แม้ 1cc เท่ากัน แต่ผลในเวลาต่างกัน เทียบ HA filler กับ PDLLA booster ตามบริเวณ ช่วงเวลา ระยะคงผล
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เวลาที่เราพูดว่า "อยากเติมโวลลุ่มให้ผิวดูเต็มขึ้น" ในห้องปรึกษา บางครั้งคุณหมออาจจะแนะนำสองชื่อนี้ขึ้นมาพร้อมกันครับ อย่างแรกคือ ไฮยาลูโรนิก (HA) filler ที่เราคุ้นเคยกันดี และอีกอย่างคือ จูวีลุค Volume ซึ่งเป็น collagen booster ที่มีส่วนผสมของ PDLLA สรุปสั้นๆ คือ ทั้งสองหัตถการนี้มีกลไกในการสร้างโวลลุ่มที่แตกต่างกันตั้งแต่เริ่มต้นครับ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมคำถามยอดฮิตที่พบบ่อยในการให้คำปรึกษาที่ Beautystone คลินิก ไม่ใช่เรื่องของการเชียร์ขายผลิตภัณฑ์นะครับ แต่เป็นการชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างเพื่อช่วยให้คุณวิเคราะห์และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองครับ
แบบที่เติมเต็มได้ทันที VS แบบที่ค่อยๆ สร้างขึ้นตามเวลา
HA filler หลังฉีดเสร็จ ตัวเนื้อเจลจะเข้าไปแทนที่ตรงจุดนั้นและเห็นโวลลุ่มเติมเต็มขึ้นมาทันที มีข้อมูลทางการแพทย์มากมายที่สรุปไว้ว่า HA (Hyaluronic Acid) filler ใช้เพื่อฟื้นฟูการสูญเสียโวลลุ่มและช่วยปรับรูปหน้า พอมองกระจกหลังทำเสร็จก็จะรู้สึกทันทีเลยว่า "อ๊ะ ตรงที่ยุบดูเต็มขึ้นมาแล้ว"
ส่วน PDLLA* ที่อยู่ใน จูวีลุค Volume จะให้ฟีลที่ต่างออกไปครับ หลังฉีดทันทีอาจรู้สึกเต็มขึ้นเล็กน้อยจากส่วนประกอบเสริมช่วยพยุง แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเริ่มเห็นผลในอีกไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือนข้างหน้า เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวเริ่มสร้างตัวขึ้นมาใหม่ มีการศึกษาในสัตว์ทดลองรายงานว่า PDLLA ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนและการสร้างหลอดเลือดใหม่ในผิวที่ร่วงโรยตามวัย ดังนั้น แม้จะใช้ปริมาณ 1cc เท่ากัน แต่ระยะเวลาในการเห็นผลจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
PDLLA*: poly-D,L-lactic acid เป็นส่วนผสมในกลุ่มกรดแลกติกที่ค่อยๆ สลายตัวใต้ผิวหนังพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยทั่วไปนิยมใช้ในหัตถการกลุ่ม collagen booster เช่น จูวีลุค

ช่วงเวลาที่เห็นผลลัพธ์แตกต่างกัน
ความแตกต่างนี้มีผลอย่างมากในการวางแผนคิวทำสวยก่อนวันสำคัญครับ
HA filler จะเหมาะกับตารางงานที่กระชั้นชิด เช่น กำลังจะมีงานแต่งงาน หรืองานครอบครัวที่อยากให้ "หน้าดูเต็มอิ่มสวยในวันนั้นเลย" หากไม่นับอาการบวมเล็กน้อยหลังทำและการเข้าที่ของฟิลเลอร์ โดยทั่วไปใบหน้าจะดูเข้ารูปสวยเป็นธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
สำหรับ จูวีลุค Volume จะต้องเผื่อเวลาล่วงหน้าตรงกันข้ามเลยครับ เพราะผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อคอลลาเจนเริ่มสร้างตัวในช่วง 4-8 สัปดาห์ ดังนั้นแทนที่จะทำก่อนวันงานใหญ่ไม่กี่วัน ควรทำล่วงหน้าสัก 2-3 เดือนจะเหมาะที่สุดสำหรับเจ้าสาวหรือผู้ที่มีอีเวนต์สำคัญครับ และเนื่องจากไม่ใช่หัตถการที่เน้นการเปลี่ยนโวลลุ่มอย่างรวดเร็วในครั้งเดียว จึงนิยมแบ่งทำเป็น 2-3 ครั้งครับ

