ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนในแต่ละครั้งที่ทำ Sculptra — สัญญาณที่เห็นได้ชัดในการทำครั้งที่ 1, 2 และ 3

ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนในแต่ละครั้งที่ทำ Sculptra — สัญญาณที่เห็นได้ชัดในการทำครั้งที่ 1, 2 และ 3

ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนในแต่ละครั้งที่ทำ Sculptra — สัญญาณที่เห็นได้ชัดในการทำครั้งที่ 1, 2 และ 3

การทำ Sculptra หัวใจสำคัญคือการเห็นผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบทันทีทันใดนะคะ วันนี้เราได้รวบรวมสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ในแต่ละรอบการรักษา และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการประเมินผลลัพธ์มาฝากกันค่ะ

เวลาไปปรึกษาเรื่อง Sculptra คุณมักจะได้ยินคำแนะนำว่า "จะไม่ใช่แบบที่ทำครั้งแรกแล้วจะสวยปิ๊งทันที" แต่จะเป็นการ "ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นธรรมชาติตามจำนวนครั้งที่ทำ" สรุปง่ายๆ ก็คือ Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ฉีดปุ๊บเติมเต็มปั๊บ แต่เป็นหัตถการที่ใช้ส่วนผสมของ PLLA เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ดังนั้น ในแต่ละครั้งที่ทำ (ครั้งที่ 1, 2, 3) ผลลัพธ์และสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่เห็นจะค่อยเป็นค่อยไปและแตกต่างกันค่ะ

PLLA*: Poly-L-Lactic Acid เป็นสารสังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หลังฉีดอนุภาคขนาดเล็กจะค่อยๆ ย่อยสลายในชั้นผิวแท้ พร้อมกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน Type 1 ค่ะ

 

ความแตกต่างระหว่าง Sculptra กับฟิลเลอร์ทั่วไป — หลักการกระตุ้นคอลลาเจนของ PLLA

Sculptra เป็นหัตถการในกลุ่มสมาร์ทคอลลาเจนบูสเตอร์ (collegen booster) ที่ฉีดอนุภาคขนาดเล็กของ PLLA (Poly-L-lactic acid)* เข้าสู่ชั้นผิวแท้ เพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจะแตกต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกทั่วไปที่ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มได้ทันที เพราะ Sculptra จะเน้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในขณะที่ตัวอนุภาค PLLA ค่อยๆ ย่อยสลายไปค่ะ

กลไกการทำงานของกลุ่ม PLLA คือเมื่ออนุภาค PLLA ถูกฉีดเข้าสู่ชั้นผิวแท้ เซลล์กลืนกิน (Macrophage) จะเข้ามาจับและเริ่มกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจน Type 1 ด้วยเหตุนี้ Sculptra จึงไม่ใช่หัตถการประเภทที่ทำครั้งเดียวแล้วจะประเมินผลลัพธ์ได้ทันที แต่ปกติแล้วจะต้องทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3-6 สัปดาห์ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ หัตถการนี้จะเน้นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการเปลี่ยนแบบปุบปับค่ะ

스컬트라가 다른 필러와 다른 점 — PLLA 콜라겐 자극 원리

 

 

การเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งที่ 1 — สัญญาณที่จะเริ่มเห็นในสัปดาห์ที่ 4-6

ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังการฉีดครั้งแรก คุณอาจจะรู้สึกว่าบริเวณที่ฉีดดูมีวอลลุ่มเต็มขึ้นชั่วคราว แต่นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงจากการสร้างคอลลาเจนนะคะ แต่เป็นเพราะน้ำเกลือ (Sterile Water) ที่ใช้ผสมตัวยาช่วยเติมเต็มไว้ชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วน้ำเกลือนี้จะถูกดูดซึมหมดไปภายใน 1-3 วัน และผิวจะกลับมาใกล้เคียงกับสภาพก่อนทำค่ะ

จุดนี้แหละค่ะที่หลายคนมักจะแอบกังวลว่า "เอ๊ะ ทำไมไม่ได้ผลเลยล่ะ?" แต่จริงๆ แล้วการกระตุ้นคอลลาเจนของ PLLA จะเริ่มเห็นผลอย่างช้าๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ 4-6 เป็นต้นไป โดยสัญญาณทั่วไปที่คุณจะเริ่มสัมผัสได้ในช่วงนี้มีดังนี้ค่ะ:

  • รู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อย — ผิวบริเวณใต้โหนกแก้มหรือข้างแก้มดูเนียนละเอียดขึ้น

  • ริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลงนิดหน่อย — โดยเฉพาะริ้วรอยแนวเฉียงใต้โหนกแก้ม

  • กรอบหน้าดูชัดขึ้นแบบละมุนๆ — อาจจะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่หวือหวามาก แต่เวลาส่องกระจกเองจะรู้สึกได้นิดๆ

