ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

CureJet + Juvelook — วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม

CureJet + Juvelook — วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม

CureJet + Juvelook — วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม

สำหรับรอยแผลเป็นสิวชนิดหลุมลึก ทั้งแบบ 롤링 (rolling scar) และ 박스카 (boxcar scar) การจับคู่กันของ CureJet + Juvelook ถือว่าตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับการทำ 서브시전 (subcision) ด้วยเข็มแบบเดิมแล้ว ระดับความเจ็บ (VAS) ลดลงจาก 5.4 เหลือเพียง 2.9 แถมยังช่วยลด downtime แบบไม่มีรอยช้ำกวนใจอีกด้วย

CureJet + Juvelook — วิธีจัดการรอยแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม

📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์

1. Juvelook คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook
   └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

2. ไลน์อัพทั้งหมด
   ├─ 2.1 งานผิวหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin)
   └─ 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam)

3. การจับคู่ทำหัตถการ
   ├─ 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม)  บทความปัจจุบัน
   ├─ 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก)
   └─ 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)

4. การเปรียบเทียบและการเลือก
   ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran
   └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal)
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์

1. Juvelook คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook
   └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

2. ไลน์อัพทั้งหมด
   ├─ 2.1 งานผิวหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin)
   └─ 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam)

3. การจับคู่ทำหัตถการ
   ├─ 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม)  บทความปัจจุบัน
   ├─ 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก)
   └─ 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)

4. การเปรียบเทียบและการเลือก
   ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran
   └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal)

🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ

Juvelook คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

ไลน์อัพทั้งหมด2.1 งานผิวหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin) · 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam)

การจับคู่ทำหัตถการ3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)

การเปรียบเทียบและการเลือก4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal)

ขอสรุปให้ฟังสั้น ๆ ก่อนเลยนะคะ CureJet คือนวัตกรรมที่จะช่วยดันสาร Juvelook เข้าสู่ผิวชั้นแท้ได้โดยไม่ต้องใช้เข็มเลยค่ะ เครื่องนี้จะใช้แรงดันน้ำที่สูงมากในการพ่นละอองของเหลวเพื่อสร้างช่องเปิดขนาดเล็กจิ๋วบนผิว แล้วส่งสาร PDLLA + HA เข้าไป วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ช่วยลดความเจ็บลงไปได้เยอะมาก แถมยังได้เอฟเฟกต์แบบ ※ Subcision ไปพร้อมกันด้วย และที่เริ่ดที่สุดคือแทบไม่มีรอยแดงช้ำ (Downtime) เลยค่ะ นิยมใช้กันมากในบริเวณกว้าง ๆ อย่างรอยแผลเป็นจากสิวค่ะ

Subcision (การเลาะพังผืด): คือหัตถการที่ช่วยตัดเส้นใยพังผืดที่ดึงรั้งผิวและผิวชั้นแท้ใต้รอยแผลเป็นเอาไว้ เพื่อให้ผิวที่บุ๋มลงไปลอยตัวขึ้นมา ปกติจะใช้เข็มเข้าไปเซาะใต้แผลเป็น แต่ CureJet จะใช้พลังของแรงดันน้ำสร้างเอฟเฟกต์เดียวกันนี้ได้แบบสมูท ๆ โดยไม่ต้องสัมผัสผิวโดยตรงเลยค่ะ



มาดูกันว่าเครื่อง CureJet ทำงานอย่างไร

CureJet เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเครื่องพ่นยาแบบไร้เข็ม หรือที่เรียกว่า ※ Needle-free jet injector ค่ะ ตัวเครื่องจะพ่นของเหลวออกจากหัวพ่นขนาดเล็กจิ๋วด้วยความเร็วเกือบเท่าความเร็วเสียง ทำให้ทะลุผ่านผิวชั้นขี้ไคลลงไปถึงชั้นผิวแท้ได้สบาย ๆ โดยที่หัวเข็มไม่ต้องแตะโดนผิวเลยแม้แต่น้อยค่ะ

Needle-free jet injector: เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แรงดันจากก๊าซอัดหรือสปริงในการพ่นตัวยาด้วยความเร็วสูงมากเพื่อผ่านเข้าชั้นผิว เดิมทีถูกใช้ในการฉีดวัคซีนและอินสุลิน และช่วงหลังมานี้ในวงการบิวตี้ก็นำมาใช้พ่น skin booster สำหรับรักษาแผลเป็น รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยเล็ก ๆ ค่ะ

จากรายงาน Clinical Case Review ในปี 2023 ที่ใช้เครื่องพ่นยาไร้เข็มในการส่งสาร Polylactic Acid เพื่อรักษาแผลเป็นหลุมสิว (Atrophic Acne Scars) พบว่า วิธีนี้ช่วยกระจายสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณแผลเป็นได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับช่วยคลายเส้นใยพังผืดใต้แผลเป็นไปในตัว เรียกได้ว่ายิงครั้งเดียวได้ทริปเปิ้ลเอฟเฟกต์ ทั้งส่งตัวยาและทำ Subcision ไปพร้อมกันเลยค่ะ


큐어젯이라는 장비, 어떻게 작동하나요



ทำไมถึงเหมาะกับรอยแผลเป็นจากสิวที่สุด?

รอยแผลเป็นจากสิว โดยเฉพาะแผลเป็นหลุมสิว (Rolling, Boxcar, Ice pick) คือภาวะที่ผิวถูกดึงรั้งลงไปด้านล่าง ซึ่งสาเหตุที่ดึงรั้งนั้นก็คือพังผืดใต้แผลเป็นนั่นเองค่ะ ถ้าเราไม่ตัดพังผืดนี้ออก ไม่ว่าจะไปทำหัตถการแบบไหน รอยแผลเป็นก็จะโดนดึงลงมาที่เดิมอยู่ดี

การทำ Subcision ด้วยเข็มแบบดั้งเดิมนั้นได้ผลดีก็จริง แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องทำทีละจุด ทำให้เจ็บและมีรอยช้ำบวมอยู่หลายวัน แต่สำหรับ CureJet เพียงแค่ทาบหัวพ่นลงบนแผลเป็นแล้วยิง ฟิ้วเดียวก็ทั้งส่งยาและตัดพังผืดเสร็จเรียบร้อยเลยค่ะ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดรอยแผลเป็นสิวที่เป็นบริเวณกว้าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อสาร PDLLA ของ Juvelook เข้าไปอยู่ในจุดที่เพิ่งตัดพังผืดออกไป ร่างกายก็จะเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเติมเต็มทันที ทำให้ผิวชั้นแท้ตรงรอยแผลเป็นหนาตัวขึ้น ซึ่งนี่แหละค่ะคือหัวใจสำคัญของการรักษาแผลเป็นหลุมสิวให้ตื้นขึ้นถาวร


왜 여드름 흉터에 잘 맞을까



ความรู้สึกตอนทำ (ความเจ็บ) และระยะเวลาพักฟื้น

สิ่งที่ทำให้เห็นความแตกต่างของ CureJet ได้ชัดที่สุดก็คือ เรื่องความเจ็บ ค่ะ ตามรายงาน Systematic Review เกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้เครื่องพ่นไร้เข็มในคลินิกผิวหนัง ระบุว่า วิธีการพ่นแบบไร้เข็มมีคะแนนความเจ็บ (VAS Pain Score) ต่ำกว่าการใช้เข็มฉีดแบบทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ แถมยังมีอัตราการเกิดรอยช้ำและอาการบวมที่น้อยกว่าด้วย สรุปก็คือแค่แปะยาชาก็ชิลสบาย ๆ แล้วค่ะ

ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ก็น้อยมาก แทบจะไม่มีรอยช้ำหรือบวมเลย ทำเสร็จปุ๊บก็กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่อาจจะมีรอยจุดแดงเล็ก ๆ สีชมพู (จากแรงดันตรงที่หัวพ่นสัมผัส) หลงเหลืออยู่ประมาณ 1 วัน ซึ่งรอยนี้สามารถใช้เมคอัพแต่งหน้ากลบได้สบาย ๆ ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ

แม้ว่าจะฟื้นตัวได้ไวมาก แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ แสดงให้เห็นนะคะ CureJet ไม่ได้ทำให้แผลเป็นตื้นขึ้นทันทีหลังทำ แต่ตัว PDLLA จะค่อย ๆ เข้าไปทำงานและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แน่นขึ้นในระยะเวลา 1 ถึง 3 เดือน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นค่ะ


