ยกกระชับคนทำงานยออิโด — Ulthera กระตุ้นคอลลาเจนเอง ไหมละลายดึงยกทันที ผิวแบบไหนเหมาะฝั่งไหน

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
เวลาที่ทำงานแถว ยออีโด (Yeouido) หลายคนมักจะแวะเข้ามาปรึกษาเรื่องการทำยกกระชับในช่วงพักกลางวันหรือหลังเลิกงานกันเยอะเลยครับ ส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือนเมื่อส่องกระจกแล้วพบว่ากรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือแก้มส้มใต้โหนกแก้มเริ่มหย่อนคล้อยลงเล็กน้อย แต่พอเริ่มหาข้อมูล หลายคนก็มักจะไปสะดุดตรงทางเลือกระหว่าง "Ulthera หรือ ไหมโครงตาข่าย (Thread Lifting) ดีนะ?" หากให้ตอบสั้นๆ ว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ ต้องพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อย, ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) และช่วงเวลาที่ต้องการเห็นผลควบคู่กันครับ เพราะทั้งสองหัตถการนี้มีหลักการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผลลัพธ์ที่ได้จึงเหมาะกับสภาพผิวที่ต่างกันออกไปครับ
เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดครับ แม้ว่า Ulthera และ Thread Lifting จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "การยกกระชับ" เหมือนกัน แต่ฝั่งหนึ่งคือการส่งสัญญาณกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เอง ส่วนอีกฝั่งคือการใช้ไหมเกี่ยวและดึงยกขึ้นโดยตรง ดังนั้น หากเราทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองวิธีนี้ไว้ก่อน ก็จะช่วยให้เลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์กับสภาพผิวของตัวเองได้ง่ายขึ้นเวลาเข้ามารับคำปรึกษาครับ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะได้รับทราบเกี่ยวกับ
ความแตกต่างของหลักการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thread Lifting
สไตล์ผิวแบบไหนที่เหมาะกับ Ulthera
สไตล์ผิวแบบไหนที่เหมาะกับ Thread Lifting
การวางแผนทำทั้งสองหัตถการควบคู่กันโดยแบ่งระยะเวลาอย่างเหมาะสม
ความแตกต่างของหลักการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thread Lifting
Ulthera เป็นการส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (HIFU*) ลงลึกไปที่จุดเดียวเพื่อกระตุ้นผิวชั้นลึก การกระตุ้นนี้จะส่งสัญญาณให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ ดังนั้น ตัวหัตถการเองไม่ได้เป็นตัวดึงยกผิวขึ้นทันที แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายของเราเยียวยาและยกกระชับตัวเองครับ มีรายงานว่าคลื่นเสียงขนาดเล็กช่วย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ในชั้นผิวเป้าหมาย รวมถึงชั้น SMAS ด้วยครับ
HIFU*: ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound ครับ เป็นการรวบรวมพลังงานอัลตราซาวนด์ไปยังจุดเดียวเพื่อสร้างจุดความร้อนเล็กๆ ในชั้นผิวลึก (SMAS) และการกระตุ้นนั้นจะทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ค่อยๆ เห็นผลลัพธ์การยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ส่วน Thread Lifting (การร้อยไหม) จะเป็นสไตล์ที่ตรงกันข้ามเลยครับ เป็นการสอดไหมละลายที่มีเงี่ยงขนาดเล็กเข้าไปในชั้นหนังแท้หรือชั้น SMAS แล้วออกแรงดึงเพื่อยกกระชับผิวขึ้นทันทีทางกายภาพ ตัวหัตถการจะเป็นตัวดึงผิวขึ้นเองโดยตรง และเมื่อเวลาผ่านไปในระหว่างที่ไหมค่อยๆ ละลาย ก็จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกันด้วย มีการสรุปไว้ว่า การจัดตำแหน่งชั้น SMAS ใหม่โดยใช้ไหมละลายแบบมีเงี่ยง (Cog threads) มีวัตถุประสงค์เพื่อยึดเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยเข้ากับโครงสร้างใต้ผิวที่แข็งแรง เพื่อไม่ให้ผิวกลับไปหย่อนคล้อยตามเดิมครับ สรุปง่ายๆ ก็คือ ความแตกต่างระหว่างชีววิทยา (Ulthera) และฟิสิกส์ (Thread Lifting) นี้นี่เองที่เป็นตัวกำหนดทั้งในเรื่องของความรวดเร็วในการเห็นผล, ระยะเวลาของผลลัพธ์, ระยะเวลาพักฟื้น และเคสที่เหมาะสมของแต่ละบุคคลครับ


สไตล์ผิวแบบไหนที่เหมาะกับ Ulthera
Ulthera จะเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการสร้างฐานคอลลาเจนใต้ผิวอย่างเงียบๆ ค่อยเป็นค่อยไป และต้องเป็นผู้ที่ยอมรับผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นในระยะเวลาหลายเดือนได้ ดีกว่าการเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จทันทีครับ นี่คือเคสที่เราพบเจอบ่อยๆ แถวยออีโดครับ
ผู้ที่ความหย่อนคล้อยยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่เริ่มรู้สึกส่องกระจกแล้วกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด
ผู้ที่ต้องการหัตถการที่แทบไม่มีระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) เลย — ชนิดที่ว่าทำเสร็จแล้วสามารถกลับไปทำงานต่อได้ทันทีในวันเดียวกัน
ผู้ที่รู้สึกกังวลหรือกลัวการร้อยไหมที่มีการสอดใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในผิว
หลังทำ Ulthera อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยแดงประมาณ 1-2 วัน วันรุ่งขึ้นสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยครับ หลายคนจึงนิยมแวะมาทำช่วงพักกลางวันแล้วกลับไปประชุมต่อตอนบ่ายได้สบายๆ เลย เพียงแต่การฟื้นฟูคอลลาเจนต้องใช้เวลา ดังนั้นการรอสังเกตผลลัพธ์ในระยะเวลาหลายสัปดาห์จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการตัดสินผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จครับ แผนภาพด้านล่างนี้แสดงถึงแนวโน้มการเห็นผลลัพธ์ของ Ulthera ที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลา เพื่อให้คุณใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงครับ


สไตล์ผิวแบบไหนที่เหมาะกับ Thread Lifting
Thread Lifting (การร้อยไหม) จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน และต้องการเห็นผลลัพธ์ในทันทีครับ หลังทำเสร็จจะเห็นกรอบหน้าที่ยกกระชับเข้ารูปทันที และผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปีเลยครับ เคสต่อไปนี้คือสไตล์ที่เราพบบ่อยๆ ในย่านนี้ครับ
ผู้ที่มีปัญหาแก้มส้มหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าหย่อนคล้อยชัดเจน
ผู้ที่มีกำหนดการสำคัญ เช่น งานอีเวนต์, นัดประชุมสำคัญ หรือวิวาห์ — สไตล์ที่ต้องการผลลัพธ์ด่วนทันใจก่อนถึงวันงาน
ผู้ที่สามารถยอมรับระยะเวลาพักฟื้นสั้นๆ (อาการตึงผิวหรือรอยช้ำเล็กน้อย) 2-3 วันได้
ในทางกลับกัน หากคุณจัดอยู่ในกรณีต่อไปนี้ แนะนำให้เลื่อนเวลาออกไปก่อนหรือปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางเลือดอื่นที่ปลอดภัยกว่าครับ
อยู่ระหว่างตั้งครรภ์, ให้นมบุตร หรือบริเวณที่จะทำหัตถการมีการอักเสบที่ยังไม่หายดี — ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการฟื้นตัวของร่างกายเป็นอันดับแรกครับ
ผู้ที่มีภาวะผิวหนังเกิดแผลเป็นนูนง่าย (Keloid) — แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญล่วงหน้าเกี่ยวกับปฏิกิริยาของผิวในจุดที่ใส่ไหมค่ะ
สำหรับการร้อยไหม หลังทำเสร็จใน 2-3 วันแรกอาจมีอาการตึงผิวหรือรอยช้ำเล็กๆ ปรากฏให้เห็นได้ แต่ปกติแล้วประมาณ 3-5 วันก็จะเริ่มกลับมาเป็นธรรมชาติ และเป็นหัตถการที่สร้างความพึงพอใจสูงมากสำหรับผู้ที่อยากเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำครับ

เกณฑ์เปรียบเทียบระหว่างสองหัตถการ
เมื่อนำ Ulthera และ Thread Lifting มาเปรียบเทียบกันในตารางเดียว ก็จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าผิวสไตล์คุณเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากันครับ ควรพิจารณาจาก Downtime, ระยะเวลาการเริ่มเห็นผล และระยะเวลาของผลลัพธ์ ควบคู่ไปกับตารางเวลาส่วนตัวและระดับความหย่อนคล้อยของผิวคุณเพื่อให้ได้แนวทางที่ลงตัวที่สุดครับ
อย่างไรก็ตาม หัตถการชะลอวัยแบบไม่ต้องผ่าตัดนั้น เป็นกระบวนการที่แพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจะให้คำแนะนำในการเลือกออปชันที่เหมาะสมที่สุดโดยพิจารณาจากสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรสรุปและตัดสินใจเองจากตารางเท่านั้น แต่ควรเข้ามาปรึกษาและวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้รักษาโดยตรงจะดีที่สุดครับ เพราะไม่มีหัตถการไหนที่ดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบ มีแต่หัตถการที่เหมาะกับสไตล์และสภาพผิวของคุณ ณ ตอนนั้นมากที่สุดครับ

มุมมองของ Beautystone สาขาฮับจอง ต่อสองหัตถการนี้
คำตอบระหว่าง Ulthera กับ Thread Lifting ไม่ใช่เรื่องของการเลือก "หัตถการที่ดีกว่า" แต่เป็นเรื่องการค้นหาว่าหัตถการไหนที่ "เข้ากับสภาพผิวและตอบโจทย์" ของแต่ละคนมากที่สุดครับ ในบางราย เราอาจแนะนำให้ทำทั้งสองวิธีโดยแบ่งระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน อาจแนะนำให้ร้อยไหมล็อกเพื่อดึงยกผิวขึ้นทันทีก่อน จากนั้นประมาณ 6 เดือนค่อยตามด้วย Ulthera เพื่อเข้าไปกระตุ้นและสร้างฐานคอลลาเจนให้แน่นหนาขึ้น การแบ่งช่วงเวลาทำจะปลอดภัยกว่าการทำร่วมกันในวันเดียวกันเป็นอย่างมากครับ ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้ตั้งเป้าที่จะแนะนำหัตถการใดหัตถการหนึ่งล่วงหน้า แต่เราให้ความสำคัญกับการประเมินระดับความหย่อนคล้อย, ระยะเวลาพักฟื้น และช่วงเวลาที่อยากเห็นผลร่วมกับคนไข้ก่อน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังจะเป็นผู้ตรวจเช็กสภาพผิว ความหย่อนคล้อย และร่วมวางตารางการรักษาให้อย่างใกล้ชิดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. แอบแวะมาทำตอนพักกลางวันแล้วกลับไปทำงานต่อเลยได้ไหมคะ?
A. สำหรับ Ulthera สามารถทำได้สบายเลยครับ ตัวหัตถการใช้เวลาเพียงประมาณ 30-60 นาที จึงสามารถมาทำช่วงกลางวันหรือหลังเลิกงานได้ และรอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อยส่วนใหญ่สามารถใช้เมคอัพแต่งหน้าปิดทับได้ทันทีครับ ส่วน Thread Lifting (ร้อยไหม) ไม่แนะนำให้ทำช่วงกลางวันแล้วกลับไปทำงานต่อทันทีครับ เนื่องจากอาจมีอาการตึงผิวหรือรอยช้ำเล็กน้อยได้ใน 3-5 วันแรก แนะนำให้จองคิวมารับบริการช่วงก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์หรือช่วงวันหยุดยาวจะปลอดภัยและอุ่นใจกว่าครับ
Q. ทำครั้งเดียวแล้วอยู่ได้ยาวเลยไหมคะ?
A. ทั้งสองหัตถการล้วนมีอายุของผลลัพธ์ครับ สำหรับ Ulthera ปกติแนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุกๆ 6-12 เดือน เพื่อให้รอบการสร้างคอลลาเจนทำงานได้อย่างเต็มที่และส่งผลลัพธ์สะสมที่ต่อเนื่องครับ ส่วน Thread Lifting ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของไหม, ลักษณะเงี่ยงไหม และสภาพผิวส่วนบุคคลครับ แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดระยะเวลาการทำซ้ำจำเพาะบุคคลอีกครั้งนะครับ
Q. ถ้าทำร่วมกันทั้งสองอย่างเลย ผลลัพธ์จะดีขึ้นไหมคะ?
A. โดยทั่วไปเราไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียวกันครับ แพทย์มักแนะนำให้ทำสลับช่วงเวลากัน เช่น หากมีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจนมาก แนะนำให้ร้อยไหมเพื่อล็อกยกกระชับผิวก่อน จากนั้นเว้นระยะประมาณ 6 เดือนค่อยมาทำ Ulthera เพื่อสร้างและฟื้นฟูฐานคอลลาเจนใต้ผิวครับ ทั้งนี้ การเลือกเริ่มต้นด้วยหัตถการใดก่อนนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของคุณ แนะนำให้ปรึกษาร่วมกันในขั้นตอนรับคำปรึกษานะครับ
Q. จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตอนไหนครับ?
A. ช่วงเวลาการเห็นผลลัพธ์ของสองหัตถการนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ การร้อยไหมจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าที่ยกกระชับขึ้นได้ทันทีหลังทำเสร็จ ส่วน Ulthera จะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในช่วง 2-3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ของผิวครับ ดังนั้น หากคุณต้องการผลลัพธ์ด่วนในเวลาที่กำหนด การร้อยไหมจะตอบโจทย์มากกว่า แต่หากชอบความละมุน ค่อยๆ สวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ Ulthera ก็จะเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณครับ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ส่วนบุคคลอาจแตกต่างกันไปครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



