ทำ จูวีลุค กี่ครั้งดี ทำไมเว้น 1 เดือน? สรุปเหตุผลจากการสร้างคอลลาเจน จำนวนครั้ง และราคา

เมื่อเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง คลินิกก็เริ่มมีสายโทรเข้ามาถามเรื่องคอลลาเจนบูสเตอร์กันเยอะขึ้นครับ
"คุณหมอคะ อยากเห็นผลไว ๆ ทำถี่ทุก 2 สัปดาห์ได้ไหมคะ"
มีคนไข้ถามแบบนี้บ่อยมากจริง ๆ ครับ
วันนี้ผมจะค่อย ๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังครับ

ระยะห่างของจูวีลุค
คุณคิดว่าเหมือนบูสเตอร์ตัวอื่นใช่ไหมครับ
จูวีลุค คือคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ใช้อนุภาคสลายตัวได้เองอย่าง PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid)
ซึ่งจะค่อย ๆ สลายตัวในผิว
แล้วกระตุ้นให้ร่างกาย
สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ
ถ้ารีจูรัน (Rejuran) เน้นฟื้นฟูผิวที่เสียหายด้วย PN (Polynucleotide) โดยตรง
จูวีลุคจะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง คือช่วงที่อนุภาค PDLLA
ค่อย ๆ สลายตัวในผิวประมาณ 4-6 สัปดาห์นั้น
จะกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) อย่างต่อเนื่อง
ให้ค่อย ๆ ผลิตคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาครับ
เพราะจุดเริ่มต้นต่างกัน การคำนวณระยะห่างของการทำจึงต่างกันไปด้วยครับ

