• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ฝ้าทำไมเลเซอร์ครั้งเดียวไม่หาย กลับมาใหม่?

ฝ้าทำไมเลเซอร์ครั้งเดียวไม่หาย กลับมาใหม่?

ฝ้าทำไมเลเซอร์ครั้งเดียวไม่หาย กลับมาใหม่?

ทำไมฝ้าไม่หายในเลเซอร์เม็ดสีครั้งเดียวและกลับมาเรื่อยๆ? และทำไมเลเซอร์แรงไปอาจเกิดรอยดำครับ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

หลายคนอุตส่าห์ไปทำเลเซอร์เพื่อรักษาฝ้า แต่ผ่านไปไม่นานฝ้าก็กลับมาอีกจนรู้สึกเสียดายเงินและช้ำใจใช่ไหมคะ? ทั้งที่จุดด่างดำหรือไฝก็ยิงเลเซอร์หลุดออกง่ายมาก แต่ทำไมมีแค่ฝ้าที่รักษายากรักษาเย็นขนาดนี้ น่าอึดอัดใจจริงๆ ครับ

ถ้าให้ตอบสั้นๆ ฝ้าไม่ใช่เม็ดสีที่จะลบให้หายไปได้ในครั้งเดียว แต่เป็นโรคเม็ดสีเรื้อรังที่ต้องหมั่นดูแลรักษาให้จางลงอย่างสม่ำเสมอซะมากกว่าครับ ดังนั้นการพยายามใช้เลเซอร์แรงๆ จี้ให้ออกอาจยิ่งกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้นได้ การเข้าใจว่าทำไมฝ้าถึงต่างจากเม็ดสีประเภทอื่น และควรเลเซอร์อย่างไร จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าและช่วยลดความเสียใจลงได้เยอะเลยครับ

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการทำทรีตเมนต์จาก Beautystone สาขาฮับจองครับ

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ

  • สาเหตุที่ฝ้าไม่สามารถลบให้หายไปได้ในครั้งเดียว

  • ทำไมการทำเลเซอร์บางครั้งอาจยิ่งทำร้ายผิวที่เป็นฝ้า

  • แนวโน้มการกลับมาเป็นซ้ำ และแนวทางการดูแลรักษาตามจริง

  • นิสัยที่ควรทำเพื่อช่วยชะลอการเกิดฝ้าซ้ำ

 

นี่คือเหตุผลที่ฝ้าไม่เหมือนกับเม็ดสีอื่น และไม่สามารถลบให้หายได้ในครั้งเดียวครับ

ฝ้าคือเม็ดสีที่เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีเมลานิน* ทำงานหนักผิดปกติครับ ในขณะที่ไฝหรือจุดด่างดำอื่นๆ จะเกาะกลุ่มกันอยู่ในชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้น เมื่อใช้เลเซอร์ทำลายแล้วจะหลุดออกไปได้ง่าย แต่ฝ้าจะกระจายตัวเป็นวงกว้าง และเซลล์ที่สร้างเมลานินก็อยู่ในสภาวะที่อ่อนแอและแพ้ง่ายอยู่แล้ว การไปทำลายอย่างรุนแรงจึงไม่ทำให้จบลงง่ายๆ ครับ เพราะเมื่อเซลล์เหล่านั้นถูกกระตุ้น มันก็จะกลับมาสร้างเม็ดสีขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

เมลานิน*: เป็นเม็ดสีที่กำหนดสีผิวของเราครับ เมื่อได้รับการกระตุ้น เช่น แสงแดด ความร้อน หรือฮอร์โมน ก็จะยิ่งถูกสร้างขึ้นมามากขึ้น

ดังนั้น ฝ้าจึงต้องได้รับการดูแลเหมือนเป็นโรคเรื้อรังครับ คำอธิบายที่ว่าฝ้าเป็นโรคของเม็ดสีเรื้อรังที่มีความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำสูงเมื่อทำเลเซอร์หรือ IPL และจะกลับมาขึ้นอีกหากโดนแสงแดดเมื่อได้เห็นแล้ว ก็จะเข้าใจได้ชัดเจนว่าทำไมแนวทางการดูแลให้จางลงและคงสภาพไว้จึงเป็นเรื่องที่สมจริงกว่าการพยายามกำจัดให้หมดในครั้งเดียวครับ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การทำให้หายไป แต่อยู่ที่การทำให้มันไม่กลับมาขึ้นอีกครับ