통증·다운타임의 실제



สิวแบบไหนที่ทำแล้วเห็นผลดีที่สุด

นี่คือเคสที่เหมาะกับการจับคู่ระหว่าง CureJet + Juvelook สูงสุดค่ะ

  • แผลเป็นหลุมสิวแบบ Rolling Scars — ผิวบุ๋มเป็นแอ่งกว้าง ขอบโค้งมน

  • แผลเป็นหลุมสิวแบบ Boxcar Scars ชนิดตื้น — ขอบค่อนข้างชัดแต่หลุมไม่ลึกมาก

  • รูขุมขนกว้างร่วมกับมีปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเนียนเล็กน้อย

  • ผู้ที่อยากเลี่ยงความเจ็บและไม่อยากให้มีระยะพักฟื้นนาน

อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างนะคะ สำหรับแผลเป็นแบบรูกระดุมลึก (Ice pick) หรือ Boxcar Scars ที่ลึกมาก ๆ การใช้ CureJet ลำพังอาจจะไม่เพียงพอ ในกรณีนี้อาจจำเป็นต้องใช้ร่วมกับนวัตกรรมอื่นที่รักษาได้ลึกขึ้น เช่น Microneedling หรือ CO2 Laser ค่ะ ซึ่งในบทความถัดไป เราจะมาคุยกันเจาะลึกเรื่องการจับคู่ Microneedle + Juvelook กันค่ะ


어떤 흉터에 효과가 좋을까



คำถามที่พบบ่อย

Q. ระหว่างการฉีด Juvelook ด้วยเข็มธรรมดา กับทำผ่าน CureJet แบบไหนเห็นผลดีกว่ากันคะ?

จุดประสงค์และบริเวณที่รักษาจะต่างกันค่ะ การฉีดมือแบบดั้งเดิมจะเหมาะกับการเน้นย้ำเฉพาะบางจุดได้อย่างแม่นยำ ส่วน CureJet จะเก่งในเรื่องการกระจายตัวยาให้สม่ำเสมอในบริเวณกว้าง ดังนั้น ถ้าเป็นรอยแผลเป็นสิวที่มีพื้นที่กว้างและต้องการดูแลสภาพผิวโดยรวมไปพร้อม ๆ กัน CureJet จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

Q. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์คะ?

การทำเพียงครั้งเดียวอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากนักค่ะ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำประมาณ 3-5 ครั้ง ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนค่อย ๆ สะสมและเติมเต็มชั้นผิวขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้วางแพลนการทำเป็นคอร์สต่อเนื่องจะดีที่สุดค่ะ

Q. เครื่อง CureJet สามารถส่งตัวยาเข้าถึงชั้นผิวแท้ได้จริง ๆ หรอคะ?

ใช่ค่ะ มีข้อมูลวิจัยทางคลินิกยืนยันเรียบร้อยแล้วว่า แรงดันจากหัวพ่นมีความแรงเพียงพอที่จะเจาะผ่านชั้นขี้ไคลและส่งตัวยาลงไปถึงระดับชั้นผิวแท้ส่วนบน (Upper Dermis) ได้จริง แต่อาจจะยังลงไปไม่ถึงระดับชั้นไขมันหรือรอยยุบตัวที่ลึกมาก ๆ ดังนั้นหากมีแผลเป็นที่ลึกมาก ๆ แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อผสมผสานการรักษาร่วมกับวิธีอื่น ๆ ค่ะ

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

CureJet + Juvelook — วิธีจัดการรอยแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม

📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์

1. Juvelook คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook
   └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

2. ไลน์อัพทั้งหมด
   ├─ 2.1 งานผิวหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin)
   └─ 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam)

3. การจับคู่ทำหัตถการ
   ├─ 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม)  บทความปัจจุบัน
   ├─ 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก)
   └─ 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)

4. การเปรียบเทียบและการเลือก
   ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran
   └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal)

🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ

Juvelook คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

ไลน์อัพทั้งหมด2.1 งานผิวหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin) · 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam)

การจับคู่ทำหัตถการ3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)

