
Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร
Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร
Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร
Juvelook (30μm), Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) และ Juvelook skin ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นค่ะ วันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยว่า ควรใช้ไลน์ไหนกับบริเวณไหนดีนะ
Juvelook Face 3 รุ่น — Original, Volume, Skin ต่างกันอย่างไร
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์ 1. Juvelook คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA) 2. ไลน์อัพทั้งหมด ├─ 2.1 สรุป 3 รุ่นสำหรับผิวหน้า (Juvelook, Volume, Skin) ← บทความปัจจุบัน └─ 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam) 3. การจับคู่ทำหัตถการ ├─ 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) ├─ 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) └─ 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip) 4. เปรียบเทียบและการเลือก ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีดใต้ชั้นผิวหนังแท้ด้วย Juvelook
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์ 1. Juvelook คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA) 2. ไลน์อัพทั้งหมด ├─ 2.1 สรุป 3 รุ่นสำหรับผิวหน้า (Juvelook, Volume, Skin) ← บทความปัจจุบัน └─ 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam) 3. การจับคู่ทำหัตถการ ├─ 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) ├─ 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) └─ 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip) 4. เปรียบเทียบและการเลือก ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีดใต้ชั้นผิวหนังแท้ด้วย Juvelook
🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ
Juvelook คืออะไร? — 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)
ไลน์อัพทั้งหมด — 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam)
การจับคู่ทำหัตถการ — 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) · 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)
เปรียบเทียบและการเลือก — 4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีดใต้ชั้นผิวหนังแท้ด้วย Juvelook
ขอสรุปให้ฟังสั้น ๆ ก่อนเลยค่ะ ว่า Juvelook สำหรับผิวหน้ามีทั้งหมด 3 รุ่น โดย Juvelook Original จะเน้นช่วยเรื่องเนื้อผิวและริ้วรอยเล็ก ๆ ในชั้นผิวหนังแท้ ส่วน Juvelook Volume จะเน้นเติมเต็มวอลลุ่มในบริเวณที่ตอบยุบตัว และ Juvelook Skin จะเน้นตอบโจทย์เรื่องโทนสีผิว จุดด่างดำ และรูขุมขน ถึงแม้ทั้ง 3 รุ่นจะใช้สูตรพื้นฐานเดียวกันคือ PDLLA + HA แต่ขนาดอนุภาค ความเข้มข้น และความลึกในการฉีดที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
Juvelook Original — ปรับเนื้อผิวในชั้นผิวหนังแท้ด้วยขนาดอนุภาค 30μm
