
Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย
Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย
Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย
สำหรับรอยคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาต้อง Juvelook Eye ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกและต้นขาต้อง Juvelook Glam นี่คือไลน์อัพสุดพิเศษของ Juvelook ที่คุณควรทำความรู้จักต่อจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า 3 ขั้นตอนค่ะ
Juvelook Eye และ Juvelook Glam — 2 ไลน์พิเศษที่คิดค้นมาเพื่อรอบดวงตาและผิวกายโดยเฉพาะ
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์ 1. Juvelook คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA) 2. ไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ├─ 2.1 สำหรับผิวหน้า 3 สูตร (Juvelook, Volume, Skin) └─ 2.2 สำหรับเฉพาะจุด (Eye, Glam) ← บทความนี้ 3. การทำหัตถการร่วมกัน (Combination) ├─ 3.1 ทำคู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นโดยไม่ต้องใช้เข็ม) ├─ 3.2 ทำคู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) └─ 3.3 ทำคู่กับ Potenza (RF + หัวเข็ม Pumping) 4. เปรียบเทียบและการเลือก ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์ 1. Juvelook คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA) 2. ไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ├─ 2.1 สำหรับผิวหน้า 3 สูตร (Juvelook, Volume, Skin) └─ 2.2 สำหรับเฉพาะจุด (Eye, Glam) ← บทความนี้ 3. การทำหัตถการร่วมกัน (Combination) ├─ 3.1 ทำคู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นโดยไม่ต้องใช้เข็ม) ├─ 3.2 ทำคู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) └─ 3.3 ทำคู่กับ Potenza (RF + หัวเข็ม Pumping) 4. เปรียบเทียบและการเลือก ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้
🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ
Juvelook คืออะไร? — 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)
ไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด — 2.1 สำหรับผิวหน้า 3 สูตร (Juvelook, Volume, Skin)
การทำหัตถการร่วมกัน (Combination) — 3.1 ทำคู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นโดยไม่ต้องใช้เข็ม) · 3.2 ทำคู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 ทำคู่กับ Potenza (RF + หัวเข็ม Pumping)
เปรียบเทียบและการเลือก — 4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้
ขอสรุปสั้น ๆ ก่อนเลยนะคะว่า ไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Juvelook ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผิวหน้าเท่านั้นค่ะ โดย Juvelook Eye ได้ถูกปรับขนาดโมเลกุลให้เล็กลงเหลือเพียง 20μm เพื่อผิวรอบดวงตาที่บอบบางโดยเฉพาะ ส่วน Juvelook Glam จะเน้นการเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวกาย จึงพัฒนาให้มีขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นที่ใหญ่ขึ้นค่ะ พูดง่าย ๆ คือนี่คือ 2 ไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์บริเวณที่ผิวบอบบางที่สุดอย่างรอบดวงตา และบริเวณที่กว้างที่สุดอย่างก้นและต้นขาค่ะ
เฉพาะรอบดวงตา — ทำไม Juvelook Eye ถึงต้องปรับขนาดโมเลกุลให้เล็กลง?
