• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Microneedle + Juvelook — คู่ที่ดูแลแผลเป็นหลุมลึก

Microneedle + Juvelook — คู่ที่ดูแลแผลเป็นหลุมลึก

Microneedle + Juvelook — คู่ที่ดูแลแผลเป็นหลุมลึก

หลุมลึก boxcar และแบบผสม เข้ากับ Microneedle + Juvelook กระตุ้นทั้งการรักษาแผลและ PDLLA พร้อมกัน

🔗 ไปที่บทความอื่น ๆ

Juvelook คืออะไร?1.1 ประวัติของ Juvelook · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

ไลน์อัพทั้งหมด2.1 สำหรับผิวหน้า 3 รุ่น (Juvelook, Volume, Skin) · 2.2 เฉพาะจุด (Eye, Glam)

สูตรผสมผสานการรักษา3.1 จับคู่ CureJet (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) · 3.3 จับคู่ Potenza (RF + Pumping Tip)

เปรียบเทียบและการเลือกใช้4.1 Juvelook vs Rejuran · 4.2 Rejuran HB vs การฉีด Juvelook เข้าชั้นผิวใต้ผิวหนังหนังแท้

ขอสรุปสั้น ๆ ตรงนี้เลยนะคะ ถ้าเป็นรอยแผลเป็นจากสิวที่ลึกมาก ๆ แค่ CureJet อย่างเดียวอาจจะยังไม่พอค่ะ ผลลัพธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตัวยาเข้าไปถึงชั้นผิวหนังแท้ (dermis) ที่ลึกกว่านั้น ซึ่งตัวช่วยสำคัญในขั้นตอนนี้คือ microneedle (เข็มขนาดเล็กมาก) ค่ะ การรักษาแบบนี้จะใช้เข็มขนาดเล็กจิ๋วหลายสิบถึงหลายร้อยเล่มจิ้มลงไปในระดับความลึกที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ เพื่อสร้างช่องเปิดและส่งผ่าน Juvelook เข้าไปใต้ผิวโดยตรง หากจุดเด่นของ CureJet คือการดูแลผิวชั้นนอก จุดสำคัญของ microneedle ก็คือการเข้าไปจัดการลึกถึงชั้นผิวหนังแท้เลยค่ะ

 

การรักษาด้วยเทคนิค microneedle ทำงานอย่างไรบ้างคะ

microneedle คืออุปกรณ์ที่ใช้เข็มขนาดเล็กจิ๋วซึ่ง บางกว่าเส้นผม* หลายสิบเล่มจิ้มลงไปบนผิวพร้อม ๆ กันในครั้งเดียว สามารถปรับความยาวเข็มได้ตั้งแต่ 0.5 มม. ถึง 3.5 มม. โดยคุณหมอจะเลือกความลึกให้เหมาะกับตำแหน่งและระดับความลึกของแผลเป็นค่ะ ทุกครั้งที่หัวเข็มสัมผัสผิว จะเกิดช่องเปิดขนาดเล็กจิ๋วขึ้นจำนวนมาก

เข็มขนาดเล็กมาก*(microneedle): เข็มทางการแพทย์ที่มีขนาดเล็กเรียวมาก ความยาวปานกลางประมาณ 0.5–3.5 มม. เข็มหลายสิบเล่มจะลงไปที่ผิวพร้อม ๆ กันเพื่อเปิดช่องขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งช่องเหล่านี้จะช่วยส่งผ่านตัวยาหรือพลังงาน RF เข้าสู่ผิวได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ

ช่องเปิดขนาดเล็กเหล่านี้มีบทบาทสำคัญ 2 ประการค่ะ ข้อแรกคือ เป็น ช่องทางในการส่งผ่านตัวยา (Juvelook) ถ้าเปรียบ CureJet ว่าเป็นการพ่นตัวยาด้วยแรงดันน้ำ microneedle ก็คือการสร้างช่องทางและส่งตัวยาเข้าไปฝังไว้ในผิวโดยตรงนั่นเองค่ะ ทำให้ควบคุมทิศทางได้แม่นยำกว่า และส่งไปถึงชั้นผิวหนังแท้ระดับลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อที่สองคือ กระตุ้นกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ เมื่อผิวสัมผัสได้ถึงการบาดเจ็บเล็ก ๆ นี้ ร่างกายจะเปิดสวิตช์ส่งสัญญาณเพื่อสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่โดยอัตโนมัติ เมื่อเสริมด้วยแรงกระตุ้นจากสาร PDLLA ของ Juvelook และกระบวนการฟื้นฟูตัวเองนี้ ผลลัพธ์จึงทวีคูณยิ่งขึ้นค่ะ

마이크로니들이라는 시술, 어떻게 작동하나요

 

 

ทำไมแผลเป็นร่องลึกถึงจำเป็นต้องใช้ microneedle

แผลเป็นจากไม่ได้เป็นแค่ปัญหาเรื่องความเรียบเนียนของผิวชั้นนอกเท่านั้นนะคะ แต่ภายใต้ชั้นผิวหนังแท้จะมีรอยแผลเป็นที่ดึงรั้งผิวลงไปที่เรียกว่า พังผืดใต้ผิวหนัง* ทำให้ผิวหย่อนคล้อยสร้างรอยบุ๋มลงไป หากเราดูแลรักษาเฉพาะแค่ชั้นผิวภายนอก เมื่อเวลาผ่านไป ผิวบริเวณแผลเป็นก็จะถูกดึงกลับลงไปที่เดิมอีกค่ะ

พังผืดใต้ผิวหนัง*(fibrotic band): เนื้อเยื่อพังผืดที่เกิดจากสิวอักเสบรุนแรงในชั้นผิวลึก โดยจะคอยยึดดึงผิวชั้นบนลงไปสู่ชั้นใต้ผิวหนัง หากไม่ทำการตัดสลายพังผืดที่ยึดรั้งนี้ออก ผิวหน้าบริเวณรอยแผลเป็นก็จะไม่สามารถกลับมาเรียบเนียนตึงกระชับขึ้นได้ค่ะ

ตามข้อมูลจาก ผลการศึกษาเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ต่อชั้นผิวหนังแท้ของ microneedle RF พบว่า เข็มขนาดเล็กสามารถลงลึกเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ได้ตั้งแต่ 0.5–3.5 มม. เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ในกรณีของแผลเป็นร่องลึก การส่งเข็มลงไปลึกถึง 2–3 มม. จะช่วยตัดสลายพังผืดที่ดึงรั้งแผลเป็นออก และเปิดทางให้คอลลาเจนใหม่เข้ามาเติมเต็มแทนที่ ซึ่งระดับความลึกนี้ค่อนข้างยากที่จะเข้าถึงได้ด้วยแรงดันน้ำของ CureJet เพียงอย่างเดียวค่ะ

แต่เมื่อทำร่วมกับการฉีด Juvelook ผลลัพธ์จะก้าวกระโดดไปอีกขั้นเลยค่ะ สาร PDLLA จะเคลื่อนตัวตามช่องเปิดที่สร้างโดย microneedle เข้าไปจับจองพื้นที่ในชั้นผิวหนังแท้ในระดับลึก จากนั้นจะค่อย ๆสลายตัวไปในช่วงเวลา 12–24 เดือน และช่วยสะสมคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในบริเวณนั้น เรียกได้ว่าการรักษานี้เพียงครั้งเดียว ก็เหมือนได้ดับเบิ้ลเอฟเฟกต์ เปิดสัญญานฟื้นฟูบาดแผล + รวมพลังกระตุ้นจาก PDLLA ให้คอลลาเจนเร่งสร้างตัวไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

왜 깊은 흉터에 마이크로니들이 필요한가요

 

 

เหมาะกับรอยแผลเป็นแบบไหนมากที่สุด

การจับคู่ระหว่าง microneedle + Juvelook จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับแผลเป็นประเภทต่อไปนี้ค่ะ

  • แผลเป็นหลุมลึกขอบชัด (Boxcar Scars) ที่รุนแรง — มีขอบแผลเรียบชัดและมีระดับความลึกตั้งแต่ 2 มม. ขึ้นไป

  • แผลเป็นหลุมสิวแบบผสมหลายประเภท (Mixed Atrophic Scars) — เช่น มีทั้งแผลแบบก้นโค้งมน (Rolling), แบบกล่องขอบชัด (Boxcar) และแบบรูเข็มลึก (Icepick) ผสมกันอยู่บนหน้า

  • แผลเป็นหลุมสิวที่มีความลึกหลากหลายกระจายอยู่ทั่วใบหน้า

  • ผู้ที่เคยผ่านการรักษาด้วย CureJet, ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์มาแล้ว แต่ยังเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

ในทางตรงกันข้าม หากเป็นแผลเป็นแบบรูเข็มจิ้มลึกมาก ๆ (Icepick Scars) ที่มีความลึกเกิน 4–5 มม. ขึ้นไป แม้แต่เทคนิค microneedle ก็ยากจะเคลียร์จบได้ในครั้งเดียวค่ะ แนะนำว่าอาจจะต้องใช้วิธีที่เจาะลึกเฉพาะจุดมากกว่านี้ เช่น เทคนิคการแต้มกรด (CROSS) หรือการศัลยกรรมเลาะตัดพังผืดหลุมสิว (Punch Excision) ร่วมด้วยค่ะ อยากให้มองว่าสูตรผสมผสาน microneedle + Juvelook เป็นตัวเลือกที่ช่วยจัดการกับรอยแผลเป็นแผลหลุมที่มีระดับความลึก "มากกว่า CureJet ไปอีกขั้น" นะคะ

어떤 흉터에 잘 맞을까

 

 

ขั้นตอนการรักษาและการพักฟื้น

มาตรฐานการรักษาที่แนะนำตามที่มีการระบุไว้ใน รีวิวด้านความงามแบบครอบคลุมเกี่ยวกับการใช้สาร PDLLA คือ ควรทำซ้ำ 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ ค่ะ ในแต่ละครั้งจะเริ่มด้วยการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที และดำเนินการยิงรักษาจริงประมาณ 10-20 นาที ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาแปะยาชานานกว่า และมีความรู้สึกมากกว่าการทำ CureJet เล็กน้อยขณะทำค่ะ

ด้านการพักฟื้นจะใช้เวลานานกว่า CureJet เล็กน้อยค่ะ หลังทำทันที ผิวจะมีรอยแดงคล้ายจุดเข็มเล็ก ๆ ปรากฏชัดเจน และอาจมีอาการแดงค้างอยู่ประมาณ 1-3 วัน รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีรอยช้ำจาง ๆ โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาให้ผิวได้ผ่อนคลายและฟื้นตัวเต็มที่ราว ๆ 5-7 วันค่ะ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็คุ้มค่า คุ้มเวลากว่า CureJet มากเมื่อเทียบต่อครั้ง โดยเฉพาะรอยแผลเป็นหลุมลึกจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

ในบทความถัดไป หมอจะมาพูดถึงสูตรผสมที่ใช้หลักการที่คล้ายกัน แต่มีการเสริมการปล่อยพลังงาน RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง) ร่วมด้วย นั่นก็คือสูตรคอมโบระหว่าง Potenza และ Juvelook ค่ะ แม้จะใช้หัวเข็มขนาดเล็กตระกูล microneedle เหมือนกัน แต่มีกลไกการทำงานเสริมที่อัปเกรดขึ้นไปอีกขั้นเลยค่ะ

시술 흐름과 회복

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ระหว่าง CureJet กับ microneedle เลือกแบบไหนดีกว่ากันคะ?

ไม่มีคำว่า "อะไรดีกว่ากัน" แบบครอบจักรวาลค่ะ เพราะบริเวณของผิวและระดับความลึกของแผลเป็นจะเป็นตัวระบุเอง หากต้องการผิวเรียบเนียนละเอียดและแผลเป็นตื้น ๆ แนะนำให้เลือก CureJet ค่ะ แต่หากเป็นแผลแบบ Boxcar ลึกหรือกลุ่มแผลผสม แนะนำเป็น microneedle ดีกว่าค่ะ หลาย ๆ ท่านก็เลือกทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กัน เช่น เล็งเป้าตำแหน่งหลุมลึกด้วย microneedle + Juvelook และดูแลรูขุมขนบวกผิวละเอียดแบบกว้างด้วย CureJet + Juvelook ค่ะ

Q. ทำ microneedle แค่ครั้งเดียวจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนเลยไหม?

ถ้าเป็นแผลเป็นหลุมลึก การทำเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปแบบชัดเจนสมบูรณ์แบบค่ะ โดยปกติรอยแผลจะค่อย ๆ ตื้นขึ้นจากการรักษาต่อเนื่องแบบสะสม 3-5 ครั้ง และเนื่องจากขั้นตอนการสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา จึงแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์อย่างเป็นทางการหลังทำช่วงเดือนที่ 6 ดีที่สุดค่ะ

Q. หลังทำเสร็จประมาณกี่วันถึงจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติคะ?

อาการแดงมักจะหายไปภายใน 1-3 วัน ส่วนรอยเข็มเล็ก ๆ จะจางลงเกือบทั้งหมดภายใน 5-7 วันค่ะ แนะนำว่าหากมีแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือนัดสำคัญ ควรจองตารางคิวทำทรีตเมนต์ล่วงหน้าก่อนวันงานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ขึ้นไปจะดีที่สุดค่ะ ส่วนการแต่งหน้านั้น คนไข้ส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไปหลังเข้ารับบริการค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

กังวลเรื่องความเจ็บตอนฉีด ฟิลเลอร์สะโพก (hip filler) อยู่ใช่ไหมคะ? และคงอยากรู้ใช่ไหมว่าปกติแล้วมีขั้นตอนการแปะยาชาหรือบล็อกเส้นประสาทอย่างไรบ้าง?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน

ฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม ความเจ็บมาจากไหน ยาชาแบบทาและแบบฉีดช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มาดูกัน

อยากรู้ใช่ไหมคะว่าหลังจากทำ Inmode FX แล้ว จะเริ่มล้างหน้าและแต่งหน้าได้ปกติได้ตั้งแต่ตอนไหน?

ยกกระชับ

หลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่

หลังทำ InMode FX ล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวช่วงที่ผิวยังแดงกันค่ะ

หลังจากทำโปรแกรม Secret RF needle แล้ว จะเริ่มล้างหน้าและแต่งหน้าได้อีกครั้งตอนไหนคะ?

ผิว

หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?

หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ สรุปตามระยะการฟื้นตัว พร้อมวิธีดูแลกันรอยดำ

อยากรู้ไหมคะว่าหลังทำเลเซอร์ลบรอยสักด้วย Picoway แล้ว ขั้นตอนที่สะเก็ดแผลจะหลุดออก และรอยสักค่อยๆ จางลงเป็นอย่างไรบ้าง?

ลบรอยสัก

ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน

ลบรอยสัก PicoWay พักฟื้นอย่างไร ตั้งแต่ Frosting สะเก็ด จนรอยสักค่อย ๆ จาง สรุปให้เข้าใจง่ายค่ะ

หลังจากทำ skin booster หรือโปรแกรมดูแลผิวแล้ว จะสามารถขึ้นเครื่องบินได้ตั้งแต่ตอนไหนกันนะ? สงสัยกันอยู่ใช่ไหมคะ?

ผิว

ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?

หลังทำหัตถการ ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่ดี บทความนี้รวมระยะที่ควรเว้นก่อนบินตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว

ยกกระชับ

ถ้าใช้ Sofwave ในการยกหน้าผากและแนวไรผม ผิวที่หย่อนคล้อยจะดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

Sofwave 이마 리프팅 (รีฟท์หน้าผาก) — เจาะลึกตั้งแต่หลักการทำงานในการยกกระชับหน้าผากและแนวไรผมที่หย่อนคล้อย ไปจนถึงระยะเวลาการฟื้นตัวและช่วงเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1