• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ความแตกต่างระหว่าง Juvelook และ Rejuran เริ่มเห็นผลต่างกันตั้งแต่ระยะเวลาที่เห็นผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่ของผลลัพธ์เลยค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง Juvelook และ Rejuran เริ่มเห็นผลต่างกันตั้งแต่ระยะเวลาที่เห็นผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่ของผลลัพธ์เลยค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง Juvelook และ Rejuran เริ่มเห็นผลต่างกันตั้งแต่ระยะเวลาที่เห็นผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่ของผลลัพธ์เลยค่ะ

Juvelook จะมี PDLLA ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Rejuran จะมี PN ที่ช่วยเรื่องการฟื้นฟูผิวค่ะ ทั้งสองตัวนี้มีระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์และความคงทนที่แตกต่างกัน ดังนั้นแนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อเลือกสูตรที่เหมาะกับเราที่สุดนะคะ นอกจากนี้เรายังสามารถเปรียบเทียบเรื่องความเจ็บและ downtime (ระยะเวลาพักฟื้นผิว) ก่อนตัดสินใจได้ด้วยค่ะ

เผยแพร่

อัปเดต

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

🔗 ไปที่บทความอื่น ๆ

จูวีลุค คืออะไร? — 1.1 ประวัติความร่วมมือของ จูวีลุค · 1.2 หลักการทำงาน (PDLLA + HA)

ไลน์อัพทั้งหมด — 2.1 ผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้า 3 รุ่น (จูวีลุค, Volume, Skin) · 2.2 สำหรับบริเวณเฉพาะจุด (Eye, Glam)

หัตถการร่วม — 3.1 ทำร่วมกับ คิวร์เจ็ท (รักษาแผลเป็นแบบไร้เข็ม) · 3.2 ทำร่วมกับ Microneedle (สำหรับแผลเป็นลึก) · 3.3 ทำร่วมกับ Potenza (RF + Pumping Tip)

เปรียบเทียบและเลือกสิ่งที่ดีที่สุด — 4.2 รีจูรัน HB vs จูวีลุค Intradermal Injection

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับว่า ทั้ง จูวีลุค และ รีจูรัน ต่างก็เป็น collagen booster ยอดฮิตเหมือนกัน แต่กลไกการทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย จูวีลุค จะใช้ PDLLA* เข้าไปจับตัวในชั้นผิวจริง (dermis) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ในขณะที่ รีจูรัน จะใช้ PN (Polynucleotide)* เข้าช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวและซ่อมแซม DNA โดยตรง แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นหัตถการที่ช่วย "สั่งให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง" แต่ระยะเวลาในการเห็นผล ความคงทน และสภาพผิวที่เหมาะสมของทั้งสองตัวนี้แตกต่างกันครับ

PDLLA* (Poly-D,L-Lactic Acid): เป็นสารพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยจะค่อย ๆ ย่อยสลายทีละนิดใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน Type 1 และ Type 3 ซึ่งนี่คือส่วนประกอบหลักของ จูวีลุค ครับ

PN* (Polynucleotide): เป็นชิ้นส่วน DNA ที่สกัดจากอสุจิปลาแซลมอน จะเข้าไปในเซลล์ผิวเพื่อช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำของชั้นผิวจริง ซึ่งนี่คือส่วนประกอบหลักของ รีจูรัน ครับ

 

2 หัตถการที่กลไกทำงานแตกต่างกัน

จูวีลุค เป็นตัวกระตุ้นคอลลาเจนประเภท กระตุ้นจากภายนอก เมื่อโมเลกุล PDLLA เข้าไปอยู่ในชั้นผิวจริง ร่างกายเราจะรับรู้ว่า "มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามานะ" เซลล์ภูมิคุ้มกัน (Macrophage) จะเริ่มมารวมตัวกัน และส่งสัญญาณให้เซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblast) ผลิตคอลลาเจนตัวใหม่ขึ้นมา พูดง่าย ๆ ก็คือ ตัว PDLLA เองไม่ได้กลายเป็นคอลลาเจนโดยตรง แต่ทำหน้าที่เหมือนสวิตช์เปิดสัญญาณสั่งให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเรื่อย ๆ เป็นเวลา 1-2 ปีครับ

ส่วน รีจูรัน เป็นตัวกระตุ้นคอลลาเจนประเภท ฟื้นฟูเซลล์ผิว จากงานวิจัยเกี่ยวกับขั้นตอนฟื้นฟูคอลลาเจนจากเซลล์ด้วย Polynucleotide (PN) พบว่า PN จะผ่านเข้าไปในเซลล์ผิวเพื่อฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหายและกระตุ้นเส้นทางการสร้างคอลลาเจนโดยตรง แถมยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นผิวจริง ทำให้ผิวโดยรวมกลับมา "แข็งแรงสุขภาพดี" ซึ่งการเกิดคอลลาเจนใหม่ก็คือผลพลอยได้จากกระบวนการฟื้นฟูนี้เองครับ

ความแตกต่างนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของผลลัพธ์ที่ได้เลยครับ โดย จูวีลุค จะเด่นในเรื่อง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (ช่วยให้ผิวหนาขึ้นและยืดหยุ่นขึ้น) ส่วน รีจูรัน จะเก่งเรื่อง การฟื้นฟูซ่อมแซมผิว (ช่วยให้ผิวเรียบเนียน โทนสีผิวสว่างกระจ่างใส และผิวดูอิ่มน้ำฉ่ำวาวสไตล์ K-beauty)

2 หัตถการที่กลไกทำงานแตกต่างกัน

 

 

ระยะเวลาเริ่มเห็นผลและความคงทนของลัพธ์

จุดที่ทุกคนสัมผัสได้ถึงความแตกต่างได้ชัดเจนที่สุดคือเวลาเริ่มเห็นผลครับ หากดูจากรีวิวภาพรวมการทำหัตถการความงามด้วย PDLLA และรายงานทางการแพทย์ จะสรุปได้ดังนี้ครับ

  • จูวีลุค — เริ่มเห็นผลใน 4~6 สัปดาห์, ผลลัพธ์ดีที่สุดใน 2~3 เดือน, อยู่ได้นาน 12~24 เดือน

  • รีจูรัน — เริ่มเห็นผลใน 1~2 สัปดาห์, ผลลัพธ์ดีที่สุดใน 1~2 เดือน, อยู่ได้นาน 4~6 เดือน

รีจูรัน เห็นผลเร็วแต่อยู่ได้ไม่นานนัก ส่วน จูวีลุค ค่อย ๆ สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแต่ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่า ดังนั้นสำหรับใครที่อยาก "สวยด่วนใน 1 เดือน" รีจูรัน ตอบโจทย์สุด ๆ ครับ แต่ถ้าอยากได้ "หัตถการที่อยู่ได้ยาว ๆ 1-2 ปี" จูวีลุค จะยอมรับว่าใช่เลยครับ

อย่างไรก็ดี รีจูรัน ซึ่งอยู่ในกลุ่ม PN เหมือนกัน ก็มีระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ต่างกันไปตามสูตรนะครับ เช่น รีจูรัน HB ที่เราจะพูดถึงในบทความถัดไป มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ร่วมด้วย ทำให้ลงไปทำงานในชั้นผิวที่ลึกขึ้นและผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นอีกหน่อยครับ

ระยะเวลาเริ่มเห็นผลและความคงทนของลัพธ์

 

 

ผิวแบบคุณ เหมาะกับตัวไหนดีนะ?

การตัดสินใจเลือกขึ้นอยู่กับ ช่วงอายุและสภาพผิว เป็นหลักครับ สรุปให้ง่าย ๆ ดังนี้เลย

  • อายุ 20 ปลาย ๆ ถึง 40 ต้น ๆ มีปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวเสีย และอยากปรับโทนสีผิวให้ใสขึ้น → แนะนำ รีจูรัน

  • อายุ 35 ปีขึ้นไป ผิวขาดความยืดหยุ่น หย่อนคล้อย มีริ้วรอยร่องลึก หรือมีรอยแผลเป็น → แนะนำ จูวีลุค

  • คนที่มีปัญหารอยแผลเป็นจากสิว รูขุมขนกว้าง → แนะนำ จูวีลุค (เด่นด้านการฟื้นฟูโครงสร้างผิว)

  • คนที่ต้องการฟื้นฟูผิวหรือปลอบประโลมผิวหลังทำเลเซอร์ → แนะนำ รีจูรัน (เด่นด้านการฟื้นบำรุงเซลล์ผิว)

  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้า → แนะนำ จูวีลุค Volume

หลายคนนิยมทำทั้งสองตัวเลยนะครับ แต่ไม่ใช่ทำพร้อมกันในวันเดียวกันนะ จะเป็นการทำสลับคนละช่วงเวลาตามจุดประสงค์ที่ต่างกัน เช่น ช่วงสปริงเน้นทำ จูวีลุค เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน พอเข้าหน้าหนาวก็ทำ รีจูรัน เพื่อเติมความชุ่มชื้นฟื้นฟูผิว เรียกได้ว่าสองตัวนี้ไม่ได้เป็นคู่แข่งกันนะครับ แต่เปรียบเสมือนคู่หูที่มี หน้าที่แตกต่างกัน ช่วยเสริมกันให้ผิวเพอร์เฟกต์ยิ่งขึ้นครับ

ผิวแบบคุณ เหมาะกับตัวไหนดีนะ?

 

 

ความเจ็บและระยะเวลาพักฟื้น (Downtime)

เนื่องจาก จูวีลุค มีโมเลกุล PDLLA ตอนฉีดอาจจะรู้สึกตึง ๆ ผิวเล็กน้อย และอาจจับเจอเม็ดเล็ก ๆ ใต้ผิวได้ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ โดยทั่วไประยะเวลาพักฟื้นจะอยู่ที่ 1~3 วันครับ

ส่วน รีจูรัน จะค่อนข้างเหลวเป็นน้ำ ความเจ็บและระยะเวลาพักฟื้นจึงแทบไม่มีเลยครับ หลังจากฉีดอาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ คล้ายตุ่มยุงกัดประมาณ 1~2 วันแล้วก็จะยุบหายไปเอง ใครที่มีนัดสำคัญต่อก็สามารถทำได้แบบสบายใจเลยครับ

อย่างไรก็ดี สูตรมาตรฐานสำหรับทั้งสองโปรแกรมคือควรทำ 3~5 ครั้ง นะครับ เพราะทำครั้งเดียวอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นการสะสมคอลลาเจนไปเรื่อย ๆ แนะนำให้ทำซ้ำทุก ๆ 4~6 สัปดาห์ครับ ถ้ายังลังเลเลือกไม่ถูก ลองถามตัวเองก่อนว่า ปัญหาผิวอันดับแรกที่อยากแก้ที่สุดคืออะไร ระหว่าง ความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน หรือการฟื้นฟูผิว เพื่อให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้ง่ายขึ้นครับ

ความเจ็บและระยะเวลาพักฟื้น (Downtime)

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. สามารถฉีด จูวีลุค และ รีจูรัน พร้อมกันในวันเดียวกันได้ไหมคะ?

ทำได้ครับแต่ไม่แนะแนวทางนี้เท่าไหร่ เพราะหัตถการทั้งสองตัวออกฤทธิ์ในชั้นผิวจริงเหมือนกัน หากฉีดลงไปในบริเวณเดียวกันพร้อมกัน อาจจะประเมินผลลัพธ์ของแต่ละตัวได้ยาก ปกติแล้วแนะนำให้ทำคนละช่วงเวลาจะดีที่สุด หรือหากต้องการทำวันเดียวกันจริง ๆ ควรแบ่งฉีดคนละบริเวณกันครับ

Q. ตัวไหนราคาแพงกว่ากันครับ?

ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจำนวนครั้งที่ทำครับ แต่โดยทั่วไปราคาต่อครั้งของ จูวีลุค จะสูงกว่า รีจูรัน เล็กน้อย แต่อย่าลืมว่าผลลัพธ์ของ จูวีลุค อยู่ได้นานถึง 1-2 ปีเลยนะครับ ดังนั้นถ้าเฉลี่ยต่อปีแล้ว ค่าใช้จ่ายโดยรวมแทบไม่ต่างกันเลยครับ

Q. ทั้งสองตัวนี้ปลอดภัยใช่ไหมคะ?

ปลอดภัยแน่นอนครับ ทั้งคู่ผ่านการรับรองจาก KFDA (อย. เกาหลี) เรียบร้อยแล้ว โดย PN ใน รีจูรัน เป็นสารสกัดธรรมชาติจากปลาแซลมอน และ PDLLA ใน จูวีลุค ก็เป็นสารสังเคราะห์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยเพราะถูกนำมาใช้ในไหมละลายทางการแพทย์เป็นเวลานาน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทั้งสองหัตถการคือทักษะของแพทย์ ทั้งเรื่องการกำหนดระดับความลึกและปริมาณยาที่เหมาะสมครับ

 

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Meditox Bangkok Cadaver workshop 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1