• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวของเรา

Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวของเรา

Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวของเรา

ทำไมหลังทำยังไม่เห็นผล แต่ 1 เดือนผิวดีขึ้นชัด? และ PDLLA สลายแล้วทำไมคอลลาเจนยังอยู่? อธิบายหลักการ

🔗 ไปยังบทความอื่น

Juvelook คืออะไร?1.1 ประวัติความรู้สึกของ Juvelook

ไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด2.1 ใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook·Volume·Skin) · 2.2 เฉพาะจุด (Eye·Glam)

การทำหัตถการร่วมกัน (Combination)3.1 ร่วมกับ CureJet (รักษาแผลเป็นโดยไม่ต้องใช้เข็ม) · 3.2 ร่วมกับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 ร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)

การเปรียบเทียบและการเลือก4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs Juvelook (การฉีดใต้ชั้นผิวหนังแท้)

ถ้าสรุปให้เข้าใจง่ายๆ เลยคือ Juvelook จะเข้าไปสั่งการให้ผิวทำงานพร้อมกันสองอย่างค่ะ โดย Hyaluronic Acid (HA) จะทำหน้าที่สร้างความชุ่มชื้นและเติมเต็มวอลลุ่มแบบเบาๆ ในทันที ส่วน PDLLA จะคอยทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างช้าๆ ตลอดระยะเวลาหลายเดือน จุดเด่นสำคัญของ Juvelook คือการที่ช่วงเวลาการทำงานทั้งสองแบบนี้เริ่มทำงานพร้อมกันจากการฉีดเพียงครั้งเดียวค่ะ

 

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลทันที — หน้าที่ของ HA

การเปลี่ยนแปลงที่คุณจะเห็นในกระจกทันทีหลังทำเสร็จแทบทั้งหมดเป็นผลมาจาก Hyaluronic Acid (HA)* ค่ะ ซึ่ง HA เป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติที่มีอยู่ในผิวของเราอยู่แล้ว และตัวที่นำมาใช้สำหรับทำหัตถการจะถูกปรับขนาดโมเลกุลและความหนืดเพื่อให้สามารถฉีดเข้าร่างกายได้

Hyaluronic Acid*(HA): เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นหนืด ซึ่งสามารถดึงดูดน้ำได้มากกว่าน้ำหนักของตัวเองถึงหลายร้อยเท่า เมื่อฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) จะช่วยกักเก็บน้ำไว้ในบริเวณนั้น ส่งผลให้ผิวมีวอลลุ่มขึ้นชั่วคราวและช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นค่ะ

HA ใน Juvelook จะช่วยให้ผิวของคุณเรียบเนียนและดูโกลว์ใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังทำทันที อย่างไรก็ตาม ตัว HA เองเมื่อเวลาผ่านไปจะถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์ธรรมชาติในร่างกาย (Hyaluronidase) และจะค่อยๆ หายไปภายในไม่กี่เดือน แต่ก่อนที่มันจะหายไป PDLLA จะทำหน้าที่กระตุ้นให้คอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่เข้าไปแทนที่และคงประสิทธิภาพของผลลัพธ์ไว้อย่างต่อเนื่องค่ะ

즉시 보이는 변화 — HA의 일

 

 

การเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป — หน้าที่ของ PDLLA

PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid) เป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูงและถูกนำไปใช้ในไหมละลายและอุปกรณ์การแพทย์ที่ดูดซึมเข้าร่างกายได้มาอย่างยาวนาน โดยจะค่อยๆ ย่อยสลายไปในผิวหนังภายในเวลาประมาณ 12 ถึง 24 เดือน ซึ่งในระหว่างที่ย่อยสลาย มันจะทำส่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง คือการส่งสัญญาณเปิดสวิตช์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยการส่ง แรงกระตุ้นที่ควบคุมได้ (Controlled Stimulation)* เข้าสู่ผิว

แรงกระตุ้นที่ควบคุมได้*: เป็นการกระตุ้นระดับเล็กๆ ที่ทำให้ร่างกายรับรู้ว่า "มีบางอย่างอยู่ที่นี่ ต้องเข้าไปจัดการ" ซึ่งไม่ใช่ความเสียหายรุนแรงแบบการบาดเจ็บทั่วไป จึงทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นค่ะ

จากการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ PDLLA ในวงการผิวหนังเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าการกระตุ้นนี้ทำงานผ่าน 3 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ค่ะ

  1. การเปลี่ยนสถานะของ Macrophage: เซลล์ภูมิคุ้มกัน (Macrophage) ที่รับรู้ถึง PDLLA จะเปลี่ยนจากสถานะอักเสบ (M1) ไปเป็นสถานะบำบัดและฟื้นฟู (M2) ซึ่งในกระบวนการนี้จะสร้างสัญญาณต้านการอักเสบ (IL-10) เพิ่มมากขึ้น

  2. การกระตุ้น Stem Cell: สัญญาณที่หลั่งออกมาจาก M2 Macrophage จะเข้าไปปลุกสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน (ASC) ให้ตื่นตัว เพื่อสร้าง Growth Factor (TGF-β, FGF2) ที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนใหม่

  3. การสร้างคอลลาเจนโดย Fibroblast: เซลล์สร้างคอลลาเจน (Fibroblast) จะรับสัญญาณดังกล่าวแล้วเริ่มสังเคราะห์คอลลาเจน Type 1 และ Type 3 ขึ้นมาใหม่ ในเวลาเดียวกัน เอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน (MMP) ก็จะลดลง ทำให้คอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่สะสมตัวโดยไม่ถูกทำลายไปอย่างง่ายดายค่ะ

천천히 만들어지는 변화 — PDLLA의 일

 

 

ทำไมผลลัพธ์ถึงอยู่ได้ยาวนานถึง 12-24 เดือน?

แม้การทำหัตถการเพียงครั้งเดียวแต่ให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 1-2 ปีจะดูน่าทึ่ง แต่หลักการทำงานของมันนั้นเรียบง่ายมากค่ะ เพราะอนุภาคของ PDLLA จะไม่ย่อยสลายหายไปพร้อมกันในทีเดียว แต่จะค่อยๆ สลายตัวอย่างช้าๆ ซึ่งในระหว่างนั้น ขั้นตอนการกระตุ้นทั้ง 3 ขั้นตอนข้างต้นก็จะคอยทำงานอยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าผิวของคุณจะอยู่ในสภาวะที่มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ออกมาทีละนิดๆ ในทุกๆ วัน ต่อเนื่องยาวนานกว่าหนึ่งปีเลยทีเดียวค่ะ

จากการทดลองในสัตว์พบว่า หลังฉีด PDLLA เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนจะขึ้นไปส่งถึงจุดสูงสุด และพบการแสดงออกของคอลลาเจน Type 1 สูงกว่าการใช้ Hyaluronic Acid เพียงอย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญ หากเราใช้แค่ HA เมื่อสารสลายตัวไปก็จะหมดผลลัพธ์ แต่เมื่อเราใช้ร่วมกับ PDLLA ผิวหนังเองจะมีความหนาและแข็งแรงขึ้นอย่างถาวรในจุดนั้นค่ะ

ข้อแตกต่างนี่เองที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างฟิลเลอร์ทั่วไปกับ Juvelook เพราะปกติแล้วฟิลเลอร์จะทำหน้าที่เติมเต็มตำแหน่งนั้นๆ และเมื่อสลายไป ผิวก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม แต่ Juvelook จะเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างผิวเดิมของคุณให้ดีขึ้นก่อนจะสลายตัวจากไปค่ะ

왜 효과가 12~24개월씩 가나요

 

 

ความปลอดภัยและข้อจำกัด

PDLLA สามารถย่อยสลายได้ในร่างกายอย่างสมบูรณ์ และจะขับออกในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ การที่มันไม่ใช่สารที่คงอยู่ถาวรจึงถือเป็นระบบความปลอดภัยที่สำคัญมากในหัตถการด้านความงาม อย่างไรก็ตาม หากฉีดในความลึกหรือตำแหน่งที่ผิดพลาด ก็อาจทำให้เกิด ตุ่มหรือก้อนนูน (Nodules) ขนาดเล็ก หรือเกิดความไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอบนพื้นผิวได้ ซึ่งเกิดจากการที่อนุภาคจับตัวกันเป็นก้อนในจุดเดียวจนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปจนคลำเจอค่ะ

เพื่อลดความเสี่ยงนี้ ทางแบรนด์ Vaim จึงได้พัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ปรับขนาดโมเลกุลให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ เช่น Juvelook Eye สำหรับบริเวณรอบดวงตาจะมีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่าและสลายตัวได้เร็วกว่าเพื่อลดโอกาสการเกิดตุ่มนูน ส่วน Juvelook Volume สำหรับการเติมเต็มวอลลุ่มจะมีอนุภาคขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเน้นการทำงานในชั้นผิวที่ลึกขึ้น ซึ่งเราจะมาเจาะลึกเรื่องขนาดอนุภาคในบทความถัดไปกันค่ะ

안전성과 한계

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. หลังฉีด Juvelook ทันที จะไม่ค่อยเห็นผลเลยจริงไหมคะ?

ด้วยผลลัพธ์ของ HA คุณจะสามารถสังเกตเห็นความชุ่มชื้นและความเรียบเนียนของผิวได้เบาๆ ทันทีหลังทำค่ะ แต่การเปลี่ยนแปลงของผิวอย่างเต็มรูปแบบจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในอีก 1-3 เดือนถัดมาเมื่อมีคอลลาเจนสะสมตัวมากขึ้น รีวิวประเภทที่ว่า "ผ่านไปเดือนหนึ่งแล้วอยู่ดีๆ ผิวก็ดูดีขึ้นมาก" ก็มาจากช่วงเวลานี้เองค่ะ

Q. PDLLA จะย่อยสลายไปจนหมดจริงๆ ใช่ไหมคะ?

ใช่ค่ะ PDLLA จะสลายตัวและขับออกจากร่างกายในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ โดยจะถูกดูดซึมไปเกือบทั้งหมดภายใน 12-24 เดือน จะไม่มีสารตกค้างอยู่ตลอดชีวิตเหมือนอย่างฟิลเลอร์ชนิดถาวร ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นที่ยอดเยี่ยมในเรื่องความปลอดภัยค่ะ

Q. เมื่อหมดฤทธิ์แล้ว ผิวจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์เลยไหมคะ?

ไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมทั้งหมดค่ะ เพราะคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จาก PDLLA จะยังคงสะสมอยู่ในชั้นผิวของคุณ แต่เนื่องจากความร่วงโรยตามธรรมชาติของอายุยังคงดำเนินต่อไป หากคุณต้องการคงผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมนี้นานๆ หลายคนจึงเลือกที่จะกลับมาทำซ้ำในทุกๆ 1-2 ปีค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ลิทูโอ (Lituo) มีส่วนผสมจากเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human allogeneic dermis) แบบนี้สามารถมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้เต็มที่เลยไหมคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง

สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

สำหรับบริเวณที่ผิวบางและบอบบางมากๆ อย่างรอบดวงตา จะสามารถใช้ Sofwave lifting เพื่อช่วยคืนความยืดหยุ่นและกระชับผิวได้ไหมคะ?

ยกกระชับ

ผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ได้ไหม

ผิวรอบดวงตาบางบอบบาง ทำ Sofwave ยกกระชับได้แค่ไหน ต่างจาก Shurink อย่างไร พร้อมข้อควรระวังค่ะ

รู้สึกหน้าผากแบนและเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ เพิ่มขึ้น จะลองเติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติด้วย Juvelook skin booster ดีไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ Juvelook ช่วยได้ไหม

หน้าผากยุบ มีริ้วรอยเล็ก ๆ Juvelook ช่วยอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ตรงไหน พร้อมข้อควรระวังค่ะ

หากคุณกำลังมองหาเลเซอร์กำจัดขน (hair removal laser) แบบไหนจะเหมาะกับคุณมากกว่ากัน ระหว่าง GentleMax Pro Plus กับ Alexandrite?

กำจัดขน

กำจัดขน เลือก GentleMax Pro Plus หรือ Alexandrite

กำจัดขน GentleMax Pro Plus กับ Alexandrite ต่างกันตรงไหน เลือกจากความยาวคลื่นและผิวค่ะ

หลังจากทำ Onda lifting แล้วเกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบหรือมีรอยแดง ควรดูแลตัวเองอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรติดต่อ Clinic คะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Onda มีอาการร้อนและแดง ดูแลอย่างไร

หลังทำ Onda มีอาการร้อนและผิวแดง ควรดูแลอย่างไร เมื่อไรควรติดต่อคลินิก พร้อมข้อควรระวังค่ะ

หลังจากทำ skin booster หรือโปรแกรมดูแลผิวมาแล้ว ควรเว้นระยะกี่วันถึงจะกลับไปออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งให้เหงื่อออกได้ตามปกติคะ?

ผิว

หลังทำหัตถการ กลับไปเวทเทรนนิงได้เมื่อไร

หลังทำหัตถการผิว เวทเทรนนิงที่มีเหงื่อกลับไปทำได้เมื่อไร ดูเกณฑ์ตามชนิดหัตถการ พร้อมข้อควรระวังค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1