ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ข้อควรระวังหลังทำ โบท็อกซ์รอบดวงตา — คู่มือการดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้น 24 ชั่วโมง และ 1 สัปดาห์

ข้อควรระวังหลังทำ โบท็อกซ์รอบดวงตา — คู่มือการดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้น 24 ชั่วโมง และ 1 สัปดาห์

ข้อควรระวังหลังทำ โบท็อกซ์รอบดวงตา — คู่มือการดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้น 24 ชั่วโมง และ 1 สัปดาห์

ดูแลตัวเองหลังทำ eye Botox (โบท็อกซ์รอบดวงตา) — สรุปครบในที่เดียว ตั้งแต่สิ่งที่คุณต้องเลี่ยงทันที การกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไปจนถึงเคล็ดลับการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

หลายคนที่เพิ่งทำโบท็อกซ์หางตาเสร็จแล้วเดินออกจากคลินิก มักจะมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวพร้อมๆ กัน เช่น "วันนี้ไปออกกำลังกายได้ไหมนะ" "จะเริ่มนวดหน้าได้ตอนไหน" ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำคือช่วงที่ต้องระวังมากที่สุด และหากคุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพียงไม่กี่อย่างในช่วง 1 สัปดาห์แรก ผลลัพธ์หลังการฟื้นตัวก็จะออกมาสวยเป๊ะและอยู่ได้นานยิ่งขึ้นค่ะ

เนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตานั้นบอบบางมากและอยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อรอบเบ้าตา จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากการดูแลตัวเองหลังทำมากกว่าโบท็อกซ์บริเวณอื่นๆ ซึ่ง กลไกการทำงานทั่วไปของ Botulinum Toxin และคำแนะนำหลังการรักษา ก็ได้รับการสรุปไว้ในแนวทางเดียวกัน นั่นคือผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่วัน และหัวใจสำคัญของการดูแลตัวเองก็คือการช่วยให้ตัวยาเข้าที่ในกล้ามเนื้อส่วนที่ต้องการได้อย่างแม่นยำในช่วงเวลานี้ค่ะ

Botulinum Toxin*: คือสารประเภทโปรตีนที่เข้าไปบล็อกสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ปลายประสาทเป็นการชั่วคราว ในวงการเสริมความงามจะใช้ฉีดในปริมาณเล็กน้อยไปยังกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เพื่อลดการขยับของกล้ามเนื้อส่วนนั้นชั่วคราว

 

ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ — สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงทันที

ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำเป็นช่วงที่ Botulinum Toxin* กำลังเซ็ตตัวเพื่อให้ทำงานเฉพาะกับกล้ามเนื้อส่วนที่เราต้องการเท่านั้น การกระตุ้นผิวหรือการทำพฤติกรรมที่ทำให้ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นในช่วงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การรักษาได้ค่ะ

กรุณาหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง:

  • การนวด ถู หรือกดทับบริเวณที่ฉีด — รวมไปถึงการเช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตา การถูโฟมล้างหน้าแรงๆ และการกดทับจากขาแว่นตา

  • การก้มศีรษะเป็นเวลานาน — เช่น การก้มสระผม การผูกเชือกรองเท้า หรือการนอนฟุบบนโต๊ะ

  • การออกกำลังกายอย่างหักโหม วิ่ง หรือเวทเทรนนิ่ง — การไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อการกระจายตัวของยา

  • ซาวน่า ออนเซ็น อาบน้ำอุ่นจัด หรือแช่น้ำอุ่น — การกระตุ้นด้วยความร้อน + การไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้น

  • การดื่มแอลกอฮอล์ — เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำและอาการบวม

  • การประคบเย็นแรงๆ บริเวณที่รักษา — ประคบเย็นเบาๆ ได้ แต่ห้ามกดทับเด็ดขาด

ใน ข้อแนะนำการดูแลทั่วไปหลังฉีด Botulinum Toxin ก็ระบุไว้เช่นกันว่า ควรหลีกเลี่ยงการนวด การออกกำลังกายอย่างหักโหม และการโดนความร้อนสูงทันทีหลังทำ ทั้งนี้ ในช่วง 4 ชั่วโมงแรก แนะนำให้นั่งตัวตรงหรือยืนจะดีที่สุดค่ะ เพราะหากรีบนอนราบหรือนอนคว่ำเร็วเกินไป ตัวยาอาจกระจายไปในทิศทางที่ไม่ต้องการได้