บริเวณไหนเหมาะกับทางเลือกใดมากกว่ากัน
ความหนาของผิว การเคลื่อนไหวของแต่ละจุด และบริเวณที่ต้องแสดงสีหน้าบ่อยๆ จะเหมาะกับหัตถการที่ต่างกันไปเล็กน้อยครับ
บริเวณที่เป็นเส้นริ้วเล็กๆ เช่น รอบดวงตา รอบริมฝีปาก และริมฝีปาก — HA filler จะปรับแต่งร่องลึกได้หลากหลายกว่า มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลายรุ่นตามความหนืดที่เหมาะสม ทำให้จัดการโวลลุ่มจุดเล็กๆ ได้ง่ายครับ
บริเวณกว้างๆ เช่น แก้มตอบ แก้มส้ม หรือขมับ — มักจะแนะนำเป็นกลุ่ม collagen booster อย่าง จูวีลุค Volume ครับ เพราะแทนที่จะเติมให้พองฟูขึ้นมาทันทีเหมือนเป่าลูกโป่ง การค่อยๆ เติมเต็มทีละชั้นเพื่อปรับเท็กซ์เจอร์ผิวจะดูละมุนและเป็นธรรมชาติมากกว่า
การปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน เช่น ปลายคาง หรือสันจมูก — HA filler จะตอบโจทย์ได้ชัดเจนและเห็นสัดส่วนที่คมชัดขึ้นทันทีหลังทำครับ
จากข้อมูลของ American Society of Plastic Surgeons (ASPS) เกี่ยวกับ dermal filler ก็ระบุไว้ว่า ฟิลเลอร์ควรเลือกประเภทที่แตกต่างกันไปตามบริเวณและจุดประสงค์ของการรักษา ไม่มีหัตถการใดหัตถการหนึ่งที่สามารถเติมเต็มได้ทุกจุดในแบบเดียวกันครับ

ระยะเวลาคงผลลัพธ์และช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ
HA filler โดยทั่วไปจะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและรุ่นของผลิตภัณฑ์ เมื่อเริ่มสังเกตเห็นว่าโวลลุ่มลดลงก็สามารถมาเติมแต่งเพิ่มได้ตามตารางเวลา และข้อดีที่สำคัญคือ หากต้องการแก้ไขอย่างรวดเร็วก็สามารถใช้สารไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) สลายออกได้ทันทีครับ
ส่วน collagen booster ที่มี PDLLA อย่าง จูวีลุค Volume จะมีรูปแบบที่ต่างออกไปครับ โดยทั่วไปหลังจากทำครั้งแรก แนะนำให้ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง ห่างกันช่วง 4-6 สัปดาห์ และเนื่องจากผลลัพธ์เกิดจากการที่คอลลาเจนในผิวค่อยๆ สร้างตัวขึ้นมา จึงไม่มีแนวคิดเรื่องการ "ฉีดสลาย" แต่เมื่อเวลาผ่านไปคอลลาเจนลดลงตามธรรมชาติ ก็สามารถดูแลรักษาด้วยการเติมซ้ำเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณเดิมได้เรื่อยๆ ครับ
อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรก เนื่องจากทั้งสองวิธีมีกลไกการเติมเต็มที่ต่างกันแต่แรก ระยะเวลาในการคงผลลัพธ์และวิธีการดูแลรักษาจึงต่างกันตามธรรมชาติครับ

