หลุมสิว rolling/boxcar เข้ากับ CureJet + Juvelook เทียบ subcision เข็ม ความเจ็บ VAS 5.4→2.9 ไม่มีช้ำ
🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ
Juvelook คืออะไร? — 1.1 ประวัติความใจเป็นมาของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)
ไลน์อัปทั้งหมด — 2.1 สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin) · 2.2 เจาะจงเฉพาะจุด (Eye, Glam)
สูตรคอมโบร่วมกัน — 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับหลุมสิวลึก) · 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)
เปรียบเทียบเพื่อการเลือกใช้ — 4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีดใต้ผิวหนังชั้นแท้ด้วย Juvelook
ถ้าให้สรุปก่อนเลย CureJet คือเครื่องมือที่ช่วยส่งผ่าน Juvelook เข้าสู่ชั้นผิวแท้ได้โดยไม่ต้องใช้เข็มค่ะ! โดยเครื่องจะใช้แรงดันน้ำพลังสูงพ่นละอองของเหลวเพื่อเปิดช่องขนาดเล็กจิ๋วบนผิว แล้วส่งผ่านสาร PDLLA + HA เข้าไปด้านใน แม้จะเป็นการใช้ Juvelook เหมือนกัน แต่วิธีนี้ช่วยลดความเจ็บลง แถมยังเกิดเอฟเฟกต์การเซาะพังผืด (Subcision)* ควบคู่ไปด้วย และแทบไม่ต้องพักฟื้นเลยค่ะ นิยมใช้ตอบโจทย์บริเวณกว้างอย่างปัญหาหลุมสิวมาก ๆ เลยค่ะ
*Subcision (การเซาะพังผืดใต้ผิว): คือหัตถการที่ช่วยตัดเส้นใยพังผืดที่ยึดรั้งอยู่ใต้หลุมสิวกับชั้นผิวแท้ เพื่อให้ผิวที่บุ๋มตัวลงไปได้รับการปลดปล่อยและฟูขึ้นค่ะ โดยปกติแล้วจะเป็นการใช้เข็มค่อย ๆ เซาะใต้หลุมสิวทีละจุด แต่สำหรับ CureJet จะใช้พลังจากแรงดันน้ำสร้างเอฟเฟกต์แบบเดียวกันโดยละมุนผิว ไม่ต้องสัมผัสเข็มโดยตรงเลยค่ะ
เครื่อง CureJet ทำงานอย่างไรนะ?
CureJet จัดอยู่ในประเภทเครื่องพ่นยาแรงดันสูงแบบไร้เข็ม* (needle-free jet injector) ค่ะ โดยหัวฉีดขนาดเล็กจะพ่นตัวยาออกมาด้วยความเร็วสูงใกล้เคียงความเร็วเสียง เพื่อเจาะผ่านชั้นหนังกำพร้าลงไปจนถึงชั้นผิวแท้ ทำให้ตัวยาสามารถซึมผ่านเข้าไปได้โดยไม่ต้องมีเข็มมาแตะต้องผิวเลยค่ะ
*เครื่องพ่นไร้เข็ม (needle-free jet injector): เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แรงดันแก๊สหรือสปริงในการพ่นละอองยาด้วยความเร็วสูงมากเพื่อทะลวงผ่านชั้นผิว แรกเริ่มเดิมทีระบบนี้ใช้ทางการแพทย์สำหรับการฉีดวัคซีนหรืออินซูลินค่ะ แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้ถูกปรับมาใช้อย่างแพร่หลายในวงการความงาม เพื่อช่วยผลัก skin booster สำหรับรักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยเล็ก ๆ ค่ะ
จากรีวิวเคสทางคลินิกปี 2023 ที่มีการพ่น Polylactic Acid เข้าสู่หลุมสิวประเภท Atrophic scar (หลุมสิวแอ่งกระทะ) ด้วยเครื่องพ่นไร้เข็ม พบว่า วิธีนี้ช่วยให้สารกระตุ้นคอลลาเจนกระจายตัวได้สม่ำเสมอทั่วบริเวณรอยแผลเป็น และยังช่วยแก้ปัญหาพังผืดไปพร้อม ๆ กันด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะได้ทั้งผลักยาเข้าร่างกาย + ทำ Subcision ไปในคราวเดียวกันเลยค่ะ

ทำไมถึงเหมาะกับคนเป็นหลุมสิว?
หลุมสิว โดยเฉพาะประเภทแอ่งกว้างหรือแอ่งกระทะ (Rolling, Boxcar, Icepick) นั้น เกิดจากการที่ผิวถูกดึงรั้งลงไปด้านล่างค่ะ ซึ่งตัวการที่ดึงผิวลงไปก็คือ เส้นใยพังผืด (Fibrotic bands) ใต้รอยแผลเป็นนั่นเอง หากตัวพังผืดนี้ไม่ถูกตัดขาดออกไป ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีไหน รอยหลุมสิวก็จะกลับมาถูกดึงรั้งลงไปอยู่ที่มุมเดิมอยู่ดีค่ะ
แม้ว่าปกติแล้วการทำ Subcision ด้วยเข็มแบบเดิม ๆ จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้างค่ะ เพราะคุณหมอต้องทำทีละจุดยิบ ๆ แถมยังทิ้งรอยช้ำรอยบวมไปอีกหลายวัน แต่ถ้าใช้ CureJet เพียงแค่วางหัวพ่นลงบนผิวแล้วกดยิงครั้งเดียว ตัวยาก็จะถูกผลักพร้อมเซาะพังผืดเสร็จสรรพเลยค่ะ ทำให้สามารถดูแลปัญหาหลุมสิวบนพื้นที่กว้างได้อย่างรวดเร็วทันใจ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสาร PDLLA ของ Juvelook เข้าไปทำปฏิกิริยาในรอยแยกที่พังผืดถูกตัดออกไป คอลลาเจนใหม่ก็จะถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ค่ะ ไม่ใช่แค่ตัดพังผืดให้จบ ๆ ไป แต่หัวใจสำคัญคือการทำให้ชั้นผิวแท้ในจุดที่เป็นหลุมสิวหนาตัวและฟูเต็มขึ้นมานั่นเอง

ความรู้สึกจริงเรื่องความเจ็บและการพักฟื้น
ความแตกต่างที่สัมผัสได้ชัดเจนที่สุดของ CureJet เลยก็คือ ความเจ็บลดลง ค่ะ จากผลงานวิจัยเชิงทบทวนอย่างเป็นระบบด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการทำหัตถการด้วยเครื่องพ่นไร้เข็มในคลินิกผิวหนัง รายงานว่า วิธีพ่นไร้เข็มนี้มีระดับคะแนนความเจ็บ (VAS score) ต่ำกว่าการฉีดด้วยเข็มทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการเกิดรอยช้ำและอาการบวมก็น้อยลงมาก แค่แปะครีมยาชาสแตนด์บายไว้ก็ทนได้สบายฉลุยแล้วค่ะ
แถมยังประหยัดเวลาพักฟื้นด้วยนะคะ เพราะแทบไม่มีรอยช้ำหรือบวมเลย หลังทำเสร็จปุ๊บก็ใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที แต่อาจจะมีรอยจุดแดงเล็ก ๆ (บริเวณที่หัวพ่นสัมผัสผิว) หลงเหลืออยู่ประมาณ 1 วัน ซึ่งเป็นระดับที่แต่งหน้าทับเบา ๆ ก็ปกปิดได้เนียนกริบแล้วค่ะ
แม้จะฟื้นตัวได้ไว แต่ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปนะคะ เพราะ CureJet ไม่ได้เสกให้หลุมสิวตื้นขึ้นมาในทันที แต่สาร PDLLA จะค่อย ๆ เข้าไปเซ็ตตัวแล้วไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนซึ่งจะส่งผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 1-3 เดือนค่ะ โดยมาตรฐานทั่วไปแนะนำให้มาทำซ้ำทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ สม่ำเสมอติดต่อกัน 3-5 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่จึ้งสุด ๆ ค่ะ

