• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

MD Code filler: ผมก็เพิ่งรู้ว่าดูแค่ 8 จุดเท่านั้น

MD Code filler: ผมก็เพิ่งรู้ว่าดูแค่ 8 จุดเท่านั้น

MD Code filler: ผมก็เพิ่งรู้ว่าดูแค่ 8 จุดเท่านั้น

MD Code filler ต้องออกแบบ 8–10 จุด และประเมินความเสี่ยงการเคลื่อนตัวและเส้นเลือดร่วมด้วย

"คุณหมอคะ กลัวฉีดฟิลเลอร์แล้วดูหย่อนคล้อย" เหตุผลที่ MD Code คือคำตอบ

ฟิลเลอร์ MD Codes,

หมอก็เพิ่งมารู้ทีหลังเหมือนกันว่า

ดูแค่ 8 จุดสำคัญนี้ก็พอแล้ว

 

ถ้าใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย หลายคนมักคิดว่า

ต้องเติมฟิลเลอร์เข้าไปกว้างๆ ให้เต็ม

 

ตอนแรกหมอก็เคยสงสัยเหมือนกันว่าวิธีนี้ถูกจริงไหม

แต่หลังจากรักษามาหลายร้อยเคส

ก็ทำให้ได้เข้าใจความจริงบางอย่างครับ

 

หลักการของฟิลเลอร์ MD Codes

จะคล้ายกับการขึงเสาเต็นท์ครับ

 

เราไม่ได้ดึงผ้าใบเต็นท์ทั้งหมดขึ้นมาด้วยมือ

แต่เราต้องตั้งเสาไว้ตามจุดค้ำยันไม่กี่จุด เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามและอยู่ทรง

 

ฟิลเลอร์ MD Codes แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

เป็นเทคนิคการฉีดเพื่อค้ำยันผิวในชั้นลึกตามจุดยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ครับ

 

หากการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปคือการเน้นเติมเต็ม

ในส่วนที่เว้าแหว่งหรือยุบตัวลงไป

MD Codes จะเริ่มต้นด้วยการมองหาโครงสร้างหลักที่ช่วยค้ำพยุงใบหน้าก่อนเป็นอันดับแรก

 

เวลาที่แก้มส้มตอบ เราไม่ได้มองแค่แก้มส้มอย่างเดียว

แต่จะประเมินจุดพยุงผิวรอบๆ ด้วย ทั้งขมับ โหนกแก้มด้านนอก และแก้มตอบด้านหลัง

 

นั่นทำให้เราไม่จำเป็นต้องเติมปริมาณยาเข้าไปเยอะๆ เสมอไป

ในบางจุดที่คิดว่าต้องเติม อาจจะใช้ปริมาณลดลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำครับ

 

หัวใจสำคัญคู่กันคือ ฟิลเลอร์นั้น

ถูกเติมเข้าไปในระดับความลึกที่ถูกต้องหรือไม่

 

เพราะโครงสร้างพยุงผิวในชั้นลึกจะอยู่ใกล้กับ

โครงสร้างกระดูก ซึ่งช่วยทำหน้าที่เป็นฐานค้ำยัน

ที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

ความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนรูปและการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์ 3 จุดที่ป้องกันได้ด้วย MD Code

 

 











ทำไมบางครั้งฉีดฟิลเลอร์ MD Codes

แล้วดูเหมือนฟิลเลอร์เบี้ยวหรือเคลื่อนที่?

เจาะลึกมุมมองสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

 

หลักการของ MD Codes ไม่ใช่การกระจาย

ฟิลเลอร์ไปทั่วทั้งใบหน้า แต่เป็นการปักหมุด

ในจุดยุทธศาสตร์ประมาณ 8 ถึง 10 จุดครับ

 

แค่เติมเพียง 3 จุดอย่างแก้มส้ม ขมับ และแก้มตอบด้านหลัง

ก็สามารถช่วยพยุงความหย่อนคล้อยของใบหน้าได้แล้วครับ

 

เวลาที่ฟิลเลอร์ดูผิดรูป คำว่า 'เบี้ยว (deformation)' กับ 'เคลื่อนที่ (migration)'

มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

คำว่า 'เบี้ยว (Deformation)' คือตัวฟิลเลอร์ยังคงอยู่ใกล้กับจุดเดิมที่ฉีด

แต่รูปร่างอาจจะถูกกดทับ หรือดูจับตัวเป็นก้อนหนาขึ้น

 

ในขณะที่ 'เคลื่อนที่ (Migration)' คือตัวฟิลเลอร์

ไหลหลุดจากตำแหน่งเดิมที่ตั้งใจฉีดในตอนแรก

ไปยังช่องว่างเนื้อเยื่อส่วนอื่น

 

โดยทั่วไป ความหนาของผิวหนังบนใบหน้า

หลายๆ จุดจะหนาเพียงแค่ประมาณ 1 ถึง 2 มม. เท่านั้นครับ

 

หากฉีดฟิลเลอร์กระจายตัวในชั้นตื้นกว้างเกินไป ใบหน้าจะดูบวมฉุ

แต่หากฉีดปริมาณเพียงเล็กน้อยในจุดพยุงชั้นลึก

จะช่วยลดปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า

 

สัปดาห์ก่อนมีคนไข้วัย 32 ปีเข้ามาเติมฟิลเลอร์

แทนที่จะฉีดปูลงไปกว้างๆ หมอได้แนะนำให้มาร์กจุด

และฉีดเฉพาะจุดค้ำพยุงที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นครับ

 

เพราะหัวใจของฟิลเลอร์ MD Codes ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณยา

แต่เป็นการวิเคราะห์และเลือกจุดพยุงผิว

อย่างแม่นยำที่สุดครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

 

การฉีดฟิลเลอร์ MD Codes ไม่ใช่การทำให้

ใบหน้าทั้งหมดดูหนาหรืออูมขึ้น

 

แต่เป็นการตั้งเสาพยุงเฉพาะจุดที่จำเป็น

สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่า

ปัญหาเกิดจากฟิลเลอร์เบี้ยวหรือเคลื่อนที่กันแน่

 

และสัญญาณอันตรายเกี่ยวกับเส้นเลือดไม่ใช่เรื่องที่ต้องนอนรอสังเกตอาการ

แต่เป็นเคสฉุกเฉินที่ต้องรีบตรวจเช็กและแก้ไขทันทีครับ

[สรุป] หลักการของฟิลเลอร์ MD Code และอาการเตือนที่ต้องรู้เมื่อเส้นเลือดอุดตัน

 

 











คนไข้กลุ่มไหน

ที่ต้องระวังเรื่องฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือดเป็นพิเศษ?

หากสีผิวเปลี่ยนไปหรือมีอาการปวด ต้องรีบตรวจเช็กทันทีครับ

 

โดยเฉพาะเคสที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาแล้ว (Re-treatment)

เนื่องจากอาจมีฟิลเลอร์เก่าหลงเหลืออยู่ ทำให้รูปทรงของฟิลเลอร์ใหม่

อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่ประเมินไว้ทั้งหมดครับ

 

สภาพปัญหา

สิ่งที่ต้องประเมินก่อน

ข้อควรระวัง

เน้นแก้ความหย่อนคล้อย

จุดพยุงแก้มส้ม, ขมับ, แก้มตอบด้านหลัง

หากเติมกว้างเกินไป ใบหน้าจะดูหนักและย้อยลง

เน้นแก้ร่องลึก/ยุบตัว

ตำแหน่งและความลึกของเงาร่องลึก

ระวังผิวดูขรุขระเป็นคลื่นหากฉีดชั้นตื้น

เคสฉีดซ้ำ/แก้ไข

ตำแหน่งของฟิลเลอร์เก่าที่ยังเหลืออยู่

ต้องแยกแยะระหว่างอาการเบี้ยวและเคลื่อนที่ให้ชัดเจน

เคสกังวลเรื่องความเสี่ยง

ตรวจเช็กแนวเส้นทางเดินของเส้นเลือด

หากมีสัญญาณผิดปกติ ต้องรีบตรวจเช็กทันที

บริเวณรอบจมูก หว่างคิ้ว และรอบดวงตา

เป็นจุดที่มีการเชื่อมต่อของเส้นเลือดที่อ่อนไหวมาก

จึงต้องประเมินและทำการรักษาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

 

หากพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับสายตา มีอาการปวดอย่างรุนแรง

หรือสีผิวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว (ซีดหรือคล้ำ)

ให้รีบติดต่อคลินิกหรือแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีครับ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน

คือการไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปครับ

ทำความเข้าใจฟิลเลอร์ MD Code ด้วยหลักการเสาเต็นท์ 'ตำแหน่ง' สำคัญกว่าปริมาณ

 

 











3 คำถามยอดฮิตก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ MD Codes

 

Q1. จำเป็นต้องฉีดกระจายทั่วทั้งใบหน้าเลยไหมคะ?

การกระจายฟิลเลอร์บางๆ ทั่วหน้า

ไม่ได้ช่วยให้ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติเสมอไปครับ

 

แต่การกู้คืนเสาหลักของใบหน้าที่จำเป็นต่างหาก

ที่จะช่วยปรับและยกกระชับความหย่อนคล้อยในภาพรวมให้ดีขึ้นได้

 

Q2. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

จุดพยุงผิวในชั้นลึกจะคงอยู่ได้ค่อนข้างนาน

แต่ในจุดที่มีการขยับเขยื้อนบ่อยๆ อาจจะรู้สึกว่า

ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าปกติเล็กน้อยครับ

 

ซึ่งความจริงแล้ว ฟิลเลอร์อาจไม่ได้สลายไปทั้งหมด

แต่โครงสร้างพยุงของใบหน้าอาจมีการสลายตัวหรือเปลี่ยนแปลงตามวัยนั่นเองครับ

 

Q3. อาการเส้นเลือดอุดตันสามารถสังเกตเห็นได้ทันทีเลยไหมคะ?

เคสแบบนี้เกิดขึ้นได้น้อยมากๆ ครับ แต่หากรู้สึกปวดอย่างรุนแรงกะทันหัน

หรือผิวเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวสลับเขียวคล้ำ

กราบเรียนว่าไม่ต้องนอนรอสังเกตอาการ ให้เข้ารับการตรวจเช็กจากแพทย์ทันทีครับ

 

หากเลือกใช้ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (HA Filler)

การแก้ไขอย่างรวดเร็วคือสิ่งสำคัญที่สุดในการจำกัดความเสียหายครับ

 

หากวันนี้คุณจะจำคีย์เวิร์ดสำคัญไปสักเรื่องหนึ่ง

— แทนที่จะเน้นเรื่องซีซีหรือปริมาณฟิลเลอร์ ลองหันมาเน้นเรื่องการวิเคราะห์

เสาค้ำยันที่ช่วยประคองใบหน้าให้ถูกจุดกันดีกว่าครับ

 

ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ความรู้เรื่อง

'วิธีแยกแยะระหว่างฟิลเลอร์เบี้ยวกับฟิลเลอร์ไหลออกจากตำแหน่งเดิม' ให้ได้อ่านกันครับ

 

ขอบคุณครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

"คุณหมอคะ กลัวฉีดฟิลเลอร์แล้วดูหย่อนคล้อย" เหตุผลที่ MD Code คือคำตอบ

ฟิลเลอร์ MD Codes,

หมอก็เพิ่งมารู้ทีหลังเหมือนกันว่า

ดูแค่ 8 จุดสำคัญนี้ก็พอแล้ว

 

ถ้าใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย หลายคนมักคิดว่า

ต้องเติมฟิลเลอร์เข้าไปกว้างๆ ให้เต็ม

 

ตอนแรกหมอก็เคยสงสัยเหมือนกันว่าวิธีนี้ถูกจริงไหม

แต่หลังจากรักษามาหลายร้อยเคส

ก็ทำให้ได้เข้าใจความจริงบางอย่างครับ

 

