• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ถ้าใช้ Sofwave ในการยกหน้าผากและแนวไรผม ผิวที่หย่อนคล้อยจะดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

ถ้าใช้ Sofwave ในการยกหน้าผากและแนวไรผม ผิวที่หย่อนคล้อยจะดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

ถ้าใช้ Sofwave ในการยกหน้าผากและแนวไรผม ผิวที่หย่อนคล้อยจะดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

Sofwave 이마 리프팅 (รีฟท์หน้าผาก) — เจาะลึกตั้งแต่หลักการทำงานในการยกกระชับหน้าผากและแนวไรผมที่หย่อนคล้อย ไปจนถึงระยะเวลาการฟื้นตัวและช่วงเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์

หากคุณรู้สึกว่าหน้าผากดูหนักๆ และแนวไรผมดูคล้อยต่ำลงกว่าแต่ก่อน ทุกครั้งที่แสดงสีหน้าก็มักจะถูกทักว่าดูเหนื่อยล้าได้ง่ายค่ะ ในเวลาแบบนี้ หลายคนที่กำลังศึกษาเรื่องการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์อาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อ Sofwave vs Shurink เป็นครั้งแรก และสงสัยว่ามันจะช่วยยกกระชับได้จริงไหม และผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติแค่ไหน

 

หากตอบแบบสั้นๆ Sofwave vs Shurink เป็นวิธีการส่งผ่านความร้อนเข้าไปใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนสร้างตัวขึ้นมาใหม่ ดังนั้น แทนที่จะเห็นผลลัพธ์ยกกระชับทันทีหลังทำ ผิวจะค่อยๆ กระชับขึ้นในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ เนื่องจากบริเวณหน้าผากและแนวไรผมเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมากและมีผิวที่บาง หากเราทำความเข้าใจกระบวนการค่อยเป็นค่อยไปนี้ก่อนเริ่มทำ ก็จะช่วยให้ฟื้นฟูผิวได้อย่างสบายใจและคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ

 

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจอง สำหรับการเข้ารับบริการจริงและวิธีการรักษาที่เหมาะสม กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนร่วมกันค่ะ

 

สิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้

  • เข้าใจสาเหตุที่ทำให้หน้าผากและแนวไรผมดูหย่อนคล้อยก่อนบริเวณอื่น

  • ทราบความแตกต่างระหว่าง Sofwave vs Shurink กับการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์แบบอื่นๆ

  • เห็นภาพขั้นตอนการทำหัตถการและการพักฟื้นล่วงหน้า

  • ทราบว่าผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้เมื่อไหร่และจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน

 

ทำไมหน้าผากและแนวไรผมถึงหย่อนคล้อยก่อนเพื่อน?

หน้าผากและแนวไรผมเป็นบริเวณที่กล้ามเนื้อหน้าผากต้องขยับขึ้นลงทุกครั้งที่เราแสดงสีหน้าค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System)* ที่ทำหน้าที่พยุงผิวเกิดความหย่อนคล้อยลงตามอายุ คิ้วและแนวไรผมก็จะตกลงมาด้วย ทำให้หน้าผากดูหนักและดูเหนื่อยล้าค่ะ

SMAS*: คือชั้นพังผืดที่พยุงกล้ามเนื้อและไขมันใต้ผิวหนัง เป็นโครงสร้างหลักที่การยกกระชับมุ่งเป้าหมายไปที่ชั้นนี้ เมื่อชั้นนี้แข็งแรงขึ้น ความหย่อนคล้อยก็จะลดลงค่ะ

 

Sofwave vs Shurink จะส่งผ่านความร้อนโดยเน้นไปที่ชั้นพังผืดตื้นๆ และชั้นหนังแท้ เช่นเดียวกับอธิบายที่ว่า คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสขนาดเล็กจะสร้างจุดความร้อนในระดับความลึกต่างๆ ใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นเซลล์สร้างคอลลาเจน (Fibroblasts) ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่กระตุ้นโครงสร้างพยุงผิวโดยแทบไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับผิวชั้นนอกเลยค่ะ ดังนั้น แม้จะไม่ต้องผ่าตัด ก็สามารถค่อยๆ ยกกระชับหน้าผากและแนวไรผมที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึงขึ้นได้ค่ะ

이마 피부층과 초음파 초점 깊이이마와 헤어라인, 왜 먼저 늘어질까요?