เช็กดูว่าคุณเหมาะกับสไตล์ไหนมากกว่ากัน
นี่คือเช็กลิสต์ง่ายๆ ที่อยากให้ลองประเมินตัวเองก่อนเข้ามาปรึกษาคุณหมอครับ
เกณฑ์การพิจารณา | คำอธิบาย |
|---|---|
อยากเห็นผลลัพธ์ตอนไหน | หากอยากเห็นผลลัพธ์สวยงามภายใน 1-2 สัปดาห์ HA filler จะตอบโจทย์ได้เร็วและเป็นธรรมชาติกว่า หากมีเวลาเผื่อไว้สัก 2-3 เดือนเพื่ออัปเดตงานผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป collagen booster จะเหมาะมากครับ |
กังวลเรื่องริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อยตรงจุดไหน | ร่องเส้นริ้วเล็กๆ แนะนำเป็น HA filler ส่วนบริเวณกว้างและการฟื้นฟูเท็กซ์เจอร์ผิว มักจะเลือกทำเป็น collagen booster ครับ |
มีเวลาเข้ามาดูแลตัวเองบ่อยแค่ไหน | HA filler มักจะทำครั้งเดียวจบเห็นผลลัพธ์ทันใจ ส่วน PDLLA booster โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่องกันประมาณ 2-3 ครั้งครับ |
โอกาสในการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขหลังทำ | HA filler สามารถฉีดสลายได้ทันที ส่วน PDLLA จะค่อยๆ สลายไปเองตามเวลา หากกังวลเรื่องนี้ควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจด้วยนะครับ |
ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงคำอธิบายทั่วไปในเชิงการแพทย์นะครับ สภาพความหนาของผิว การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และไขมันใต้ผิวเฉพาะบุคคล ควรได้รับการตรวจประเมินร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. สามารถฉีด HA filler ร่วมกับ จูวีลุค Volume ในวันเดียวกันได้ไหมคะ?
A. หากเป็นคนละบริเวณของใบหน้า สามารถทำร่วมกันในวันเดียวกันได้ครับ แต่สำหรับบริเวณเดียวกัน จะไม่แนะนำให้ฉีดทับซ้อนกันทันที เพื่อความปลอดภัยควรประเมินการเข้าที่ของโวลลุ่มตัวแรกก่อน ดังนั้นเวลาปรึกษา แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับบริเวณที่กังวลและลำดับความสำคัญในการรักษาร่วมกันจะดีที่สุดครับ
Q. สำหรับ PDLLA booster กว่าจะเห็นผลลัพธ์ต้องใช้เวลาเกินหนึ่งเดือนจริงๆ ใช่ไหมคะ?
A. โดยทั่วไปใช่ครับ หลังจากที่อาการบวมชั่วคราวหลังทำยุบตัวลง การเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างผิวที่เพิ่มขึ้นจะเป็นผลมาจากการค่อยๆ สร้างตัวของคอลลาเจนใหม่ ซึ่งมักจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเรียบเนียนขึ้นในช่วง 4-8 สัปดาห์ โดยความเร็วของการเห็นผลจะต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ
Q. ระหว่างสองหัตถการนี้ แบบไหนดูเป็นธรรมชาติมากกว่ากันครับ?
A. บอกไม่ได้ว่าแบบไหนดูเป็นธรรมชาติมากกว่ากันครับ เพราะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ช่วงเวลาที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ และระดับการปรับสภาพผิวที่ต้องการ การบอกว่าหัตถการใดหัตถการหนึ่งดีกว่านั้นไม่ถูกต้องทั้งหมดครับ แนะนำให้เริ่มจากการคุยกับตัวเองก่อนว่าอยากเน้นแก้ปัญหาจุดไหนของใบหน้าและคาดหวังผลลัพธ์แบบใดตอนมาปรึกษากับหมอนะครับ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากครับ

ยกกระชับ
세르프(XERF) 리프팅, 써마지와 고를 땐 어느 층을 볼까요?

ยกกระชับ
세르프 효과, 받고 언제 달라질까요? 연구는 1·3개월 뒤를 봤어요

ผิว
ก้นดำขัดแรง ๆ แล้วจะจางไหม? สาเหตุและวิธีดูแลที่ถูกต้อง

ผิว
CO2 Fractional ทำไมพักหน้านานกว่าเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว? เลือกยังไงดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้กี่ซีซี ทำไมราคาต่อซีซีถึงบอกราคารวมไม่ได้?

ผิว
หน้ามันแต่ยังตึง ช่วงเปลี่ยนฤดูควรแก้อะไรก่อนดี?