หลักการของฟิลเลอร์ MD Codes

จะคล้ายกับการขึงเสาเต็นท์ครับ

 

เราไม่ได้ดึงผ้าใบเต็นท์ทั้งหมดขึ้นมาด้วยมือ

แต่เราต้องตั้งเสาไว้ตามจุดค้ำยันไม่กี่จุด เพื่อให้ได้รูปทรงที่สวยงามและอยู่ทรง

 

ฟิลเลอร์ MD Codes แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

เป็นเทคนิคการฉีดเพื่อค้ำยันผิวในชั้นลึกตามจุดยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ครับ

 

หากการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปคือการเน้นเติมเต็ม

ในส่วนที่เว้าแหว่งหรือยุบตัวลงไป

MD Codes จะเริ่มต้นด้วยการมองหาโครงสร้างหลักที่ช่วยค้ำพยุงใบหน้าก่อนเป็นอันดับแรก

 

เวลาที่แก้มส้มตอบ เราไม่ได้มองแค่แก้มส้มอย่างเดียว

แต่จะประเมินจุดพยุงผิวรอบๆ ด้วย ทั้งขมับ โหนกแก้มด้านนอก และแก้มตอบด้านหลัง

 

นั่นทำให้เราไม่จำเป็นต้องเติมปริมาณยาเข้าไปเยอะๆ เสมอไป

ในบางจุดที่คิดว่าต้องเติม อาจจะใช้ปริมาณลดลงกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำครับ

 

หัวใจสำคัญคู่กันคือ ฟิลเลอร์นั้น

ถูกเติมเข้าไปในระดับความลึกที่ถูกต้องหรือไม่

 

เพราะโครงสร้างพยุงผิวในชั้นลึกจะอยู่ใกล้กับ

โครงสร้างกระดูก ซึ่งช่วยทำหน้าที่เป็นฐานค้ำยัน

ที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

ความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนรูปและการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์ 3 จุดที่ป้องกันได้ด้วย MD Code

 

 











ทำไมบางครั้งฉีดฟิลเลอร์ MD Codes

แล้วดูเหมือนฟิลเลอร์เบี้ยวหรือเคลื่อนที่?

เจาะลึกมุมมองสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

 

หลักการของ MD Codes ไม่ใช่การกระจาย

ฟิลเลอร์ไปทั่วทั้งใบหน้า แต่เป็นการปักหมุด

ในจุดยุทธศาสตร์ประมาณ 8 ถึง 10 จุดครับ

 

แค่เติมเพียง 3 จุดอย่างแก้มส้ม ขมับ และแก้มตอบด้านหลัง

ก็สามารถช่วยพยุงความหย่อนคล้อยของใบหน้าได้แล้วครับ

 

เวลาที่ฟิลเลอร์ดูผิดรูป คำว่า 'เบี้ยว (deformation)' กับ 'เคลื่อนที่ (migration)'

มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

 

คำว่า 'เบี้ยว (Deformation)' คือตัวฟิลเลอร์ยังคงอยู่ใกล้กับจุดเดิมที่ฉีด

แต่รูปร่างอาจจะถูกกดทับ หรือดูจับตัวเป็นก้อนหนาขึ้น

 

ในขณะที่ 'เคลื่อนที่ (Migration)' คือตัวฟิลเลอร์

ไหลหลุดจากตำแหน่งเดิมที่ตั้งใจฉีดในตอนแรก

ไปยังช่องว่างเนื้อเยื่อส่วนอื่น

 

โดยทั่วไป ความหนาของผิวหนังบนใบหน้า

หลายๆ จุดจะหนาเพียงแค่ประมาณ 1 ถึง 2 มม. เท่านั้นครับ

 

หากฉีดฟิลเลอร์กระจายตัวในชั้นตื้นกว้างเกินไป ใบหน้าจะดูบวมฉุ

แต่หากฉีดปริมาณเพียงเล็กน้อยในจุดพยุงชั้นลึก

จะช่วยลดปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า

 