ทำไมต้องเป็น 4 สัปดาห์ เพราะเวลาที่ร่างกายใช้สร้างคอลลาเจน
มันถูกกำหนดไว้แล้วครับ
ข้อคิดสำคัญจาก
คุณหมอวี ยองจิน
โปรโตคอลพื้นฐานของจูวีลุคคือ
ทำห่างกันเดือนละครั้ง รวม 3 ครั้งครับ
เพราะ PDLLA ต้องใช้เวลาประมาณ
4 สัปดาห์ในการกระตุ้นให้เกิดคอลลาเจน
ถ้าร่นระยะให้สั้นลง
ผลลัพธ์ก็จะเท่าเดิม แต่จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 50% ครับ
ตรงนี้อาจฟังดูแปลกใจนิดหน่อย แต่ระยะห่างของจูวีลุค
ไม่ใช่สิ่งที่หมอเป็นคนกำหนด แต่ร่างกายของเราเองต่างหากที่กำหนดครับ
ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนการนวดแป้งขนมปังที่ต้องรอให้ขึ้นฟูครับ
ต่อให้ใส่ยีสต์เพิ่มเข้าไปอีก
ก็ไม่ได้แปลว่าแป้งจะฟูขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงใช่ไหมครับ
บางปฏิกิริยาก็ต้องใช้เวลาของมันเอง
อนุภาค PDLLA ก็เช่นเดียวกันครับ
เมื่อเข้าไปในชั้นหนังแท้ อนุภาคจะค่อย ๆ สลายตัว
และปลุกไฟโบรบลาสต์ให้ทำงาน จากนั้นเซลล์เหล่านี้
จะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาครับ
วงจรนี้ต้องหมุนครบรอบก่อน
การกระตุ้นครั้งต่อไปถึงจะมีความหมายครับ
เพราะฉะนั้นโปรโตคอลพื้นฐานถึงเป็นการ
ทำห่างกันเดือนละครั้ง รวม 3 ครั้งครับ
PDLLA ที่ฝังไว้จากครั้งแรกจะใช้เวลา 4 สัปดาห์
กระตุ้นคอลลาเจน จากนั้นครั้งที่สองจะเข้ามาซ้อนทับ
หมุนวงจรต่ออีกรอบ
แล้วครั้งที่สามจะเป็นตัวที่ทำให้ผลสะสมเริ่มอยู่ตัวครับ
หลายคนบอกว่าจุดนี้ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย
เคสของคนไข้อายุ 32 ปีเมื่อเดือนที่แล้วก็เป็นแบบนั้นเลยครับ
เธอบอกว่าเหลือเวลาอีกสองเดือนก่อนงานแต่งงาน
เลยขอร้องอย่างหนักแน่นว่าอยากทำให้ครบ 3 ครั้ง
แบบเว้นระยะห่างแค่ 2 สัปดาห์เพื่อให้เร็วขึ้นครับ
ผมแนะนำให้เว้นระยะเดือนละครั้งตามปกติ
แต่พอถึงสัปดาห์ที่ 2 หลังทำครั้งแรก
เธอก็กลับมาบอกว่า "รู้สึกเหมือนไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเลย"
ตอนนั้นผมบอกตรง ๆ ว่าคอลลาเจนยังไม่ทันถูกสร้างขึ้นมา
พอถึงสัปดาห์ที่ 4 ลองส่องกระจกดูอีกทีจะเห็นความต่างครับ
สุดท้ายเธอทำครบ 3 ครั้งตามระยะห่างปกติ
และหลังทำครั้งสุดท้ายผ่านไปประมาณ 6 สัปดาห์
เธอก็บอกว่า "โชคดีที่ตอนนั้นไม่รีบร่นระยะ"
ในทางกลับกัน คนไข้อีกคนอายุ 27 ปี
เคยทำแบบเว้นระยะแค่ 2 สัปดาห์มาก่อนครับ
เธอเล่าว่าคลินิกเดิมบอกว่า
"ถ้าอยากให้เร็วก็ทำให้ได้"
เธอเลยทำแบบนั้นมา
สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ก็ใกล้เคียงกับคนที่ทำแบบเว้นระยะเดือนละครั้ง
แต่เธอกลับต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่าครับ
เพราะตอนที่ PDLLA จากครั้งก่อนยังสลายตัวไม่หมด
แล้วฉีดซ้ำเข้าไปอีก
ไฟโบรบลาสต์ที่อนุภาคชุดที่สองควรจะไปกระตุ้นนั้น
ก็ถูกอนุภาคชุดแรกครอบครองพื้นที่อยู่ก่อนแล้วครับ
สรุปสำคัญจากคุณหมอวี ยองจิน
จูวีลุคไม่ได้ให้ผลดีขึ้นเร็ว
เพียงเพราะทำถี่ขึ้นครับ
PDLLA ต้องใช้เวลา 4 สัปดาห์ในการสร้างคอลลาเจน
ถ้าฝืนวงจรนี้
ผลลัพธ์ก็จะเท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ครับ
เว้นระยะเดือนละครั้ง รวม 3 ครั้ง คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดครับ
![[ตรวจสอบข้อเท็จจริง] การนวด 5-5-5 หลังฉีดจูเวลุค เหตุผลที่ถ้าไม่ทำผลจะลดลงครึ่งหนึ่ง](https://framerusercontent.com/images/LpoIvZ9FYwrxbKE1VoYW69ofaWU.jpg)
ระยะห่างของจูวีลุค
ปรับตามสภาพผิวของแต่ละคนได้แบบนี้ครับ
สภาพผิว | ระยะห่างที่แนะนำ | จำนวนครั้งรวม |
ปลาย 20 ต้น ๆ เน้นป้องกัน | ห่างกัน 4 สัปดาห์ | 2-3 ครั้ง |
30-40 ปี เริ่มมีความหย่อนคล้อย | ห่างกัน 4 สัปดาห์ | 3 ครั้ง + เสริม 1 ครั้งหลัง 6 เดือน |
50 ปีขึ้นไป วอลลุ่มลดลง | ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ | 4 ครั้ง + ทำต่อเนื่องเพื่อคงผล |
ดูแลรักษาผล (จบคอร์สแล้ว) | ห่างกัน 6-12 เดือน | ครั้งละ 1 ครั้ง |
และอีกเรื่องที่สำคัญพอ ๆ กับระยะห่างในการทำ
คือโปรโตคอลการนวดหลังทำครับ
ที่คลินิกของเราแนะนำเป็นกฎ 5-5-5 ครับ
นวดต่อเนื่อง 5 วันนับจากวันที่ทำ
วันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาทีครับ
เพราะอนุภาค PDLLA ต้องกระจายตัวสม่ำเสมอ
ไม่จับตัวเป็นก้อนที่จุดเดียว
ถึงจะไม่เกิดตุ่มก้อนเล็ก ๆ (nodule) ครับ
ถ้าไม่ทำตามนี้ บางคนแม้จะเห็นผลหลัง 4 สัปดาห์
แต่ก็ต้องกลับมาหาหมออีกครั้งเพราะเป็นตุ่มก้อนครับ
ก่อนวางแผนระยะห่างของจูวีลุค
3 คำถามที่เจอบ่อยที่สุดครับ
Q1. ทำแค่ครั้งเดียวแล้วเห็นผล
หยุดไปเลยได้ไหมครับ
A. จริง ๆ คำถามนี้เจอบ่อยมากครับ
บางคนทำครั้งแรกแล้วรู้สึกว่า "อ้าว ดูดีขึ้นนี่"
แต่ส่วนใหญ่มักเป็นผลจากอาการบวมช่วงแรก
และวอลลุ่มของตัวอนุภาคเองมากกว่าครับ
คอลลาเจนของจริงจะเริ่มถูกสร้างหลังจากสัปดาห์ที่ 4 ไปแล้ว
และคอลลาเจนใหม่นี้ต้องอาศัยการสะสม
ถึงจะอยู่ตัวครับ
ถ้าทำแค่ครั้งเดียวแล้วหยุด พอผ่านไป 3 เดือน
ผิวก็แทบจะกลับไปเหมือนเดิมครับ
Q2. ถ้าทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลจะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ
A. โดยเฉลี่ยจะบอกว่าอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือนครับ
แต่ตรงนี้แต่ละเคสจะต่างกันค่อนข้างมาก
คือ...ขึ้นอยู่กับความเร็วในการสลายคอลลาเจนของแต่ละคน การโดนแดด
และการสูบบุหรี่ด้วยครับ
คนไข้ของผมที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยและสูบบุหรี่
มักกลับมาทำใหม่ประมาณ 10 เดือน
ในขณะที่คนที่ดูแลตัวเองดี ๆ
บางคนอยู่ได้เกือบ 20 เดือนเลยครับ
เพราะฉะนั้นผมแนะนำให้ทำเสริม 1 ครั้ง
ทุก 6-12 เดือนครับ
Q3. ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหมครับ
แล้วต้องวางระยะห่างยังไง
A. แต่ละเคสจะต่างกันไปบ้าง
แต่ปกติผมจะแนะนำแบบนี้ครับ
เลเซอร์ยกกระชับ (เช่น Shurink, Ulthera)
ควรเว้นระยะห่างจากจูวีลุคอย่างน้อย 2 สัปดาห์ครับ
เพราะพลังงานความร้อนอาจส่งผล
ต่ออนุภาค PDLLA ได้ครับ
ส่วนโบท็อกซ์ทำวันเดียวกันได้เลย
และฟิลเลอร์ถ้าทำคนละบริเวณก็ทำพร้อมกันได้ทันทีครับ
มีเรื่องหนึ่งที่อยากย้ำ คือความเสี่ยงเรื่องตุ่มก้อน
เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของหัตถการ PDLLA
ถ้าไม่ทำตามโปรโตคอลการนวด
ไม่ว่าจะทำร่วมกับหัตถการไหน ผลลัพธ์ก็อาจแกว่งได้ครับ
ถ้าจะให้จำแค่ข้อเดียวจากบทความนี้
— จูวีลุคไม่ใช่เรื่องของความเร็ว แต่การทำตามวงจร
4 สัปดาห์คือทางที่คุ้มค่าที่สุดครับ
บทความหน้าผมจะพาไปเจาะลึกเรื่อง
"วิธีนวด 5-5-5 หลังทำจูวีลุคให้ถูกวิธี
เพื่อไม่ให้เกิดตุ่มก้อน"
ครับ
จะพาไปดูเคสจริงว่าคนไข้คนเดียวกัน ถ้ารายละเอียดการนวดต่างกัน
ผลลัพธ์หลัง 4 สัปดาห์จะต่างกันแค่ไหนครับ
วี ยองจิน ครับ
อ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หลังจากทำเลเซอร์รอบดวงตาหรือทำหัตถการยกกระชับ (lifting) แล้ว อีกกี่วันถึงจะกลับมาใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติคะ?
มาดูกันค่ะว่าทำไมถึงต้องระวังเรื่องการใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการรอบดวงตา พร้อมวิธีประเมินว่าควรเริ่มกลับมาใส่เลนส์ได้ตอนไหน

กำจัดขน
หลังจากทำเลเซอร์หรือโปรแกรมยกกระชับใบหน้าแล้ว ควรเว้นระยะกี่วันถึงจะกลับมาทำสีผมที่แพลนไว้ได้คะ?
มาดูกันค่ะว่าทำไมถึงต้องระวังเรื่องการย้อมผมหลังทำหัตถการใบหน้า พร้อมวิธีประเมินว่าเมื่อไหร่ถึงจะเริ่มย้อมผมใหม่ได้อีกครั้ง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หน้าผากดูแบนหรือยุบลงไปเล็กน้อย อยากเติมวอลลุ่มให้ดูสวยละมุนเป็นธรรมชาติ จะใช้ Juvelook Volume ช่วยเติมเต็มได้ไหมคะ?
มาเจาะลึกหลักการเติมหน้าผากด้วย Juvelook Volume ความแตกต่างระหว่างตัวนี้กับฟิลเลอร์ และแบบไหนที่เหมาะกับคุณกันค่ะ

ยกกระชับ
หลังจากทำ Ulthera Prime ไปแล้วครั้งหนึ่ง ควรจะนัดคิวทำซ้ำครั้งต่อไปประมาณช่วงไหนดีคะ?
มาดูแนวโน้มการลดลงของประสิทธิภาพหลังทำ Ultherapy Prime และเกณฑ์ในการพิจารณาช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ (재시술) กันค่ะ

กำจัดขน
หน้าร้อนที่ต้องกังวลเรื่องผิวแทนและรังสี UV แบบนี้ จะเริ่มทำเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ดีไหมนะ?
มาไขข้อข้องใจเรื่องความเชื่อผิดๆ ที่ว่าการกำจัดขนในช่วงหน้าร้อนนั้นอันตราย พร้อมทำความเข้าใจหลักการทำงานของ GentleMax Pro ในการตอบสนองต่อเม็ดสี และวิธีดูแลผิวจากรังสี UV กันค่ะ

ยกกระชับ
Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง



