สำหรับคนที่ยังไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย การทำ Oligio X เพื่อป้องกันไว้ก่อนจะมีประโยชน์ไหม? หมอวี ยองจิน ขอพามาเจาะลึกหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ในการกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนะนำช่วงเวลาและวงรอบที่เหมาะสมในการทำ รวมถึงระยะเวลาการพักฟื้นและจังหวะที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์กันค่ะ
เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปีตอนต้น ถึงแม้เวลาส่องกระจกจะยังไม่เห็นความหย่อนคล้อยที่ชัดเจนนัก แต่พอได้ยินคนพูดกันว่า "ต้องเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ พออายุมากขึ้นจะได้ไม่หย่อนคล้อยไปกว่าเดิม" ก็เริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา ยิ่งได้ยินข่าวว่าเพื่อนๆ เริ่มไปทำทรีตเมนต์ยกกระชับกันทีละคนสองคนแล้วด้วย แต่พอมาดูตัวเองก็อยู่ในช่วงที่ก้ำกึ่งว่าควรทำอะไรดี
คำถามที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในตอนนี้ก็คือ "ในเมื่อผิวยังไม่หย่อนคล้อยเลย การทำเลเซอร์ยกกระชับจะยังมีประโยชน์อยู่ไหม" และ "การทำทรีตเมนต์อย่าง Oligio X ล่วงหน้าไว้ก่อน จะช่วยป้องกันได้จริงๆ หรือเปล่า" หากจะตอบสั้นๆ ทรีตเมนต์เพิ่มความยืดหยุ่นไม่ใช่แค่การดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยไปแล้วให้ยกขึ้นเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นตัวช่วยชะลอการลดลงของคอลลาเจนได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องทำโหมทำอย่างหักโหมตั้งแต่เร็วเกินไป ดังนั้นเรามาสรุปกันดีกว่าว่าควรคาดหวังผลลัพธ์แบบไหน และเริ่มทำช่วงไหนถึงจะดีที่สุด
> บทความนี้เป็นเนื้อหาสรุปข้อมูลการทำทรีตเมนต์จาก Beautystone สาขาฮับจอง
สิ่งที่คุณจะได้รับหลังจากอ่านบทความนี้
เข้าใจว่าการยกกระชับเพื่อป้องกันล่วงหน้ามีประโยชน์อย่างไร แม้ผิวจะยังไม่หย่อนคล้อยก็ตาม
รู้หลักการทำงานของ Oligio X ในการดูแลและปกป้องผิวล่วงหน้า
ทราบช่วงเวลาและความถี่ที่เหมาะสมเมื่อต้องการทำเพื่อการป้องกัน
เข้าใจระยะเวลาในการฟื้นตัวและเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์หลังทำ
อายุ 30 ต้นๆ ผิวยังไม่หย่อนคล้อย จำเป็นต้องยกกระชับไหม
คอลลาเจน* ที่ทำหน้าที่พยุงความยืดหยุ่นของผิว มักจะค่อยๆ ลดลงหลังจากผ่านช่วงอายุ 20 ปีกลางๆ ไปแล้ว สำหรับวัย 30 ปีต้นๆ นั้น แม้ภายนอกจะยังมองไม่เห็นความหย่อนคล้อยที่ชัดเจน แต่ภายในชั้นผิวแท้ (Dermis) กระบวนการสร้างคอลลาเจนจะเริ่มช้าลงทีละน้อย ดังนั้น การดูแลผิวในช่วงวัยนี้จึงใกล้เคียงกับการ "ชะลออัตราการลดลงของคอลลาเจน" มากกว่าการ "ดึงผิวที่หย่อนคล้อยไปแล้วให้ตึงขึ้น"
คอลลาเจน*: โปรตีนที่คอยค้ำจุนความยืดหยุ่นและวอลลุ่มในชั้นผิวแท้ หลังจากช่วงอายุ 20 ปีกลางๆ จะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น
การใช้คลื่นวิทยุ (high frequency)* เป็นวิธีที่ใช้ในการเติมเต็มคอลลาเจนกลับคืนมา ดังที่สรุปในรายงานการศึกษาที่ชี้ว่า คลื่นวิทยุช่วยหดรัดคอลลาเจนในชั้นผิวแท้และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก ช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้น หัวใจสำคัญคือการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ การเพิ่มการกระตุ้นนี้ก่อนที่ความหย่อนคล้อยจะเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง คือแนวคิดในการป้องกันเพื่อช่วยลดปริมาณความเสื่อมโทรมที่ต้องคอยฟื้นฟูในอนาคต
คลื่นวิทยุ (high frequency)*: วิธีการส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ผิวชั้นลึก ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวแท้โดยไม่ทำลายผิวชั้นภายนอก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและยกกระชับผิว


Oligio X ช่วยดูแลและปกป้องผิวล่วงหน้าได้อย่างไร
Oligio X เป็นทรีตเมนต์ที่ส่งผ่านพลังงานความร้อนไปยังชั้นผิวแท้โดยใช้ระบบคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) เมื่อความร้อนนี้ไปกระตุ้นคอลลาเจน เส้นใยเดิมจะเกิดการหดตัวทำให้ผิวรู้สึกแน่นกระชับขึ้นทันที และในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา คอลลาเจนใหม่จะถูกสร้างขึ้นมา ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวค่อยๆ เพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่ทำลายผิวชั้นนอก ระยะเวลาฟื้นตัวจึงค่อนข้างเร็ว ทำให้สามารถทำได้โดยไม่กระทบกับชีวิตประจำวัน
ในงานวิจัยการทดลองในสัตว์ทดลองที่พบว่าคลื่นวิทยุแบบ Monopolar ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ได้รายงานว่า ณ เดือนที่ 3 หลังการทำทรีตเมนต์ ปริมาณคอลลาเจนเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 9.0% เป็น 25.9% ในแง่ของการป้องกัน เราคาดหวังให้คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่นี้ช่วยพยุงความยืดหยุ่นพื้นฐานของผิว และทดแทนปริมาณคอลลาเจนที่ลดลงตามอายุในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ควรทราบล่วงหน้าว่าเป้าหมายนี้แตกต่างจากการรักษาในรายที่มีความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นมากแล้ว

ช่วงเวลาและความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการป้องกันคือช่วงไหน
การยกกระชับเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่ว่า "ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดีเสมอไป" แต่การพิจารณาจากสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของตัวเองเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด โดยมีแนวทางทั่วไปดังนี้
การจำแนก | การดูแลเชิงป้องกัน | การแก้ไขความหย่อนคล้อย |
|---|---|---|
จุดเริ่มต้น | เมื่อเริ่มรู้สึกว่าผิวสูญเสียความยืดหยุ่น | เมื่อเห็นความหย่อนคล้อยได้อย่างชัดเจน |
เป้าหมาย | ชะลออัตราการลดลงของคอลลาเจน | ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึง |
ความดัน/รอบ | เว้นระยะห่างเพื่อบำรุงรักษาในระยะยาว | เน้นทำอย่างต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อการดูแลอย่างเข้มข้น |
ความเข้มข้น | ปรับระดับอย่างเหมาะสมไม่ให้ผิวทำงานหนักเกินไป | ปรับตามระดับความหย่อนคล้อยของผิว |
ดังที่แสดงในตาราง คนในวัย 30 ต้นๆ ส่วนใหญ่จะเหมาะกับช่องด้านซ้ายมากกว่า แทนที่จะทำอย่างรุนแรงในครั้งเดียว การทำเว้นระยะห่างโดยดูจากความสามารถในการรองรับของผิวจะมีความปลอดภัยและมั่นคงกว่า อีกทั้งต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลพื้นฐานอย่างการทากันแดดและเติมความชุ่มชื้น เพื่อให้ผลลัพธ์ของทรีตเมนต์อยู่ได้ยาวนานขึ้น

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มีปัญหาความหย่อนคล้อย เราจะไม่แนะนำว่า "ต้องทำตอนนี้เลย" แต่เราเลือกที่จะตรวจสภาพผิวของคนไข้ก่อน เพื่อประเมินร่วมกันว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสมและมีนัยสำคัญสำหรับการป้องกันหรือไม่ แม้จะเป็น Oligio X เหมือนกัน แต่การดูแลเพื่อป้องกันในวัย 30 ต้นๆ กับการแก้ไขปัญหาของคนที่มีความหย่อนคล้อยแล้ว จะต้องใช้พลังงานความเข้มข้นและความถี่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงแนะนำเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น แทนที่จะเพิ่มจำนวนครั้งอย่างฝืนความยืดหยุ่นของผิว เนื่องจากเราเป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินจากสถานีฮับจองได้สะดวก จึงสามารถดูแลเอาใจใส่สภาพผิวของแต่ละคนอย่างใกล้ชิดและร่วมกันกำหนดนัดหมายครั้งต่อไปได้อย่างเหมาะสม

ระยะเวลาฟื้นตัวและเวลาที่เริ่มเห็นลัพธ์หลังการทำทรีตเมนต์
Oligio X ทำลายผิวชั้นนอกน้อยมาก จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว หากดูการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ตั้งแต่ความรู้สึกกระชับทันทีหลังทำ ไปจนถึงความยืดหยุ่นที่ค่อยๆ ดีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเป็นดังนี้

วันแรกที่ทำ — อาจมีอาการแดงหรือร้อนผ่าวเบาๆ อยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ตั้งแต่วันถัดไป — สามารถแต่งหน้าและทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ประมาณ 1 สัปดาห์ — ควรงดการเข้าซาวน่าหรือการออกกำลังกายอย่างหักโหมชั่วคราว เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง
ทรีตเมนต์เพื่อการป้องกันไม่ใช่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็วในครั้งเดียว แต่เป็นการบำรุงรักษาระยะยาวเพื่อให้คอลลาเจนค่อยๆ เติมเต็มผิว ดังนั้นจึงไม่ควรเร่งรัดตัดสินผลลัพธ์เร็วเกินไป อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกหัตถการจะให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันกับทุกคน และไม่จำเป็นต้องทำอย่างหักโหมตั้งแต่เร็วเกินไป เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อประเมินสภาพผิวว่าช่วงเวลานี้เหมาะสำหรับการทำเพื่อป้องกันหรือไม่ และควรทำด้วยความถี่เท่าใดจึงจะเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย
Q. ถ้ายังไม่มีความหย่อนคล้อยเลย ไปทำแล้วจะไม่เสียเงินเปล่าหรือคะ
A. แทนที่จะมองว่าเสียเปล่า ให้มองว่าเป้าหมายแตกต่างกันดีกว่าค่ะ การทำหัตถการในช่วงที่ยังไม่มีความหย่อนคล้อยนั้น ไม่ใช่การดึงผิวขึ้น แต่เป็นการชะลออัตราการลดลงของคอลลาเจนมากกว่า อย่างไรก็ดี ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำตอนนี้ทันที ดังนั้น แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนว่าการป้องกันในตอนนี้จะคุ้มค่าและมีประโยชน์กับคุณมากน้อยแค่ไหนค่ะ
Q. ทำครั้งหนึ่งแล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ
A. คอลลาเจนที่สร้างขึ้นจากทรีตเมนต์จะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา ดังนั้นการทำเพียงครั้งเดียวจึงไม่สามารถคงอยู่ได้ถาวร โดยทั่วไปจะเป็นการดูแลและรักษาผิวเป็นระยะๆ ระยะเวลาของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ซึ่งหากดูแลผิวขั้นพื้นฐานอย่างการปกป้องผิวจากแสงแดดและการเติมความชุ่มชื้นควบคู่ไปด้วย ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งขึ้นค่ะ
Q. ตอนทำเจ็บมากไหมคะ
A. ทรีตเมนต์คลื่นวิทยุจะให้ความรู้สึกอุ่นๆ และอาจรู้สึกจี๊ดๆ เล็กน้อยในบางบริเวณ คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่าอยู่ในระดับที่ทนได้สบายใจ โดยเราจะปรับพลังงานให้เหมาะสมกับปฏิกิริยาตอบสนองของผิวคนไข้ หากคุณเป็นคนที่ไวต่อความรู้สึกเจ็บ สามารถแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าตอนปรึกษา เพื่อที่แพทย์จะได้ปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมในระหว่างการทำค่ะ
Q. ควรทำบ่อยแค่ไหนดีคะ
A. หากเป็นการดูแลเพื่อการป้องกัน การเว้นระยะห่างเพื่อบำรุงรักษาผิวจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการโหมทำรัวๆ ในคราวเดียว เนื่องจากรอบการทำที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และไลฟ์สไตล์ จึงเป็นการดีที่สุดที่จะกำหนดระยะเวลาที่เหมาะกับตัวคุณในระหว่างการปรึกษา โปรดระลึกไว้ว่าการทำทรีตเมนต์บ่อยเกินไปอาจกลายเป็นการรบกวนผิว ดังนั้นควรทำเฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

กำจัดขน
หลังทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วผิวแดงและแสบเหมือนโดนเบิร์นกระชากใจ จะต้องดูแลตัวเองอย่างไรดีคะให้ฟื้นฟูผิวได้เร็วโดยไม่มีรอยดำหรือสีผิวเข้มขึ้น?
หลังทำ 레이저 제모 (เลเซอร์กำจัดขน) ทันที หากมีอาการแดงหรือแสบผิว จะแยกได้อย่างไรว่าเป็นอาการปกติหรือผิวเบิร์น? พร้อมแนะนำวิธีดูแลผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดเพื่อป้องกันรอยดำ รวมถึงระยะเวลาที่ควรเว้นสำหรับการทำทรีตเมนต์ครั้งต่อไปมาฝากกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หลังจากคลอดลูกแล้วแก้มกับกรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ถ้าทำ Inmode FX จะช่วยดึงความกระชับกลับมาได้ไหมคะ?
เรามาดูกันค่ะว่าปัญหาแก้มและกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยหลังคลอดจะสามารถยกกระชับด้วย Inmode FX ได้อย่างไร พร้อมเจาะลึกหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ในการสร้างความยืดหยุ่น รวมถึงเช็กว่าคุณแม่ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรสามารถทำหัตถการนี้ได้ไหม พร้อมทั้งระยะเวลาในการฟักฟื้นและช่วงเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

ยกกระชับ
อายุเพิ่งเข้าช่วง 30 ต้นๆ ผิวยังไม่หย่อนคล้อยเท่าไหร่ ถ้าจะทำ Oligio X คลุมไว้ก่อนเพื่อยกกระชับล่วงหน้าเลยดีไหมคะ?
สำหรับคนที่ยังไม่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย การทำ Oligio X เพื่อป้องกันไว้ก่อนจะมีประโยชน์ไหม? หมอวี ยองจิน ขอพามาเจาะลึกหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ในการกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนะนำช่วงเวลาและวงรอบที่เหมาะสมในการทำ รวมถึงระยะเวลาการพักฟื้นและจังหวะที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์กันค่ะ

ผิว
ในช่วงที่ผิวพักฟื้นหลังทำ skin booster หรือหัตถการต่างๆ การทานคอลลาเจนเสริมจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้นไหมคะ?
ทานคอลลาเจนหลังทำหัตถการช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้เร็วขึ้นจริงไหม? วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันค่ะว่า คอลลาเจนที่ทานเข้าไปนั้นทำงานส่งตรงถึงผิวอย่างไร สารอาหารไหนบ้างที่ควรทานควบคู่กัน และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงมีอะไรบ้าง

ผิว
หลังจากทำหัตถการแล้วเวลานอนราบเหมือนจะยิ่งบวมขึ้น ควรนอนท่าไหนดีคะถึงจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด?
เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าทำไมหลังทำหัตถการแล้วเวลานอนราบถึงยิ่งบวม การนอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นจะช่วยลดอาการบวมได้จริงไหม พร้อมแนะนำท่านอนและนิสัยการนอนที่ควรทำ รวมถึงสัญญาณเตือนที่บอกว่าควรกลับมาเช็กอาการบวมอีกครั้งค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากแก้ปัญหาผิวคอและกรอบหน้าหย่อนคล้อยด้วย Sofwave จะเห็นผลลัพธ์ประมาณไหน และต้องทำกี่ครั้งคะ?
หากคุณสงสัยเกี่ยวกับผลลัพธ์และจำนวนครั้งในการทำ Sofwave ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมตั้งแต่หลักการทำงานของคลื่นอัลตราซาวนด์ในการกระตุ้นคอลลาเจน, การเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา, ไปจนถึงจำนวนครั้งที่แนะนำตามระดับความหย่อนคล้อยของผิวได้เลยค่ะ



