RF ให้ผลทันที PDLLA สะสมผลยาว 12–24 เดือน เข้าใจหลักการ ข้อบ่งชี้ downtime ของ Potenza + จูวีลุค

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
🔗 ไปอ่านบทความอื่น ๆ
จูวีลุค คืออะไร? — 1.1 ประวัติความร่วมมือของ จูวีลุค · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)
ไลน์อัพทั้งหมด — 2.1 สำหรับผิวหน้า 3 รุ่น (จูวีลุค·Volume·Skin) · 2.2 สำหรับเฉพาะจุด (Eye·Glam)
การจับคู่รูทีน — 3.1 จับคู่กับ คิวร์เจ็ท (รักษาแผลเป็นโดยไม่ต้องใช้เข็ม) · 3.2 จับคู่กับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก)
เปรียบเทียบและการเลือก — 4.1 จูวีลุค vs รีจูรัน · 4.2 รีจูรัน HB vs จูวีลุค ใต้ชั้นผิวหนัง
ถ้าสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ เลยนะครับ การทำ Potenza Pumping Tip + จูวีลุค เป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาผิวได้ถึง 3 อย่างพร้อมกันเลยครับ! ① เข็มขนาดเล็ก (microneedle) จะเข้าไปเปิดช่องว่างใต้ผิวชั้นหนังแท้ ② ส่งพลังงานคลื่นวิทยุ* (RF)* เข้าไปตรงปลายเข็มเพื่อปล่อยความร้อน ช่วยหดกระชับคอลลาเจนเดิมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และ ③ ในขณะเดียวกัน ตัวยา จูวีลุค (PDLLA + HA) จะถูกเติมเข้าไปในช่องเปิดนั้นทันที เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนต่อเนื่องไปอีก 12~24 เดือน เรียกว่าเป็นการปลุกสัญญาณคอลลาเจนถึง 3 ต่อในครั้งเดียวเลยครับ
*พลังงานคลื่นวิทยุ (RF, radiofrequency): พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เข้าไปสร้างความร้อนจากการเสียดสีใต้ผิว เมื่อส่งพลังงานลงไปที่ชั้นหนังแทได้อย่างแม่นยำ จะช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนหดกระชับตัวทันที พร้อมกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast สร้างคอลลาเจนใหม่ ๆ ขึ้นมา เป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ในวงการความงามอย่างมาก เพราะสามารถทำความร้อนใต้ชั้นผิวได้โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนไหม้หรือเบิร์นครับ
Potenza Pumping Tip ต่างจาก Microneedle ทั่วไปอย่างไร?
เครื่อง Microneedle ทั่วไป จะเป็นเพียงหัวเข็มขนาดเล็กที่เข้าไปเปิดช่องบนชั้นผิวหนังแท้เท่านั้น แต่สำหรับ Potenza จะมีการส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) เข้าไปด้วยครับ โดยปลายเข็มจะปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้อย่างแม่นยำ ซึ่งนี่ถือเป็นข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับ Microneedle ธรรมดาครับ
สำหรับ Pumping Tip นั้นเป็นหนึ่งในหัวทิปของเครื่อง Potenza ซึ่งเป็นหัวเข็มแบบ Invasive ที่มีฟังก์ชันช่วยผลักตัวยาลงสู่ผิวด้วย หลักการคือเมื่อเข็มแทงลงไปในชั้นผิวและส่งพลังงาน RF แล้ว จะทำการปั๊มผลัก skin booster อย่าง จูวีลุค เข้าไปในช่องผิวเดียวกันทันที ทำให้การเปิดช่องผิว ส่งพลังงาน และผลักตัวยาเสร็จสิ้นในขั้นตอนเดียวเลยครับ
จากงานวิจัยทดลองในสัตว์เกี่ยวกับปฏิกิริยาความร้อนในชั้นหนังแท้ของ Microneedle RF พบว่า พลังงาน RF จะส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นหนังแท้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ยิ่งเมื่อผสานพลังกับสาร PDLLA ที่จะค่อย ๆ เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในจุดนั้นเพิ่มเติม ทำให้เห็นผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไปครับ

เหมาะกับบริเวณไหน และตอบโจทย์ปัญหาผิวแบบใด?
การจับคู่ Potenza + จูวีลุค เหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีกังวลเรื่องแผลเป็น รูขุมขนกว้าง และความยืดหยุ่นของผิวไปพร้อม ๆ กัน โดยสรุปได้ดังนี้ครับ
ประเภทปัญหา | คำอธิบาย |
|---|---|
แหลเป็นจากสิว | กรณีที่มีแผลเป็นหลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar) หรือแบบแอ่งกระทะ (Rolling) ปะปนกันพบลึกปานกลางถึงลึกมาก |
รูขุมขนกว้าง | เมื่อสังเกตเห็นรูขุมขนบริเวณจมูกและแก้มยืดขยายตัวกว้างขึ้น |
ผิวหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่น | ผิวบริเวณแก้มใต้โหนกแก้มหรือกรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อย |
ผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน | กรณีที่มีปัญหาเรื่องรูขุมขน ริ้วรอยตื้น ๆ และผิวหน้าหยาบกร้านร่วมกัน |
มีรายงานจากการทบทวนงานวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับ PDLLA ในศัลยกรรมความงาม ว่าเมื่อผสานการใช้ PDLLA ลิงก์ร่วมกับอุปกรณ์กลุ่มพลังงานอย่าง Microneedle และ RF จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนสะสมอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้คู่กับ จูวีลุค จะช่วยให้ PDLLA ยืดระยะเวลาการกระตุ้นคอลลาเจนให้ยาวนานขึ้นไปอีกขั้น โดยฝั่ง RF จะทำหน้าที่มอบผลลัพธ์ทันทีหลังทำ ส่วน PDLLA จะช่วยดูแลเรื่องผลลัพธ์สะสมในระยะยาวช่วง 12~24 เดือนครับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับแผลเป็นหลุมสิวลึกมากประเภทเข็มหมุด (Icepick scar), ปัญหาเม็ดสีและฝ้ากระ รวมถึงผิวที่หย่อนคล้อยเป็นบริเวณกว้าง การทำ Potenza เพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดนะครับ ในกรณีนี้ แนะนำให้ประสานการรักษาคู่กับการทำ CROSS, เลเซอร์ Toning หรือหัตถการยกกระชับร่วมด้วย เพื่อการดูแลรักษาอย่างตรงจุดเป็นขั้นตอนครับ

ขั้นตอนและระยะเวลาพักหน้า (Downtime*)
คอร์สมาตรฐานทั่วไปแนะนำให้ทำ 3~5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 4~6 สัปดาห์ครับ ก่อนเริ่มทำจะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที และตัวหัตถการเองจะใช้เวลาประมาณ 20~30 นาที เนื่องจากมีความร้อนจากคลื่น RF ร่วมด้วย จึงอาจจะรู้สึกจี๊ด ๆ อุ่น ๆ มากกว่าการทำ Microneedle เดี่ยว ๆ เพียงเล็กน้อยครับ
หลังทำทันทีอาจมีรอยแดงจุดเล็ก ๆ และอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 1~2 วัน บางเคสอาจมีรอยช้ำได้ โดยมีระยะเวลาพักหน้า (Downtime)* เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3~5 วันครับ ซึ่งอาจยาวนานกว่าการทำ Microneedle เดี่ยว ๆ เล็กน้อย และนานกว่า คิวร์เจ็ท อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีพลังงาน RF ลงลึกไปใต้ผิว จึงจำเป็นต้องให้เวลาผิวในการฟื้นฟูตัวเองครับ
*Downtime (ระยะเวลาพักหน้า): ระยะเวลาที่ผิวต้องการเพื่อฟื้นฟูหลังทำหัตถการ ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ (อาทิ การแต่งหน้า, ออกงานสังคม, ออกแดด) โดยขึ้นอยู่กับระดับของรอยช้ำ อาการบวม แดง หรือการตกสะเก็ดของแต่ละหัตถการครับ
แม้จะต้องใช้เวลาพักหน้าบ้างเล็กน้อย แต่บอกเลยว่าผลลัพธ์ของการทำแต่ละครั้งคุ้มค่ามากครับ เพราะหลังทำเพียงครั้งเดียว คุณจะได้รับการกระตุ้นความตึงกระชับทันทีจาก RF ควบคู่ไปกับการค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของ PDLLA ทำให้หลาย ๆ คนสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังทำไปเพียง 3 ครั้งครับ

แตกต่างจาก คิวร์เจ็ท และ Microneedle อย่างไร?
เรามาดูตารางเปรียบเทียบหัตถการทั้ง 3 รูปแบบกันชัด ๆ เลยดีกว่าครับ
คิวร์เจ็ท + จูวีลุค → พ่นตัวยาด้วยแรงดันน้ำ ลงสู่ชั้นผิวตื้น เจ็บน้อยมาก แทบไม่มี Downtime เหมาะกับปัญหารูขุมขน ริ้วรอยตื้น ๆ และรอยแผลเป็นตื้น ๆ
Microneedle + จูวีลุค → ปรับระดับความลึกด้วยเข็มขนาดเล็ก ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ระดับลึก เจ็บปานกลาง หนาพักผิวประมาณ 5~7 วัน เหมาะสำหรับแผลเป็นหลุมสิวลึกแบบกล่อง (Boxcar) หรือแผลเป็นสะสมหลายประเภท
Potenza (RF Pumping Tip) + จูวีลุค → การทำงาน 3 ประสาน (เข็มขนาดเล็ก + พลังงาน RF + ผลักยา) เจ็บปานกลาง พักผิวประมาณ 3~5 วัน เหมาะสุด ๆ กับคนที่มีปัญหาแผลเป็น รูขุมขนกว้าง และผิวขาดความตึงกระชับร่วมกัน
หัวใจสำคัญคือ แม้จะใช้ จูวีลุค เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ผลักสารเข้าร่างกายครับ ในบทความถัดไป เราจะพาไปเทียบกับหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนยอดฮิตอีกตัวอย่าง รีจูรัน กันนะครับ จะได้ทราบว่าทั้งสองตัวนี้เหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกันอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. Potenza Pumping Tip ต่างจาก Potenza ทั่วไปอย่างไร?
Potenza ทั่วไปจะทำหน้าที่ส่งเฉพาะพลังงาน RF ลงไปที่ชั้นหนังแท้เท่านั้นครับ ส่วนหัว Pumping Tip จะมีการเพิ่มระบบฟังก์ชันในการผลักตัวยาเพิ่มเข้ามาด้วย โดยจะช่วยดัน skin booster อย่าง จูวีลุค เข้าไปพร้อม ๆ กับตอนที่ปล่อยพลังงาน RF ลงผิว ทำให้ได้รับการเยียวยาทั้งพลังงานและตัวยาไปพร้อมกันในคราวเดียวเลยครับ
Q. หลังทำจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนทันทีไหม?
ด้วยคุณสมบัติของพลังงาน RF อาจทำให้รู้สึกผิวตึง ๆ กระชับขึ้นได้ทันทีหลังทำครับ แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงและชัดเจนจะเริ่มเห็นได้หลังจากที่สาร PDLLA เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 4~8 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์เรื่องหลุมสิว รูขุมขน รวมทั้งความยืดหยุ่นของผิวชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องครบ 3 ครั้ง โดยแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์ตัวยาเต็มที่ในช่วง 6 เดือนหลังทำเสร็จสิ้นครับ
Q. หัตถการนี้ราคาแพงไหม?
ราคาจะสูงกว่าการทำ Microneedle ทั่วไปครับ เนื่องจากมีทั้งค่าเทคโนโลยีพลังงานตัวเครื่อง รวมถึงค่าตัวยา จูวีลุค เสริมเข้ามาด้วย อย่างไรก็ตาม หากคุณมีปัญหาผิวหลายอย่างรวมกัน เช่น รูขุมขนกว้าง พร้อมแผลเป็นและผิวหย่อนคล้อย การเลือกทำตัวนี้ทีเดียวเสร็จมักจะคุ้มค่าและประหยัดกว่าการแยกทำทีละอย่างครับ สามารถเลือกตามความเหมาะสมของสภาพผิวของตัวเองได้เลยนะครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
Microneedle + จูวีลุค — การจับคู่กู้ผิวสำหรับแผลเป็นหลุมสิวลึก
ทำไม อินโหมด และ Potenza ซึ่งใช้ RF Microneedle เหมือนกัน ถึงได้ผลลัพธ์รูขุมขนต่างกัน?
คิวร์เจ็ท + จูวีลุค — ทางเลือกใหม่ในการรักษาแผลเป็นจากสิวแบบไร้เข็ม
บทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