 

 

ความแตกต่างจากการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์แบบอื่นคืออะไร?

เมื่อพูดถึงการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ หลายคนมักจะนึกถึงกลุ่มเครื่องไฮฟู่ (HIFU) พลังงานสูงก่อนเป็นอันดับแรก แม้ว่า Sofwave vs Shurink จะใช้คลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกัน แต่ความลึกและวิธีการสะสมความร้อนจะแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้ให้ความรู้สึกระคายเคืองและชั้นผิวที่ดูแลแตกต่างกันค่ะ

ประเภท

Sofwave vs Shurink

กลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูง (HIFU)

ชั้นผิวเป้าหมายหลัก

ชั้นหนังแท้ ~ ชั้นพังผืดตื้น

ชั้นหนังแท้ ~ ชั้น SMAS ลึก

วิธีการส่งผ่านความร้อน

กระจายจุดโฟกัสความร้อนอย่างละเอียดถี่ๆ

จุดโฟกัสพลังงานสูงทีละจุด

ความรู้สึกขณะทำ

เน้นความรู้สึกอุ่นๆ ร้อนๆ

รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ อย่างชัดเจนเป็นระยะ

บริเวณที่เหมาะสม

บริเวณที่ผิวบาง เช่น หน้าผาก, แนวไรผม

บริเวณที่หย่อนคล้อยมาก เช่น แก้ม, กรอบหน้า

ไม่มีเครื่องไหนที่ดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับบริเวณผิวที่ต้องการดูแลและระดับความหย่อนคล้อย สำหรับบริเวณที่ผิวบางและมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมากอย่างหน้าผากและแนวไรผม การใช้วิธีกระจายความร้อนอย่างละเอียดและนุ่มนวลจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ

다른 초음파 리프팅과의 차이는 무엇일까요?

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้ให้ความสำคัญแค่กับชื่อเครื่องมือ แต่เราใส่ใจวิเคราะห์ทิศทางและระดับความหย่อนคล้อยของหน้าผากคุณก่อนเป็นอันดับแรก แม้จะเป็นโปรแกรม Sofwave vs Shurink เหมือนกัน แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาแนวไรผมย้อยลงมา กับผู้ที่มีปัญหาเฉพาะคิ้วดูตกหนัก จุดที่ต้องเน้นส่งผ่านความร้อนย่อมแตกต่างกัน ซึ่งเราจะช่วยวิเคราะห์ทิศทางของความหย่อนคล้อยร่วมกับคุณในขั้นตอนการปรึกษาค่ะ และเนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดเล็กที่อบอุ่น เดินทางสะดวกจากสถานี Hapjeong เราจึงสามารถดูแลใส่ใจ ติดตามอัตราการฟื้นตัวและการตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจนของแต่ละบุคคลเพื่อช่วยกำหนดจังหวะการทำทรีตเมนต์ครั้งต่อไปได้อย่างเหมาะสมที่สุดค่ะ

왜 합정 뷰티스톤일까요?

 

 

ขั้นตอนการทำและระยะเวลาพักฟื้นของ Sofwave vs Shurink เป็นอย่างไร?