시술 직후 24시간 — 즉시 피해야 할 것

 

 

ระยะฟื้นตัว 1 สัปดาห์หลังทำ — คู่มือนวดหน้า ออกกำลังกาย และประคบร้อน/เย็น

หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้ว คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเกือบทั้งหมดค่ะ แต่ในช่วง 1 สัปดาห์แรก แนะนำให้ลด "ความรุนแรง" หรือความหนักหน่วงลงมาสักหนึ่งระดับ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเสถียรที่สุดค่ะ

หัวข้อ

ภายใน 24 ชั่วโมง

วันที่ 2~3

วันที่ 4~7

เดินเล่นเบาๆ

ทำได้

ทำได้

ทำได้

ออกกำลังกายหนักๆ / เวท

ไม่ได้

เริ่มจากเบาๆ

กลับไปเล่นความหนักปกติ

ซาวน่า / ตู้อบ

ไม่ได้

ไม่ได้

แนะนำหลังผ่านไป 5~7 วัน

อาบน้ำอุ่นจัด

ไม่ได้

ใช้น้ำอุ่นกำลังดี

กลับไปอาบปกติ

นวดรอบดวงตา

ไม่ได้

ไม่ได้

ถ้าเป็นไปได้ควรรอหลัง 1 สัปดาห์

ดื่มแอลกอฮอล์

ไม่ได้

ดื่มนิดหน่อยได้

กลับไปดื่มได้ปกติ

ขึ้นเครื่องบิน

หลีกเลี่ยงหากเป็นไปได้

บินระยะสั้นทำได้

ทำได้

สำหรับการแสดงสีหน้านั้น คุณสามารถขยับกล้ามเนื้อแสดงอารมณ์ได้ตามปกติเลยค่ะ แม้ในอดีตจะมีคำแนะนำเบื้องต้นว่าการพยายามกะพริบตาหรือแสดงสีหน้าจะช่วยให้ตัวยาเข้าที่เร็วขึ้น แต่จากการศึกษาทางคลินิกในปัจจุบันพบว่าไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น แสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนปกติก็เพียงพอแล้วค่ะ

หากจำเป็นต้องจัดการกับอาการปวดในช่วงฟื้นตัว ยาที่มีส่วนผสมของ Acetaminophen* จะปลอดภัยที่สุดค่ะ ส่วนยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่ม Aspirin หรือ Ibuprofen ควรงดในช่วง 1~2 วันแรกหลังทำ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยเขียวช้ำได้

Acetaminophen*: สารบรรเทาอาการปวดและลดไข้ เป็นตัวเลือกที่นิยมใช้เพื่อระงับความเจ็บปวดหลังทำหัตถการ เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดต่ำ

시술 후 1주일 회복기 — 마사지·운동·찜질 가이드

 

 

การป้องกันแสงแดดและอายครีม — การปรับการดูแลผิวประจำวัน

ผิวรอบดวงตามีความบอบบาง จึงไวต่อรังสี UV และความแห้งกร้านได้ง่ายกว่าปกติ ในช่วง 1~2 วันแรกหลังทำ ควรเน้นสกินแคร์รูทีนแบบเรียบง่าย (Minimalist) และเน้นทากันแดดอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษค่ะ

  • ทาครีมกันแดดตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังทำ — ทาให้ทั่วถึงบริเวณรอบดวงตา และแนะนำให้ทาซ้ำทุกๆ 2~3 ชั่วโมง

  • การแต่งหน้า — ปกติสามารถแต่งได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น แต่หากผิวบริเวณที่ทำยังมีอาการระคายเคืองอยู่ แนะนำให้งดการแต่งหน้าสีสันจัดจ้านไปก่อน 1~2 วัน