ดังนั้น แทนที่จะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการทำครั้งแรก ให้คิดว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสร้างคอลลาเจนใหม่จะดีกว่าค่ะ และเนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกันมาก แม้ผลลัพธ์จะดูยังไม่ชัดเจนในระยะนี้ ก็ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ ค่ะ

1차 시술 후 변화 — 4~6주에 시작되는 신호

 

 

ผลลัพธ์สะสมจากการทำครั้งที่ 2 และ 3 — การเปลี่ยนแปลงหลังผ่านไป 3-6 เดือน

สำหรับการทำครั้งที่ 2 มักจะเว้นระยะห่างจากครั้งแรกประมาณ 4-6 สัปดาห์ การฉีดครั้งนี้จะเป็นการกระตุ้นซ้ำลงบนคอลลาเจนที่กำลังเริ่มสร้างขึ้นจากรอบแรก ทำให้เริ่มเห็นผลลัพธ์สะสมที่ชัดเจนขึ้นอย่างจริงจังค่ะ

การเปลี่ยนแปลงที่มักพบได้บ่อยในช่วง 4-8 สัปดาห์หลังทำครั้งที่ 2 (หรือประมาณ 2-3 เดือนหลังทำครั้งแรก):

บริเวณ

สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้

ระดับผลลัพธ์เฉพาะบุคคล

วอลลุ่มใต้โหนกแก้ม

ดูเต็มขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ

น้อย ~ ชัดเจน

ร่องแก้ม

รู้สึกว่าร่องลึกดูตื้นขึ้น

น้อย ~ ปานกลาง

กรอบหน้า (Jawline)

กรอบหน้าดูเป๊ะและเรียบเนียนขึ้น

น้อย ~ ปานกลาง

ความยืดหยุ่นของผิวโดยรวม

ผิวหน้าดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น

มักจะเห็นผลควบคู่กัน

ส่วนการทำครั้งที่ 3 ปกติจะทำหลังจากครั้งที่ 2 ประมาณ 4-6 สัปดาห์ โดยช่วงเวลา 2-3 เดือนหลังเสร็จสิ้นการทำครั้งที่ 3 (หรือประมาณ 5-6 เดือนหลังทำครั้งแรก) จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการประเมินผลลัพธ์สะสมโดยรวมทั้งหมดค่ะ ในช่วงนี้ไม่เพียงแต่คุณจะสังเกตเห็นได้เองจากในกระจกเท่านั้น แต่คนรอบข้างก็มักจะเริ่มทักทายถึงความเปลี่ยนแปลงด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม ระดับการเปลี่ยนแปลงจะแตกต่างกันไปตามสภาวะผิวและปริมาณคอลลาเจนเดิมของแต่ละคนนะคะ

> แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันในเวลาเดียวกันเป๊ะนะคะ บางคนที่ผิวตอบสนองเร็วอาจเห็นผลชัดตั้งแต่หลังครั้งที่ 2 ส่วนบางคนที่ผิวตอบสนองช้าหน่อย อาจจะเริ่มเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 3-4 เดือนหลังทำครั้งที่ 3 ค่ะ

2차·3차 회차 결과 누적 — 3~6개월 후 보이는 변화

 

 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะห่างในการทำและผลลัพธ์

ปกติแล้วจะแนะนำให้ทำ Sculptra เว้นระยะห่างทุกๆ 4-6 สัปดาห์ค่ะ หากสั้นเกินไป ตัวอนุภาค PLLA อาจจะยังมีเวลาทำงานกระตุ้นได้ไม่เต็มที่ แต่หากทิ้งช่วงนานเกินไป ก็อาจทำให้วงจรการกระตุ้นคอลลาเจนสะสมขาดตอนได้ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนระยะห่างจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวคุณและการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อผลลัพธ์ในแต่ละรอบ:

  • สภาพคอลลาเจนเดิมของผิว — อายุและระดับความเสื่อมสภาพของผิวส่งผลต่อความเร็วในการตอบสนอง

  • บริเวณที่ทำ — บริเวณโหนกแก้มและแก้มจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ส่วนรอบกรอบหน้าและหน้าผากจะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

  • การนวดหน้าหลังทำ — แนะนำให้นวดบริเวณที่ทำติดต่อกันประมาณ 5 วันหลังทำ (ตามสูตรและคำแนะนำของแพทย์)

  • การเผชิญแสงแดดในชีวิตประจำวัน — รังสี UV มีส่วนเร่งการสลายตัวของคอลลาเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการคงอยู่ของผลลัพธ์

  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์จัด — ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างคอลลาเจนใหม่ของผิว

  • สภาพร่างกายของแต่ละคน — ความสามารถในการสังเคราะห์คอลลาเจนตามธรรมชาติของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน

ปัจจัยเหล่านี้จะทำงานร่วมกัน ทำให้แม้จะทำจำนวนครั้งเท่ากัน แต่ช่วงเวลาและระดับของผลลัพธ์ก็อาจแตกต่างกันได้ค่ะ แนวทางที่ดีที่สุดคือการกลับมาตรวจเช็กการตอบสนองของผิวในสัปดาห์ที่ 6 หลังทำครั้งแรก และปรึกษากับแพทย์ตอนที่จะทำครั้งที่ 2 เพื่อวางแผนตารางและปริมาณยาในครั้งถัดไปร่วมกันค่ะ

시술 간격과 결과 좌우 요인

 

 

การประเมินผลลัพธ์ของ Sculptra และขั้นตอนต่อไป

โดยทั่วไปแล้ว แนะนำให้ประเมินผลลัพธ์ของ Sculptra ในช่วงเวลาประมาณ 2-3 เดือนหลังจากการทำครั้งที่ 3 ค่ะ หากรีบประเมินผลเร็วกว่านั้น คอลลาเจนอาจจะยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ระนาบผิวนัก ทำให้เสี่ยงต่อการเข้าใจผิดว่า "ไม่ได้ผลเลย"

จุดสำคัญที่ต้องเช็กในช่วง 2-3 เดือนหลังทำครั้งที่ 3:

  • สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับก่อนทำหรือไม่ — แนะนำให้เปรียบเทียบกับรูปถ่ายก่อนทำผิวค่ะ

  • ผลลัพธ์ตรงกับที่คาดหวังไว้ไหม — มีบริเวณไหนที่ต้องการเติมเต็มหรือแต่งเพิ่มอีกหรือไม่

  • ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน — โดยปกติแล้วจะคงอยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือนค่ะ

เนื่องจากโปรแกรมยกกระชับลดเลือนริ้วรอยแบบไม่ใช่การผ่าตัด จะต้องประเมินจากสภาพผิวและเป้าหมายของคนไข้ เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้น หากต้องการพิจารณาทำเพิ่มหรือผสมผสานร่วมกับหัตถการอื่นๆ หลังจากประเมินผล Sculptra แล้ว แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาและการร่วมมือกับทางคลินิก สำหรับความเหมาะสมในการทำและตารางการเข้ารับบริการของแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. สังเกตไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยหลังทำครั้งแรก แบบนี้ปกติไหมคะ?

A. ปกติมากๆ ค่ะ หากไม่นับช่วง 1-3 วันแรกที่เป็นการบวมน้ำชั่วคราว โดยทั่วไปแล้วผู้รับบริการจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจนกระทั่งผ่านไป 4-6 สัปดาห์ค่ะ เนื่องจาก PLLA ไม่ใช่สารเติมเต็มในทันที แต่ทำหน้าที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเอง โดยสัญญาณการเปลี่ยนแปลงจะค่อยๆ เริ่มปรากฏหลังจากสัปดาห์ที่ 4-6 และจะเห็นผลลัพธ์สะสมที่ชัดเจนจริงๆ หลังจากการทำครั้งที่ 2 และ 3 ค่ะ ระยะเวลาการเห็นผลจะแต่งต่างกันไปในแต่ละบุคคลนะคะ

Q. จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์เป๊ะๆ ไหมคะ?

A. ระยะห่าง 4-6 สัปดาห์เป็นระยะเวลาที่แนะนำและเห็นผลดีที่สุดค่ะ เนื่องจากตัวอนุภาค PLLA ต้องใช้เวลาในชั้นผิวแท้เพื่อทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจน หากทำซ้ำไวเกินไป อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการสะสมของคอลลาเจนทำงานได้ไม่เต็มที่ ในทางกลับกันหากทิ้งช่วงนานเกินไป วงจรการกระตุ้นก็อาจจะขาดตอนได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจปรับเวลาให้เหมาะสมกับอัตราการตอบสนองของผิวคุณได้ ดังนั้นจึงไม่ควรเลื่อนนัดเองและแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้อยู่ดูแลค่ะ

Q. ผลลัพธ์รักษาอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือนค่ะ แต่อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์เฉพาะบุคคลอาจมีความคลาดเคลื่อนขึ้นอยู่กับความสามารถในการสังเคราะห์คอลลาเจนเดิมของตัวคนไข้ และไลฟ์สไตล์ เช่น การออกแดด หรือการสูบบุหรี่ เมื่อเวลาผ่านไปและผลลัพธ์เริ่มลดลง หลายคนก็นิยมกลับมาทำซ้ำ (Touch-up) หลังจากผ่านไป 1-2 ปีค่ะ สำหรับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น แนะนำให้ทากันแดดเป็นประจำ และเลี่ยงปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอค่ะ

 

บทความแนะนำที่น่าสนใจ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1