• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ทำไมลบไฝแล้วยังมีรอย และความต่างของแต่ละวิธี

ทำไมลบไฝแล้วยังมีรอย และความต่างของแต่ละวิธี

ทำไมลบไฝแล้วยังมีรอย และความต่างของแต่ละวิธี

ไฝบางเม็ดเอาออกไม่หมดในครั้งเดียว สรุปว่าทำไมไฝลึกถึงหนังแท้ต้องค่อย ๆ เอาออก และรอยจะจางเมื่อไหร่

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

บางครั้งเราไปจี้ไฝเม็ดเล็กๆ ออก แต่ทำไมผ่านไป 6 เดือนแล้วก็ยังมีรอยจางๆ อยู่ที่เดิมเลยนะ หลายคนอาจจะคิดว่า "แค่จี้ไฝออกก็น่าจะหายเรียบเนียนแล้วแท้ๆ" แต่รู้ไหมคะว่าจริงๆ แล้ว การที่รอยจะจางลงนั้นอาจต้องใช้เวลานาน หรือบางทีรอยก็ดูไม่เหมือนผิวเดิมเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจอกันได้บ่อยมากๆ เลยครับ

สรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับว่า การเกิดรอยหลังจี้ไฝ ไม่ใช่เพราะการรักษาล้มเหลวครับ แต่ขึ้นอยู่กับความลึกของไฝและการเลือกวิธีรักษาควบคู่กันไป หากเป็นไฝที่อยู่ตื้นๆ บนผิวหนังชั้นนอก มักจะหลุดออกไปอย่างหมดจดในครั้งเดียว แต่ถ้าเป็นไฝที่มีเม็ดสีลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ หากจี้ออกหมดในครั้งเดียวจะกลายเป็นแผลเป็นได้ง่าย คุณหมอจึงต้องแบ่งจี้หลายๆ ครั้งแทนครับ ซึ่งในระหว่างนั้นการจะเห็นรอยจางๆ อยู่ระยะหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่ธรรมชาติมากๆ

 

จุดสำคัญคือ ไฝอยู่ลึกแค่ไหน?

ไฝจะมีลักษณะที่มองเห็นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเซลล์เม็ดสีไปรวมตัวกันอยู่ที่ชั้นผิวชั้นไหน (ผิวหนังชั้นนอก ชั้นหนังแท้ หรือชั้นหนังแท้ส่วนลึก) ไฝที่มีเม็ดสีอยู่เฉพาะในชั้นผิวหนังชั้นนอกสุดจะมีลักษณะแบนราบและมีสีน้ำตาลอ่อนๆ ส่วนไฝที่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ เวลาสัมผัสจะรู้สึกนูนขึ้นมาเล็กน้อยหรือมีสีดำเข้มชัดเจนครับ

ไฝที่อยู่แค่ชั้นผิวหนังชั้นนอก มักจะหลุดออกไปได้ง่ายๆ ด้วยการจี้ตัดเม็ดสีออกในครั้งเดียว แต่ในทางกลับกัน ไฝที่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ ถ้าเราจี้ลึกขนาดนั้นในครั้งเดียวจะทำให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย คุณหมอจึงมักจะค่อยๆ จี้ออกทีละชั้นโดยแบ่งเป็น 2-3 ครั้งครับ ดังนั้น ถึงจะเป็นไฝเหมือนกัน แต่ถ้าลึกไม่เท่ากัน จำนวนครั้งในการทำและระยะเวลาในการฟื้นฟูผิวก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยนะครับ

จุดสำคัญคือ ไฝอยู่ลึกแค่ไหน?

 

 

วิธีการจี้ไฝด้วย CO2 Laser

เป็นวิธีจี้ไฝที่นิยมใช้กันมากที่สุดครับ โดยการใช้ CO2 Laser ค่อยๆ เจียรผิวบริเวณที่เป็นไฝอย่างละเอียดเพื่อกำจัดเม็ดสีที่อยู่ด้านบน สำหรับไฝในชั้นผิวหนังชั้นนอกมักจะออกหมดตั้งแต่ครั้งแรก และตัวขั้นตอนการจี้เองก็เสร็จไวมากภายใน 1-2 นาทีเท่านั้นครับ

หลังทำเสร็จจะมีสะเก็ดแผลเล็กๆ เกิดขึ้น และจะหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติในเวลาประมาณ 7-10 วัน หลังจากสะเก็ดหลุดแล้ว ผิวบริเวณนั้นจะเป็นสีอมชมพู และจะค่อยๆ ปรับสีผิวให้กลมกลืนกับผิวรอบข้างในช่วงเวลา 3-6 เดือน ซึ่งรอยชมพูนี้จะกลายเป็นรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) หรือแผลเป็นนั้นจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่โดยทั่วไปแล้ว หากเราป้องกันแสงแดดไม่ดีพอ รอย PIH ก็จะอยู่กับเรานานขึ้นครับ

*PIH (Post-inflammatory Hyperpigmentation): คือภาวะที่ผิวสร้างเม็ดสีเมลานินออกมามากกว่าปกติหลังเกิดการระคายเคืองหรือแผล ยิ่งคนที่มีโทนสีเข้มก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ง่าย และหากไม่ได้ปกป้องผิวจากแสงแดด รอยดำนี้ก็จะอยู่ได้นานขึ้นครับ

วิธีการจี้ไฝด้วย CO2 Laser

 

 

ทำไมไฝลึกๆ ถึงต้องแบ่งจี้หลายครั้ง?

เพราะถ้าเราพยายามจี้ไฝที่อยู่ลึกถึงชั้นหนังแท้ออกให้หมดในครั้งเดียว จะทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อผิวชั้นหนังแท้ง่ายขึ้นครับ เมื่อผิวชั้นหนังแท้เสียหายหนัก ผิวจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนแบบไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดเป็นแผลเป็นหลุมพรางได้ง่าย ดังนั้นการแบ่งจี้ 2-3 ครั้ง ค่อยๆ เจียรออกทีละชั้น และปล่อยให้ผิวชั้นหนังแท้ได้มีเวลาพักฟื้นและซ่อมแซมตัวเองจึงดีที่สุดครับ

วิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย แต่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นได้ดีกว่ามากๆ แม้ในใจเราจะอยากให้มันหายไปทีเดียวเลย แต่ถ้าตอนปรึกษาคุณหมอบอกว่า "ไฝเม็ดนี้ควรแบ่งจี้สัก 2 ครั้งนะครับ" ขอให้มั่นใจได้เลยว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อลดโอกาสการเกิดแผลเป็นครับ โดยปกติแล้วระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือนครับ

ทำไมไฝลึกๆ ถึงต้องแบ่งจี้หลายครั้ง?

 

 

ทางเลือกอื่นๆ ตามลักษณะของไฝ

สำหรับไฝตื้นๆ หรือจุดด่างดำที่อยู่เฉพาะในชั้นผิวหนังชั้นนอกสุด เราสามารถใช้เลเซอร์กลุ่ม Toning (Pico / Nd:YAG) หรือ IPL ช่วยทำให้จางลงแทนการใช้ CO2 ได้ครับ ข้อดีคือไม่ใช่การจี้เจียรผิว แต่เป็นการสลายเม็ดสีเพื่อให้ค่อยๆ จางลงตามจำนวนครั้งที่ทำ ทำให้แทบไม่มีรอยแผลที่ผิวชั้นบนเลยครับ แต่ข้อเสียคือจะไม่หายไปในครั้งเดียว ต้องทำซ้ำทุกๆ 4-6 สัปดาห์จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

ส่วนใครที่มีไฝหลายเม็ดรวมกันอยู่ในบริเวณกว้างประมาณฝ่ามือ อาจเลือกใช้วิธีการผ่าออกด้วยเครื่องมือ Punch biopsy แล้วเย็บปิดแผลแทนได้ครับ วิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วแต่จะทิ้งรอยแผลเป็นเส้นตรงเล็กๆ ไว้ ในขณะที่เลเซอร์ Toning จะมีความเสี่ยงเรื่องแผลเป็นน้อยกว่าแต่ใช้เวลานานกว่า ซึ่งวิธีการรักษาที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามความลึก จำนวน และตำแหน่งของไฝ ดังนั้นควรปรึกษาคุณหมอเพื่อความปลอดภัยที่สุดนะครับ (บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเท่านั้น สำหรับความลึกของไฝและวิธีรักษาที่เหมาะกับคุณจริงๆ แนะนำให้เข้าพบเพื่อปรึกษาคุณหมอโดยตรงนะครับ)

ทางเลือกอื่นๆ ตามลักษณะของไฝ

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. รอยสีชมพูหลังจากจี้ไฝจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

A. โดยปกติแล้วรอยจะค่อยๆ จางลงในเวลา 3-6 เดือนครับ หากทากันแดดเป็นประจำทุกวัน รอยจะจางลงได้เร็วขึ้น แต่ถ้าป้องกันแดดไม่ดี รอยชมพูอาจเปลี่ยนเป็นรอยดำ PIH และอยู่ได้นานขึ้น หากผ่านไป 2 เดือนแล้วสียังคงเข้มเหมือนเดิม สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อทำเลเซอร์ลดเม็ดสี (Toning) เพิ่มเติมได้ครับ

Q. จี้ไฝแล้วจะทิ้งแผลเป็นไหม?

A. สำหรับไฝตื้นๆ ในชั้นผิวหนังกำพร้า ส่วนใหญ่จะทิ้งไว้เพียงรอยจางๆ โดยไม่เกิดแผลเป็นครับ ส่วนไฝที่ลึกถึงชั้นหนังแท้ หากจี้ออกหมดในครั้งเดียวจะเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นมาก คุณหมอจึงต้องแบ่งจี้ 2-3 ครั้ง หากคุณหมอเตือนว่า "ถ้าจี้ออกทีเดียวอาจเป็นแผลเป็นได้นะ" ส่วนใหญ่เป็นเพราะเรื่องของความลึกของไฝเม็ดนั้นๆ ครับ

Q. หลังจี้ไฝกี่วันถึงจะล้างหน้าและแต่งหน้าได้?

A. สามารถล้างหน้าได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังทำเลยครับ แต่พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำสัมผัสบริเวณแผลโดยตรง ส่วนการแต่งหน้า แนะนำให้เริ่มแต่งเบาๆ หลังจากที่สะเก็ดแผลหลุดออกไปแล้ว (ปกติประมาณ 7-10 วัน) ในระหว่างนั้นให้ทายาฆ่าเชื้อหรือขี้ผึ้งที่คุณหมอสั่งบางๆ เพื่อปกป้องผิวครับ

 

บทความที่น่าสนใจ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ทำ Sofwave ผ่านไปไม่กี่วันแล้ว แต่พอจับบริเวณที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง แบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?

คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิวคล้ำเสียสะสมจากแดดตลอดทั้งฤดูร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำตอนไหนดีคะ?

ผิว

ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?

ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

กำลังลบรอยสักด้วย Pico Laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

ลบรอยสัก

กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ติดต่อขนตาปลอมอยู่ จะสามารถทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตาหรือฉีด skin booster ได้เลยไหมคะ?

ผิว

ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี

ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?

หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1