ดูแลหลัง eye Botox — สิ่งที่ต้องเลี่ยงทันที กลับไปใช้ชีวิตปกติ ถึงเคล็ดลับรักษาผลให้อยู่นาน
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลายคนพอเดินออกจากห้องตรวจหลังทำโบท็อกซ์บริเวณรอบดวงตา มักมีคำถามผุดขึ้นมาพร้อมกันหลายอย่างครับ เช่น "วันนี้ไปออกกำลังกายได้ไหม" "นวดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ตัวหัตถการเองใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็เสร็จ แต่สิ่งที่คนมักสับสนจริง ๆ คือควรใช้ชีวิตยังไงในช่วงไม่กี่วันหลังทำครับ
ถ้าจะตอบสั้น ๆ ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำคือช่วงที่ต้องระวังที่สุด และถ้าลดความหนักของกิจวัตรบางอย่างในช่วง 1 สัปดาห์แรก การฟื้นตัวและผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมั่นคงกว่าครับ บริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่ผิวบางและมีกล้ามเนื้อรอบดวงตาอยู่ใกล้ ๆ จึงได้รับผลจากการดูแลหลังทำมากกว่าโบท็อกซ์บริเวณอื่นเล็กน้อยครับ แต่เนื่องจากมีข้อมูลปะปนกันเยอะ เช่น "ห้ามนอนราบเลย" หรือ "ห้ามดื่มน้ำ" ทำให้สับสน ลองมาแยกให้ชัดกันครับว่าอะไรที่ต้องระวังจริง ๆ และอะไรที่ไม่ต้องกังวลมากนัก จะได้สบายใจขึ้นครับ
> บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลหัตถการจากคลินิก Beautystone ฮับจองครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงจริง ๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ
สามารถเริ่มนวด ออกกำลังกาย หรือประคบร้อนได้ตั้งแต่วันไหน
วิธีแยกอาการปกติที่พบบ่อยกับสัญญาณที่ควรติดต่อแพทย์ในช่วงพักฟื้น
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
24 ชั่วโมงแรกหลังทำ ช่วงที่ตัวยากำลังเข้าที่ครับ
24 ชั่วโมงแรกหลังทำ เป็นช่วงที่โบทูลินั่มท็อกซิน* กำลังเข้าไปจับที่กล้ามเนื้อเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ครับ ในช่วงนี้ถ้ามีการกระตุ้นบริเวณที่ทำแรง ๆ หรือทำให้ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่น อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ได้ครับ
โบทูลินั่มท็อกซิน*: โปรตีนที่ออกฤทธิ์ยับยั้งสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ปลายประสาทชั่วคราวครับ ในหัตถการความงามจะฉีดในปริมาณเล็กน้อยเข้าที่กล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงออกทางสีหน้า เพื่อลดการเคลื่อนไหวชั่วคราว
ในช่วง 24 ชั่วโมงนี้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้ครับ
หัวข้อ | คำอธิบาย |
|---|---|
การนวด ถู หรือกดบริเวณที่ทำ | รวมถึงการล้างเครื่องสำอางรอบดวงตา การล้างหน้าด้วยฟองแรง ๆ หรือการกดรอยจากขาแว่นครับ |
ท่าก้มหน้านาน ๆ | เช่น การสระผม การผูกเชือกรองเท้า หรือการนอนคว่ำหน้าบนโต๊ะครับ |
ออกกำลังกายหนัก วิ่ง หรือยกน้ำหนัก | ถ้าเลือดไหลเวียนเร็วขึ้น อาจส่งผลต่อการกระจายของตัวยาได้ครับ |
ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ อาบน้ำอุ่นจัด หรือแช่ตัว | ความร้อนกับการไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกันครับ |
การดื่มแอลกอฮอล์ | มักเพิ่มความเสี่ยงเรื่องรอยช้ำและบวมครับ |
ถ้าดูจากคำอธิบายว่าโบทูลินั่มท็อกซินยับยั้งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้ออย่างไร และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏในเวลาหลายวัน ก็ยิ่งเห็นชัดว่าทำไมช่วงแรกที่ตัวยากำลังเข้าที่ในบริเวณที่ฉีดถึงสำคัญครับ ในช่วง 4 ชั่วโมงแรก แนะนำให้นั่งตัวตรงหรือยืนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะถ้ารีบนอนราบหรือนอนคว่ำเร็วเกินไป ตัวยาอาจกระจายไปในทิศทางที่ไม่ต้องการได้ครับ


1 สัปดาห์แห่งการฟื้นตัว ค่อย ๆ เพิ่มความหนักทีละขั้นครับ
พอผ่านช่วง 24 ชั่วโมงไปแล้ว กิจกรรมส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันก็กลับมาเป็นปกติได้เกือบหมดครับ แต่ในช่วง 1 สัปดาห์นี้ แทนที่จะกลับไปทำเต็มที่ในทีเดียว ค่อย ๆ เพิ่มความหนักทีละขั้นจะปลอดภัยกว่าครับ
กล้ามเนื้อบนใบหน้าใช้งานตามปกติได้เลยครับ เคยมีคำแนะนำเก่า ๆ ว่าการตั้งใจกะพริบตาหรือฝึกทำสีหน้าจะช่วยให้ตัวยาเข้าที่เร็วขึ้น แต่ปัจจุบันมองว่าแทบไม่ต่างกัน แค่ทำหน้าตามธรรมชาติเหมือนปกติก็เพียงพอแล้วครับ
ถ้าในช่วงพักฟื้นต้องการควบคุมความเจ็บ ยาที่มีส่วนผสมของอะเซตามิโนเฟน* ค่อนข้างปลอดภัยครับ ส่วนยาแก้อักเสบอย่างแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน อาจเพิ่มความเสี่ยงเรื่องรอยช้ำ จึงควรหลีกเลี่ยงในช่วง 1-2 วันแรกหลังทำครับ แต่ถ้ามียาที่ต้องกินเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ควรหยุดเองตามใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาให้ก่อนครับ
อะเซตามิโนเฟน*: สารที่มีฤทธิ์ลดปวดลดไข้ครับ มีฤทธิ์ทำให้เลือดบางน้อยกว่ายาอื่น จึงมักถูกเลือกใช้ควบคุมความเจ็บหลังทำหัตถการ

กันแดดและอายครีม ปรับสกินแคร์ให้เรียบง่ายลงสักพักครับ
บริเวณรอบดวงตาผิวบางกว่าจุดอื่น จึงไวต่อแสงแดดและความแห้งกว่าครับ ในช่วง 1-2 วันหลังทำ ควรใช้สกินแคร์ให้เรียบง่ายลง และทากันแดดให้ละเอียดกว่าปกติครับ
หัวข้อ | คำอธิบาย |
|---|---|
ทากันแดดตั้งแต่วันถัดไป | ทาให้ทั่วถึงบริเวณรอบดวงตา และทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงครับ |
แต่งหน้า | โดยทั่วไปทำได้ตั้งแต่วันถัดไป ถ้ายังมีการระคายเคืองบริเวณที่ทำ ควรเลี่ยงเครื่องสำอางสีสัน 1-2 วันครับ |
การล้างหน้า | อย่าถู ให้ใช้วิธีแตะเบา ๆ แทนครับ |
อายครีม·เซรั่ม | เลือกสูตรบำรุงความชุ่มชื้นที่ระคายเคืองน้อย ส่วนเรตินอลหรือกรดผลัดเซลล์ผิวควรงดไปก่อนสัก 1 สัปดาห์ครับ |
ลูกกลิ้งนวดหรือกัวซาบริเวณรอบดวงตา | เริ่มใช้แบบเบามือได้หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ครับ |
การต่อขนตาหรือทำขนตา | มีการสัมผัสบริเวณที่ทำ จึงควรรอ 1-2 สัปดาห์เพื่อความปลอดภัยครับ |
เรตินอลหรือสาร AHA·BHA แม้จะเป็นสิ่งที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ก็ควรงดไปสักไม่กี่วันหลังทำเพื่อความปลอดภัยครับ เพราะถ้าเพิ่มการระคายเคืองให้กับผิวที่กำลังบอบบางชั่วคราว อาจทำให้ฟื้นตัวช้าลงได้ครับ ถึงแม้โบท็อกซ์จะช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า แต่ริ้วรอยที่เกิดจากการสะสมของแสงแดดเป็นคนละเรื่องกัน ถ้าอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน การทากันแดดอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญครับ

ทำไมต้อง Beautystone ฮับจองครับ
Beautystone ฮับจองให้ความสำคัญกับขั้นตอนการฟื้นตัวหลังทำ พอ ๆ กับตัวหัตถการเองครับ บริเวณที่ผิวบางอย่างรอบดวงตา แม้ใช้ปริมาณยาเท่ากัน การตอบสนองก็อาจต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน เราจึงอธิบายล่วงหน้าว่าสัญญาณแบบไหนเป็นปฏิกิริยาปกติ และแบบไหนที่ควรกลับมาตรวจซ้ำครับ เพราะเป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงสามารถดูอัตราการฟื้นตัวของคนไข้แต่ละคนและนัดหมายครั้งถัดไปร่วมกันได้ครับ

แยกอาการที่พบบ่อยกับสัญญาณที่ควรติดต่อแพทย์
ในช่วง 1-7 วันหลังทำโบท็อกซ์รอบดวงตา มักมีรายงานปฏิกิริยาเล็กน้อยที่พบได้บ่อยครับ ส่วนใหญ่จะหายไปเองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม
หัวข้อ | คำอธิบาย |
|---|---|
รอยแดงหรือแสบเล็กน้อยตรงจุดที่ฉีด | โดยทั่วไปจะอยู่ไม่กี่ชั่วโมงถึงประมาณ 1 วันครับ |
รอยช้ำจาง ๆ | อยู่ประมาณ 3-10 วัน และสามารถปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์ได้ครับ |
รู้สึกหนังตาหนักนิดหน่อย | อยู่ประมาณ 2-3 วันครับ |
ช่วงปรับตัวที่รู้สึกสีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ | จะค่อย ๆ เป็นธรรมชาติขึ้นในช่วง 3-7 วันครับ |
ช่วงที่อาการบวมหรือรอยช้ำถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ กับช่วงที่ควรลองสอบถามแพทย์ดูสักครั้ง สามารถแบ่งคร่าว ๆ ได้ตามนี้ครับ

แต่ถ้าพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำให้จะปลอดภัยกว่าครับ
เปลือกตาข้างหนึ่งตกลง หรือทั้งสองข้างไม่สมมาตรอย่างเห็นได้ชัด — อาจเป็นภาวะหนังตาตก* ซึ่งมักฟื้นตัวเองได้ภายใน 2-6 สัปดาห์ครับ
มองเห็นภาพเบลอหรือเห็นภาพซ้อน — ควรติดต่อแพทย์ทันทีครับ
อาการบวมที่ไม่ยุบลงแม้ผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์
ความเจ็บบริเวณที่ทำรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
มีไข้สูง แดงจัด หรือรู้สึกร้อนมากผิดปกติ — เป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจติดเชื้อครับ
รู้สึกกลืนลำบาก พูดลำบาก หรือหายใจไม่สะดวก — พบได้น้อยมาก แต่ถ้าเกิดขึ้นควรไปห้องฉุกเฉินทันทีครับ
หนังตาตก*: ภาวะที่แรงยกเปลือกตาอ่อนลง ทำให้เปลือกตาดูตกลงมาครับ ถ้าเกิดขึ้นชั่วคราวหลังทำโบท็อกซ์ มักฟื้นตัวได้เองเมื่อเวลาผ่านไป
สัญญาณฉุกเฉินข้อสุดท้ายนั้นพบได้น้อยมากในโบท็อกซ์ปริมาณสำหรับความงาม แต่ก็มีข้อมูลยาอย่างเป็นทางการระบุไว้ว่า หากโบทูลินั่มท็อกซินกระจายออกจากจุดที่ฉีด อาจทำให้เกิดอาการกลืนลำบากหรือหายใจลำบากได้ครับ การรู้ข้อมูลนี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็นได้ครับ โดยทั่วไปฤทธิ์ของยาจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่วันที่ 3-7 หลังทำ และเข้าที่ในสัปดาห์ที่ 2 ส่วนระยะเวลาที่อยู่ได้นานแค่ไหนก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน เนื่องจากการเชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อกับเส้นประสาทจะค่อย ๆ กลับมาทำงานใหม่ ทำให้ฤทธิ์ยาค่อย ๆ จางลงครับ ถ้าอยากให้ผลอยู่ได้นานขึ้น การทากันแดดอย่างสม่ำเสมอและสังเกตพฤติกรรมที่ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวจะช่วยได้ครับ ส่วนรอบการทำครั้งถัดไป ถ้าเร็วเกินไปก็เป็นภาระโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าช้าเกินไปก็จะเริ่มจากจุดที่ริ้วรอยลึกขึ้นมาแล้ว จึงควรดูจากความเร็วในการฟื้นตัวของสีหน้าตัวเองแล้วปรึกษาแพทย์ร่วมกันครับ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ความเหมาะสมในการทำหัตถการและการดูแลตัวเองในแต่ละบุคคล ควรปรึกษากับแพทย์ที่ตรวจให้โดยตรงครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. วันที่ทำสระผมได้ไหมคะ
A. สระผมได้ครับ แต่ควรหลีกเลี่ยงท่าก้มหน้านาน ๆ ในช่วง 4 ชั่วโมงแรก ให้สระด้วยน้ำอุ่นแบบเร็ว ๆ และระวังไม่ให้น้ำแรงพุ่งโดนรอบดวงตาโดยตรง ส่วนการเป่าผมแนะนำให้ใช้ลมเย็นจะอุ่นใจกว่าครับ
Q. เป็นรอยช้ำ มีวิธีทำให้จางเร็วขึ้นไหมคะ
A. ภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำ การประคบเย็นเบา ๆ จะช่วยได้ครับ แต่ควรเลี่ยงการกดแรง ๆ หลังจากนั้นสามารถปรึกษาแพทย์ที่ทำเรื่องการใช้ครีมวิตามินเคหรือครีมอาร์นิกาเสริมได้ครับ โดยทั่วไปรอยช้ำจาง ๆ จะค่อย ๆ จางลงเองภายใน 5-10 วันครับ
Q. รู้สึกหนังตาหนัก ๆ อยู่ ปกติไหมคะ
A. ความรู้สึกหนักเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันหลังทำเป็นปฏิกิริยาที่พบได้บ่อยครับ เป็นช่วงที่ตัวยากำลังปรับตัวเข้าที่ และมักจะเป็นธรรมชาติขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าเปลือกตาข้างใดข้างหนึ่งดูตกลงอย่างชัดเจน หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรบังการมองเห็น อาจเป็นภาวะหนังตาตกได้ ควรติดต่อแพทย์ที่ทำให้ครับ
Q. ควรทำโบท็อกซ์ครั้งถัดไปเมื่อไหร่ดีคะ
A. โดยทั่วไปจะเว้นระยะประมาณ 3-4 เดือน แต่ความเร็วที่ฤทธิ์ยาจางลงของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ ถ้าทำซ้ำเร็วเกินไปอาจเป็นภาระโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าช้าเกินไปก็จะเริ่มจากจุดที่ริ้วรอยลึกขึ้นมาแล้ว ควรดูจากระดับการกลับมาของสีหน้าตัวเองแล้วปรึกษาช่วงเวลาที่เหมาะสมกับแพทย์ผู้ทำให้ครับ
อ่านเพิ่มเติม

ผู้ชาย
ตุ่มเล็ก ๆ หลังทำ Potenza แบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์
หลังทำ Potenza แล้วมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา ลองแยกจากจังหวะที่ขึ้น หน้าตาของตุ่ม และอาการร่วม พร้อมสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์และวิธีดูแลผิวช่วงนั้น

ผิว
ฉีด Sculptra แล้วทำฟันได้ตอนไหน? ระยะห่างที่ควรรู้
ฉีด Sculptra แล้วขูดหินปูนหรือถอนฟันได้ตอนไหน? มาดูเหตุผลที่ควรเว้นระยะ ลำดับที่แนะนำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากตารางทับกันไปแล้วค่ะ

ผิว
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

ผิว
ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?
หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ

ยกกระชับ
ลดน้ำหนักแล้วหน้าท้องล่างไม่ลด Onda ช่วยได้ไหม?
แยกสาเหตุหน้าท้องล่างเป็นไขมันใต้ผิวหรือในช่องท้อง พร้อมสรุปว่า Onda เข้าถึงชั้นไหน มีข้อจำกัดอะไร

ผิว
แผลเป็นสิวบุ๋ม Secret RF เข้าถึงรูปทรงไหนได้ดี?
หาสาเหตุที่ผลการรักษาแผลเป็นสิวต่างกันจากรูปทรงของแผลเป็น พร้อมวิธีสังเกตด้วยตัวเองหน้ากระจก



