Juvelook เติมจุดที่ Sculptra ทำไม่ได้อย่างไร? K-beauty booster ให้ผลทันทีจาก HA พร้อมคอลลาเจนระยะยาว
🔗 ไปยังบทความอื่น ๆ
Juvelook คืออะไร? — 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)
ไลน์อัพทั้งหมด — 2.1 สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin) · 2.2 เฉพาะจุด (Eye, Glam)
การทำหัตถการร่วมกัน — 3.1 ร่วมกับ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) · 3.2 ร่วมกับ Microneedle (แผลเป็นหลุมลึก) · 3.3 ร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)
การเปรียบเทียบและการเลือก — 4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs Juvelook ฉีดชั้นหนังแท้ (Intradermal)
ขอสรุปสั้น ๆ ก่อนเลยนะคะ Juvelook คือ collagen booster* ที่เปิดตัวโดย Vaim Global บริษัทสัญชาติเกาหลีในช่วงต้นทศวรรษ 2020 ค่ะ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกาหลีตัวแรกที่นำ PDLLA และ Hyaluronic Acid มารวมไว้ด้วยกัน ช่วยเติมความชุ่มชื้นในทันทีพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และเป็นโปรแกรมยอดนิยมที่พบได้ทั่วไปตามเมนูคลินิกผิวหนังและศัลยกรรมในเกาหลีค่ะ
collagen booster*: คือหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติใต้ผิวหนังค่ะ ไม่ใช่การเติมฟิลเลอร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่มในทันที แต่จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองในช่วงเวลาไม่กี่เดือนค่ะ
มาทำความรู้จักกับ Vaim Global กันค่ะ
Vaim Global คือบริษัทยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์ความงามทางการแพทย์ระดับมืออาชีพที่เริ่มต้นขึ้นที่เมืองแดจอน ประเทศเกาหลีใต้ในปี 2014 ค่ะ แรกเริ่มเดิมทีเป็นเพียงบริษัทเล็ก ๆ ที่เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์และเทคโนโลยีการนำส่งยา แต่พวกเขามองเห็นความเป็นไปได้ใน PDLLA (Poly-D, L-lactic acid) ซึ่งเป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพมาตั้งแต่แรก ๆ ส่วนผสมนี้เคยได้รับการอนุมัติจาก FDA สหรัฐฯ ในการรักษาภาวะไขมันฝ่อที่ใบหน้าในผู้ป่วย HIV มาก่อน และได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ
จุดเด่นที่ทำให้ Vaim แตกต่างคือการพัฒนาสูตรผสมแบบไฮบริดที่ผสาน PDLLA เข้ากับ Hyaluronic Acid (HA)* ค่ะ ผลิตภัณฑ์ประเภท Polylactic acid เดี่ยว ๆ (เช่น Sculptra ของอเมริกา ซึ่งใช้ส่วนผสม PLLA) ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลและไม่มีการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ แต่ Juvelook ได้รวม HA เข้าไปด้วย ทำให้สามารถเห็นผลลัพธ์เรื่องความชุ่มชื้นและวอลลุ่มเบา ๆ ได้ทันทีหลังทำ ทั้งผู้ให้บริการและคนไข้จึงสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้ได้รับความนิยมในคลินิกอย่างรวดเร็วค่ะ
Hyaluronic Acid*(HA): เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่แล้วในผิวของเราค่ะ สำหรับการใช้ทำหัตถการ จะมีการปรับค่าน้ำหนักโมเลกุลและความหนืดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ด้านความชุ่มชื้นและวอลลุ่มในทันทีค่ะ

Juvelook เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป
ในช่วงปี 2020 ตลาดความงามของเกาหลีมีหัตถการสองขั้วที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝั่งหนึ่งคือ Hyaluronic Acid filler ที่ให้ผลลัพธ์ทันทีแต่ชั่วคราว และอีกฝั่งคือการกระตุ้นคอลลาเจนที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาวแต่เห็นผลช้า Juvelook เข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานผลลัพธ์ผิวชุ่มชื้นอิ่มฟูทันทีหลังทำ ตามด้วยการสร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่ใน 1-3 เดือน และคงผลลัพธ์ยาวนานถึง 12-24 เดือนค่ะ
จุดเด่นอีกอย่างคือ เข้ากันได้ดีกับวิธีการทำหัตถการที่หลากหลาย นอกจากการฉีดด้วยเข็มทั่วไปแล้ว ยังสามารถใช้ร่วมกับเครื่องพ่นแรงดันลมอย่าง CureJet, เครื่อง Microneedle หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงอย่าง Potenza เพื่อช่วยปรับปรุงรูขุมขน แผลเป็น และเนื้อผิว จนกลายเป็น skin booster สารพัดประโยชน์ที่ใคร ๆ ก็เลือกใช้ และในรายงานเคสคลินิกชิ้นหนึ่งพบว่า หลังฉีด Juvelook ไปเพียง 18 วัน ร่องน้ำตาใต้ตาตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และผลสแกน Ultrasound, CT, MRI ก็ยืนยันว่าเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์อย่างยอดเยี่ยมค่ะ

เริ่มต้นจากเกาหลีสู่เวทีโลก
Vaim Global ประกาศว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2026 ยอดการผลิตสะสมของ Juvelook ทะลุ 3 ล้านขวด (Vial) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ล้านขวดภายในเวลาเพียง 8 เดือน หลังจากแตะระดับ 2 ล้านขวดไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 แสดงให้เห็นว่าความต้องการทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศ ทั้งในยุโรป อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และเอเชีย โดยในยุโรปได้ลงนามเป็นพันธมิตรจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการกับ Laboratoires FILLMED บริษัทความงามทางการแพทย์ชั้นนำของฝรั่งเศส และใน บทรีวิวภาพรวมการใช้ PDLLA ในการทำหัตถการความงาม ยังได้กล่าวถึงการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ PDLLA สัญชาติเกาหลีเข้าสู่ตลาดโลกด้วยว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองอย่างยิ่งค่ะ
สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่เป็นรายแรกที่ผลิตภัณฑ์จากเกาหลี สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญในตลาด collagen booster ระดับโลกได้ เพราะที่ผ่านมาพื้นที่ส่วนนี้มักเป็นของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาและยุโรป แต่ Vaim ใช้จุดเด่นด้าน R&D สไตล์เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นขนาดอนุภาคที่เล็ก เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว และสามารถประยุกต์ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้หลากหลาย ในการสร้างเวทีของตัวเองขึ้นมาค่ะ

ทำไมถึงมีไลน์อัพผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ปัจจุบัน Juvelook ไม่ใช่แค่ชื่อผลิตภัณฑ์เดี่ยว ๆ แล้วนะคะ แต่กลายเป็น Line-up ไปแล้วค่ะ เริ่มต้นจาก Juvelook รุ่นออริจินัลที่เปิดตัวครั้งแรก จนปัจจุบันขยายออกไปเป็น 5 รุ่นย่อยที่ดีไซน์มาให้เหมาะกับแต่ละความต้องการและบริเวณที่ฉีด ได้แก่ Volume, Skin, Eye (รอบดวงตา) และ Glam (ผิวกาย) ทั้งหมดนี้ใช้สูตรพื้นฐานเดียวกันคือ PDLLA + HA แต่ปรับขนาดของอนุภาคและความเข้มข้นเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละจุดค่ะ
นอกเหนือจากแบรนด์ Juvelook แล้ว Vaim ยังมีไลน์ผลิตภัณฑ์ PDLLA สำหรับส่งออกต่างประเทศภายใต้แบรนด์ Lenisna ด้วยค่ะ ในตลาดต่างประเทศ Juvelook Volume จะถูกจัดจำหน่ายในชื่อ Lenisna ดังนั้นให้เข้าใจว่าเป็นแบรนด์พี่น้องจากบริษัทเดียวกันและใช้สูตรเดียวกันนะคะ แต่ในซีรีส์นี้เราจะเน้นไปที่ไลน์ผลิตภัณฑ์หลักของ Juvelook ค่ะ
สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มสนใจทำหัตถการ แนะนำให้ทราบก่อนว่าภายใต้คำว่า "Juvelook" นั้นมีทางเลือกที่หลากหลายมากค่ะ ในบทความถัดไปเราจะมาเจาะลึกถึงหลักการทำงานว่า PDLLA และ HA เข้าไปทำงานอย่างไรใต้ผิวของเราบ้างค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. Juvelook กับฟิลเลอร์ทั่วไปเหมือนกันไหมคะ?
ต่างกันค่ะ ฟิลเลอร์คือการใช้ Hyaluronic Acid เติมเต็มวอลลุ่มในจุดนั้น ๆ ทันที ส่วน Juvelook จะเน้นการใช้ PDLLA เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติเพื่อปรับโครงสร้างผิวจากภายใน ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์และความคงทนของผลลัพธ์จึงแตกต่างกันค่ะ
Q. ส่วนผสม PDLLA ปลอดภัยไหมคะ?
PDLLA เป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งใช้ทางการแพทย์ เช่น ไหมเย็บแผล หรืออุปกรณ์การแพทย์ที่สลายตัวได้ในร่างกายมาอย่างยาวนาน ในสหรัฐฯ ได้รับการรับรองจาก FDA ในการรักษาภาวะไขมันฝ่อที่ใบหน้าของผู้ป่วย HIV และมีข้อมูลทางคลินิกที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องสำหรับการใช้เพื่อความงาม อย่างไรก็ตาม ฝีมือ ความเชี่ยวชาญ และการฉีดในระดับความลึกที่แม่นยำของแพทย์ผู้ทำหัตถการถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ
Q. ประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากเกาหลีมีการใช้ Juvelook ไหมคะ?
มีค่ะ ปัจจุบันได้รับความนิยมและส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่ได้เซ็นสัญญาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ร่วมกับบริษัทความงามของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2024 และกำลังเติบโตในฐานะผลิตภัณฑ์หลักในหมวดหมู่ K-beauty collagen booster ค่ะ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง
สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม ความเจ็บมาจากไหน ยาชาแบบทาและแบบฉีดช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มาดูกัน

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวช่วงที่ผิวยังแดงกันค่ะ

ผิว
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ สรุปตามระยะการฟื้นตัว พร้อมวิธีดูแลกันรอยดำ

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน
ลบรอยสัก PicoWay พักฟื้นอย่างไร ตั้งแต่ Frosting สะเก็ด จนรอยสักค่อย ๆ จาง สรุปให้เข้าใจง่ายค่ะ

ผิว
ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการ ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่ดี บทความนี้รวมระยะที่ควรเว้นก่อนบินตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว



