เทียบ 2 หัตถการ: หลุมลึก boxcar·ice pick เหมาะกับ Infini ส่วนรูขุมขนตื้นและแผลเล็ก ๆ เหมาะ CureJet
เวลาปรึกษาเรื่องรอยแผลเป็นจากสิวหรือรูขุมขนกว้าง หลายๆ คนมักจะได้ยินชื่อ "Infini" และ "CureJet" ควบคู่กันบ่อยๆ ค่ะ เนื่องจากทั้งสองถูกจัดอยู่ในกลุ่ม RF Microneedling เหมือนกัน เลยดูเหมือนว่าเป็นโปรแกรมที่คล้ายกัน แต่ถ้าดูจากเรทราคาและระยะเวลาพักหน้า (downtime) จริงๆ แล้วจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลยค่ะ
สรุปให้ฟังก่อนเลยก็คือ ทั้งสองโปรแกรมนี้มีโครงสร้างหลักที่เหมือนกันคือ "เข็ม + คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)" แต่จะแตกต่างกันที่ระดับความลึกของเข็ม พลังงานที่ปล่อยออกมา และลักษณะของรอยแผลเป็นที่รักษาค่ะ ดังนั้น แทนที่จะคาดหวังว่า "ทำแค่ตัวเดียวจะตอบโจทย์ทุกอย่าง" แนะนำให้เลือกให้เหมาะกับลักษณะแผลเป็นและแพลนการฟื้นฟูผิวของตัวเองจะดีกว่าค่ะ ซึ่งการรักษาแผลเป็นจากสิวนั้น มักจะใช้หัวข้ออย่าง Microneedling และ Radiofrequency ควบคู่กันไป ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกันเลยค่ะ
โครงสร้างหลักที่เรียกว่า RF Microneedling
RF Microneedling คือการใช้เข็มขนาดเล็กจิ้มลงไปบนผิวเพื่อส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) เข้าไปในชั้นผิวส่วนลึก (Dermis) ซึ่งแตกต่างจากเลเซอร์แบบลอกผิว (Ablative Laser) ที่ต้องกรีดผิวชั้นบนเพื่อให้คอลลาเจนสร้างใหม่ ตัวนี้จะปล่อยให้ผิวชั้นบนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แล้วเข้าไปกระตุ้นความร้อนที่ชั้นผิวแท้โดยตรงเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ระยะเวลาพักหน้าของผิวชั้นบนจึงค่อนข้างสั้น ในวันแรกที่ทำอาจจะมีอาการบวม และวันถัดไปจะเริ่มเห็นรอยเข็มเล็กๆ เป็นจุดๆ แต่รอยบนผิวจะเริ่มจางลงในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ส่วนการฟื้นฟูสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวลึกนั้น จะค่อยๆ เห็นผลชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนค่ะ
RF Microneedling*: เครื่องมือที่ใช้เข็มขนาดเล็กจิ้มลงในชั้นผิวแท้เพื่อส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น Infini, Potenza, Secret RF, CureJet เป็นต้นค่ะ

จุดเด่นอันทรงพลังของ Infini RF
Infini จะใช้เข็มขนาดเล็กเคลือบฉนวนป้องกัน (Insulated Microneedling) ทำให้พลังงาน RF ถูกปล่อยออกมาเฉพาะที่ปลายเข็มเท่านั้น เนื่องจากสามารถปรับความลึกของเข็มได้ตั้งแต่ 0.5 - 3.5 มม. จึงสามารถเข้าไปจัดการกับแหลเป็นหลุมสิวลึกๆ อย่าง Boxcar หรือ Icepick Scar ที่ต้องการการดูแลลึกถึงชั้นผิวแท้ได้อย่างตรงจุดและทรงพลังค่ะ
ด้วยโครงสร้างที่ช่วยลดความเสียหายบนผิวชั้นบนแต่ช่วยเติมคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวส่วนลึก ยิ่งเป็นแผลเป็นลึกเท่าไหร่ จุดเด่นของ Infini ก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้นค่ะ แต่เนื่องจากออกฤทธิ์อย่างเข้มข้นในชั้นผิวลึก อาการบวมและรอยแดงหลังทำในวันแรกจึงอาจจะชัดเจนกว่า CureJet เล็กน้อย โดยตารางการรักษามาตรฐานจะอยู่ที่ 3-5 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 4-6 สัปดาห์ค่ะ

จุดเด่นอันทรงพลังของ CureJet
แม้ว่า CureJet จะเป็น RF Microneedling เหมือนกัน แต่จะเน้นการปรับระดับความลึกของเข็มและพลังงานอย่างละเอียด เพื่อดูแลปัญหาผิวที่ตื้นกว่า เช่น รูขุมขน, รอยแผลเป็นตื้นๆ และผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียน บ่อยครั้งที่ค่าบริการต่อครั้งจะสบายกระเป๋ากว่า และเนื่องจากเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวชั้นบนได้ค่อนข้างเร็ว จำนวนครั้งรวมที่แนะนำจึงมักจะสั้นกว่า Infini ค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากเป็นแผลเป็นหลุมสิวลึกประเภท Boxcar หรือ Icepick ตัว CureJet อาจเข้าถึงได้ไม่ลึกเท่า Infini ค่ะ ดังนั้นคนที่มีปัญหาแผลเป็นลึกผสมอยู่ด้วย แทนที่จะรักษาด้วย CureJet เพียงอย่างเดียว หลายๆ คนจึงนิยมทำร่วมกับ Infini หรือโปรแกรมอื่นๆ (เช่น Subcision หรือ TCA CROSS) ควบคู่กันไปค่ะ

ควรเลือกอย่างไรดี?
เกณฑ์ง่ายๆ ที่ใช้ประเมินในห้องปรึกษาคือ "ความลึกของแผลเป็น" และ "ระยะเวลาพักฟื้น" ค่ะ หากคุณมีหลุมสิวลึกแบบ Boxcar หรือ Icepick อยู่เยอะ Infini จะเป็นตัวเลือกแรกที่แนะนำค่ะ แต่หากเน้นเรื่องรูขุมขน ผิวไม่เรียบเนียน หรือมีแผลเป็นตื้นๆ CureJet จะช่วยลดความกังวลเรื่องการพักหน้าได้ดีกว่า และถ้าหากมีปัญหาทั้งสองผสานกัน แนะนำว่าอย่าพยายามจบในเครื่องเดียว แต่ให้วางแพลนรักษาร่วมกัน 2-3 โปรแกรมร่วมกันดีกว่าค่ะ
ในแง่ของแพลนการรักษา Infini สามารถทำห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ ส่วน CureJet ทำห่างกันทุก 3-4 สัปดาห์ค่ะ และหากไม่ดูแลปกป้องผิวจากแสงแดดในระหว่างการรักษาก็อาจเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ดูไม่ดีได้ ดังนั้น การดูแลตัวเองระหว่างรอบการรักษาจึงส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดีมากกว่าตัวโปรแกรมเองเสียอีกค่ะ บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์โดยตรงเพื่อประเมินลักษณะแผลเป็นเฉพาะบุคคลและจัดตารางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. สามารถรับการรักษาด้วย Infini และ CureJet ในช่วงเวลาเดียวกันได้ไหมคะ?
A. ปกติแล้วไม่แนะนำให้ทำทั้งสองโปรแกรมในบริเวณเดียวกันในวันเดียวกันค่ะ เพราะทั้งสองตัวปล่อยพลังงานความร้อน RF เข้าสู่ชั้นผิวแท้เหมือนกัน หากซ้อนทับกันมากเกินไปจะทำให้ผิวระคายเคืองและใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น วิธีที่แนะนำมากกว่าคือการทำสลับกัน เช่น ครั้งนี้ทำ Infini ครั้งหน้าทำ CureJet ค่ะ
Q. โปรแกรมไหนเจ็บกว่ากันคะ?
A. โดยทั่วไปแล้ว Infini จะเจ็บกว่านิดหน่อยเนื่องจากเข็มต้องลงไปในชั้นผิวที่ลึกกว่าค่ะ แต่ถ้าใช้ยาชาอย่างเพียงพอ และให้คุณหมอช่วยปรับตั้งค่าความลึกให้เหมาะสม ก็จะอยู่ในระดับที่ทนได้อย่างแน่นอนค่ะ ส่วน CureJet ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกเลยนะคะ แต่โดยเฉลี่ยแล้วความเจ็บจะเบาลงและละมุนกว่าค่ะ
Q. ในช่วงพักหน้า สามารถแต่งหน้าได้ตั้งแต่ตอนไหนคะ?
A. สำหรับทั้งสองโปรแกรม แนะนำให้เลี่ยงการแต่งหน้าในวันแรกที่ทำค่ะ คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่ม แต่งหน้าบางๆ ได้ในวันถัดไป หากกังวลเรื่องรอยแดงจุดๆ สามารถลงคอนซีลเลอร์บางๆ ทับได้เพื่อความปลอดภัย และรอยบนผิวเกือบทั้งหมดจะยุบตัวลงภายใน 1 สัปดาห์ค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง
สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม ความเจ็บมาจากไหน ยาชาแบบทาและแบบฉีดช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มาดูกัน

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวช่วงที่ผิวยังแดงกันค่ะ

ผิว
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ สรุปตามระยะการฟื้นตัว พร้อมวิธีดูแลกันรอยดำ

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน
ลบรอยสัก PicoWay พักฟื้นอย่างไร ตั้งแต่ Frosting สะเก็ด จนรอยสักค่อย ๆ จาง สรุปให้เข้าใจง่ายค่ะ

ผิว
ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการ ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่ดี บทความนี้รวมระยะที่ควรเว้นก่อนบินตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว



