ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์

Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์

Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์

Sculptra 에서 아쉬웠던 부분을 한국의 Juvelook이 어떻게 채워줬을까요? HA 결합으로 즉각적인 효과와 장기적인 콜라겐 재생을 동시에 선사하는 K-beauty skin booster 이야기를 만나보세요.

Juvelook มาจากไหน? เรื่องราวของผลิตภัณฑ์เกาหลีผู้เปิดศักราชยุคคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster)

📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์

1. Juvelook คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook  บทความปัจจุบัน
   └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

2. ไลน์อัพทั้งหมด
   ├─ 2.1 สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook·Volume·Skin)
   └─ 2.2 เฉพาะจุด (Eye·Glam)

3. การทำหัตถการร่วมกัน (Combination)
   ├─ 3.1 ร่วมกับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม)
   ├─ 3.2 ร่วมกับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก)
   └─ 3.3 ร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)

4. การเปรียบเทียบและการเลือก
   ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran
   └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal Injection)
📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์

1. Juvelook คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook  บทความปัจจุบัน
   └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

2. ไลน์อัพทั้งหมด
   ├─ 2.1 สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook·Volume·Skin)
   └─ 2.2 เฉพาะจุด (Eye·Glam)

3. การทำหัตถการร่วมกัน (Combination)
   ├─ 3.1 ร่วมกับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม)
   ├─ 3.2 ร่วมกับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก)
   └─ 3.3 ร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)

4. การเปรียบเทียบและการเลือก
   ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran
   └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal Injection)

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ

Juvelook คืออะไร?1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

ไลน์อัพทั้งหมด2.1 สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook·Volume·Skin) · 2.2 เฉพาะจุด (Eye·Glam)

การทำหัตถการร่วมกัน3.1 ร่วมกับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) · 3.2 ร่วมกับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 ร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)

การเปรียบเทียบและการเลือก4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal Injection)

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า Juvelook คือ ※ collagen booster ที่เปิดตัวโดย Vaim Global บริษัทสัญชาติเกาหลีในช่วงต้นทศวรรษ 2020 ค่ะ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของเกาหลีที่ผสมผสานทั้ง PDLLA และ Hyaluronic Acid (HA) เข้าด้วยกัน เพื่อมอบความชุ่มชื้นในทันทีพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และกลายเป็นเมนูยอดฮิตตามคลินิกผิวหนังและศัลยกรรมในเกาหลีไปแล้วค่ะ

Collagen Booster คือ หัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองใต้ชั้นผิวค่ะ โดยไม่ใช่การเติมเต็มวอลลุ่มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ แต่จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองในช่วงเวลาไม่กี่เดือนค่ะ



Vaim Global เป็นบริษัทแบบไหนกันนะ

Vaim Global เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ด้านความงามและการแพทย์ที่ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองแดจอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2014 ค่ะ เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์และเทคโนโลยีการนำส่งยา ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับสารโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพอย่าง PDLLA (Poly-D,L-lactic acid) ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งสารสกัดตัวนี้เคยได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา เพื่อใช้รักษาภาวะไขมันที่ใบหน้าฝ่อลีบในผู้ป่วย HIV มาก่อน จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัยและประสิทธิภาพการกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ

ความโดดเด่นที่ทำให้ Vaim แตกต่างคือการสร้างสูตรไฮบริดที่ผสาน PDLLA เข้ากับ ※ Hyaluronic Acid (HA) ค่ะ สำหรับผลิตภัณฑ์ไลน์โพลิแลกติกแอซิดเดี่ยว ๆ (เช่น Sculptra ของอเมริกา ซึ่งใช้สาร PLLA) อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลและไม่มีความเปลี่ยนแปลงในทันที แต่ Juvelook ได้รับการออกแบบมาให้มี HA ผสมอยู่ด้วย จึงช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและมีวอลลุ่มขึ้นเบา ๆ ทันทีหลังทำ ทำให้ทั้งแพทย์ผู้ทำหัตถการและคนไข้สามารถสัมผัสผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น จนได้รับความนิยมในคลินิกอย่างรวดเร็วค่ะ

Hyaluronic Acid (HA) คือ สารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่แล้วในผิวของเรา สำหรับการทำหัตถการ จะมีการปรับขนาดโมเลกุลและความหนืดเพื่อให้จดจำและเห็นผลลัพธ์ด้านความชุ่มชื้นและวอลลุ่มได้ทันทีค่ะ


바임글로벌, 어떤 회사인가요



เติมเต็มช่องว่างในตลาดของ Juvelook

ในช่วงปี 2020 ตลาดความงามของเกาหลีมีตัวเลือกหัตถการที่ค่อนข้างสุดโต่งอยู่สองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่เห็นผลทันทีแต่อยู่ได้ชั่วคราว ส่วนอีกฝั่งคือหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนที่เห็นผลระยะยาวแต่เห็นผลทันทีค่อนข้างน้อย ซึ่ง Juvelook เข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงกลางนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ ด้วยการมอบผลลัพธ์ผิวชุ่มชื้นอิ่มฟูทันทีหลังทำ จากนั้นคอลลาเจนจะเริ่มทำงานอย่างเต็มที่ใน 1-3 เดือน และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 12-24 เดือนเลยทีเดียว

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับวิธีการรักษาที่หลากหลาย ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะฉีดด้วยเข็มทั่วไปแล้ว ยังนำไปใช้ร่วมกับเครื่องพ่นยาแรงดันลมอย่าง CureJet, เครื่อง Microneedle หรือหัตถการคลื่นวิทยุความถี่สูงอย่าง Potenza ได้ด้วย ทำให้ Juvelook ได้รับการยอมรับในฐานะ skin booster สารพัดประโยชน์ เพื่อปรับปรุงรอยแผลเป็น รูขุมขน และเนื้อผิว มีรายงานกรณีศึกษาชิ้นหนึ่งระบุว่า หลังฉีด Juvelook เพียง 18 วัน รอยคล้ำใต้ตาและร่องน้ำตาดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังผ่านการทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility) ที่ยอดเยี่ยมผ่านภาพอัลตราซาวด์, CT และ MRI อีกด้วยค่ะ


쥬베룩이 채운 빈자리



เริ่มต้นจากเกาหลี สู่เวทีระดับโลก

ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2026 Vaim Global ได้ประกาศว่ายอดผลิตสะสมของ Juvelook ทะลุ 3 ล้านขวด (vials) เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านขวดภายในเวลาเพียง 8 เดือนเท่านั้น นับตั้งแต่ยอดสะสม 2 ล้านขวดเมื่อเดือนกันยายน 2025 แสดงให้เห็นว่าความต้องการในตลาดโลกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยมีการส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศ ทั้งในยุโรป อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และเอเชีย ล่าสุดในยุโรปยังได้จับมือเป็นพันธมิตรจัดจำหน่ายร่วมกับ Laboratoires FILLMED บริษัทเวชศาสตร์ความงามชื่อดังของฝรั่งเศสเพื่อบุกตลาดอย่างเต็มตัว แม้แต่ในบทความ รีวิวภาพรวมการใช้ PDLLA ในหัตถการความงาม ก็ยังมีการพูดถึงการเข้าสู่ตลาดโลกของผลิตภัณฑ์ PDLLA สัญชาติเกาหลีว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญมากค่ะ

สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่เป็นครั้งแรกที่ผลิตภัณฑ์จากเกาหลีสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญในตลาด collagen booster ระดับโลกได้สำเร็จ เพราะที่ผ่านมาพื้นฐานในส่วนนี้มักเป็นพื้นที่ของบริษัทเวชภัณฑ์จากอเมริกาและยุโรป แต่ Vaim ได้ใช้จุดเด่นของ R&D สไตล์เกาหลี ทั้งขนาดโมเลกุลที่เล็ก, การเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และการผสานเข้ากับเครื่องมือที่หลากหลาย มาเป็นอาวุธในการสร้างตัวตนอย่างโดดเด่นค่ะ


한국에서 시작해 세계로



ทำไมถึงมีไลน์อัพสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนนี้ Juvelook ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวอีกต่อไปแล้วนะคะ แต่ได้รับการพัฒนาจนเป็น ไลน์ผลิตภัณฑ์ (Line-up) เต็มรูปแบบ เริ่มจาก Juvelook รุ่นออริจินัล จากนั้นก็เติบโตมาเป็น Volume, Skin, Eye (รอบดวงตา) และ Glam (ผิวกาย) รวมทั้งหมด 5 รุ่นเพื่อตอบโจทย์ตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายและเป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกัน โดยใช้สูตร PDLLA + HA ร่วมกัน เพียงปรับขนาดของอนุภาคและความเข้มข้นให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่รักษานั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ Vaim ยังมีไลน์ผลิตสินค้า PDLLA สำหรับส่งออกทั่วโลกภายใต้แบรนด์ Lenisna อีกด้วย ซึ่งในตลาดต่างประเทศ Juvelook Volume จะถูกวางจำหน่ายในชื่อ Lenisna ค่ะ ให้คิดเสียว่าเป็นแบรนด์พี่น้องกันที่ผลิตจากบริษัทเดียวกันและใช้สูตรเดียวกัน แต่สำหรับการเจาะลึกในครั้งนี้ เราจะขอโฟกัสไปที่ไลน์ผลิตภัณฑ์หลักของ Juvelook เป็นหลักนะคะ

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่องหัตถการความงาม การทำความเข้าใจว่าภายใต้ชื่อ "Juvelook" นั้นมีทางเลือกย่อย ๆ มากมาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากเลยค่ะ ในบทความถัดไปเราจะมาดูหลักการทำงานอย่างละเอียดว่า PDLLA และ HA เข้าไปทำงานอย่างไรในชั้นผิวของเรากันค่ะ


라인업이 계속 확장되는 이유



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. Juvelook กับฟิลเลอร์ทั่วไปเหมือนกันไหมคะ?

ไม่เหมือนกันค่ะ ฟิลเลอร์คือการใช้สาร Hyaluronic Acid เข้าไปเติมเต็มวอลลุ่มในบริเวณนั้นทันทีและคงตัวอยู่ระยะหนึ่ง ส่วน Juvelook จะใช้สาร PDLLA ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้วยตัวเอง ดังนั้นช่วงเวลาที่เห็นผลและระยะเวลาในการคงผลลัพธ์จึงแตกต่างกันค่ะ

Q. สาร PDLLA ปลอดภัยไหมคะ?

PDLLA เป็นโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งใช้ในไหมละลายและอุปกรณ์การแพทย์ที่ดูดซึมเข้าร่างกายได้มาเป็นเวลานานแล้วค่ะ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาเพื่อใช้รักษาภาวะไขมันที่ใบหน้าฝ่อลีบในผู้ป่วย HIV และมีข้อมูลทางคลินิกสะสมมากมายในด้านความงาม อย่างไรก็ตาม ความเชี่ยวชาญของแพทย์และการฉีดลงในชั้นผิวที่ถูกต้องในระดับความลึกที่แม่นยำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

Q. นอกเหนือจากเกาหลีแล้ว ประเทศอื่นมีใช้ Juvelook ไหมคะ?

มีค่ะ ปัจจุบันได้รับการส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่ได้เซ็นสัญญาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการกับบริษัทความงามของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2024 เพื่อบุกตลาดเต็มตัว และแท่นตำแหน่งแบรนด์ตัวแทนในหมวด K-beauty collagen booster เรียบร้อยแล้วค่ะ

บทความแนะนำ

Juvelook มาจากไหน? เรื่องราวของผลิตภัณฑ์เกาหลีผู้เปิดศักราชยุคคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster)

📚 เจาะลึก Juvelook · สารบัญซีรีส์

1. Juvelook คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของ Juvelook  บทความปัจจุบัน
   └─ 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

2. ไลน์อัพทั้งหมด
   ├─ 2.1 สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook·Volume·Skin)
   └─ 2.2 เฉพาะจุด (Eye·Glam)

3. การทำหัตถการร่วมกัน (Combination)
   ├─ 3.1 ร่วมกับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม)
   ├─ 3.2 ร่วมกับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก)
   └─ 3.3 ร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)

4. การเปรียบเทียบและการเลือก
   ├─ 4.1 Juvelook vs Rejuran
   └─ 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal Injection)

