แค่พึ่ง SPF จากโทนอัพหรือ BB ครีมอย่างเดียว ปริมาณที่ทาอาจจะไม่เพียงพอนะคะ มาดูกันว่าทำไมเราถึงต้องทาครีมกันแดดแยกต่างหาก และขั้นตอนการทาในทุกๆ เช้ากันค่ะ
หน้าโต๊ะเครื่องแป้งตอนเช้า เชื่อว่าหลายคนคงเคยยืนลังเลเมื่อต้องหยิบทั้งครีมกันแดด, โทนอัพครีม (tone-up cream) และบีบีครีม (BB cream) ขึ้นมาพร้อมๆ กัน จะทาทั้งสามตัวเลยดีไหม? หรือควรเลือกแค่ตัวเดียว? แล้วควรทาเรียงลำดับอย่างไรก่อนหลังดี? เนื่องจากทั้งสามผลิตภัณฑ์นี้มีคุณสมบัติที่ช่วยปรับโทนสีผิวให้สว่างขึ้นคล้ายๆ กัน การทำความเข้าใจหน้าที่และลำดับการใช้ที่ถูกต้องจะช่วยให้ผิวของคุณสวยเป๊ะได้ง่ายขึ้นค่ะ
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า ทั้งสามผลิตภัณฑ์นี้มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน และมีลำดับการทาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนค่ะ ลำดับทั่วไปคือ ควรทาครีมกันแดดก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงตามด้วยโทนอัพครีมหรือบีบีครีมทับลงไป คีย์เวิร์ดสำคัญคือ ครีมกันแดดต้องทาในปริมาณที่เพียงพอบนผิวที่แห้งสนิทก่อนออกแดด 15 นาที เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวใกล้เคียงกับค่า SPF ที่ระบุไว้บนฉลากมากที่สุด ดังนั้นจึงไม่ควรนำไปผสมรวมกับขั้นตอนการแต่งหน้านะคะ
ทั้งสามผลิตภัณฑ์ดูคล้ายกัน แต่มีหน้าที่ต่างกันค่ะ
ครีมกันแดด หน้าที่หลักคือการปกป้องผิวจากรังสี UV เพื่อป้องกันริเริ่มริ้วรอยจากแสงแดด (photoaging) จุดด่างดำ และผิวไหม้แดด เป็นฟังก์ชันการปกป้องผิวเป็นอันดับแรก โดยทั่วไปเนื้อสัมผัสจะเป็นแบบโปร่งแสงหรือกึ่งโปร่งแสงที่ไม่มีผลต่อสีผิวเดิมของคุณค่ะ
โทนอัพครีม เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเบสช่วยบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น ผสมผสานด้วยผงแป้งละเอียดโทนสีขาวหรือสีชมพู ช่วยปรับโทนสีผิวให้แลดูสว่างกระจ่างใสขึ้นทันทีแบบเป็นธรรมชาติ ถึงแม้ว่าในท้องตลาดจะมีโทนอัพครีมหลายตัวที่มีส่วนผสมของสารกันแดด (SPF) แต่ส่วนใหญ่ปริมาณสารกันแดดที่ใส่มักจะไม่สูงเท่าครีมกันแดดโดยเฉพาะค่ะ
บีบีครีม คือผลิตภัณฑ์มัลติฟังก์ชันที่รวมทั้งการกันแดด, การบำรุงผิว และการปกปิดริ้วรอยเข้าไว้ด้วยกันในขั้นตอนเดียว บีบีครีมจะให้การปกปิดที่มากกว่าโทนอัพครีม และการเลือกสีให้แมทช์กับผิวคือสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ เหมาะมากๆ สำหรับวันสบายๆ หรือวันที่ต้องการฟินิชลุคใสๆ แต่งหน้าเบาๆ เสร็จครบในขั้นตอนเดียวค่ะ

การทาครีมกันแดดเป็นอันดับแรกคือสิ่งสำคัญพื้นฐานค่ะ
ครีมกันแดดจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและได้ค่า SPF ตามที่ระบุไว้ ก็ต่อเมื่อทาลงบนผิวที่แห้งในปริมาณที่เพียงพอ ดังนั้น หลังจากสรุปขั้นตอนการลงสกินแคร์บำรุงผิวจนซึมดีแล้ว ครีมกันแดดจะต้องเป็นขั้นตอนแรกสุดก่อนเริ่มแต่งหน้าค่ะ หากเราละเลยการทาครีมกันแดด โดยพึ่งพาเพียงค่า SPF ที่ผสมอยู่ในโทนอัพครีมหรือบีบีครีม อาจทำให้ผิวได้รับสารป้องกันแสงแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อการปกป้องผิวค่ะ
สำหรับปริมาณครีมกันแดดมาตรฐานที่ควรทาให้ทั่วใบหน้าคือประมาณ 1 ช้อนชา หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว แนะนำให้รอประมาณ 1-2 นาทีเพื่อให้ครีมกันแดดเซ็ตตัวแบบแมตต์เข้ากับผิวก่อน แล้วค่อยลงโทนอัพครีมหรือบีบีครีมทับ จะช่วยให้เมคอัพในขั้นตอนถัดไปเรียบเนียน ไม่เป็นคราบค่ะ

โทนอัพครีมใช้หลังครีมกันแดด และเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งแทนบีบีครีม
หลังจากครีมกันแดดเซ็ตตัวเรียบร้อยแล้ว ให้ทาโทนอัพครีมบางๆ ทับลงไปเพื่อช่วยปรับโทนสีผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้น โทนอัพครีมไม่ได้เน้นเรื่องการปกปิดจุดด่างดำ แต่จะเน้นเรื่องการปรับสีผิวโดยรวมให้สม่ำเสมอ แนะนำให้เกลี่ยบางๆ เพื่อให้เนื้อครีมผสานไปกับครีมกันแดดได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
เนื่องจากบีบีครีมมีระดับการปกปิดที่สูงกว่าโทนอัพครีม คนส่วนใหญ่จึงมักจะเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งก็เพียงพอแล้วค่ะ หากทาซ้อนกันทั้งสองตัวอาจทำให้เมคอัพเบสหนาเกินไปและหลุดลอกระหว่างวันได้ง่าย แนะนำแบ่งการใช้งานตามโอกาส เช่น วันที่ต้องการลุคสบายๆ ออกไปข้างนอกใกล้บ้าน เลือกใช้โทนอัพครีม ส่วนวันที่มีนัดสำคัญหรือต้องการแต่งหน้าสวยเป๊ะ เลือกใช้บีบีครีม แบบนี้จะดูสวยเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

แม้เมคอัพจะมีสัญลักษณ์ SPF แต่ยังจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดแยกต่างหากนะคะ
ค่า SPF ที่ระบุบนโทนอัพครีมหรือบีบีครีมนั้น วัดจากปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งในชีวิตจริงน้อยคนนักที่จะทาโทนอัพหรือบีบีครีมหนาขนาดนั้น ดังนั้น ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดจริงๆ จึงมักจะต่ำกว่าค่า SPF ที่ระบุไว้ การทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนแรกจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันผิวชั้นดีที่ขาดไม่ได้ค่ะ
โดยเฉพาะการออกไปทานข้าวนอกบ้านช่วงพักกลางวัน หรือการเผชิญแสงแดดในระยะเวลาสั้นๆ การทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวันก็ยังจำเป็นค่ะ เราสามารถเลือกใช้ครีมกันแดดแบบสติ๊ก (sun stick) หรือแบบคุชชั่น (sun cushion) แท็บเบาๆ ทับบนโทนอัพครีมหรือบีบีครีมเพื่อรักษาประสิทธิภาพของ SPF โดยควรใช้วิธีแท็บหรือตบเบาๆ แทนการถู เพื่อไม่ให้รบกวนเมคอัพที่แต่งไว้ค่ะ