เหมาะกับแผลเป็นหลุมสิวประเภทไหนนะ?
คอมโบระหว่าง CureJet + Juvelook มอบผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมากที่สุดกับรอยแผลเป็นกลุ่มนี้ค่ะ:
หลุมสิวแบบ Rolling scars — ลักษณะหลุมเป็นคลื่นขรุขระแบบลาดไหล่กว้าง
หลุมสิวแบบ Boxcar ที่ไม่ลึกจนเกินไป — ผิวยุบตัวลงแบบขอบชัดแต่ก้นหลุมตื้น
เนื้อผิวที่ขาดความสมดุล ละเอียดไม่สม่ำเสมอพ่วงมากับรูขุมขนกว้าง
ผู้ที่ต้องการเลี่ยงความเจ็บและไม่อยากใช้เวลาพักฟื้นนาน ๆ
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างนะคะ สำหรับหลุมสิวลึกแบบจิ้มเข็ม (Icepick) หรือหลุมสิวกล่องขอบชัดที่ลึกมาก ๆ ลำพังเพียงแค่ CureJet อาจจะยังไม่จุใจพอค่ะ ในกรณีนี้นิยมเลือกใช้ผสมผสานร่วมกับกลุ่มรูเข็มเร่งด่วน (Microneedle) หรือเลเซอร์กลุ่ม CO2 ร่วมด้วย สำหรับสูตรเด็ดคู่หู Microneedle + Juvelook ขอชวนไปอ่านต่อได้ที่บทความถัดไปด้วยกันนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ระหว่างการฉีด Juvelook แบบปกติ กับรักษาร่วมกับ CureJet ตัวไหนได้ผลดีกว่ากันคะ?
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและเป้าหมายในการรักษาเลยค่ะ สำหรับการฉีดด้วยเข็มปกติจะดีตรงที่ช่วยกำหนดตำแหน่งเจาะจงเฉพาะจุดที่ต้องการได้แม่นยำ ส่วน CureJet จะดีเริดในการกระจายตัวยาให้สมมาตรสม่ำเสมอกันบนพื้นที่อันกว้างขวาง เหมาะกับจุดที่หลุมสิวกินพื้นที่กว้างและจำเป็นต้องฟื้นฟูเทกซ์เจอร์ผิวไปพร้อมกันค่ะ
Q. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะสังเกตเห็นผลลัพธ์คะ?
ทำเพียงแค่ครั้งเดียวอาจจะยังมองเห็นการเปลี่ยนเปลงไม่ชัดเจนนักค่ะ โดยปกติแล้วความประทับใจจะค่อย ๆ ขึ้นมาสะสมจากคอลลาเจนที่สะสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการทำซ้ำ 3-5 ครั้ง ควรรักษาห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์ แนะนำให้คุณสาว ๆ และหนุ่ม ๆ วางแผนทำเป็นคอร์สต่อเนื่องจะดีที่สุด แทนที่จะหวังผลลัพธ์สตูว์ตื้นขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวนะคะ
Q. CureJet สามารถแทรกซึมไปถึงผิวชั้นแท้ได้จริง ๆ หรอคะ?
ใช่แล้วค่ะ มีผลข้อมูลการพิสูจน์ทางคลินิกอย่างเด่นชัดว่า แรงพ่นของตัวเครื่องมีความแรงพอที่จะนำส่งตัวยาผ่านชั้นหนังกำพร้าลงไปจนถึงผิวแท้ตอนบน (Upper Dermis) ได้เลยค่ะ ทว่าสำหรับแผลเป็นที่ดึงรั้งลึกดิ่งมาก หรือระดับพังผืดยึดลึกไปถึงชั้นไขมันใต้ผิว แรงเครื่องอาจจะยังเข้าไม่ถึงจุดนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นเหตุผลที่แนะนำในบางเคสให้ใช้หลากหัตถการควบคู่ร่วมกันค่ะ
บทความน่าอ่านที่แนะนำ
Microneedle + Juvelook — สูตรเด็ดรักษาหลุมสิวจัดเต็มระดับลึก
Potenza + Juvelook — ให้พลังความฟิต x3 ด้วยหมัดเด็ด RF Pumping Tip
Juvelook vs Rejuran — สกินบูสเตอร์ในเรื่องของคอลลาเจน มีข้อเหมือนข้อต่างกันอย่างไรบ้างนะ?
เช็กไอเทม Juvelook ใบหน้า 3 ไลน์ — ตัว Original · Volume · Skin แตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?
บทความน่าอ่านที่แนะนำ
Microneedle + Juvelook — สูตรเด็ดรักษาหลุมสิวจัดเต็มระดับลึก
Potenza + Juvelook — ให้พลังความฟิต x3 ด้วยหมัดเด็ด RF Pumping Tip
Juvelook vs Rejuran — สกินบูสเตอร์ในเรื่องของคอลลาเจน มีข้อเหมือนข้อต่างกันอย่างไรบ้างนะ?
เช็กไอเทม Juvelook ใบหน้า 3 ไลน์ — ตัว Original · Volume · Skin แตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง
สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม ความเจ็บมาจากไหน ยาชาแบบทาและแบบฉีดช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มาดูกัน

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวช่วงที่ผิวยังแดงกันค่ะ

ผิว
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ สรุปตามระยะการฟื้นตัว พร้อมวิธีดูแลกันรอยดำ

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน
ลบรอยสัก PicoWay พักฟื้นอย่างไร ตั้งแต่ Frosting สะเก็ด จนรอยสักค่อย ๆ จาง สรุปให้เข้าใจง่ายค่ะ

ผิว
ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการ ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่ดี บทความนี้รวมระยะที่ควรเว้นก่อนบินตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว