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ

Juvelook คืออะไร?1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

ไลน์อัพทั้งหมด2.1 สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook·Volume·Skin) · 2.2 เฉพาะจุด (Eye·Glam)

การทำหัตถการร่วมกัน3.1 ร่วมกับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) · 3.2 ร่วมกับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 ร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)

การเปรียบเทียบและการเลือก4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook ใต้ชั้นผิวแท้ (Subdermal Injection)

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า Juvelook คือ ※ collagen booster ที่เปิดตัวโดย Vaim Global บริษัทสัญชาติเกาหลีในช่วงต้นทศวรรษ 2020 ค่ะ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของเกาหลีที่ผสมผสานทั้ง PDLLA และ Hyaluronic Acid (HA) เข้าด้วยกัน เพื่อมอบความชุ่มชื้นในทันทีพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และกลายเป็นเมนูยอดฮิตตามคลินิกผิวหนังและศัลยกรรมในเกาหลีไปแล้วค่ะ

Collagen Booster คือ หัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองใต้ชั้นผิวค่ะ โดยไม่ใช่การเติมเต็มวอลลุ่มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ แต่จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองในช่วงเวลาไม่กี่เดือนค่ะ



Vaim Global เป็นบริษัทแบบไหนกันนะ

Vaim Global เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ด้านความงามและการแพทย์ที่ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองแดจอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2014 ค่ะ เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์และเทคโนโลยีการนำส่งยา ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับสารโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพอย่าง PDLLA (Poly-D,L-lactic acid) ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งสารสกัดตัวนี้เคยได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา เพื่อใช้รักษาภาวะไขมันที่ใบหน้าฝ่อลีบในผู้ป่วย HIV มาก่อน จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัยและประสิทธิภาพการกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ

ความโดดเด่นที่ทำให้ Vaim แตกต่างคือการสร้างสูตรไฮบริดที่ผสาน PDLLA เข้ากับ ※ Hyaluronic Acid (HA) ค่ะ สำหรับผลิตภัณฑ์ไลน์โพลิแลกติกแอซิดเดี่ยว ๆ (เช่น Sculptra ของอเมริกา ซึ่งใช้สาร PLLA) อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลและไม่มีความเปลี่ยนแปลงในทันที แต่ Juvelook ได้รับการออกแบบมาให้มี HA ผสมอยู่ด้วย จึงช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและมีวอลลุ่มขึ้นเบา ๆ ทันทีหลังทำ ทำให้ทั้งแพทย์ผู้ทำหัตถการและคนไข้สามารถสัมผัสผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น จนได้รับความนิยมในคลินิกอย่างรวดเร็วค่ะ

Hyaluronic Acid (HA) คือ สารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่แล้วในผิวของเรา สำหรับการทำหัตถการ จะมีการปรับขนาดโมเลกุลและความหนืดเพื่อให้จดจำและเห็นผลลัพธ์ด้านความชุ่มชื้นและวอลลุ่มได้ทันทีค่ะ


바임글로벌, 어떤 회사인가요



เติมเต็มช่องว่างในตลาดของ Juvelook

ในช่วงปี 2020 ตลาดความงามของเกาหลีมีตัวเลือกหัตถการที่ค่อนข้างสุดโต่งอยู่สองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่เห็นผลทันทีแต่อยู่ได้ชั่วคราว ส่วนอีกฝั่งคือหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนที่เห็นผลระยะยาวแต่เห็นผลทันทีค่อนข้างน้อย ซึ่ง Juvelook เข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงกลางนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ ด้วยการมอบผลลัพธ์ผิวชุ่มชื้นอิ่มฟูทันทีหลังทำ จากนั้นคอลลาเจนจะเริ่มทำงานอย่างเต็มที่ใน 1-3 เดือน และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานถึง 12-24 เดือนเลยทีเดียว

อีกหนึ่งจุดเด่นคือ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับวิธีการรักษาที่หลากหลาย ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะฉีดด้วยเข็มทั่วไปแล้ว ยังนำไปใช้ร่วมกับเครื่องพ่นยาแรงดันลมอย่าง CureJet, เครื่อง Microneedle หรือหัตถการคลื่นวิทยุความถี่สูงอย่าง Potenza ได้ด้วย ทำให้ Juvelook ได้รับการยอมรับในฐานะ skin booster สารพัดประโยชน์ เพื่อปรับปรุงรอยแผลเป็น รูขุมขน และเนื้อผิว มีรายงานกรณีศึกษาชิ้นหนึ่งระบุว่า หลังฉีด Juvelook เพียง 18 วัน รอยคล้ำใต้ตาและร่องน้ำตาดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังผ่านการทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility) ที่ยอดเยี่ยมผ่านภาพอัลตราซาวด์, CT และ MRI อีกด้วยค่ะ


쥬베룩이 채운 빈자리



เริ่มต้นจากเกาหลี สู่เวทีระดับโลก

ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2026 Vaim Global ได้ประกาศว่ายอดผลิตสะสมของ Juvelook ทะลุ 3 ล้านขวด (vials) เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านขวดภายในเวลาเพียง 8 เดือนเท่านั้น นับตั้งแต่ยอดสะสม 2 ล้านขวดเมื่อเดือนกันยายน 2025 แสดงให้เห็นว่าความต้องการในตลาดโลกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยมีการส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศ ทั้งในยุโรป อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และเอเชีย ล่าสุดในยุโรปยังได้จับมือเป็นพันธมิตรจัดจำหน่ายร่วมกับ Laboratoires FILLMED บริษัทเวชศาสตร์ความงามชื่อดังของฝรั่งเศสเพื่อบุกตลาดอย่างเต็มตัว แม้แต่ในบทความ รีวิวภาพรวมการใช้ PDLLA ในหัตถการความงาม ก็ยังมีการพูดถึงการเข้าสู่ตลาดโลกของผลิตภัณฑ์ PDLLA สัญชาติเกาหลีว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญมากค่ะ

สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่เป็นครั้งแรกที่ผลิตภัณฑ์จากเกาหลีสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญในตลาด collagen booster ระดับโลกได้สำเร็จ เพราะที่ผ่านมาพื้นฐานในส่วนนี้มักเป็นพื้นที่ของบริษัทเวชภัณฑ์จากอเมริกาและยุโรป แต่ Vaim ได้ใช้จุดเด่นของ R&D สไตล์เกาหลี ทั้งขนาดโมเลกุลที่เล็ก, การเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และการผสานเข้ากับเครื่องมือที่หลากหลาย มาเป็นอาวุธในการสร้างตัวตนอย่างโดดเด่นค่ะ


한국에서 시작해 세계로



ทำไมถึงมีไลน์อัพสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนนี้ Juvelook ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวอีกต่อไปแล้วนะคะ แต่ได้รับการพัฒนาจนเป็น ไลน์ผลิตภัณฑ์ (Line-up) เต็มรูปแบบ เริ่มจาก Juvelook รุ่นออริจินัล จากนั้นก็เติบโตมาเป็น Volume, Skin, Eye (รอบดวงตา) และ Glam (ผิวกาย) รวมทั้งหมด 5 รุ่นเพื่อตอบโจทย์ตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายและเป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกัน โดยใช้สูตร PDLLA + HA ร่วมกัน เพียงปรับขนาดของอนุภาคและความเข้มข้นให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่รักษานั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ Vaim ยังมีไลน์ผลิตสินค้า PDLLA สำหรับส่งออกทั่วโลกภายใต้แบรนด์ Lenisna อีกด้วย ซึ่งในตลาดต่างประเทศ Juvelook Volume จะถูกวางจำหน่ายในชื่อ Lenisna ค่ะ ให้คิดเสียว่าเป็นแบรนด์พี่น้องกันที่ผลิตจากบริษัทเดียวกันและใช้สูตรเดียวกัน แต่สำหรับการเจาะลึกในครั้งนี้ เราจะขอโฟกัสไปที่ไลน์ผลิตภัณฑ์หลักของ Juvelook เป็นหลักนะคะ

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มศึกษาเรื่องหัตถการความงาม การทำความเข้าใจว่าภายใต้ชื่อ "Juvelook" นั้นมีทางเลือกย่อย ๆ มากมาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากเลยค่ะ ในบทความถัดไปเราจะมาดูหลักการทำงานอย่างละเอียดว่า PDLLA และ HA เข้าไปทำงานอย่างไรในชั้นผิวของเรากันค่ะ


라인업이 계속 확장되는 이유



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. Juvelook กับฟิลเลอร์ทั่วไปเหมือนกันไหมคะ?