ขั้นตอนการดูแลจะเริ่มจากการแปะยาชาแล้วรอให้ยาชาออกฤทธิ์ จากนั้นจึงเริ่มส่งผ่านคลื่นอัลตราซาวด์ไปตามหน้าผากและแนวไรผมค่ะ แม้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบริเวณ แต่เวลาในการยิงพลังงานจริงจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น จึงไม่รู้สึกอึดอัดหรือกังวลเลยค่ะ ในระหว่างทำ คุณอาจรู้สึกอุ่นร้อนและรู้สึกสั่นสะเทือนสั้นๆ บริเวณใกล้กระดูก ซึ่งเป็นระดับที่คนไข้ส่วนใหญ่ทนได้สบายมากค่ะ

 

ทันทีหลังทำ อาจมีความแดงหรือบวมเล็กน้อยชั่วคราว แต่โดยทั่วไปจะลดลงภายในไม่กี่วัน และนี่คือแนวโน้มการฟื้นตัวตามจังหวะเวลาค่ะ

시술 후 붉음·부기 가라앉는 흐름

ปกติแล้วสามารถแต่งหน้าได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเลยค่ะ แนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนของเลือดอย่างมาก เช่น การอบซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนักๆ ประมาณ 3-5 วันเพื่อความปลอดภัย เพียงแค่หลีกเลี่ยงการถูหรือกดทับบริเวณที่ทำแรงๆ คุณก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติอย่างรวดเร็วค่ะ

소프웨이브 시술 과정과 회복은 어떻게 될까요?

 

 

ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นเมื่อไหร่ และจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

หัวใจสำคัญของ Sofwave vs Shurink คือ "คอลลาเจนที่เกิดใหม่ (Neocollagenesis)*" ดังนั้น ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป มากกว่าที่จะเห็นผลทันทีหลังทำค่ะ เนื่องจากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่ได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อนต้องใช้เวลาในการสร้างและจัดเรียงตัวคอลลาเจนใหม่

คอลลาเจนที่เกิดใหม่*: คือคอลลาเจนใหม่ที่ผิวสร้างขึ้นหลังจากได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อน ซึ่งไม่ได้สร้างเสร็จภายในเวลาไม่กี่วัน แต่จะค่อยๆ เติมเต็มและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ

 

ในความเป็นจริง งานวิจัยเกี่ยวกับคลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสระบุว่า ดัชนีความยืดหยุ่นของผิวจะดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงสัปดาห์ที่ 12-24 มากกว่าในช่วงสัปดาห์ที่ 4 หลังการทำค่ะ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของหน้าผากและแนวไรผมจึงมักจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดในช่วงประมาณ 2-3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีค่ะ ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน หากทากันแดดอย่างสม่ำเสมอและติดตามอัตราการสูญเสียคอลลาเจนเพื่อกำหนดนัดหมายครั้งต่อไป ก็จะช่วยให้รักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้นค่ะ บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไปเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมเฉพาะบุคคลก่อนทำนะคะ

효과는 언제부터 보이고 얼마나 유지될까요?

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ทำ Sofwave vs Shurink แค่ครั้งเดียว หน้าผากจะยกกระชับขึ้นทันทีเลยไหมคะ?

 

A. แทนที่จะเป็นการยกขึ้นทันทีในครั้งเดียว หัตถการนี้เป็นแนวทางที่ช่วยชะลอความหย่อนคล้อยและค่อยๆ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ หากคุณมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก อาจจำเป็นต้องแบ่งทำหลายครั้ง หรือวางแผนทำร่วมกับโปรแกรมดูแลผิวอื่นๆ แนะนำให้พูดคุยรายละเอียดและปรึกษาจำนวนครั้งที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณตอนเข้ามาปรึกษานะคะ

 

Q. ตอนทำเจ็บมากไหมคะ?

 

A. เนื่องจากมีการแปะยาชาก่อนทำ คนไข้ส่วนใหญ่จึงรู้สึกเพียงแค่ลื่นไหลอุ่นๆ ร้อนๆ และรู้สึกสั่นกระตุกสั้นๆ เท่านั้นค่ะ บริเวณแนวไรผมหรือจุดที่ใกล้กระดูกอาจมีความรู้สึกไวมากกว่าจุดอื่นเล็กน้อย แต่แพทย์สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมระหว่างทำได้ ดังนั้นหากรู้สึกไม่สบายตัวตรงไหน สามารถบอกเจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ตลอดสัญญานเลยนะคะ