การเปรียบเทียบและการเลือก4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal)

ขอสรุปให้ฟังสั้น ๆ ก่อนเลยนะคะ CureJet คือนวัตกรรมที่จะช่วยดันสาร Juvelook เข้าสู่ผิวชั้นแท้ได้โดยไม่ต้องใช้เข็มเลยค่ะ เครื่องนี้จะใช้แรงดันน้ำที่สูงมากในการพ่นละอองของเหลวเพื่อสร้างช่องเปิดขนาดเล็กจิ๋วบนผิว แล้วส่งสาร PDLLA + HA เข้าไป วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ช่วยลดความเจ็บลงไปได้เยอะมาก แถมยังได้เอฟเฟกต์แบบ ※ Subcision ไปพร้อมกันด้วย และที่เริ่ดที่สุดคือแทบไม่มีรอยแดงช้ำ (Downtime) เลยค่ะ นิยมใช้กันมากในบริเวณกว้าง ๆ อย่างรอยแผลเป็นจากสิวค่ะ

Subcision (การเลาะพังผืด): คือหัตถการที่ช่วยตัดเส้นใยพังผืดที่ดึงรั้งผิวและผิวชั้นแท้ใต้รอยแผลเป็นเอาไว้ เพื่อให้ผิวที่บุ๋มลงไปลอยตัวขึ้นมา ปกติจะใช้เข็มเข้าไปเซาะใต้แผลเป็น แต่ CureJet จะใช้พลังของแรงดันน้ำสร้างเอฟเฟกต์เดียวกันนี้ได้แบบสมูท ๆ โดยไม่ต้องสัมผัสผิวโดยตรงเลยค่ะ



มาดูกันว่าเครื่อง CureJet ทำงานอย่างไร

CureJet เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเครื่องพ่นยาแบบไร้เข็ม หรือที่เรียกว่า ※ Needle-free jet injector ค่ะ ตัวเครื่องจะพ่นของเหลวออกจากหัวพ่นขนาดเล็กจิ๋วด้วยความเร็วเกือบเท่าความเร็วเสียง ทำให้ทะลุผ่านผิวชั้นขี้ไคลลงไปถึงชั้นผิวแท้ได้สบาย ๆ โดยที่หัวเข็มไม่ต้องแตะโดนผิวเลยแม้แต่น้อยค่ะ

Needle-free jet injector: เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แรงดันจากก๊าซอัดหรือสปริงในการพ่นตัวยาด้วยความเร็วสูงมากเพื่อผ่านเข้าชั้นผิว เดิมทีถูกใช้ในการฉีดวัคซีนและอินสุลิน และช่วงหลังมานี้ในวงการบิวตี้ก็นำมาใช้พ่น skin booster สำหรับรักษาแผลเป็น รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยเล็ก ๆ ค่ะ

จากรายงาน Clinical Case Review ในปี 2023 ที่ใช้เครื่องพ่นยาไร้เข็มในการส่งสาร Polylactic Acid เพื่อรักษาแผลเป็นหลุมสิว (Atrophic Acne Scars) พบว่า วิธีนี้ช่วยกระจายสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณแผลเป็นได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับช่วยคลายเส้นใยพังผืดใต้แผลเป็นไปในตัว เรียกได้ว่ายิงครั้งเดียวได้ทริปเปิ้ลเอฟเฟกต์ ทั้งส่งตัวยาและทำ Subcision ไปพร้อมกันเลยค่ะ


큐어젯이라는 장비, 어떻게 작동하나요



ทำไมถึงเหมาะกับรอยแผลเป็นจากสิวที่สุด?

รอยแผลเป็นจากสิว โดยเฉพาะแผลเป็นหลุมสิว (Rolling, Boxcar, Ice pick) คือภาวะที่ผิวถูกดึงรั้งลงไปด้านล่าง ซึ่งสาเหตุที่ดึงรั้งนั้นก็คือพังผืดใต้แผลเป็นนั่นเองค่ะ ถ้าเราไม่ตัดพังผืดนี้ออก ไม่ว่าจะไปทำหัตถการแบบไหน รอยแผลเป็นก็จะโดนดึงลงมาที่เดิมอยู่ดี

การทำ Subcision ด้วยเข็มแบบดั้งเดิมนั้นได้ผลดีก็จริง แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องทำทีละจุด ทำให้เจ็บและมีรอยช้ำบวมอยู่หลายวัน แต่สำหรับ CureJet เพียงแค่ทาบหัวพ่นลงบนแผลเป็นแล้วยิง ฟิ้วเดียวก็ทั้งส่งยาและตัดพังผืดเสร็จเรียบร้อยเลยค่ะ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดรอยแผลเป็นสิวที่เป็นบริเวณกว้าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อสาร PDLLA ของ Juvelook เข้าไปอยู่ในจุดที่เพิ่งตัดพังผืดออกไป ร่างกายก็จะเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเติมเต็มทันที ทำให้ผิวชั้นแท้ตรงรอยแผลเป็นหนาตัวขึ้น ซึ่งนี่แหละค่ะคือหัวใจสำคัญของการรักษาแผลเป็นหลุมสิวให้ตื้นขึ้นถาวร


왜 여드름 흉터에 잘 맞을까



ความรู้สึกตอนทำ (ความเจ็บ) และระยะเวลาพักฟื้น

สิ่งที่ทำให้เห็นความแตกต่างของ CureJet ได้ชัดที่สุดก็คือ เรื่องความเจ็บ ค่ะ ตามรายงาน Systematic Review เกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้เครื่องพ่นไร้เข็มในคลินิกผิวหนัง ระบุว่า วิธีการพ่นแบบไร้เข็มมีคะแนนความเจ็บ (VAS Pain Score) ต่ำกว่าการใช้เข็มฉีดแบบทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ แถมยังมีอัตราการเกิดรอยช้ำและอาการบวมที่น้อยกว่าด้วย สรุปก็คือแค่แปะยาชาก็ชิลสบาย ๆ แล้วค่ะ

ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ก็น้อยมาก แทบจะไม่มีรอยช้ำหรือบวมเลย ทำเสร็จปุ๊บก็กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่อาจจะมีรอยจุดแดงเล็ก ๆ สีชมพู (จากแรงดันตรงที่หัวพ่นสัมผัส) หลงเหลืออยู่ประมาณ 1 วัน ซึ่งรอยนี้สามารถใช้เมคอัพแต่งหน้ากลบได้สบาย ๆ ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ

แม้ว่าจะฟื้นตัวได้ไวมาก แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ แสดงให้เห็นนะคะ CureJet ไม่ได้ทำให้แผลเป็นตื้นขึ้นทันทีหลังทำ แต่ตัว PDLLA จะค่อย ๆ เข้าไปทำงานและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แน่นขึ้นในระยะเวลา 1 ถึง 3 เดือน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นค่ะ


통증·다운타임의 실제



สิวแบบไหนที่ทำแล้วเห็นผลดีที่สุด

นี่คือเคสที่เหมาะกับการจับคู่ระหว่าง CureJet + Juvelook สูงสุดค่ะ

  • แผลเป็นหลุมสิวแบบ Rolling Scars — ผิวบุ๋มเป็นแอ่งกว้าง ขอบโค้งมน

  • แผลเป็นหลุมสิวแบบ Boxcar Scars ชนิดตื้น — ขอบค่อนข้างชัดแต่หลุมไม่ลึกมาก

  • รูขุมขนกว้างร่วมกับมีปัญหาผิวหน้าไม่เรียบเนียนเล็กน้อย

  • ผู้ที่อยากเลี่ยงความเจ็บและไม่อยากให้มีระยะพักฟื้นนาน

อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างนะคะ สำหรับแผลเป็นแบบรูกระดุมลึก (Ice pick) หรือ Boxcar Scars ที่ลึกมาก ๆ การใช้ CureJet ลำพังอาจจะไม่เพียงพอ ในกรณีนี้อาจจำเป็นต้องใช้ร่วมกับนวัตกรรมอื่นที่รักษาได้ลึกขึ้น เช่น Microneedling หรือ CO2 Laser ค่ะ ซึ่งในบทความถัดไป เราจะมาคุยกันเจาะลึกเรื่องการจับคู่ Microneedle + Juvelook กันค่ะ


어떤 흉터에 효과가 좋을까



คำถามที่พบบ่อย

Q. ระหว่างการฉีด Juvelook ด้วยเข็มธรรมดา กับทำผ่าน CureJet แบบไหนเห็นผลดีกว่ากันคะ?

จุดประสงค์และบริเวณที่รักษาจะต่างกันค่ะ การฉีดมือแบบดั้งเดิมจะเหมาะกับการเน้นย้ำเฉพาะบางจุดได้อย่างแม่นยำ ส่วน CureJet จะเก่งในเรื่องการกระจายตัวยาให้สม่ำเสมอในบริเวณกว้าง ดังนั้น ถ้าเป็นรอยแผลเป็นสิวที่มีพื้นที่กว้างและต้องการดูแลสภาพผิวโดยรวมไปพร้อม ๆ กัน CureJet จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

Q. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์คะ?

การทำเพียงครั้งเดียวอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากนักค่ะ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำประมาณ 3-5 ครั้ง ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนค่อย ๆ สะสมและเติมเต็มชั้นผิวขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้วางแพลนการทำเป็นคอร์สต่อเนื่องจะดีที่สุดค่ะ

Q. เครื่อง CureJet สามารถส่งตัวยาเข้าถึงชั้นผิวแท้ได้จริง ๆ หรอคะ?

ใช่ค่ะ มีข้อมูลวิจัยทางคลินิกยืนยันเรียบร้อยแล้วว่า แรงดันจากหัวพ่นมีความแรงเพียงพอที่จะเจาะผ่านชั้นขี้ไคลและส่งตัวยาลงไปถึงระดับชั้นผิวแท้ส่วนบน (Upper Dermis) ได้จริง แต่อาจจะยังลงไปไม่ถึงระดับชั้นไขมันหรือรอยยุบตัวที่ลึกมาก ๆ ดังนั้นหากมีแผลเป็นที่ลึกมาก ๆ แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อผสมผสานการรักษาร่วมกับวิธีอื่น ๆ ค่ะ

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์

Sculptra 에서 아쉬웠던 부분을 한국의 Juvelook이 어떻게 채워줬을까요? HA 결합으로 즉각적인 효과와 장기적인 콜라겐 재생을 동시에 선사하는 K-beauty skin booster 이야기를 만나보세요.

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวหนังของเราบ้างคะ

ทำไมหลังทำทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นผล แต่ผ่านไป 1 เดือนผิวกลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? และทำไมแม้ตัวยา PDLLA จะสลายไปแล้ว แต่คอลลาเจนยังคงอยู่? — ถ้าเข้าใจหลักการทำงานแล้วจะร้องอ๋อเลยค่ะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร

Juvelook (30μm), Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) และ Juvelook skin ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นค่ะ วันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยว่า ควรใช้ไลน์ไหนกับบริเวณไหนดีนะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ร่างกาย

Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย

สำหรับรอยคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาต้อง Juvelook Eye ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกและต้นขาต้อง Juvelook Glam นี่คือไลน์อัพสุดพิเศษของ Juvelook ที่คุณควรทำความรู้จักต่อจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า 3 ขั้นตอนค่ะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

CureJet + Juvelook — วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม

สำหรับรอยแผลเป็นสิวชนิดหลุมลึก ทั้งแบบ 롤링 (rolling scar) และ 박스카 (boxcar scar) การจับคู่กันของ CureJet + Juvelook ถือว่าตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับการทำ 서브시전 (subcision) ด้วยเข็มแบบเดิมแล้ว ระดับความเจ็บ (VAS) ลดลงจาก 5.4 เหลือเพียง 2.9 แถมยังช่วยลด downtime แบบไม่มีรอยช้ำกวนใจอีกด้วย

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Microneedle + Juvelook — การจับคู่ที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นลึก

สำหรับรอยแผลเป็นหลุมลึกแบบกล่อง (boxcar) และแผลเป็นคีลอยด์หดรัดแบบผสม การรักษาด้วย Micro-needling ร่วมกับ Juvelook เป็นคู่ที่เข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ โดยหลักการทำงานจะช่วยกระตุ้นทั้งกระบวนการรักษาแผล (wound healing) ควบคู่ไปกับการกระตุ้นของสาร PDLLA พร้อมๆ กัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1