สัปดาห์ก่อนมีคนไข้วัย 32 ปีเข้ามาเติมฟิลเลอร์

แทนที่จะฉีดปูลงไปกว้างๆ หมอได้แนะนำให้มาร์กจุด

และฉีดเฉพาะจุดค้ำพยุงที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นครับ

 

เพราะหัวใจของฟิลเลอร์ MD Codes ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณยา

แต่เป็นการวิเคราะห์และเลือกจุดพยุงผิว

อย่างแม่นยำที่สุดครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

 

การฉีดฟิลเลอร์ MD Codes ไม่ใช่การทำให้

ใบหน้าทั้งหมดดูหนาหรืออูมขึ้น

 

แต่เป็นการตั้งเสาพยุงเฉพาะจุดที่จำเป็น

สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่า

ปัญหาเกิดจากฟิลเลอร์เบี้ยวหรือเคลื่อนที่กันแน่

 

และสัญญาณอันตรายเกี่ยวกับเส้นเลือดไม่ใช่เรื่องที่ต้องนอนรอสังเกตอาการ

แต่เป็นเคสฉุกเฉินที่ต้องรีบตรวจเช็กและแก้ไขทันทีครับ

[สรุป] หลักการของฟิลเลอร์ MD Code และอาการเตือนที่ต้องรู้เมื่อเส้นเลือดอุดตัน

 

 











คนไข้กลุ่มไหน

ที่ต้องระวังเรื่องฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือดเป็นพิเศษ?

หากสีผิวเปลี่ยนไปหรือมีอาการปวด ต้องรีบตรวจเช็กทันทีครับ

 

โดยเฉพาะเคสที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาแล้ว (Re-treatment)

เนื่องจากอาจมีฟิลเลอร์เก่าหลงเหลืออยู่ ทำให้รูปทรงของฟิลเลอร์ใหม่

อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่ประเมินไว้ทั้งหมดครับ

 

สภาพปัญหา

สิ่งที่ต้องประเมินก่อน

ข้อควรระวัง

เน้นแก้ความหย่อนคล้อย

จุดพยุงแก้มส้ม, ขมับ, แก้มตอบด้านหลัง

หากเติมกว้างเกินไป ใบหน้าจะดูหนักและย้อยลง

เน้นแก้ร่องลึก/ยุบตัว

ตำแหน่งและความลึกของเงาร่องลึก

ระวังผิวดูขรุขระเป็นคลื่นหากฉีดชั้นตื้น

เคสฉีดซ้ำ/แก้ไข

ตำแหน่งของฟิลเลอร์เก่าที่ยังเหลืออยู่

ต้องแยกแยะระหว่างอาการเบี้ยวและเคลื่อนที่ให้ชัดเจน

เคสกังวลเรื่องความเสี่ยง

ตรวจเช็กแนวเส้นทางเดินของเส้นเลือด

หากมีสัญญาณผิดปกติ ต้องรีบตรวจเช็กทันที

บริเวณรอบจมูก หว่างคิ้ว และรอบดวงตา

เป็นจุดที่มีการเชื่อมต่อของเส้นเลือดที่อ่อนไหวมาก

จึงต้องประเมินและทำการรักษาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

 

หากพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับสายตา มีอาการปวดอย่างรุนแรง

หรือสีผิวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว (ซีดหรือคล้ำ)

ให้รีบติดต่อคลินิกหรือแพทย์ผู้ทำการรักษาทันทีครับ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน

คือการไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปครับ

ทำความเข้าใจฟิลเลอร์ MD Code ด้วยหลักการเสาเต็นท์ 'ตำแหน่ง' สำคัญกว่าปริมาณ

 

 











3 คำถามยอดฮิตก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ MD Codes

 

Q1. จำเป็นต้องฉีดกระจายทั่วทั้งใบหน้าเลยไหมคะ?