เป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวมา และปัจจุบันก็ยังเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและถูกใช้งานมากที่สุดค่ะ ขนาดอนุภาค PDLLA เฉลี่ยจะอยู่ที่ ประมาณ 30μm โดยใน 1 ขวดจะมี PDLLA 42.5mg + ※ ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) แบบไม่เชื่อมต่อข้ามสาย (Non-crosslinked) 7.5mg ซึ่งสัดส่วนและความเข้มข้นนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้กระจายตัวบาง ๆ ในชั้นผิวหนังแท้ส่วนกลางถึงส่วนบนได้ดีที่สุดค่ะ
ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA): เป็นส่วนประกอบที่ให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่แล้วในผิวของเราค่ะ HA ใน Juvelook จะช่วยเติมความชุ่มชื้นและสร้างวอลลุ่มเบา ๆ ทันทีหลังฉีด พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นตัวนำพา (Carrier) เพื่อช่วยให้อนุภาค PDLLA เข้าไปยึดเกาะในชั้นผิวหนังแท้ได้อย่างมั่นคงค่ะ
รุ่น Original ไม่ได้เน้นการเติมเต็มโวลลุ่มขนาดใหญ่ แต่จะเก่งมากในเรื่องรูขุมขน, ริ้วรอยเล็ก ๆ, เนื้อผิว และช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งมีออร่า ซึ่ง รายงานกรณีศึกษาทางคลินิกที่ระบุว่า Juvelook ช่วยปรับปรุงร่องน้ำตาที่ลึกให้ตื้นขึ้น พร้อมเผยผลลัพธ์ความปลอดภัยทางชีวภาพที่ยอดเยี่ยม ก็เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันการทำงานในชั้นผิวหนังแท้ของรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี โดยผลลัพธ์หลักจะเริ่มเห็นชัดเจนใน 1~3 เดือนหลังทำ เมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้นค่ะ

Juvelook Volume — เติมเต็มมิติผิวในชั้นลึก ด้วยขนาดอนุภาคประมาณ 40μm
รุ่น Volume ใช้สูตร PDLLA + HA เหมือนกัน แต่มีขนาดอนุภาคที่ใหญ่กว่าและมีความเข้มข้นที่สูงกว่ามากค่ะ โดยมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยประมาณ 40μm และใน 1 ขวดจะมี PDLLA สูงถึง 170mg + HA 30mg ซึ่งเข้มข้นกว่ารุ่น Original ถึงประมาณ 4 เท่าเลยทีเดียว! และด้วยอนุภาคที่ใหญ่ขึ้นนี้ ทำให้ต้องฉีดลงไปในชั้นที่ลึกกว่าชั้นผิวหนังแท้ นั่นคือ ※ ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous space) หรือเหนือเยื่อหุ้มกระดูกค่ะ
ชั้นใต้ผิวหนัง: คือชั้นที่อยู่ใต้ผิวหนังแท้ซึ่งมีไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอยู่ เป็นชั้นที่กำหนดรูปหน้าและวอลลุ่มของใบหน้า เมื่อ PDLLA เข้าไปอยู่ในชั้นนี้ จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างทรงพลัง พร้อมสร้างวอลลุ่มเพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าไปพร้อมกันค่ะ
อ้างอิงจากแนวทางการฟื้นฟูสภาพผิวด้วยอนุภาคขนาดเล็ก PDLLA โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ที่เป็น PDLLA เดี่ยว ๆ จะสลายตัวได้ยากและต้องใช้เวลาเตรียมผสม (Reconstitution) ล่วงหน้าถึง 24 ชั่วโมงก่อนทำการรักษา แต่สำหรับ Juvelook Volume ด้วยความที่มี HA ผสมอยู่ด้วย จึงช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมผสมให้สั้นลง ทำให้สามารถฉีดได้ทันทีในวันที่มาปรึกษา ซึ่งถือเป็นข้อดีที่สะดวกมาก ๆ สำหรับผู้ให้บริการค่ะ
จากการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการเสริมความแข็งแรงของเส้นเอ็นยึดบริเวณโหนกแก้ม (Zygomatic Ligament) มีรายงานการใช้ Juvelook Volume ฉีดเข้าไปที่ระนาบเหนือเยื่อหุ้มกระดูกบริเวณใต้โหนกแก้มเพื่อช่วยยกกระชับกรอบหน้า ปัจจุบันจึงนิยมนำมาใช้ทดแทนฟิลเลอร์ในบริเวณที่คนไข้มักมีปัญหาแก้มตอบ แก้มส้มยุบตัว หรือร่องแก้มลึกค่ะ

Juvelook Skin — ไลน์อัพพิเศษเพื่อผิวกระจ่างใส รูขุมขนกระชับ และจัดการจุดด่างดำ
รุ่นนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเลยค่ะ โดยใช้สูตรพื้นฐาน PDLLA + HA แต่มีการเพิ่มส่วนผสมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลเรื่องโทนสีผิว หมองคล้ำ และลดเลือนจุดด่างดำโดยเฉพาะ ขนาดอนุภาคจะใกล้เคียงหรือเล็กกว่ารุ่น Original และถูกพัฒนามาให้ออกฤทธิ์อยู่เฉพาะในชั้นผิวหนังแท้ส่วนตื้นเป็นหลักค่ะ
Juvelook Skin มักได้รับคำแนะนำให้ใช้เป็น skin booster ร่วมกับหัตถการต่าง ๆ เช่น Potenza, Microneedle หรือ CureJet มากกว่าการฉีดเดี่ยว ๆ เหมาะมากสำหรับท่านที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง สีผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ มีรอยดำรอยแดง และสำหรับผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย PDLLA แต่กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างการเกิดตุ่มนูนหรือ 결절 (nodules) ค่ะ
หากเทียบกับรุ่น Original แล้ว รุ่นนี้จะไม่เน้นเรื่องการเพิ่มวอลลุ่มเลย แต่จะเน้นทำงานละเอียดที่ "พื้นผิวภายนอก" มากกว่า และบ่อยครั้งที่แพทย์จะดีไซน์การรักษาแบบผสมผสานในครั้งเดียว เช่น บริเวณกรอบหน้าและแก้มที่ตอบใช้รุ่น Volume, บริเวณผิวหน้าโดยรวมใช้รุ่น Original และบริเวณที่มีปัญหารูขุมขนหรือสีผิวใช้รุ่น Skin ร่วมกันค่ะ

รุ่นไหนที่เหมาะกับเราที่สุดนะ?
การตัดสินใจเลือกจะขึ้นอยู่กับ บริเวณที่คุณกังวล เป็นหลักค่ะ สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้เลย:
รูขุมขน / ริ้วรอยเล็ก ๆ / เนื้อผิวแห้งกร้าน / ผิวฉ่ำวาว → Juvelook Original
แก้มตอบ·แก้มส้มตอบ / ร่องแก้มลึก / ปรับกรอบหน้า / ยกกระชับ → Juvelook Volume
ผิวกระจ่างใส / ลดจุดด่างดำ / รูขุมขน / อยากเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องตุ่มนูนใต้ผิว → Juvelook Skin
อย่างไรก็ตาม หากมีจุดที่กังวลมากกว่าหนึ่งอย่าง แพทย์มักจะไม่ใช้เพียงรุ่นเดียวในการแก้ปัญหาทั้งหมด แต่การผสมผสานรุ่นที่แตกต่างกันตามแต่ละบริเวณในวันเดียวกันถือเป็นมาตรฐานการรักษาค่ะ ในขั้นตอนการปรึกษา หากคนไข้ระบุหัวข้อที่กังวลที่สุดมา 1-2 อย่างอย่างชัดเจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยเลือกและจัดโปรแกรมรุ่นที่เหมาะสมที่สุดให้เองค่ะ ในบทความถัดไป เราจะมาพูดถึง Juvelook Eye สำหรับรอบดวงตา และ Juvelook Glam สำหรับผิวกายกันนะคะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. สามารถฉีดทั้งสามรุ่นพร้อมกันในวันเดียวกันได้ไหมคะ?
ได้ค่ะ ถ้าเป็นคนละบริเวณกัน การดีไซน์ให้ฉีดร่วมกันในวันเดียวเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก เช่น บริเวณที่ต้องการโวลลุ่มใช้รุ่น Volume และบริเวณที่ต้องการดูแลเนื้อผิวใช้รุ่น Original แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณยารวมที่ฉีดเพิ่มขึ้น อาจทำให้รู้สึกระบมหรือมีอาการบวมที่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้นเล็กน้อยค่ะ
