• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เกณฑ์เลือกหัตถการที่ระคายเคืองน้อยสำหรับผิวแพ้ง่าย

เกณฑ์เลือกหัตถการที่ระคายเคืองน้อยสำหรับผิวแพ้ง่าย

เกณฑ์เลือกหัตถการที่ระคายเคืองน้อยสำหรับผิวแพ้ง่าย

ผิวแสบหลังล้างหน้า เลือกหัตถการต้องดูความทนของผิวก่อนผลลัพธ์ คู่มือผิวแพ้ง่ายผ่านความเข้มและช่วงห่าง

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

บางท่านอาจชวนกังวลเพราะรู้สึกแสบแก้มหลังล้างหน้า หรือแค่เปลี่ยนสกินแคร์นิดหน่อยก็หน้าแดงแสบร้อนไปหลายวัน เวลาที่สภาพผิวเป็นแบบนี้แล้วอยากหาโปรแกรมดูแลผิว สิ่งที่ต้องมองหาเป็นอันดับแรกไม่ใช่ "หัตถการที่เห็นผลดีที่สุด" แต่เป็น "หัตถการที่ผิวของเราจะทนไหว" ครับ

ขอสรุปให้ฟังสบายใจก่อนว่า ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำหัตถการไม่ได้เลยนะครับ เพียงแต่โปรแกรมที่สร้างความเสียหายต่อผิวชั้นเดอร์มิส (dermis) ค่อนข้างสูง อาจทำให้รอยแดงหลังทำ (downtime) อยู่นานกว่าปกติ หรือเห็นผลข้างเคียงชัดเจนขึ้น จึงต้องออกแบบความแรงและเว้นระยะห่างให้ต่างออกไป เช่น แม้จะเป็นเลเซอร์ตัวเดียวกัน แต่เราจะ ลดพลังงานเอาต์พุตและจำนวน pass ลง เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองจนเกินไป ไม่เน้นรีบร้อนอัดให้จบในครั้งเดียวครับ

 

จุดอ่อนของผิวแพ้ง่ายเมื่อต้องทำหัตถการ

ผิวแพ้ง่าย (sensitive skin) คือภาวะที่เกราะป้องกันผิว (skin barrier) บางกว่าเกณฑ์เฉลี่ย หรือระบบประสาทรับความรู้สึกไวเป็นพิเศษ เมื่อทำหัตถการในภาวะนี้ จะมี 2 อย่างที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าปกติ อย่างแรกคือ รอยแดงและอาการแสบยิบๆ หลังทำทันทีจะอยู่นานขึ้น อย่างที่สองคือ มีโอกาสเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ในช่วงฟื้นฟูผิวได้ง่ายกว่าเล็กน้อยครับ

ดังนั้น แทนที่จะหลีกเลี่ยงการทำหัตถการไปเลย เราจะใช้วิธีเน้นออกแบบโปรแกรมแบบถนอมผิว โดยใช้พลังงานต่ำแต่ทำสะสมไปเรื่อยๆ ดีกว่าครับ เพราะการค่อยๆ ทำแบบเบามือหลายๆ ครั้ง เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวอย่างเพียงพอ จะปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่ดีกับผิวในระยะยาว มากกว่าการรีบร้อนอัดพลังงานลึกๆ เพื่อให้เห็นผลเร็วในครั้งเดียว

จุดอ่อนของผิวแพ้ง่ายเมื่อต้องทำหัตถการ

 

 

เริ่มทำความรู้จักจากกลุ่มหัตถการที่อ่อนโยนต่อผิว

มาส์ก LED, เลเซอร์กลุ่ม non-ablative toning (เช่น Pico Laser หรือ Nd:YAG พลังงานต่ำ) หรือ IPL พลังงานเบาๆ ถือเป็นกลุ่มที่ระคายเคืองต่อผิวชั้นนอกน้อยมากครับ แทนที่จะสร้างความเสียหายลึกถึงชั้นเดอร์มิส เครื่องกลุ่มนี้จะเน้นไปที่เม็ดสีหรือเส้นเลือดบริเวณผิวชั้นบนในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้หลายท่านรู้สึกว่าอาการหน้าแดงแสบร้อนหลังทำเสร็จ จะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมงครับ

สำหรับกลุ่ม skin booster (เช่น Rejuran HB, Juvelook, หรือ Hydroglow injection บางตัว) ก็ถือว่าทำร้ายผิวชั้นนอกน้อยเช่นกันครับ แต่หากใครที่กลัวการฉีดและกังวลเรื่องเจ็บ แนะนำให้ประคบยาชาให้นานพอ หรือเลือกโปรแกรมที่ใช้ขนาดเข็มที่เล็กเป็นพิเศษ การทยอยฉีดสะสมทุกๆ 3-4 สัปดาห์ แทนที่จะอัดแน่นในรอบเดียว จะช่วยกระจายและลดการระคายเคืองต่อผิวได้ดีกว่าครับ