ไม่เหมือนกันค่ะ ฟิลเลอร์คือการใช้สาร Hyaluronic Acid เข้าไปเติมเต็มวอลลุ่มในบริเวณนั้นทันทีและคงตัวอยู่ระยะหนึ่ง ส่วน Juvelook จะใช้สาร PDLLA ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้วยตัวเอง ดังนั้นช่วงเวลาที่เห็นผลและระยะเวลาในการคงผลลัพธ์จึงแตกต่างกันค่ะ

Q. สาร PDLLA ปลอดภัยไหมคะ?

PDLLA เป็นโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งใช้ในไหมละลายและอุปกรณ์การแพทย์ที่ดูดซึมเข้าร่างกายได้มาเป็นเวลานานแล้วค่ะ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาเพื่อใช้รักษาภาวะไขมันที่ใบหน้าฝ่อลีบในผู้ป่วย HIV และมีข้อมูลทางคลินิกสะสมมากมายในด้านความงาม อย่างไรก็ตาม ความเชี่ยวชาญของแพทย์และการฉีดลงในชั้นผิวที่ถูกต้องในระดับความลึกที่แม่นยำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

Q. นอกเหนือจากเกาหลีแล้ว ประเทศอื่นมีใช้ Juvelook ไหมคะ?

มีค่ะ ปัจจุบันได้รับการส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่ได้เซ็นสัญญาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการกับบริษัทความงามของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2024 เพื่อบุกตลาดเต็มตัว และแท่นตำแหน่งแบรนด์ตัวแทนในหมวด K-beauty collagen booster เรียบร้อยแล้วค่ะ

บทความแนะนำ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์

Sculptra 에서 아쉬웠던 부분을 한국의 Juvelook이 어떻게 채워줬을까요? HA 결합으로 즉각적인 효과와 장기적인 콜라겐 재생을 동시에 선사하는 K-beauty skin booster 이야기를 만나보세요.

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวหนังของเราบ้างคะ

ทำไมหลังทำทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นผล แต่ผ่านไป 1 เดือนผิวกลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? และทำไมแม้ตัวยา PDLLA จะสลายไปแล้ว แต่คอลลาเจนยังคงอยู่? — ถ้าเข้าใจหลักการทำงานแล้วจะร้องอ๋อเลยค่ะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร

Juvelook (30μm), Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) และ Juvelook skin ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นค่ะ วันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยว่า ควรใช้ไลน์ไหนกับบริเวณไหนดีนะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ร่างกาย

Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย

สำหรับรอยคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาต้อง Juvelook Eye ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกและต้นขาต้อง Juvelook Glam นี่คือไลน์อัพสุดพิเศษของ Juvelook ที่คุณควรทำความรู้จักต่อจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า 3 ขั้นตอนค่ะ

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

CureJet + Juvelook — วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไม่ต้องใช้เข็ม

สำหรับรอยแผลเป็นสิวชนิดหลุมลึก ทั้งแบบ 롤링 (rolling scar) และ 박스카 (boxcar scar) การจับคู่กันของ CureJet + Juvelook ถือว่าตอบโจทย์มากๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับการทำ 서브시전 (subcision) ด้วยเข็มแบบเดิมแล้ว ระดับความเจ็บ (VAS) ลดลงจาก 5.4 เหลือเพียง 2.9 แถมยังช่วยลด downtime แบบไม่มีรอยช้ำกวนใจอีกด้วย

보톡스랑 필러, 같은 날 같이 받아도 괜찮을까

ผิว

Microneedle + Juvelook — การจับคู่ที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นลึก

สำหรับรอยแผลเป็นหลุมลึกแบบกล่อง (boxcar) และแผลเป็นคีลอยด์หดรัดแบบผสม การรักษาด้วย Micro-needling ร่วมกับ Juvelook เป็นคู่ที่เข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ โดยหลักการทำงานจะช่วยกระตุ้นทั้งกระบวนการรักษาแผล (wound healing) ควบคู่ไปกับการกระตุ้นของสาร PDLLA พร้อมๆ กัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1