Q. มีรุ่นไหนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดตุ่มเนื้อ (Knots/Nodules) มากกว่าไหมคะ?
เนื่องจาก Juvelook Volume มีขนาดอนุภาคที่ใหญ่และมีความเข้มข้นสูง หากฉีดผิดชั้นผิวจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดตุ่มเนื้อได้สูงกว่ารุ่นอื่น ๆ ค่ะ รุ่นนี้เย้นการฉีดในชั้นที่ลึกอย่างแม่นยำ ประสบการณ์และฝีมือของแพทย์ผู้ทำการรักษาจึงสำคัญที่สุดค่ะ ในทางกลับกัน Juvelook Skin มีขนาดอนุภาคที่เล็กมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดตุ่มใต้ผิวต่ำที่สุดค่ะ
Q. ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นไหมคะ?
เนื่องจากตัวสาร PDLLA เองจะค่อย ๆ ย่อยสลายตามธรรมชาติในเวลา 12-24 เดือน โครงสร้างพื้นฐานจึงค่อนข้างคล้ายกันค่ะ แต่สำหรับรุ่น Volume เนื่องจากมีปริมาณ PDLLA มากกว่าถึง 4 เท่า หากเทียบในบริเวณเดียวกัน คนไข้มักจะรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่า โดยทั่วไปรุ่น Original และ Skin จะเห็นผลประมาณ 1 ปี ส่วนรุ่น Volume รีวิวส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 - 2 ปีค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
Juvelook Face 3 รุ่น — Original, Volume, Skin ต่างกันอย่างไร
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์ 1. Juvelook คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA) 2. ไลน์อัพทั้งหมด ├─ 2.1 สรุป 3 รุ่นสำหรับผิวหน้า (Juvelook, Volume, Skin) ← บทความปัจจุบัน └─ 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam) 3. การจับคู่ทำหัตถการ ├─ 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) ├─ 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) └─ 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip) 4. เปรียบเทียบและการเลือก ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีดใต้ชั้นผิวหนังแท้ด้วย Juvelook
🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ
Juvelook คืออะไร? — 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)
ไลน์อัพทั้งหมด — 2.2 รุ่นเฉพาะจุด (Eye, Glam)
การจับคู่ทำหัตถการ — 3.1 คู่กับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) · 3.2 คู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 คู่กับ Potenza (RF + Pumping Tip)
เปรียบเทียบและการเลือก — 4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีดใต้ชั้นผิวหนังแท้ด้วย Juvelook
ขอสรุปให้ฟังสั้น ๆ ก่อนเลยค่ะ ว่า Juvelook สำหรับผิวหน้ามีทั้งหมด 3 รุ่น โดย Juvelook Original จะเน้นช่วยเรื่องเนื้อผิวและริ้วรอยเล็ก ๆ ในชั้นผิวหนังแท้ ส่วน Juvelook Volume จะเน้นเติมเต็มวอลลุ่มในบริเวณที่ตอบยุบตัว และ Juvelook Skin จะเน้นตอบโจทย์เรื่องโทนสีผิว จุดด่างดำ และรูขุมขน ถึงแม้ทั้ง 3 รุ่นจะใช้สูตรพื้นฐานเดียวกันคือ PDLLA + HA แต่ขนาดอนุภาค ความเข้มข้น และความลึกในการฉีดที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
Juvelook Original — ปรับเนื้อผิวในชั้นผิวหนังแท้ด้วยขนาดอนุภาค 30μm
เป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวมา และปัจจุบันก็ยังเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและถูกใช้งานมากที่สุดค่ะ ขนาดอนุภาค PDLLA เฉลี่ยจะอยู่ที่ ประมาณ 30μm โดยใน 1 ขวดจะมี PDLLA 42.5mg + ※ ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) แบบไม่เชื่อมต่อข้ามสาย (Non-crosslinked) 7.5mg ซึ่งสัดส่วนและความเข้มข้นนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้กระจายตัวบาง ๆ ในชั้นผิวหนังแท้ส่วนกลางถึงส่วนบนได้ดีที่สุดค่ะ
ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA): เป็นส่วนประกอบที่ให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่แล้วในผิวของเราค่ะ HA ใน Juvelook จะช่วยเติมความชุ่มชื้นและสร้างวอลลุ่มเบา ๆ ทันทีหลังฉีด พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นตัวนำพา (Carrier) เพื่อช่วยให้อนุภาค PDLLA เข้าไปยึดเกาะในชั้นผิวหนังแท้ได้อย่างมั่นคงค่ะ
รุ่น Original ไม่ได้เน้นการเติมเต็มโวลลุ่มขนาดใหญ่ แต่จะเก่งมากในเรื่องรูขุมขน, ริ้วรอยเล็ก ๆ, เนื้อผิว และช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งมีออร่า ซึ่ง รายงานกรณีศึกษาทางคลินิกที่ระบุว่า Juvelook ช่วยปรับปรุงร่องน้ำตาที่ลึกให้ตื้นขึ้น พร้อมเผยผลลัพธ์ความปลอดภัยทางชีวภาพที่ยอดเยี่ยม ก็เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันการทำงานในชั้นผิวหนังแท้ของรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี โดยผลลัพธ์หลักจะเริ่มเห็นชัดเจนใน 1~3 เดือนหลังทำ เมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้นค่ะ

Juvelook Volume — เติมเต็มมิติผิวในชั้นลึก ด้วยขนาดอนุภาคประมาณ 40μm
รุ่น Volume ใช้สูตร PDLLA + HA เหมือนกัน แต่มีขนาดอนุภาคที่ใหญ่กว่าและมีความเข้มข้นที่สูงกว่ามากค่ะ โดยมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยประมาณ 40μm และใน 1 ขวดจะมี PDLLA สูงถึง 170mg + HA 30mg ซึ่งเข้มข้นกว่ารุ่น Original ถึงประมาณ 4 เท่าเลยทีเดียว! และด้วยอนุภาคที่ใหญ่ขึ้นนี้ ทำให้ต้องฉีดลงไปในชั้นที่ลึกกว่าชั้นผิวหนังแท้ นั่นคือ ※ ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous space) หรือเหนือเยื่อหุ้มกระดูกค่ะ
ชั้นใต้ผิวหนัง: คือชั้นที่อยู่ใต้ผิวหนังแท้ซึ่งมีไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอยู่ เป็นชั้นที่กำหนดรูปหน้าและวอลลุ่มของใบหน้า เมื่อ PDLLA เข้าไปอยู่ในชั้นนี้ จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างทรงพลัง พร้อมสร้างวอลลุ่มเพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าไปพร้อมกันค่ะ
อ้างอิงจากแนวทางการฟื้นฟูสภาพผิวด้วยอนุภาคขนาดเล็ก PDLLA โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ที่เป็น PDLLA เดี่ยว ๆ จะสลายตัวได้ยากและต้องใช้เวลาเตรียมผสม (Reconstitution) ล่วงหน้าถึง 24 ชั่วโมงก่อนทำการรักษา แต่สำหรับ Juvelook Volume ด้วยความที่มี HA ผสมอยู่ด้วย จึงช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมผสมให้สั้นลง ทำให้สามารถฉีดได้ทันทีในวันที่มาปรึกษา ซึ่งถือเป็นข้อดีที่สะดวกมาก ๆ สำหรับผู้ให้บริการค่ะ
จากการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการเสริมความแข็งแรงของเส้นเอ็นยึดบริเวณโหนกแก้ม (Zygomatic Ligament) มีรายงานการใช้ Juvelook Volume ฉีดเข้าไปที่ระนาบเหนือเยื่อหุ้มกระดูกบริเวณใต้โหนกแก้มเพื่อช่วยยกกระชับกรอบหน้า ปัจจุบันจึงนิยมนำมาใช้ทดแทนฟิลเลอร์ในบริเวณที่คนไข้มักมีปัญหาแก้มตอบ แก้มส้มยุบตัว หรือร่องแก้มลึกค่ะ

Juvelook Skin — ไลน์อัพพิเศษเพื่อผิวกระจ่างใส รูขุมขนกระชับ และจัดการจุดด่างดำ
รุ่นนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเลยค่ะ โดยใช้สูตรพื้นฐาน PDLLA + HA แต่มีการเพิ่มส่วนผสมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลเรื่องโทนสีผิว หมองคล้ำ และลดเลือนจุดด่างดำโดยเฉพาะ ขนาดอนุภาคจะใกล้เคียงหรือเล็กกว่ารุ่น Original และถูกพัฒนามาให้ออกฤทธิ์อยู่เฉพาะในชั้นผิวหนังแท้ส่วนตื้นเป็นหลักค่ะ
Juvelook Skin มักได้รับคำแนะนำให้ใช้เป็น skin booster ร่วมกับหัตถการต่าง ๆ เช่น Potenza, Microneedle หรือ CureJet มากกว่าการฉีดเดี่ยว ๆ เหมาะมากสำหรับท่านที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง สีผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ มีรอยดำรอยแดง และสำหรับผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย PDLLA แต่กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างการเกิดตุ่มนูนหรือ 결절 (nodules) ค่ะ
หากเทียบกับรุ่น Original แล้ว รุ่นนี้จะไม่เน้นเรื่องการเพิ่มวอลลุ่มเลย แต่จะเน้นทำงานละเอียดที่ "พื้นผิวภายนอก" มากกว่า และบ่อยครั้งที่แพทย์จะดีไซน์การรักษาแบบผสมผสานในครั้งเดียว เช่น บริเวณกรอบหน้าและแก้มที่ตอบใช้รุ่น Volume, บริเวณผิวหน้าโดยรวมใช้รุ่น Original และบริเวณที่มีปัญหารูขุมขนหรือสีผิวใช้รุ่น Skin ร่วมกันค่ะ

รุ่นไหนที่เหมาะกับเราที่สุดนะ?
การตัดสินใจเลือกจะขึ้นอยู่กับ บริเวณที่คุณกังวล เป็นหลักค่ะ สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้เลย:
รูขุมขน / ริ้วรอยเล็ก ๆ / เนื้อผิวแห้งกร้าน / ผิวฉ่ำวาว → Juvelook Original
แก้มตอบ·แก้มส้มตอบ / ร่องแก้มลึก / ปรับกรอบหน้า / ยกกระชับ → Juvelook Volume
ผิวกระจ่างใส / ลดจุดด่างดำ / รูขุมขน / อยากเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องตุ่มนูนใต้ผิว → Juvelook Skin
อย่างไรก็ตาม หากมีจุดที่กังวลมากกว่าหนึ่งอย่าง แพทย์มักจะไม่ใช้เพียงรุ่นเดียวในการแก้ปัญหาทั้งหมด แต่การผสมผสานรุ่นที่แตกต่างกันตามแต่ละบริเวณในวันเดียวกันถือเป็นมาตรฐานการรักษาค่ะ ในขั้นตอนการปรึกษา หากคนไข้ระบุหัวข้อที่กังวลที่สุดมา 1-2 อย่างอย่างชัดเจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยเลือกและจัดโปรแกรมรุ่นที่เหมาะสมที่สุดให้เองค่ะ ในบทความถัดไป เราจะมาพูดถึง Juvelook Eye สำหรับรอบดวงตา และ Juvelook Glam สำหรับผิวกายกันนะคะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. สามารถฉีดทั้งสามรุ่นพร้อมกันในวันเดียวกันได้ไหมคะ?
ได้ค่ะ ถ้าเป็นคนละบริเวณกัน การดีไซน์ให้ฉีดร่วมกันในวันเดียวเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก เช่น บริเวณที่ต้องการโวลลุ่มใช้รุ่น Volume และบริเวณที่ต้องการดูแลเนื้อผิวใช้รุ่น Original แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณยารวมที่ฉีดเพิ่มขึ้น อาจทำให้รู้สึกระบมหรือมีอาการบวมที่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้นเล็กน้อยค่ะ
Q. มีรุ่นไหนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดตุ่มเนื้อ (Knots/Nodules) มากกว่าไหมคะ?
เนื่องจาก Juvelook Volume มีขนาดอนุภาคที่ใหญ่และมีความเข้มข้นสูง หากฉีดผิดชั้นผิวจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดตุ่มเนื้อได้สูงกว่ารุ่นอื่น ๆ ค่ะ รุ่นนี้เย้นการฉีดในชั้นที่ลึกอย่างแม่นยำ ประสบการณ์และฝีมือของแพทย์ผู้ทำการรักษาจึงสำคัญที่สุดค่ะ ในทางกลับกัน Juvelook Skin มีขนาดอนุภาคที่เล็กมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดตุ่มใต้ผิวต่ำที่สุดค่ะ
Q. ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นไหมคะ?
เนื่องจากตัวสาร PDLLA เองจะค่อย ๆ ย่อยสลายตามธรรมชาติในเวลา 12-24 เดือน โครงสร้างพื้นฐานจึงค่อนข้างคล้ายกันค่ะ แต่สำหรับรุ่น Volume เนื่องจากมีปริมาณ PDLLA มากกว่าถึง 4 เท่า หากเทียบในบริเวณเดียวกัน คนไข้มักจะรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่า โดยทั่วไปรุ่น Original และ Skin จะเห็นผลประมาณ 1 ปี ส่วนรุ่น Volume รีวิวส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 - 2 ปีค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด


ผิว
Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์
Sculptra 에서 아쉬웠던 부분을 한국의 Juvelook이 어떻게 채워줬을까요? HA 결합으로 즉각적인 효과와 장기적인 콜라겐 재생을 동시에 선사하는 K-beauty skin booster 이야기를 만나보세요.


ผิว
Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวหนังของเราบ้างคะ
ทำไมหลังทำทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นผล แต่ผ่านไป 1 เดือนผิวกลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? และทำไมแม้ตัวยา PDLLA จะสลายไปแล้ว แต่คอลลาเจนยังคงอยู่? — ถ้าเข้าใจหลักการทำงานแล้วจะร้องอ๋อเลยค่ะ


โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร
Juvelook (30μm), Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) และ Juvelook skin ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นค่ะ วันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยว่า ควรใช้ไลน์ไหนกับบริเวณไหนดีนะ


ร่างกาย
Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย
สำหรับรอยคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาต้อง Juvelook Eye ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกและต้นขาต้อง Juvelook Glam นี่คือไลน์อัพสุดพิเศษของ Juvelook ที่คุณควรทำความรู้จักต่อจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า 3 ขั้นตอนค่ะ


ผิว
CureJet + Juvelook — วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม
สำหรับรอยแผลเป็นสิวชนิดหลุมลึก ทั้งแบบ 롤링 (rolling scar) และ 박스카 (boxcar scar) การจับคู่กันของ CureJet + Juvelook ถือว่าตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับการทำ 서브시전 (subcision) ด้วยเข็มแบบเดิมแล้ว ระดับความเจ็บ (VAS) ลดลงจาก 5.4 เหลือเพียง 2.9 แถมยังช่วยลด downtime แบบไม่มีรอยช้ำกวนใจอีกด้วย


ผิว
Microneedle + Juvelook — การจับคู่ที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นลึก
สำหรับรอยแผลเป็นหลุมลึกแบบกล่อง (boxcar) และแผลเป็นคีลอยด์หดรัดแบบผสม การรักษาด้วย Micro-needling ร่วมกับ Juvelook เป็นคู่ที่เข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ โดยหลักการทำงานจะช่วยกระตุ้นทั้งกระบวนการรักษาแผล (wound healing) ควบคู่ไปกับการกระตุ้นของสาร PDLLA พร้อมๆ กัน
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
