณะที่ InMode ซึ่งใช้พลังงาน RF เน้นทำความร้อนที่ผิวชั้นหนังแท้ตอนบน จะคงผลลัพธ์การยกกระชับอิ่มฟูได้ประมาณ 4-9 เดือน ทั้งนี้ความคงทนของผลลัพธ์ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับอัตราการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของแต่ละคน การดูแลผิวจากแสงแดดในชีวิตประจำวัน และการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวด้วยค่ะ ยิ่งหากทำอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยรักษาสภาพผิวให้เยาว์วัยได้อย่างคงที่ ดังนั้น แนะนำให้ติดตามและประเมินผลลัพธ์ในช่วงระยะเวลา 6-12 เดือนหลังเริ่มทำจะดีที่สุดค่ะ

Q. ตัวไหนเจ็บน้อยกว่ากันคะ?

A. ทั้งสองโปรแกรมจะมีการทายาชาเฉพาะที่หรือใช้นวัตกรรมระบบทำความเย็นคอยดูแลในระหว่างขั้นตอนการทำค่ะ แต่ความรู้สึกจะต่างกันนิดหน่อย โดย InMode จะให้ความรู้สึกอุ่นๆ และจี๊ดๆ บริเวณผิวชั้นบน ขณะที่ Onda ซึ่งส่งพลังงานลึกจะให้ความรู้สึกอุ่นแน่นลึกๆ ใต้ผิว สำหรับระดับความเจ็บนั้นแต่ละคนไวต่อความรู้สึกต่างกัน หากคุณเป็นกังวลเรื่องความเจ็บ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ในขั้นตอนให้คำปรึกษาล่วงหน้าได้เลยค่ะ แพทย์จะปรับตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมเพื่อช่วยลดความกังวลและให้คุณรู้สึกสบายผิวที่สุดตลอดการทำค่ะ

Q. ถ้าเพิ่งเคยทำครั้งแรกทั้งคู่ ควรเริ่มจากตรงไหนดี?

A. เริ่มต้นง่ายๆ โดยเช็คปัญหากวนใจหลักของคุณค่ะ หากปัญหาใหญ่คือเหนียง คอพับ หรือไขมันใต้คางที่หย่อนคล้อยลึก แนะนำให้เริ่มต้นด้วย Onda ค่ะ แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องรูขุมขน ผิวไม่เรียบเนียน และกรอบหน้าหย่อนคล้อยเล็กๆ น้อยๆ การเริ่มต้นด้วย InMode จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากกว่า สำหรับมือใหม่ แนะนำว่าหลังทำครั้งแรกให้รอดูผลลัพธ์เต็มที่ในช่วง 8-12 สัปดาห์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก้าวต่อไป (เช่น ทำซ้ำเพื่อสะสมผลลัพธ์ หรือจับคู่ผสมผสานกับโปรแกรมอื่น) ควบคู่ไปกับการประเมินชั้นไขมันและความหนาของผิวร่วมกับทีมแพทย์ค่ะ

ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับความเหมาะสมในการทำหัตถการ จำนวนครั้ง หรือการจัดโปรแกรมร่วมกัน แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินวิเคราะห์สภาพผิวจริงโดยละเอียดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1