  • การทำความสะอาดผิว — แตะซับเบาๆ ห้ามถูแรงเด็ดขาด

  • อายครีม / เซรั่ม — เน้นตัวที่เติมความชุ่มชื้นและระคายเคืองต่ำ แนะนำให้งดส่วนผสมกลุ่ม Retinol หรือส่วนผสมที่เป็นกรดไว้ก่อนประมาณ 1 สัปดาห์

  • ลูกกลิ้งนวดรอบดวงตา / กัวซา — สามารถเริ่มใช้น้ำหนักเบาๆ ได้หลังผ่านไป 1 สัปดาห์

  • การต่อขนตา / ลิฟติ้งขนตา — เนื่องจากมีการสัมผัสใกล้ชิดกับบริเวณที่ฉีด แนะนำให้ทำหลังผ่านไป 1~2 สัปดาห์

สำหรับสารสกัดออกฤทธิ์อย่าง Retinol หรือ AHA/BHA นั้น แม้ว่าจะเป็นสกินแคร์ที่คุณเคยใช้เป็นประจำและไม่แพ้ แต่เพื่อความปลอดภัย ควรงดใช้ชั่วคราวในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำค่ะ เพราะการเพิ่มปัจจัยระคายเคืองให้กับผิวที่กำลังบอบบางชั่วคราวอาจทำให้ผิวฟื้นตัวได้ช้าลง จากข้อมูลเกี่ยวกับ ผลกระทบทั่วไปของรังสี UV ต่อการแก่ตัวของผิว แม้โบท็อกซ์จะช่วยบล็อกริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ได้ แต่การแก่ชราสะสมจากแสงแดดก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การทากันแดดจนเป็นนิสัยจึงสำคัญมากเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุดค่ะ

자외선 차단과 아이크림 — 일상 스킨케어 조정

 

 

อาการปกติในระยะฟื้นตัว vs สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง

นี่คืออาการทั่วไปเล็กๆ น้อยๆ ที่พบบ่อยในช่วง 1~7 วันหลังฉีดโบท็อกซ์หางตา ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลค่ะ:

  • รอยแดงหรืออาการจุกจิกเบาๆ บริเวณรอยเข็ม — หายไปในไม่กี่ชั่วโมง ถึง 1 วัน

  • รอยช้ำจางๆ — หายไปใน 3~10 วัน สามารถใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดได้

  • รู้สึกตึงหรือหนักเปลือกตาเล็กน้อย — หายไปใน 2~3 วัน

  • ช่วงปรับตัวที่รู้สึกว่าหน้าผากหรือหางตาขยับได้ไม่เป็นธรรมชาติ — ประมาณ 3~7 วัน (หลังจากนั้นจะค่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติขึ้นเอง)

  • ตุ่มนูนเล็กๆ บริเวณที่ฉีด — หายไปใน 1~2 วัน

หากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องรีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการทันที:

  • เปลือกตาตกข้างเดียวหรือหน้าดูไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด — อาจเกิดภาวะเปลือกตาตก (Ptosis) ซึ่งปกติจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้เองตามธรรมชาติใน 2~6 สัปดาห์

  • ตาพร่ามัวหรือมองเห็นภาพซ้อน — ให้รีบติดต่อทีมแพทย์ทันที

  • อาการบวมที่ไม่ยุบลงเลยหลังจากผ่านไปมากกว่า 2 สัปดาห์

  • อาการปวดรุนแรงบริเวณที่รักษาและค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

  • มีไข้สูง ผิวแดงจัด หรือรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณที่ฉีด — สงสัยว่าอาจเกิดการติดเชื้อ

  • กลืนลำบาก พูดลำบาก หรือหายใจไม่สะดวก — ต้องส่งห้องฉุกเฉินทันที (ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงแบบทั้งร่างกายที่พบได้ยากมากๆ)

แม้อาการฉุกเฉินข้อสุดท้ายจะพบได้น้อยมากๆ จากการใช้โบท็อกซ์ในปริมาณเพื่อความงาม แต่ทาง FDA ก็ได้ระบุสัญญาณเตือนเหล่านี้ไว้เป็น คำเตือนด้านความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ในการตรวจสอบความปลอดภัยหลังการจำหน่าย ดังนั้นการรู้ข้อมูลเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าก็จะช่วยให้อุ่นใจได้มากขึ้นค่ะ

회복기 일반 반응 vs 주의 신호

 

 

การดูแลตัวเองหลังทำเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด

โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์หางตาจะเริ่มเห็นผลในช่วง 3~7 วันหลังทำ และจะเริ่มคงที่เข้าที่สมบูรณ์ในสัปดาห์ที่ 2 แม้ระยะเวลาผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้ประมาณ 3~4 เดือน ซึ่งการดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีผลอย่างยิ่งที่จะช่วยยืดระยะเวลานี้ให้ยาวนานขึ้นได้อีกสักนิดค่ะ:

  • ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ — เพราะผิวที่แก่จากแสงแดด (Photoaging) ยังคงดำเนินต่อไป แยกต่างหากจากริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า

  • รักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่เสมอ — ผิวที่แห้งกร้านจะทำให้เห็นริ้วรอยตื้นๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

  • คอยสังเกตพฤติกรรมการแสดงสีหน้า — พฤติกรรมการชอบขมวดคิ้วหรือเกร็งคิ้วโดยไม่รู้ตัว จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการฉีดครั้งต่อไปได้

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดระยะเวลาการฉีดครั้งต่อไป — โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาที่เหมาะสมคือทุกๆ 3~4 เดือนค่ะ

หากรีบไปฉีดซ้ำเร็วเกินไป อาจเสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เกิดการดื้อยา (สร้างแอนติบอดี) แต่หากปล่อยไว้นานเกินไป ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าก็จะกลับลึกเหมือนเดิมก่อนเริ่มฉีด ดังนั้น ควรสังเกตความเร็วในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อใบหน้าของตนเอง แล้วค่อยปรึกษาหารือเรื่องกำหนดเวลากับแพทย์ผู้ดูแลจะดีที่สุดค่ะ

*บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโดยตรงเพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำหัตถการและการดูแลตัวเองในระยะฟื้นตัวเฉพาะบุคคล

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. สระผมในวันแรกหลังทำได้ไหมคะ?

A. สามารถสระผมได้ค่ะ เพียงแต่ขอให้หลีกเลี่ยงการก้มศีรษะลงเป็นเวลานานๆ ในช่วงประมาณ 4 ชั่วโมงแรกหลังทำ แนะนำให้สระแบบเร็วๆ ด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิปกติ และระวังอย่าให้น้ำจากฝักบัวแรงดันสูงฉีดโดนบริเวณหางตาโดยตรงตอนล้าง ส่วนตอนเป่าผม แนะนำให้ใช้ลมเย็นเป่าค่ะ

Q. มีรอยเขียวช้ำขึ้นมา มีวิธีที่ช่วยให้รอยช้ำจางลงเร็วขึ้นไหมคะ?

A. ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ การประคบเย็นเบาๆ จะช่วยได้มากค่ะ (เน้นแค่แตะๆ ห้ามกดนวดนะคะ) หลังจากนั้น คุณสามารถปรึกษาแพทย์ผู้ฉีดเพื่อใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม OTC เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเค หรือยาทาอาร์นิกา (Arnica) เพื่อช่วยลดรอยช้ำได้ ทั้งนี้ รอยช้ำจางๆ จะค่อยๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 5~10 วันค่ะ ระหว่างนี้สามารถใช้คอนซีลเลอร์ปิดทับได้ แต่ตอนทาให้ใช้วิธีแตะเบาๆ หลีกเลี่ยงการถูแรงๆ นะคะ