เริ่มทำความรู้จักจากกลุ่มหัตถการที่อ่อนโยนต่อผิว

 

 

ถ้าอยากทำหัตถการที่พลังงานสูงขึ้น ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

เลเซอร์กลุ่มลอกผิว (ablative laser) อย่าง CO2 fractional หรือ Erbium:YAG รวมถึง RF Microneedling และ IPL พลังงานสูง แม้จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน แต่ก็ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวชั้นนอกสูงเช่นกันครับ หากคุณจำเป็นต้องทำหัตถการเหล่านี้จริงๆ แนะนำให้ดูแลควบคู่กัน 2 ส่วนนี้ครับ

อย่างแรกคือ ปรึกษาคุณหมอเพื่อปรับลดระดับพลังงานลงก่อนครับ หากระดับพลังงานทั่วไปอยู่ที่ระดับ 5 ให้เริ่มลองจากระดับ 2-3 เพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองของผิวก่อน แล้วค่อยๆ ขยับขึ้นในครั้งถัดไป อย่างที่สองคือ ช่วง 1 สัปดาห์ก่อนและหลังทำ ควรหยุดใช้ส่วนผสมที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น Retinol, AHA และ BHA เพราะถึงแม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่ทำในช่วงที่เกราะป้องกันผิวแข็งแรงและฟื้นตัวเต็มที่ จะช่วยให้สะเก็ดและรอยแดงหลังทำ (downtime) หายเร็วขึ้นมากครับ

ถ้าอยากทำหัตถการที่พลังงานสูงขึ้น ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

 

 

ข้อมูลสำคัญที่ควรเตรียมไว้ก่อนปรึกษาคุณหมอ

เวลาไปคลินิกแล้วบอกคุณหมอแค่ว่า "หนูผิวแพ้ง่ายค่ะ" คุณหมออาจจะนึกภาพระดับความเซนซิทีฟได้ไม่ชัดเจนครับ แนะนำให้สรุปข้อมูลเหล่านี้สั้นๆ ติดตัวไปด้วย เพื่อช่วยให้คุณหมอปะเมินระดับพลังงานของหัตถการได้แม่งยำยิ่งขึ้นครับ เช่น ปกติใช้สกินแคร์ชิ้นไหนแล้วแพ้บ้าง, หลังทำหัตถการครั้งก่อนๆ หน้าแดงอยู่กี่วัน, หรือมีประวัติภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) หรือแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางหรือไม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลระยะเวลาในการฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการครั้งก่อนๆ ที่นานกว่าปกติ ถือเป็นเบาะแสที่ชัดเจนที่สุดเลยครับ เพราะจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ถ้าจะทำหัตถการเดิมซ้ำ จะต้องลดระดับพลังงานลงแค่นไหน หรือควรเปลี่ยนไปทำตัวอื่นที่อ่อนโยนกว่าแทน ทั้งนี้ บทความนี้เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลทั่วไปเท่านั้น สำหรับระดับพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณที่สุด แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อประเมินร่วมกันนะครับ

ข้อมูลสำคัญที่ควรเตรียมไว้ก่อนปรึกษาคุณหมอ

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ผิวแพ้ง่าย สามารถทำเลเซอร์ได้ไหมคะ?

A. ทำได้แน่นอนครับ แต่แนะนำให้เริ่มจากระดับพลังงานที่เบาลงมาหนึ่งสเต็ปก่อน และเว้นระยะห่างระหว่างครั้งให้นานขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย การจดบันทึกไว้ว่ารอยแดงหลังทำในครั้งแรกอยู่กี่วัน จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อคุณหมอในการพิจารณาระดับพลังงานสำหรับครั้งต่อไปครับ

Q. ควรดูแลสกินแคร์อย่างไรในช่วงก่อนและหลังทำหัตถการครับ?

A. งดใช้ Retinol, AHA, BHA และผลิตภัณฑ์สครับผิวล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนทำครับ ส่วนหลังทำหัตถการ เน้นเฉพาะมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนและครีมกันแดดก็เพียงพอแล้วครับ และหลีกเลี่ยงการลองสกินแคร์แบรนด์ใหม่ๆ ทันทีหลังทำหัตถการเสร็จนะครับ

Q. หากเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) หลังทำหัตถการ ควรทำอย่างไรครับ?

A. ควรทาครีมกันแดดอย่างเข้มงวดและหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ทำให้ผิวระคายเคืองเพิ่มขึ้นครับ ปกติแล้วรอยดำประเภทนี้จะค่อยๆ จางลงเองตามธรรมชาติภายใน 2-6 เดือน แต่หากผ่านไป 2 เดือนแล้วรอยดำยังดูเข้มเหมือนเดิม แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อทำเลเซอร์กลุ่ม Toning ลดเม็ดสีเฉพาะจุดเพิ่มเติมได้ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1