 

Q. หลังทำเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหมคะ?

 

A. คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยในวันเดียวกันค่ะ เพียงแต่งดกิจกรรมที่เพิ่มอุณหภูมิร่างกายและการหมุนเวียนเลือดมากๆ เช่น การเข้าซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนักๆ ประมาณ 3-5 วัน ส่วนการล้างหน้าและดูแลผิวขั้นพื้นฐานสามารถทำได้ตามปกติในวันนั้นเลยค่ะ โดยหลีกเลี่ยงการถูบริเวณที่รักษาแรงๆ ก็พอค่ะ

 

Q. ควรสังเกตและประเมินผลลัพธ์ตอนไหนดีที่สุดคะ?

 

A. ผลลัพธ์จะเด่นชัดที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนใหม่ได้รับการเติมเต็มอย่างเต็มที่ค่ะ ดังนั้น แทนที่จะด่วนตัดสินผลลัพธ์ในสัปดาห์แรก แนะนำให้ค่อยๆ สังเกตการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาสองถึงสามเดือนจะดีที่สุดค่ะ หลังจากนั้นสามารถประเมินระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์เพื่อวางแผนกำหนดทำครั้งต่อไปได้อย่างต่อเนื่องเป็นธรรมชาติค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ลิทูโอ (Lituo) มีส่วนผสมจากเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human allogeneic dermis) แบบนี้สามารถมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้เต็มที่เลยไหมคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง

สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

สำหรับบริเวณที่ผิวบางและบอบบางมากๆ อย่างรอบดวงตา จะสามารถใช้ Sofwave lifting เพื่อช่วยคืนความยืดหยุ่นและกระชับผิวได้ไหมคะ?

ยกกระชับ

ผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ได้ไหม

ผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ยกกระชับได้แค่ไหน ต่างจาก Shurink อย่างไร พร้อมข้อควรระวังค่ะ

รู้สึกหน้าผากแบนและเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ เพิ่มขึ้น จะลองเติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติด้วย Juvelook skin booster ดีไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ Juvelook ช่วยได้ไหม

หน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ Juvelook ช่วยอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ตรงไหน พร้อมข้อควรระวังค่ะ

หากคุณกำลังมองหาเลเซอร์กำจัดขน (hair removal laser) แบบไหนจะเหมาะกับคุณมากกว่ากัน ระหว่าง GentleMax Pro Plus กับ Alexandrite?

กำจัดขน

กำจัดขน เลือก GentleMax Pro Plus หรือ Alexandrite

กำจัดขน GentleMax Pro Plus กับ Alexandrite ต่างกันตรงไหน เลือกจากความยาวคลื่นและผิวค่ะ

หลังจากทำ Onda lifting แล้วเกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบหรือมีรอยแดง ควรดูแลตัวเองอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรติดต่อ Clinic คะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Onda มีอาการร้อนและแดง ดูแลอย่างไร

หลังทำ Onda มีอาการร้อนและผิวแดง ควรดูแลอย่างไร เมื่อไรควรติดต่อคลินิก พร้อมข้อควรระวังค่ะ

หลังจากทำ skin booster หรือโปรแกรมดูแลผิวมาแล้ว ควรเว้นระยะกี่วันถึงจะกลับไปออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งให้เหงื่อออกได้ตามปกติคะ?

ผิว

หลังทำหัตถการ กลับไปเวทเทรนนิงได้เมื่อไร

หลังทำหัตถการผิว เวทเทรนนิงที่มีเหงื่อกลับไปทำได้เมื่อไร ดูเกณฑ์ตามชนิดหัตถการ พร้อมข้อควรระวังค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1