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางและบอบบางมากที่สุดบนใบหน้าค่ะ ※ โดยชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) บริเวณนี้จะมีความหนาน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของบริเวณอื่น ๆ แถมเส้นเลือดและเส้นประสาทก็ยังอยู่ใกล้กับผิวชั้นบนมากด้วย ดังนั้น หากนำสูตรสำหรับผิวหน้าทั่วไปมาใช้ตรง ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดตุ่มนูน (Nodule) ผลข้างเคียงทางเส้นเลือด หรือผิวไม่เรียบเนียนเป็นคลื่นได้ง่ายมากค่ะ
ผิวหนังแท้ (Dermis): คือชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้าซึ่งอุดมไปด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับสภาพของชั้นผิวนี้เลยค่ะ รอบดวงตาของเราจะมีชั้นหนังแท้นี้บางกว่าบริเวณอื่น ๆ ทำให้เป็นจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือในการฉีดสูงมากค่ะ
Juvelook Eye ได้แก้ปัญหานี้โดย การปรับขนาดโมเลกุลของสารค่ะ โดยขนาดโมเลกุลเฉลี่ยของ PDLLA จะอยู่ที่ ประมาณ 20μm ซึ่งเล็กกว่า Juvelook Skin (ประมาณ 24μm) และ Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) ค่ะ เมื่อโมเลกุลเล็กลง อัตราการสลายตัวก็จะเร็วขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดการจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้แม้จะฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่บางมาก ๆ อย่างรอบดวงตา ก็แทบไม่มีความเสี่ยงที่ผิวจะเป็นคลื่นนูนขึ้นมาเลยค่ะ
อ้างอิงจาก ผลการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางคลินิกของการใช้ PDLLA บริเวณใต้ตา (lower eyelid) พบว่า PDLLA ที่มีขนาดโมเลกุลและความลึกในการฉีดที่เหมาะสม ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนรอบดวงตาได้อย่างยอดเยี่ยมและมีผลข้างเคียงต่ำมากค่ะ โดยในระหว่างที่ PDLLA ค่อย ๆ ย่อยสลายไปในช่วง 4-8 สัปดาห์ ※ เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) จะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ทำให้ชั้นผิวหนังแท้หนาและแข็งแรงขึ้น ซึ่งใช้หลักการเดียวกับสูตรผิวหน้าเลยค่ะ เพียงแต่เนื่องจากปริมาณและขนาดที่เล็กกว่า ผลลัพธ์จึงจะค่อย ๆ แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติและอ่อนโยนกว่าค่ะ
เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast): คือเซลล์ที่อาศัยอยู่ในชั้นผิวหนังแท้ มีหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อได้รับการกระตุ้นจาก PDLLA เซลล์นี้จะทำงานได้ดีขึ้น ช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนาขึ้นและฟื้นฟูความยืดหยุ่นให้กลับมาเหมือนเดิมค่ะ

ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์จาก Juvelook Eye — ตัวช่วยเรื่องรอยคล้ำใต้ตาและริ้วรอยเล็ก ๆ
สาว ๆ ที่กังวลเรื่องรอบดวงตาส่วนใหญ่จะมีปัญหาหลัก ๆ อยู่ 3 อย่างค่ะ คือ รอยดำคล้ำใต้ตา, ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา และใต้ตาโบ๋หย่อนคล้อย ซึ่ง Juvelook Eye คือ ไลน์ที่ช่วยดูแลทั้ง 3 ปัญหานี้ได้ในคราวเดียวเลยค่ะ
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยดำคล้ำใต้ตา เป็นเพราะผิวรอบดวงตาบางจนมองเห็นเส้นเลือดดำและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังค่ะ เมื่อ PDLLA เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนจนทำให้ชั้นหนังแท้หนาขึ้น การมองทะลุเห็นรอยเส้นเลือดสีคล้ำก็จะลดลง ส่งผลให้ใต้ตาดูสว่างกระจ่างใสขึ้น ในขณะเดียวกัน คอลลาเจนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจะเข้าไปเติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยสร้างวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ แก้ปัญหาใต้ตายุบตัวได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม Juvelook Eye อาจไม่ได้แก้ปัญหารอยดำคล้ำใต้ตาจากทุกสาเหตุนะคะ สำหรับรอยคล้ำที่เกิดจากเม็ดสี (Melanin) หรือการหย่อนคล้อยลึกจากโครงสร้างกระดูก วิธีนี้อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แม้ว่าจะได้ผลดีมากกับรอยคล้ำ ริ้วรอย หรือรอยย่นที่เกิดจากชั้นผิวบางและขาดความยืดหยุ่น แต่การเข้ามาปรึกษากับคุณหมอเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงก่อนทำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ

สำหรับผิวกายโดยเฉพาะ — ตำแหน่งที่เหมาะสมของ Juvelook Glam
Juvelook Glam คือไลน์น้องใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาสำหรับผิวกายโดยเฉพาะค่ะ โดยเน้นการสร้างวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณกว้างที่ไม่ใช่ใบหน้า เช่น สะโพก, ต้นขา, ต้นแขน และบริเวณเนินอก (Decollete)
เนื่องจากผิวบริเวณลำตัวมีพื้นที่กว้างและมีความหนาของชั้นผิวแตกต่างกันไปในแต่ละจุด หากนำสูตรสำหรับใบหน้ามาใช้ก็อาจจะต้องใช้ปริมาณยาเยอะมากและใช้เวลาในการทำนานเกินไปค่ะ Juvelook Glam จึงถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเพิ่มปริมาณของ PDLLA ต่อขวดให้มากขึ้น และขยายขนาดโมเลกุลให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถ ดูแลพื้นที่ผิวบริเวณกว้างได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
บริเวณยอดฮิตที่นิยมทำกันก็คือ การยกกระชับบั้นท้าย (Hip-up), แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยใต้ท้องแขน หรือต้นขาด้านในค่ะ แตกต่างจากฟิลเลอร์ตัวทั่วไปที่เน้นแค่การเติมวอลลุ่มชั่วคราว เพราะ Juvelook Glam จะใช้ PDLLA เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวจริงดูเด่นชัดขึ้น หลังจากทำไปประมาณ 1-3 เดือนจะรู้สึกได้เลยค่ะว่าผิวเรียบเนียน ละเอียด และตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
จาก คู่มือแนวทางสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างผิวและใช้เพื่อความงามของสารไมโครพาร์ติเคิล PDLLA ระบุไว้เช่นกันว่า สูตรผสมของ PDLLA + HA สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวกายส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากใบหน้าได้ดีมาก ๆ ค่ะ ซึ่ง Juvelook Glam ก็คือผลลัพธ์ของการนำนวัตกรรมที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากผิวหน้า มาต่อยอดเพื่อการดูแลผิวกายนั่นเอง

แล้วไลน์ไหนที่เหมาะกับเรากันนะ?
ง่าย ๆ เลยค่ะ บริเวณผิวที่มีปัญหาจะเป็นตัวกำหนดไลน์ที่ต้องใช้ โดยสรุปได้ดังนี้ค่ะ
รอยคล้ำใต้ตา / ริ้วรอยรอบดวงตา / ใต้ตาโบ๋หย่อนคล้อย → Juvelook Eye
ก้น / ต้นขา / ต้นแขน / เนินอก → Juvelook Glam
เพิ่มวอลลุ่ม, ปรับผิวเรียบเนียน, ปรับโทนสีผิวทั่วใบหน้า → สูตรสำหรับผิวหน้า 3 รุ่น (ลองย้อนกลับไปอ่านบทความที่แล้วได้เลยค่ะ)
ลูกค้าหลาย ๆ ท่านมักจะเลือกทำ Juvelook Eye ร่วมกับโปรแกรมดูแลผิวหน้าอื่น ๆ ในวันเดียวกันค่ะ เช่น ฉีดสูตร Original หรือ Volume ทั่วใบหน้า แล้วเพิ่มสูตร Eye เฉพาะรอบดวงตา ส่วน Juvelook Glam นั้น แนะนำให้แยกทำอีกนัดต่างหากจะดีกว่าค่ะ เพราะผิวกายมีพื้นที่กว้าง จึงควรเผื่อเวลาให้ผิวได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ค่ะ
ในบทความถัดไป เราจะมาเล่าเกี่ยวกับการทำ Juvelook ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ อย่าง CureJet, Microneedle และ Potenza กันนะคะ เพราะนอกจากตัวยาแล้ว "วิธีการส่งสารเข้าสู่ผิว" ก็เป็นคีย์หลักที่ตัดสินผลลัพธ์เช่นกันค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ฉีด Juvelook Eye แล้วจะช่วยให้รอยดำคล้ำใต้ตาหายสนิทเลยไหมคะ?