เซลล์เม็ดสีที่สร้างและกระจายเมลานินใต้หนังกำพร้านี่คือเหตุผลที่ฝ้าไม่เหมือนกับเม็ดสีอื่น และไม่สามารถลบให้หายได้ในครั้งเดียวครับ

 

 

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเลเซอร์จึงอาจกลายเป็นผลร้ายต่อฝ้าได้

เลเซอร์พลังงานสูงที่ได้ผลดีกับกระและจุดด่างดำ มักจะไม่ค่อยเหมาะกับฝ้าครับ เพราะการกระตุ้นด้วยความร้อนสูงอาจไปกระตุ้นเซลล์เม็ดสีที่บอบบางอยู่แล้ว จนทำให้เกิดภาวะเม็ดสีตีกลับ คือจางลงแล้วกลับมาเข้มกว่าเดิม ลองเปรียบเทียบระหว่างเม็ดสีทั่วไปกับฝ้าได้ดังนี้ครับ

ประเภท

จุดด่างดำ·กระทั่วไป

ฝ้า

ตำแหน่งของเม็ดสี

อยู่ค่อนข้างตื้นและรวมตัวเป็นกลุ่ม

กระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง

การตอบสนองต่อเลเซอร์พลังงานสูง

มักจะจางหายได้ดี

อาจกลับมาเข้มขึ้นจากการตีกลับได้

แนวโน้มการกลับมาเป็นซ้ำ

ค่อนข้างต่ำ

ค่อนข้างสูง

แนวทางที่แนะนำ

กำจัดได้ในหนึ่งถึงสองครั้ง

ดูแลด้วยพลังงานต่ำแบบค่อยเป็นค่อยไป

ดังนั้น สำหรับฝ้าแล้ว การใช้เลเซอร์โทนนิ่ง* พลังงานต่ำแบ่งทำหลายๆ ครั้งเพื่อค่อยๆ ลดเม็ดสีลงทีละนิด ควบคู่ไปกับการใช้ยาทาและการป้องกันแสงแดด จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการใช้เลเซอร์พลังงานสูงครับ

เลเซอร์โทนนิ่ง*: เป็นวิธีการใช้เลเซอร์พลังงานต่ำแบ่งทำหลายๆ ครั้งเพื่อค่อยๆ ลดเม็ดสีลงทีละน้อยครับ การไม่ดึงออกอย่างรุนแรงในครั้งเดียวจะช่วยลดความเสี่ยงในการตีกลับลงได้

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเลเซอร์จึงอาจกลายเป็นผลร้ายต่อฝ้าได้

 

 

หากดูภาพรวมของวงจรการกลับมาเป็นซ้ำได้ในพริบตา ก็จะเป็นดังนี้ครับ

หากลองดูเป็นกราฟเส้นว่าฝ้าจะเคลื่อนไหวอย่างไรตามการดูแล ก็จะเข้าใจได้รวดเร็วขึ้นครับ เมื่อดูแลดีจะค่อยๆ จางลง แต่จะกลับมาขึ้นอีกในช่วงที่แสงแดดแรงหรือเมื่อขาดการดูแล

การเปลี่ยนแปลงความเข้มของฝ้าตามการดูแลรักษา

ดังนั้น สำหรับฝ้าแล้ว คำว่า "คงสภาพให้จางอยู่" จึงเป็นคำที่ถูกต้องกว่าคำว่า "กำจัดหมดแล้ว" ครับ เพราะหากละเลยการดูแล ก็มีแนวโน้มที่จะกลับมาเข้มขึ้นได้ง่าย ความสม่ำเสมอจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ครับ

หากดูภาพรวมของวงจรการกลับมาเป็นซ้ำได้ในพริบตา ก็จะเป็นดังนี้ค่ะ

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone Hapjeong

Beautystone Hapjeong จะเน้นอธิบายให้เข้าใจก่อนเข้ารับการรักษาว่า "ทำไมจึงไม่จางหายในครั้งเดียว และควรดูแลอย่างไร" โดยเฉพาะกับเม็ดสีที่ไม่หายในครั้งเดียวอย่างฝ้าครับ แทนที่จะสัญญาว่าจะกำจัดให้หมดอย่างรุนแรงในครั้งเดียว เราเลือกที่จะแนะนำแนวทางพลังงานต่ำที่ช่วยลดความเสี่ยงในการตีกลับ ควบคู่ไปกับยาทาและการป้องกันแสงแดด เพราะเราเป็นคลินิกเล็กๆ ที่อยู่ใกล้สถานี Hapjeong จึงสามารถดูแลโดยดูระดับความจางของเม็ดสีไปพร้อมกับปรับความแรงและระยะห่างของการทำได้ครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone Hapjeong

 

 

นี่คือวิธีดูแลฝ้าเพื่อชะลอการกลับมาเป็นซ้ำครับ

สำหรับฝ้าแล้ว นิสัยการลดการกระตุ้นและการป้องกันแสงแดดนั้นสำคัญพอๆ กับการทำหัตถการเลยครับ

  • การป้องกันแสงแดด — เป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดที่ทำให้ฝ้ากลับมาขึ้นอีก ดังนั้นแม้ในวันที่ฟ้าครึ้ม ก็ควรทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันทุกวันนะครับ

  • ป้องกันด้วยวิธีทางกายภาพควบคู่กัน — การบังแสงแดดโดยตรงด้วยหมวกหรือร่ม ก็ช่วยได้มากเช่นกันครับ

  • ลดการเสียดสีที่มากเกินไป — การล้างหน้าด้วยการขัดถูอย่างรุนแรงหรือการผลัดเซลล์ผิวบ่อยๆ อาจไปกระตุ้นเม็ดสีได้ครับ

  • ใช้ยาทาอย่างสม่ำเสมอ — การใช้ยาทาเพื่อความกระจ่างใสตามที่แพทย์แนะนำอย่างต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วงนั้นสำคัญมากครับ

ฝ้าไม่ใช่สิ่งที่จบลงได้ด้วยการทำหัตถการเพียงครั้งเดียว แต่เป็นเม็ดสีที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามฤดูกาลและการใช้ชีวิต ดังนั้นแม้จะจางลงแล้วก็ต้องดูแลต่อเนื่องจึงจะคงสภาพไว้ได้ครับ ความแรงและระยะห่างของการทำหัตถการจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิว จึงควรปรึกษากับแพทย์ที่ตรวจรักษาโดยตรงเพื่อความปลอดภัยครับ บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไปไว้ครับ

นี่คือวิธีดูแลฝ้าเพื่อชะลอการกลับมาเป็นซ้ำค่ะ

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ฝ้าสามารถกำจัดให้หมดไปอย่างสมบูรณ์ด้วยเลเซอร์ได้ไหม?

A. การกำจัดให้หมดในครั้งเดียวเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในหลายๆ กรณีครับ ฝ้าเป็นเม็ดสีเรื้อรังที่เกิดจากเซลล์ผลิตเมลานินบอบบาง หากดึงออกอย่างรุนแรงก็อาจตีกลับมาเข้มขึ้นได้ ดังนั้นการดูแลด้วยพลังงานต่ำแบ่งทำเพื่อค่อยๆ ลดให้จางลง ควบคู่ไปกับยาทาและการป้องกันแสงแดด จึงเป็นแนวทางที่สมจริงกว่าครับ

Q. ทำเลเซอร์มาแล้วแต่รู้สึกว่าฝ้าเข้มขึ้นกว่าเดิม เพราะอะไรครับ?

A. อาจเป็นกรณีที่การกระตุ้นด้วยความร้อนสูงไปกระตุ้นเซลล์เม็ดสีที่บอบบาง จนเกิดภาวะเม็ดสีตีกลับครับ ในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องลดความแรงลงหรือหยุดพักสักครู่เพื่อลดการกระตุ้น แทนที่จะเพิ่มหัตถการอื่นๆ เองตามใจ ควรปรึกษากับแพทย์ที่ทำหัตถการให้เพื่อปรับทิศทางใหม่อีกครั้งจะปลอดภัยกว่าครับ

Q. แค่ป้องกันแสงแดดให้ดีก็ทำให้ฝ้าจางลงได้ไหมคะ?

A. การป้องกันแสงแดดเป็นพื้นฐานของการดูแลฝ้าครับ แม้การป้องกันเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้กลับมาเข้มขึ้นและช่วยคงสภาพที่จางลงไว้ได้ครับ และจะยิ่งคงผลได้ดีขึ้นเมื่อทำควบคู่ไปกับยาทาและหัตถการครับ

Q. ต้องดูแลฝ้าไปนานแค่ไหนครับ?

A. ฝ้าเป็นเม็ดสีที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามฤดูกาล ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนั้นแม้จะจางลงแล้วก็ควรดูแลต่อเนื่องครับ โดยเฉพาะในช่วงที่แสงแดดแรงควรใส่ใจดูแลให้มากขึ้น การป้องกันและดูแลอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดในการคงผลลัพธ์ให้ยาวนานครับ

 

อ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1