ทำไมฉีด Botox ลดกรามแล้วถึงยังไม่เรียวสวยทันที? เรามาเจาะลึกไทม์ไลน์ช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเริ่มหดตัวลงอย่างชัดเจน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนกันค่ะ
หลายคนที่ไปฉีดโบท็อกซ์ลดกรามมา แล้วพอส่องกระจกในวันรุ่งขึ้นเห็นว่ากรอบหน้ายังเหมือนเดิม ก็อาจจะรู้สึกตกใจและคิดว่า "หรือจะไม่ได้ผลนะ?" เพราะคาดหวังว่าเข็มเดียวจะช่วยให้หน้าเรียวสวยได้ทันที แต่กลับไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงก็เลยยิ่งกังวลค่ะ
ถ้าตอบแบบสั้นๆ ก็คือ โบท็อกซ์กรามไม่ใช่การผ่าตัดตัดกระดูกกรามที่จะเห็นผลทันทีหลังทำนะคะ แต่เป็นหัตถการที่ช่วยค่อยๆ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว ทำให้กรามค่อยๆ เล็กลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น โดยปกติแล้วผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์ และคงอยู่ได้นานหลายเดือน การทำความเข้าใจเรื่องระยะเวลาตรงนี้ล่วงหน้า จะช่วยให้เราไม่ใจร้อนและเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงหลังทำได้อย่างสบายใจค่ะ
> บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะทราบถึง
เหตุผลที่การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามไม่ได้ทำให้หน้าเรียวเล็กลงทันที
ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนรวมถึงระยะเวลาในการคงผลลัพธ์
คำแนะนำในการเว้นระยะห่างสำหรับการฉีดซ้ำ
เคล็ดลับในการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นี่คือเหตุผลที่โบท็อกซ์ลดกรามไม่ได้ทำให้หน้าเรียวลงได้ทันทีค่ะ
การฉีดโบท็อกซ์กรามเป็นหัตถการที่ฉีดสาร Botulinum Toxin เข้าไปที่กล้ามเนื้อ Masseter* ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการเคี้ยว เมื่อท็อกซินเข้าไปลดสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อส่วนที่เคยใช้งานบ่อยๆ นี้ก็จะค่อยๆ ขยับน้อยลง ส่งผลให้ขนาดหรือปริมาตรของกล้ามเนื้อค่อยๆ เล็กลงตามกาลเวลา พูดง่ายๆ ก็คือ ตัวยาไม่ได้ไปตัดกระดูกกราม แต่เข้าไปช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อที่หนาตัวขึ้นให้ค่อยๆ เล็กลงนั่นเองค่ะ
Botulinum Toxin*: เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่สั่งการให้กล้ามเนื้อหดตัวชั่วคราว ในด้านความงามจะใช้ฉีดในปริมาณเล็กน้อยเฉพาะจุดเพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเฉพาะมัดค่ะ
กล้ามเนื้อ Masseter*: เป็นกล้ามเนื้อบริเวณข้างแก้มทั้งสองข้างที่ใช้เวลาเคี้ยวอาหาร หากกล้ามเนื้อส่วนนี้พัฒนาตัวหนาขึ้น ก็อาจทำให้กรอบหน้าดูเหลี่ยมได้ค่ะ
ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จึงจำเป็นต้องใช้เวลาค่ะ หากเราดูคำอธิบายที่อธิบายว่า Botulinum Toxin จะเข้าไปบล็อกสัญญาณการหดตัวของกล้ามเนื้อ และผลลัพธ์จะค่อยๆ แสดงออกในช่วงเวลาหลายวัน ก็จะเข้าใจได้ว่ากล้ามเนื้อต้องการเวลาในการลดกำลังและลดขนาดลง การที่วันรุ่งขึ้นหลังฉีดยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซะอีกที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ ค่ะ

ผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนที่ 2-4 สัปดาห์ แล้วจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ
การลดขนาดของกล้ามเนื้อเคี้ยวคือกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปจากการลดการใช้งานกล้ามเนื้อ ผลลัพธ์จึงจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นตามช่วงเวลา โดยทั่วไปมีแนวโน้มดังนี้ค่ะ
ระยะเวลา | การเปลี่ยนแปลงหลักๆ ที่เกิดขึ้น | ความรู้สึก |
|---|---|---|
หลังทำทันที | แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง | ดูเหมือนเดิมทุกประการ |
สัปดาห์ที่ 1 | แรงเคี้ยวเริ่มลดลง | เคี้ยวของแข็งๆ ยากขึ้นเล็กน้อย |
สัปดาห์ที่ 2-4 | ขนาดกล้ามเนื้อเริ่มลดลง | กรอบหน้าค่อยๆ เรียวขึ้นทีละนิด |
สัปดาห์ที่ 6-8 | ผลลัพธ์สูงสุด (Peak) | หน้าเรียวชัดเจนที่สุด |
เดือนที่ 4-6 | ผลลัพธ์ค่อยๆ ลดลง | กล้ามเนื้อกรามเริ่มกลับมา |
ดังนั้น การประเมินผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามจึงไม่ควรดู "หลังฉีดทันที" แต่ควรรอดูผลในช่วง "6 สัปดาห์ถึง 2 เดือน" จะถูกต้องที่สุดค่ะ หากลองเปรียบเทียบรูปก่อนทำและหลังทำ 2 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนแน่นอน

เมื่อดูการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าในแต่ละช่วงเวลา จะเป็นตามกราฟนี้เลยค่ะ
ถ้าลองดูทิศทางความเรียวของกรอบหน้าเป็นเส้นโค้งจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ หลังฉีดทันทีแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2-4 และจะเห็นผลสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ 6-8 หลังจากนั้นเมื่อกล้ามเนื้อค่อยๆ ฟื้นตัวกรามก็จะค่อยๆ กลับมาค่ะ

ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือนค่ะ เมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อเคี้ยวก็จะกลับมาทำงานอีกครั้งและขนาดของกรามก็จะกลับคืนมา ดังนั้นการฉีดเพียงครั้งเดียวจึงไม่สามารถคงอยู่ได้อย่างถาวร อย่างไรก็ตาม หากทำการฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาที่กล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานจะยาวนานขึ้น ซึ่งมักจะช่วยช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
สำหรับหัตถการอย่างโบท็อกซ์กรามที่ต้องอาศัยระยะเวลากว่าที่จะเห็นผลลัพธ์ ทาง Beautystone สาขาฮับจองมักจะช่วยอธิบายและวาดภาพให้เห็นภาพก่อนว่า "หลังทำแล้วช่วงไหนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง" เพราะหากผู้รับบริการมาพร้อมกับความคาดหวังว่าจะเรียวทันที ก็อาจจะรู้สึกผิดหวังในสัปดาห์แรกได้ค่ะ แต่ถ้าเข้าใจถึงกระบวนการนี้ล่วงหน้า ก็จะสามารถเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาได้อย่างสบายใจ เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง ทีมแพทย์จึงพร้อมที่จะติดตามผลการเปลี่ยนแปลงร่วมกับคุณตลอดระยะเวลาสองเดือนหลังทำ เพื่อพูดคุยและกำหนดกำหนดการรวมถึงปริมาณยารอบถัดไปร่วมกันได้อย่างใกล้ชิดค่ะ

วิธีรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ
เพื่อผลลัพธ์ของโบท็อกซ์กรามที่สวยเป็นธรรมชาติและยาวนาน การปรับพฤติกรรมไม่ให้กล้ามเนื้อเคี้ยวกลับมาโตเร็วเกินไปสามารถช่วยได้มากเลยค่ะ
ลดการทานอาหารเหนียวๆ — การเคี้ยวอาหารที่ต้องใช้แรงเยอะ เช่น ปลาหมึก หรือหมากฝรั่ง บ่อยๆ จะทำให้กล้ามเนื้อกรามกลับมาโตเร็วขึ้น
สังเกตพฤติกรรมการกัดฟัน — พฤติกรรมการกัดฟันแน่นโดยไม่รู้ตัว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กล้ามเนื้อเคี้ยวโตขึ้นอีกครั้ง
รักษาช่วงเวลาในการฉีดซ้ำ — แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เผื่อพิจารณาการฉีดซ้ำในช่วง 4-6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่โบท็อกซ์เริ่มหมดฤทธิ์ค่ะ
เช็กความสมดุลซ้ายขวา — หากมีพฤติกรรมชอบเคี้ยวอาหารข้างเดียว ก็อาจส่งผลให้กรอบหน้าหลังฉีดมีความเกร็งหรือไม่เท่ากันได้ค่ะ
โดยทั่วไปมักพิจารณาฉีดซ้ำหลังผ่านไป 4-6 เดือนเมื่อยาเริ่มหมดฤทธิ์ แต่ความเร็วในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อแต่ละบุคคลนั้นไม่เท่ากัน แนะนำให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของตัวเองและเลือกช่วงเวลาร่วมกับแพทย์ผู้ทำการรักษาจะดีที่สุดค่ะ นอกจากนี้ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำหัตถการกับแพทย์โดยตรงค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดโบท็อกซ์กรามมาวันรุ่งขึ้นแล้วหน้ายังไม่เปลี่ยนเลย แบบนี้คือผิดปกติไหมคะ?
A. เป็นกระบวนการปกติมากๆ ค่ะ โบท็อกซ์ทำงานโดยการลดการทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อให้ขนาดค่อยๆ เล็กลงเมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงจนกรอบหน้าเรียวขึ้นจะเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2-4 และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในสัปดาห์ที่ 6-8 แนะนำให้รอดูการเปลี่ยนแปลงสัก 2 เดือนนะคะ
Q. ผลลัพธ์สามารถรักษาได้นานแค่ไหนคะ?
A. โดยทั่วไปจะยอมรับกันที่ประมาณ 4-6 เดือนค่ะ เมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อกรามก็จะกลับมาเคลื่อนไหวและขนาดก็จะกลับคืนมา จึงไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ถาวรค่ะ แต่หากฉีดซ้ำอย่างสม่ำเสมอ ระยะเวลาที่กล้ามเนื้อถูกพักการใช้งานจะนานขึ้น มักจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและนิ่งยิ่งขึ้นค่ะ
Q. ถ้าแรงเคี้ยวลดลง จะมีปัญหาในการรับประทานอาหารไหมคะ?
A. ในช่วงสัปดาห์แรกหรือสัปดาห์ที่สองหลังทำ อาจพบความลำบากเล็กน้อยเวลาเคี้ยวของที่แข็งมากๆ แต่สำหรับการรับประทานอาหารทั่วไปในชีวิตประจำวันถือว่าแทบไม่มีปัญหาเลยค่ะ หากได้รับการฉีดในปริมาณ (Unit) ที่เหมาะสม การทำหน้าที่เคี้ยวยังคงทำงานได้ตามปกติในขณะที่ขนาดของกล้ามเนื้อเท่านั้นที่ลดลง หากรู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลค่ะ
Q. ควรมาฉีดซ้ำอีกทีเมื่อไหร่ดีคะ?
A. คนส่วนใหญ่มักพิจารณาเมื่อผลลัพธ์เริ่มหมดฤทธิ์ลงในช่วง 4-6 เดือนค่ะ หากฉีดถี่เกินไปก็อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการดื้อยา แต่หากทิ้งระยะนานเกินไป ก็ต้องเริ่มกลับมาฉีดใหม่ตอนที่กล้ามเนื้อกลับคืนมาเต็มที่แล้ว ดังนั้น แนะนำสังเกตการคืนตัวของกรามของแต่ละบุคคลแล้วมาปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดรอบจะดีที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

ผิว
หลังจากฉีด Sculptra แล้ว อีกนานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ผิวฟูดูมีวอลลุ่ม และผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานเท่าไหร่กันนะ?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหลังฉีด Sculptra ทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง เราได้รวบรวมช่วงเวลาตั้งแต่หลังฉีด ไปจนถึงช่วง 6 สัปดาห์ - 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและเห็น volume ค่อยๆ ฟูสวยชัดเจนขึ้นมาฝากกันค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Secret RF อาการแดงและคันยิบๆ จะหายไปภายในไม่กี่วันค่ะ แล้วต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างคะ?
เรามาดูรีวิวขั้นตอนการฟื้นฟูผิวแบบละเอียดกันค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Secret RF ทันทีถึงมีรอยแดง และในแต่ละวันรอยเหล่านั้นจะค่อยๆ ยุบลงอย่างไรบ้าง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบกราม (botox) กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลหน้าเรียวคะ แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
ทำไมฉีด Botox ลดกรามแล้วถึงยังไม่เรียวสวยทันที? เรามาเจาะลึกไทม์ไลน์ช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเริ่มหดตัวลงอย่างชัดเจน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนกันค่ะ

ผิว
ฝ้าแดดและจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในการทำเลเซอร์เม็ดสีแค่ครั้งเดียว แถมยังคอยจะกลับขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ กันนะ?
เรามาเจาะลึกกันว่าทำไม ฝ้า ถึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้งเดียวเหมือนจุดด่างดำหรือกระทั่วไป และทำไมการใช้เลเซอร์ที่แรงเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้เกิดรอยดำสะท้อนกลับ (rebound pigmentation) แทนค่ะ

ผิว
รักษาฝ้าด้วยการทำ toning ดึงแค่เม็ดสีออก แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีกแล้ว
เราใช้เลเซอร์ Revlite และ Helios Toning เพื่อลดเม็ดสี พร้อมกับดูแลเส้นเลือดในเคสฝ้าเลือด บำรุงผิวชั้นเดอร์มิสอย่างอ่อนโยนด้วย RF และใช้ Tranexamic acid booster เพื่อกดรากฝ้าให้อยู่หมัด สรุปขั้นตอนการรักษาฝ้าแต่ละประเภทไว้ให้แล้วค่ะ