Q. รู้สึกตึงหนักตรงเปลือกตา อาการแบบนี้ปกติไหมคะ?

A. ความรู้สึกหนักตึงเล็กน้อยในช่วง 2~3 วันแรกหลังทำ ถือเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้บ่อยค่ะ เป็นกระบวนการปรับตัวในขณะที่ตัวยากำลังเริ่มออกฤทธิ์และเข้าที่ ซึ่งโดยทั่วไปจะดีขึ้นและรู้สึกเป็นธรรมชาติขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกว่าเปลือกตาตกลงมาอย่างเห็นได้ชัดจนสังเกตเห็นตาไม่เท่ากัน หรือรู้สึกว่าเปลือกตาลงมาบังวิสัยทัศน์การมองเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเกิดภาวะกล้ามเนื้อตาตกชั่วคราว แนะนำให้รีบติดต่อคลินิกเพื่อแจ้งแพทย์ผู้รักษาทันทีค่ะ แม้ส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายได้เองใน 2~6 สัปดาห์ แต่การให้แพทย์ช่วยประเมินอาการและดูแลอย่างใกล้ชิดจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หากอยากเติมเต็มโหนกแก้มหรือขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ถ้าอยากเติมเต็มบริเวณโหนกแก้มและขมับ ไม่ใช่ filler แต่ต้องเป็น skin booster ค่ะ

ฟิลเลอร์สำหรับปรับกรอบรูปหน้าอย่างบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับบริเวณกว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกหัตถการที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

อยู่ๆ ใบหน้าก็ดูตอบเป็นรูปถั่วลิสง (땅콩형)? มีสาเหตุจากอะไร?

ยกกระชับ

อยู่ๆ ก็หน้าตอบเป็นทรงถั่วลิสงใช่ไหม?

ถ้าลดแค่โหนกแก้มอย่างเดียว จะยิ่งทำให้ขมับดูตอบลงไปอีกนะคะ วิธีแก้หน้าทรงผลถั่วลิสง (땅콩형) ที่ถูกต้องที่สุดคือการทำควบคู่กันระหว่าง 'การลดกระชับ' (Double Slim, Ulthera) และ 'การเติมเต็ม' (Sculptra) ค่ะ

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

ร่างกาย

อยากเติม hip dip ให้ขาดูยาวขึ้น? ครั้งแรกแนะนำให้เติมทีละน้อยก่อนนะคะ

การเติม hip dip ช่วยให้ขาดูยาวขึ้นได้นะคะ แต่ถ้าเติมเยอะเกินไปในครั้งเดียวก็อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ นี่คือเรื่องราวของการประเมินปริมาณและการแบ่งจำนวนครั้งในการทำ Sculptra ครั้งแรกค่ะ

ถ้าสีรอยคล้ำใต้ตา (dark circles) เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน วิธีการทำโปรแกรมดูแลผิวที่ต้องเลือกก็จะต่างกันออกไปด้วยนะคะ

ผิว

ถ้าสีของรอยคล้ำใต้ตาเปลี่ยนไปภายในวันเดียว วิธีการดูแลรักษา(procedure)ที่คุณต้องทำก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ

ถ้าค่ำๆ ทีไรใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้าทุกที สาเหตุอาจจะเกิดจากเส้นเลือดค่ะ ซึ่งการทำหัตถการจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ การจัดการกับเส้นเลือดโดยตรง หรือเติมเต็มชั้นผิวด้วย คอลลา겐 ค่ะ

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

ผิว

Thermage FLX 600 ช็อต vs 300 ช็อต — แบบไหนที่เหมาะกับคุณ และใครบ้างที่จำเป็นต้องทำ 600 ช็อต

Thermage FLX shot — เปรียบเทียบความต่างระหว่างคนที่ทำ 300 shot แล้วเพียงพอ กับคนที่จำเป็นต้องทำ 600 shot โดยวิเคราะห์ตามบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณของคุณค่ะ

Onda vs InMode — 가이드 เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบสองนวัตกรรมยกกระชับที่แตกต่างกันตั้งแต่กลไกการทำงาน

ยกกระชับ

Onda vs InMode — ไกด์ไลน์เลือกหัตถการยกกระชับหน้าสองแบบที่แตกต่างกันตั้งแต่หลักการทำงาน

เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับผิวเราที่สุด? วันนี้เราจะมาเจาะลึกสัญญาณที่ช่วยตัดสินว่า ระหว่าง ON-DA (온다) ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟส่งความร้อนลึกลงไปใต้ชั้นผิว กับ InMode (인모드) ที่ใช้คลื่น RF ช่วยกระชับผิวชั้นเดอร์มิสพร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน เทคโนโลยีไหนจะช่วยอัปความสวยให้ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1