การกระจายฟิลเลอร์บางๆ ทั่วหน้า

ไม่ได้ช่วยให้ใบหน้าดูสวยเป็นธรรมชาติเสมอไปครับ

 

แต่การกู้คืนเสาหลักของใบหน้าที่จำเป็นต่างหาก

ที่จะช่วยปรับและยกกระชับความหย่อนคล้อยในภาพรวมให้ดีขึ้นได้

 

Q2. ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

จุดพยุงผิวในชั้นลึกจะคงอยู่ได้ค่อนข้างนาน

แต่ในจุดที่มีการขยับเขยื้อนบ่อยๆ อาจจะรู้สึกว่า

ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าปกติเล็กน้อยครับ

 

ซึ่งความจริงแล้ว ฟิลเลอร์อาจไม่ได้สลายไปทั้งหมด

แต่โครงสร้างพยุงของใบหน้าอาจมีการสลายตัวหรือเปลี่ยนแปลงตามวัยนั่นเองครับ

 

Q3. อาการเส้นเลือดอุดตันสามารถสังเกตเห็นได้ทันทีเลยไหมคะ?

เคสแบบนี้เกิดขึ้นได้น้อยมากๆ ครับ แต่หากรู้สึกปวดอย่างรุนแรงกะทันหัน

หรือผิวเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวสลับเขียวคล้ำ

กราบเรียนว่าไม่ต้องนอนรอสังเกตอาการ ให้เข้ารับการตรวจเช็กจากแพทย์ทันทีครับ

 

หากเลือกใช้ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (HA Filler)

การแก้ไขอย่างรวดเร็วคือสิ่งสำคัญที่สุดในการจำกัดความเสียหายครับ

 

หากวันนี้คุณจะจำคีย์เวิร์ดสำคัญไปสักเรื่องหนึ่ง

— แทนที่จะเน้นเรื่องซีซีหรือปริมาณฟิลเลอร์ ลองหันมาเน้นเรื่องการวิเคราะห์

เสาค้ำยันที่ช่วยประคองใบหน้าให้ถูกจุดกันดีกว่าครับ

 

ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ความรู้เรื่อง

'วิธีแยกแยะระหว่างฟิลเลอร์เบี้ยวกับฟิลเลอร์ไหลออกจากตำแหน่งเดิม' ให้ได้อ่านกันครับ

 

ขอบคุณครับ หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

호르몬성 색소침착, 경구피임약을 복용하는 중에도 레이저 시술을 받아도 괜찮을까요?

ผิว

กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง

ฝ้าที่มาจากฮอร์โมนกลับมาง่ายกว่าฝ้าทั่วไป มาดูกลไก แนวทางเลเซอร์ที่เหมาะ และข้อควรระวังก่อนเริ่มค่ะ

20대에 모공 관리를 시작하는 게 좋을까요, 조금 더 기다렸다가 하는 게 나을까요?

ผิว

ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี

รูขุมขนกว้างขึ้นตอนอายุ 20 กว่า ควรเริ่มเลยไหม รวมกลไก จังหวะที่เหมาะ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังค่ะ

남성 피부는 더 두껍다는데, 올리지오 X 세팅과 수염 부위는 어떻게 달라져야 할까요?

ผู้ชาย

ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม

ชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่าและมันกว่า ความร้อนจึงไปไม่ถึงชั้นลึก มาดูเหตุผลและแนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู

인모드 FX를 받은 뒤 붓기와 멍은 며칠에 걸쳐 빠지고, 중요한 일정은 어떻게 잡을까요?

ยกกระชับ

หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน

ไทม์ไลน์หลังทำ InMode FX วันต่อวัน บวมกับรอยช้ำจางตอนไหน ใครช้ำง่าย ควรเผื่อกี่วันก่อนงานสำคัญค่ะ

การฉีด skin booster ด้วยมือกับการใช้เครื่องอินเจคเตอร์ (injector) มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้น?

ผิว

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ทำไมจำนวนช็อตของ Sofwave ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และยิ่งทำจำนวนช็อตเยอะๆ จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงไหมคะ?

ยกกระชับ

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1