ช่วยให้เงาคล้ำที่เกิดจากผิวใต้ตาบางดูจางลงได้ดีมากค่ะ แต่สำหรับรอยคล้ำที่เกิดจากเม็ดสีเมลานิน หรือเคสใต้ตาโบ๋ลึกจากโครงสร้างกระดูก อาจจะต้องใช้วิธีอื่นร่วมรักษาด้วยค่ะ ดังนั้น แนะนำให้เข้ามาคุยให้คุณหมอช่วยวิเคราะห์สาเหตุก่อนเริ่มโปรแกรมนะคะ
Q. Juvelook Glam ช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหมคะ?
Juvelook Glam ช่วยเพิ่มความหนาแน่นและความยืดหยุ่นของผิวผ่านการกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ จึงอาจมีส่วนช่วยลดรอยคลื่นฟองน้ำของเซลลูไลท์บริเวณผิวชั้นบนให้ดูสมูทขึ้นได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดเซลล์ไขมันสะสมโดยตรงนะคะ หากความกังวลหลักคือเซลลูไลท์ แนะนำให้ทำร่วมกับหัตถการสลายไขมันอื่น ๆ เพิ่มเติมค่ะ
Q. สามารถฉีด Juvelook Eye และ Glam พร้อมกันในวันเดียวเลยได้ไหมคะ?
สามารถทำได้ค่ะ แต่เนื่องจากสูตร Glam เป็นการฉีดในบริเวณผิวกายที่กว้างและต้องใช้ปริมาณค่อนข้างเยอะ ซึ่งอาจต้องมีการปรับตัวและใช้เวลาพักฟื้น คนไข้ส่วนใหญ่จึงนิยมแยกทำคนละวันเพื่อความสบายตัวมากกว่าค่ะ ทั้งนี้สามารถปรึกษาเพื่อวางแผนร่วมกับคุณหมอก่อนได้เลยค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
Juvelook Eye และ Juvelook Glam — 2 ไลน์พิเศษที่คิดค้นมาเพื่อรอบดวงตาและผิวกายโดยเฉพาะ
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์ 1. Juvelook คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA) 2. ไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ├─ 2.1 สำหรับผิวหน้า 3 สูตร (Juvelook, Volume, Skin) └─ 2.2 สำหรับเฉพาะจุด (Eye, Glam) ← บทความนี้ 3. การทำหัตถการร่วมกัน (Combination) ├─ 3.1 ทำคู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นโดยไม่ต้องใช้เข็ม) ├─ 3.2 ทำคู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) └─ 3.3 ทำคู่กับ Potenza (RF + หัวเข็ม Pumping) 4. เปรียบเทียบและการเลือก ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้
🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ
Juvelook คืออะไร? — 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)
ไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด — 2.1 สำหรับผิวหน้า 3 สูตร (Juvelook, Volume, Skin)
การทำหัตถการร่วมกัน (Combination) — 3.1 ทำคู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นโดยไม่ต้องใช้เข็ม) · 3.2 ทำคู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 ทำคู่กับ Potenza (RF + หัวเข็ม Pumping)
เปรียบเทียบและการเลือก — 4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook เข้าใต้ชั้นผิวหนังแท้
ขอสรุปสั้น ๆ ก่อนเลยนะคะว่า ไลน์ผลิตภัณฑ์ของ Juvelook ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผิวหน้าเท่านั้นค่ะ โดย Juvelook Eye ได้ถูกปรับขนาดโมเลกุลให้เล็กลงเหลือเพียง 20μm เพื่อผิวรอบดวงตาที่บอบบางโดยเฉพาะ ส่วน Juvelook Glam จะเน้นการเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวกาย จึงพัฒนาให้มีขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นที่ใหญ่ขึ้นค่ะ พูดง่าย ๆ คือนี่คือ 2 ไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์บริเวณที่ผิวบอบบางที่สุดอย่างรอบดวงตา และบริเวณที่กว้างที่สุดอย่างก้นและต้นขาค่ะ
เฉพาะรอบดวงตา — ทำไม Juvelook Eye ถึงต้องปรับขนาดโมเลกุลให้เล็กลง?