เซ็ตลำดับการทาครีมให้เป๊ะในทุกๆ เช้า
อย่างที่ได้แนะนำไปข้างต้น ครีมกันแดดคือขั้นตอนแรกสุดในการปกป้องผิว ส่วนโทนอัพครีมหรือบีบีครีมคือขั้นตอนการปรับสีผิวและปกปิด หากเราเซ็ตลำดับการแคร์ผิวในทุกเช้าเป็น: สกินแคร์บำรุงผิว → ครีมกันแดด → โทนอัพครีม หรือ บีบีครีม → เมคอัพแต่งหน้า เพียงเท่านี้ความสับสนเรื่องลำดับการทาก็จะหมดไปค่ะ โดยเลือกใช้โทนอัพหรือบีบีครีมอย่างใดอย่างหนึ่งตามแพลนของวันนั้นๆ แต่ห้ามลืมครีมกันแดดในทุกๆ วันเด็ดขาดนะคะ
จากประสบการณ์ในห้องให้คำปรึกษา คนไข้ที่มีปัญหาเมคอัพเป็นคราบและกังวลเรื่องปัญหาจุดด่างดำ ฝ้า กระ เมื่อเช็คดูรูทีนประจำวันแล้ว มักจะพบว่าใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอ หรือลงลำดับขั้นตอนสกินแคร์สลับไปมา บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไปเพื่อเป็นแนวทาง สำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและโทนผิวของคุณ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือทดลองเทสเนื้อสัมผัสและโทนสีที่ร้านค้าที่น่าเชื่อถือด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ถ้าใช้โทนอัพครีมที่มีสารกันแดด (SPF) อยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องทาครีมกันแดดแยกต่างหากไหมคะ?
A. จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะค่า SPF ในโทนอัพครีมจะทำงานได้ดีต้องทาในปริมาณที่เยอะมากๆ ซึ่งในความเป็นจริงเรามักจะทาโทนอัพครีมบางๆ เพื่อไม่ให้หน้าลอย ดังนั้นการทาครีมกันแดดก่อนแล้วค่อยตามด้วยโทนอัพครีมจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและป้องกันผิวได้ดีที่สุดค่ะ
Q. สามารถทาโทนอัพครีมร่วมกับบีบีครีมได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้ค่ะ แต่อาจจะทำให้เบสเมคอัพดูหนาและหนักเกินไป เนื่องจากทั้งคู่ทำหน้าที่ปรับโทนสีผิวเหมือนกัน เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่าค่ะ แต่ถ้าต้องการใช้ร่วมกันจริงๆ แนะนำให้ลงโทนอัพครีมบางๆ ก่อน แล้วใช้บีบีครีมแท็บเบาๆ เฉพาะจุดในปริมาณที่น้อยที่สุดค่ะ
Q. เวลาจะทาครีมกันแดดซ้ำระหว่างวัน ควรทาทับบนเมคอัพอย่างไรดีคะ?
A. การทาครีมกันแดดเนื้อเหลวทับเมคอัพโดยตรงอาจจะทำให้เครื่องสำอางหลุดและเป็นคราบได้ง่าย แนะนำให้เลือกใช้ครีมกันแดดประเภทบาล์มแท่ง (sun stick) หรือคุชชั่นกันแดด ค่อยๆ แท็บลงไปเบาๆ บนผิวจะช่วยรักษาเมคอัพให้ยังสวยและรักษาประสิทธิภาพ SPF ได้ดีค่ะ แนะนำให้ทาซ้ำก่อนออกไปข้างนอกช่วงกลางวัน หรือช่วงเวลาบ่าย 2-3 โมงค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport กับ Botox ทั้งคู่เป็นโบทูลินัมเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหนคะ?
แม้ส่วนผสมจะดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันได้ เราจะอธิบายความแตกต่างในทางปฏิบัติระหว่าง Dysport และ Botox ให้เข้าใจง่าย ๆ

กำจัดขน
การเลเซอร์กำจัดหนวดเคราและการกำจัดขนบนใบหน้า ทั้งที่ใช้เลเซอร์เหมือนกัน ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกัน?
หนวดเคราของผู้ชายมักเส้นหนาและรากลึก จึงต้องทำหลายครั้ง ส่วนขนอ่อนของผู้หญิงจะบางกว่า ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงช้ากว่า เป็นความแตกต่างที่ควรรู้เวลาแพลนจำนวนครั้ง

ยกกระชับ
Ulthera Prime แตกต่างกับ Ulthera แบบเดิมยังไงนะ?
ถึงจะเป็นเทคโนโลยีคลื่น Micro-Focused Ultrasound เหมือนกัน แต่ระบบหน้าจอแสดงผลประสิทธิภาพสูงและระดับพลังงานที่ส่งลงไปใต้ผิวนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ หมอขอสรุปข้อมูลสั้นๆ ให้ทุกคนได้เก็บไว้เป็นไกด์ไลน์ก่อนไปทำดีกว่า

ยกกระชับ
Sofwave อยู่ในตำแหน่งไหนกันนะ เมื่อเทียบกับตัวเลือกการทำ 리프팅 (Lifting) แบบไม่ผ่าตัด
비집속 초음파 (non-focused ultrasound) ที่ทำงานในชั้นผิว진피 (dermis) ไม่ใช่ชั้น SMAS หมดกังวลเรื่องความเจ็บและไม่ต้องพักฟื้นนาน (downtime) มาดูกันค่ะว่าวิธีนี้เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับไหนบ้าง

ผิว
ทาสลีปปิ้งมาส์ก (sleeping pack) กับครีมบำรุงกลางคืน (night cream) คู่กันทุกวัน จะหนักผิวเกินไปไหมนะ
การสังเกตสภาพผิวในแต่ละวันแล้วเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมนั้นดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทาทับกันทุกวัน และนี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับลำดับและระดับความถี่ในการใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวค่ะ

ผิว
tone-up cream, BB cream และ ครีมกันแดด ควรทาเรียงลำดับอย่างไรดี
แค่พึ่ง SPF จากโทนอัพหรือ BB ครีมอย่างเดียว ปริมาณที่ทาอาจจะไม่เพียงพอนะคะ มาดูกันว่าทำไมเราถึงต้องทาครีมกันแดดแยกต่างหาก และขั้นตอนการทาในทุกๆ เช้ากันค่ะ




![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