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางและบอบบางมากที่สุดบนใบหน้าค่ะ ※ โดยชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) บริเวณนี้จะมีความหนาน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของบริเวณอื่น ๆ แถมเส้นเลือดและเส้นประสาทก็ยังอยู่ใกล้กับผิวชั้นบนมากด้วย ดังนั้น หากนำสูตรสำหรับผิวหน้าทั่วไปมาใช้ตรง ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดตุ่มนูน (Nodule) ผลข้างเคียงทางเส้นเลือด หรือผิวไม่เรียบเนียนเป็นคลื่นได้ง่ายมากค่ะ
ผิวหนังแท้ (Dermis): คือชั้นผิวที่อยู่ใต้ชั้นกำพร้าซึ่งอุดมไปด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับสภาพของชั้นผิวนี้เลยค่ะ รอบดวงตาของเราจะมีชั้นหนังแท้นี้บางกว่าบริเวณอื่น ๆ ทำให้เป็นจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือในการฉีดสูงมากค่ะ
Juvelook Eye ได้แก้ปัญหานี้โดย การปรับขนาดโมเลกุลของสารค่ะ โดยขนาดโมเลกุลเฉลี่ยของ PDLLA จะอยู่ที่ ประมาณ 20μm ซึ่งเล็กกว่า Juvelook Skin (ประมาณ 24μm) และ Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) ค่ะ เมื่อโมเลกุลเล็กลง อัตราการสลายตัวก็จะเร็วขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดการจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้แม้จะฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่บางมาก ๆ อย่างรอบดวงตา ก็แทบไม่มีความเสี่ยงที่ผิวจะเป็นคลื่นนูนขึ้นมาเลยค่ะ
อ้างอิงจาก ผลการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางคลินิกของการใช้ PDLLA บริเวณใต้ตา (lower eyelid) พบว่า PDLLA ที่มีขนาดโมเลกุลและความลึกในการฉีดที่เหมาะสม ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนรอบดวงตาได้อย่างยอดเยี่ยมและมีผลข้างเคียงต่ำมากค่ะ โดยในระหว่างที่ PDLLA ค่อย ๆ ย่อยสลายไปในช่วง 4-8 สัปดาห์ ※ เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) จะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ทำให้ชั้นผิวหนังแท้หนาและแข็งแรงขึ้น ซึ่งใช้หลักการเดียวกับสูตรผิวหน้าเลยค่ะ เพียงแต่เนื่องจากปริมาณและขนาดที่เล็กกว่า ผลลัพธ์จึงจะค่อย ๆ แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติและอ่อนโยนกว่าค่ะ
เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast): คือเซลล์ที่อาศัยอยู่ในชั้นผิวหนังแท้ มีหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อได้รับการกระตุ้นจาก PDLLA เซลล์นี้จะทำงานได้ดีขึ้น ช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนาขึ้นและฟื้นฟูความยืดหยุ่นให้กลับมาเหมือนเดิมค่ะ

ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์จาก Juvelook Eye — ตัวช่วยเรื่องรอยคล้ำใต้ตาและริ้วรอยเล็ก ๆ
สาว ๆ ที่กังวลเรื่องรอบดวงตาส่วนใหญ่จะมีปัญหาหลัก ๆ อยู่ 3 อย่างค่ะ คือ รอยดำคล้ำใต้ตา, ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา และใต้ตาโบ๋หย่อนคล้อย ซึ่ง Juvelook Eye คือ ไลน์ที่ช่วยดูแลทั้ง 3 ปัญหานี้ได้ในคราวเดียวเลยค่ะ
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยดำคล้ำใต้ตา เป็นเพราะผิวรอบดวงตาบางจนมองเห็นเส้นเลือดดำและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนังค่ะ เมื่อ PDLLA เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนจนทำให้ชั้นหนังแท้หนาขึ้น การมองทะลุเห็นรอยเส้นเลือดสีคล้ำก็จะลดลง ส่งผลให้ใต้ตาดูสว่างกระจ่างใสขึ้น ในขณะเดียวกัน คอลลาเจนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจะเข้าไปเติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยสร้างวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ แก้ปัญหาใต้ตายุบตัวได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม Juvelook Eye อาจไม่ได้แก้ปัญหารอยดำคล้ำใต้ตาจากทุกสาเหตุนะคะ สำหรับรอยคล้ำที่เกิดจากเม็ดสี (Melanin) หรือการหย่อนคล้อยลึกจากโครงสร้างกระดูก วิธีนี้อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แม้ว่าจะได้ผลดีมากกับรอยคล้ำ ริ้วรอย หรือรอยย่นที่เกิดจากชั้นผิวบางและขาดความยืดหยุ่น แต่การเข้ามาปรึกษากับคุณหมอเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงก่อนทำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ

สำหรับผิวกายโดยเฉพาะ — ตำแหน่งที่เหมาะสมของ Juvelook Glam
Juvelook Glam คือไลน์น้องใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาสำหรับผิวกายโดยเฉพาะค่ะ โดยเน้นการสร้างวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณกว้างที่ไม่ใช่ใบหน้า เช่น สะโพก, ต้นขา, ต้นแขน และบริเวณเนินอก (Decollete)
เนื่องจากผิวบริเวณลำตัวมีพื้นที่กว้างและมีความหนาของชั้นผิวแตกต่างกันไปในแต่ละจุด หากนำสูตรสำหรับใบหน้ามาใช้ก็อาจจะต้องใช้ปริมาณยาเยอะมากและใช้เวลาในการทำนานเกินไปค่ะ Juvelook Glam จึงถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเพิ่มปริมาณของ PDLLA ต่อขวดให้มากขึ้น และขยายขนาดโมเลกุลให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถ ดูแลพื้นที่ผิวบริเวณกว้างได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
บริเวณยอดฮิตที่นิยมทำกันก็คือ การยกกระชับบั้นท้าย (Hip-up), แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยใต้ท้องแขน หรือต้นขาด้านในค่ะ แตกต่างจากฟิลเลอร์ตัวทั่วไปที่เน้นแค่การเติมวอลลุ่มชั่วคราว เพราะ Juvelook Glam จะใช้ PDLLA เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวจริงดูเด่นชัดขึ้น หลังจากทำไปประมาณ 1-3 เดือนจะรู้สึกได้เลยค่ะว่าผิวเรียบเนียน ละเอียด และตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
จาก คู่มือแนวทางสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างผิวและใช้เพื่อความงามของสารไมโครพาร์ติเคิล PDLLA ระบุไว้เช่นกันว่า สูตรผสมของ PDLLA + HA สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวกายส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากใบหน้าได้ดีมาก ๆ ค่ะ ซึ่ง Juvelook Glam ก็คือผลลัพธ์ของการนำนวัตกรรมที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากผิวหน้า มาต่อยอดเพื่อการดูแลผิวกายนั่นเอง

แล้วไลน์ไหนที่เหมาะกับเรากันนะ?
ง่าย ๆ เลยค่ะ บริเวณผิวที่มีปัญหาจะเป็นตัวกำหนดไลน์ที่ต้องใช้ โดยสรุปได้ดังนี้ค่ะ
รอยคล้ำใต้ตา / ริ้วรอยรอบดวงตา / ใต้ตาโบ๋หย่อนคล้อย → Juvelook Eye
ก้น / ต้นขา / ต้นแขน / เนินอก → Juvelook Glam
เพิ่มวอลลุ่ม, ปรับผิวเรียบเนียน, ปรับโทนสีผิวทั่วใบหน้า → สูตรสำหรับผิวหน้า 3 รุ่น (ลองย้อนกลับไปอ่านบทความที่แล้วได้เลยค่ะ)
ลูกค้าหลาย ๆ ท่านมักจะเลือกทำ Juvelook Eye ร่วมกับโปรแกรมดูแลผิวหน้าอื่น ๆ ในวันเดียวกันค่ะ เช่น ฉีดสูตร Original หรือ Volume ทั่วใบหน้า แล้วเพิ่มสูตร Eye เฉพาะรอบดวงตา ส่วน Juvelook Glam นั้น แนะนำให้แยกทำอีกนัดต่างหากจะดีกว่าค่ะ เพราะผิวกายมีพื้นที่กว้าง จึงควรเผื่อเวลาให้ผิวได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ค่ะ
ในบทความถัดไป เราจะมาเล่าเกี่ยวกับการทำ Juvelook ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ อย่าง CureJet, Microneedle และ Potenza กันนะคะ เพราะนอกจากตัวยาแล้ว "วิธีการส่งสารเข้าสู่ผิว" ก็เป็นคีย์หลักที่ตัดสินผลลัพธ์เช่นกันค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ฉีด Juvelook Eye แล้วจะช่วยให้รอยดำคล้ำใต้ตาหายสนิทเลยไหมคะ?
ช่วยให้เงาคล้ำที่เกิดจากผิวใต้ตาบางดูจางลงได้ดีมากค่ะ แต่สำหรับรอยคล้ำที่เกิดจากเม็ดสีเมลานิน หรือเคสใต้ตาโบ๋ลึกจากโครงสร้างกระดูก อาจจะต้องใช้วิธีอื่นร่วมรักษาด้วยค่ะ ดังนั้น แนะนำให้เข้ามาคุยให้คุณหมอช่วยวิเคราะห์สาเหตุก่อนเริ่มโปรแกรมนะคะ
Q. Juvelook Glam ช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหมคะ?
Juvelook Glam ช่วยเพิ่มความหนาแน่นและความยืดหยุ่นของผิวผ่านการกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ จึงอาจมีส่วนช่วยลดรอยคลื่นฟองน้ำของเซลลูไลท์บริเวณผิวชั้นบนให้ดูสมูทขึ้นได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดเซลล์ไขมันสะสมโดยตรงนะคะ หากความกังวลหลักคือเซลลูไลท์ แนะนำให้ทำร่วมกับหัตถการสลายไขมันอื่น ๆ เพิ่มเติมค่ะ
Q. สามารถฉีด Juvelook Eye และ Glam พร้อมกันในวันเดียวเลยได้ไหมคะ?
สามารถทำได้ค่ะ แต่เนื่องจากสูตร Glam เป็นการฉีดในบริเวณผิวกายที่กว้างและต้องใช้ปริมาณค่อนข้างเยอะ ซึ่งอาจต้องมีการปรับตัวและใช้เวลาพักฟื้น คนไข้ส่วนใหญ่จึงนิยมแยกทำคนละวันเพื่อความสบายตัวมากกว่าค่ะ ทั้งนี้สามารถปรึกษาเพื่อวางแผนร่วมกับคุณหมอก่อนได้เลยค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด


ผิว
Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์
Sculptra 에서 아쉬웠던 부분을 한국의 Juvelook이 어떻게 채워줬을까요? HA 결합으로 즉각적인 효과와 장기적인 콜라겐 재생을 동시에 선사하는 K-beauty skin booster 이야기를 만나보세요.


ผิว
Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวหนังของเราบ้างคะ
ทำไมหลังทำทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นผล แต่ผ่านไป 1 เดือนผิวกลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? และทำไมแม้ตัวยา PDLLA จะสลายไปแล้ว แต่คอลลาเจนยังคงอยู่? — ถ้าเข้าใจหลักการทำงานแล้วจะร้องอ๋อเลยค่ะ


โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร
Juvelook (30μm), Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) และ Juvelook skin ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นค่ะ วันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยว่า ควรใช้ไลน์ไหนกับบริเวณไหนดีนะ


ร่างกาย
Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย
สำหรับรอยคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาต้อง Juvelook Eye ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกและต้นขาต้อง Juvelook Glam นี่คือไลน์อัพสุดพิเศษของ Juvelook ที่คุณควรทำความรู้จักต่อจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า 3 ขั้นตอนค่ะ


ผิว
CureJet + Juvelook — วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม
สำหรับรอยแผลเป็นสิวชนิดหลุมลึก ทั้งแบบ 롤링 (rolling scar) และ 박스카 (boxcar scar) การจับคู่กันของ CureJet + Juvelook ถือว่าตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับการทำ 서브시전 (subcision) ด้วยเข็มแบบเดิมแล้ว ระดับความเจ็บ (VAS) ลดลงจาก 5.4 เหลือเพียง 2.9 แถมยังช่วยลด downtime แบบไม่มีรอยช้ำกวนใจอีกด้วย


ผิว
Microneedle + Juvelook — การจับคู่ที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นลึก
สำหรับรอยแผลเป็นหลุมลึกแบบกล่อง (boxcar) และแผลเป็นคีลอยด์หดรัดแบบผสม การรักษาด้วย Micro-needling ร่วมกับ Juvelook เป็นคู่ที่เข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ โดยหลักการทำงานจะช่วยกระตุ้นทั้งกระบวนการรักษาแผล (wound healing) ควบคู่ไปกับการกระตุ้นของสาร PDLLA พร้อมๆ กัน
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
