Oligio X (Monopolar RF) ควรทำกี่ครั้ง? แยกกลุ่มที่ทำครั้งเดียวพอ กับกลุ่มที่ต้องทำต่อเนื่อง
ในตอนที่ทุกคนกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Oligio X มักจะเจอคำถามบ่อย ๆ ว่า "ทำแค่ครั้งเดียวพอรึเปล่า หรือว่าต้องทำหลาย ๆ ครั้งคะ?" เนื่องจากเทคโนโลยีคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) จะทำงานโดยการค่อย ๆ เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนอย่างช้า ๆ ดังนั้นการวางแผนความถี่และจำนวนครั้งในการทำ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนค่ะ
ถ้าให้ตอบแบบกระชับคือ การทำ Oligio X เพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถช่วยให้ผิวรู้สึกกระชับขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่การเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่นของผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและเห็นผลชัดเจนขึ้นตลอดช่วงเวลาหลายเดือนค่ะ หากผิวมีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย แนะนำให้ลองทำ 1 ครั้งแล้วรอดูผลลัพธ์ก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้ามีปัญหาความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัดเจน หรือต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนาน การทำอย่างต่อเนื่องแบบเว้นระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อสะสมผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้
ทำความเข้าใจว่าการทำงานของ Monopolar RF เป็นอย่างไร
เช็กว่าคุณเหมาะกับการทำเพียง 1 ครั้ง หรือเหมาะกับการทำแบบต่อเนื่องหลายครั้ง
วิธีการวางแผนระยะห่างในการทำแต่ละครั้ง
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นผลชัดเจนและอยู่ตัว
การทำงานของ Monopolar RF เป็นอย่างไร?
Oligio X เป็นการส่งพลังงานคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF)* ลงลึกไปถึงชั้นผิวชั้นลึก เพื่อใช้ความร้อนในการหดตัวของคอลลาเจน และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ตัวเครื่องจะช่วยปกป้องผิวชั้นบนด้วยระบบทำความเย็น (Cooling system) ในขณะที่ส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous layer) วิธีนี้จึงช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บของผิวชั้นนอก และมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นความยืดหยุ่นจากภายในโดยเฉพาะค่ะ
Monopolar RF*: คือเทคโนโลยีการส่งผ่านกระแสคลื่นความถี่วิทยุจากขั้วนำพลังงานจุดเดียว เพื่อส่งความร้อนลงลึกไปยังชั้นผิวอย่างล้ำลึก ซึ่งจะสามารถลงไปได้ลึกกว่าเทคโนโลยีแบบ Bipolar RF ที่มีขั้วแยกทั่วไปค่ะ
จากการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการยกกระชับผิวด้วยอุปกรณ์ Monopolar RF พบว่าหลังจากเข้ารับการรักษาเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ยาวนานถึง 6 เดือน และมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมไม่แพ้เครื่องมือในระดับเดียวกันเลยค่ะ นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้โครงสร้างผิวข้างในฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

ใครที่ทำแค่ 1 ครั้งก็เพียงพอ VS ใครที่ควรทำต่อเนื่องหลายครั้ง
หากสภาพผิวของคุณใกล้เคียงกับหัวข้อต่อไปนี้ แนะนำให้เริ่มทำ 1 ครั้งก่อนแล้วค่อยประเมินผลลัพธ์ค่ะ
ผิวมีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย และต้องการทำเพื่อป้องกันหรือดูแลรักษาโครงสร้างผิวไว้ล่วงหน้า
เพิ่งเริ่มมีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นในระยะเริ่มต้น
ไม่ได้ต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เน้นความเป็นธรรมชาติและกรอบหน้าที่เรียบเนียนขึ้น
ในทางกลับกัน หากสภาพผิวของคุณใกล้เคียงกับหัวข้อเหล่านี้ แนะนำให้วางแผนทำเป็นคอร์สต่อเนื่องเพื่อสะสมผลลัพธ์จะดีกว่าค่ะ
เริ่มเห็นปัญหาแก้มหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัดเจนอย่างเด่นชัด
ต้องการบูสต์พลังการฟื้นฟูผิวและคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้นไปอีก
เป็นคนผิวบาง แทนที่จะทำแรง ๆ ในครั้งเดียว การแบ่งทำแบบค่อยเป็นค่อยไปจะเซฟผิวและรู้สึกสบายใจกว่า
ตารางสรุปแนวโน้มการวางแผนจำนวนครั้งตามจุดประสงค์การรักษา (นี่เป็นเพียงข้อมูลแนวโน้มโดยเฉลี่ยนะคะ แม้จะมีจุดประสงค์เดียวกันแต่สภาพผิวของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันออกไปค่ะ)


ควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำอย่างไรดี?
เนื่องจาก Monopolar RF ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนหลังจากทำ ดังนั้นในการจัดตารางทำครั้งต่อไปจึงจำเป็นต้องเว้นระยะห่างให้ผิวได้ทำงานอย่างเต็มที่ แทนที่จะทำซ้ำถี่ ๆ การรอให้ผลลัพธ์ของการทำครั้งก่อนหน้าเริ่มคงตัวแล้วค่อยทำครั้งต่อไปจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ
เมื่อดูจากภาพจำลองการส่งผ่านความร้อนของ Oligio X ลงสู่ชั้นผิว จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมเราถึงต้องการระยะห่างในการทำค่ะ

จากข้อมูลของสมาคมศัลยกรรมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) เผยว่าการยกกระชับผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนนั้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ผลลัพธ์สูงสุดจึงจะปรากฏเด่นชัด ดังนั้น ระยะห่างในการทำแต่ละครั้งจึงมักวางแผนเผื่อเวลากันเป็นหลักหลายเดือนเลยค่ะ

ที่ Beautystone Hapjeong เราไม่ยัดเยียดคอร์สหลายครั้งตั้งแต่แรก
สำหรับโปรแกรม Oligio X ที่ Beautystone สาขา Hapjeong นั้น เราจะไม่จำกัดตัวเลือกของคนไข้และบังคับขาย "คอร์สจำนวนครั้งเยอะ ๆ" ตั้งแต่ครั้งแรก แต่เราจะแนะนำให้ลองเริ่มทำ 1 ครั้งก่อน แล้วตรวจเช็กผลลัพธ์ร่วมกันเพื่อวางแผนในขั้นตอนต่อไปค่ะ สำหรับท่านที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อย เราจะไม่แนะนำให้ทำเพิ่มโดยไม่จำเป็น ส่วนท่านที่จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง เราก็จะร่วมกันวางตารางเวลาที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ
ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ชี้แนะว่า การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อถามถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่คาดหวังก่อนตัดสินใจทำหัตถการความงาม ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก Beautystone ของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong เดินทางสะดวกมาก ๆ คุณจึงสามารถแวะเข้ามาวิเคราะห์สภาพความยืดหยุ่นของผิวจริง และประเมินจำนวนครั้งร่วมกับคุณหมอก่อนทำได้เลยค่ะ ความต่างของเราคือการตัดสินใจจากผลลัพธ์จริงของคุณ แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขแพ็กเกจคอร์สค่ะ

มาทำความเข้าใจระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์กันดีกว่าค่ะ
ผลลัพธ์ของ Oligio X จะไม่ได้เห็นชัดทันทีหลังทำเสร็จล้านเปอร์เซ็นต์ แต่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาที่ผ่านไป ดังนั้น แทนที่จะประเมินว่า "ไม่เห็นผลเลย" ภายในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้รอดูการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวสักหลักเดือนจะตรงจุดที่สุดค่ะ
ทันทีหลังทำ: รู้สึกผิวตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย อาจมีอาการแดงระเรื่อเบา ๆ
1-2 เดือน: คอลลาเจนได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพผิวและสัมผัสผิวเริ่มเรียบเนียนขึ้น
3-6 เดือน: ช่วงที่ความยืดหยุ่นของผิวตึงกระชับอย่างเต็มที่และเห็นผลลัพธ์ชัดที่สุด
หลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้ว ค่อยตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มอีกครั้งดีไหมก็ยังไม่สายค่ะ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไปเบื้องต้นเท่านั้น แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำหัตถการ เพื่อร่วมกันวางแผนจำนวนครั้งและระยะเวลาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณที่สุดนะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำ Oligio X แค่รอบเดียว จะเห็นผลจริงไหมคะ?
A. เพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถช่วยให้รู้สึกได้ถึงผิวที่กระชับขึ้นค่ะ และจากรายงานผลการศึกษาทางคลินิกก็พบว่าผลลัพธ์หลังทำเพียง 1 ครั้งสามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและจุดประสงค์ของแต่ละท่าน บางกรณีอาจจะเหมาะกับการทำสะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
Q. ปกติแล้วการทำแต่ละครั้งต้องเว้นระยะห่างกี่สัปดาห์คะ?
A. เนื่องจากต้องเผื่อเวลาให้ร่างกายได้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาสะสมในชั้นผิว โดยทั่วไปจึงแนะนำให้เว้นระยะห่างเป็นหลักเดือนขึ้นไปค่ะ การรอประเมินผลลัพธ์จากการทำครั้งแรกก่อนตัดสินใจทำรอบต่อไป จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่งดงามเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
Q. คลื่นความถี่วิทยุแบบ Monopolar RF กับ Bipolar RF แตกต่างกันอย่างไร?
A. Monopolar เป็นการปล่อยกระแสพลังงานจากขั้วเดียวเพื่อส่งผ่านความร้อนลึกลงสู่ผิวชั้นในสุด ส่วน Bipolar จะเป็นการทำงานระหว่างขั้วไฟฟ้าสองขั้ว ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในระดับชั้นผิวที่ตื้นกว่า ทั้งนี้ Oligio X เป็นเทคโนโลยีแบบ Monopolar จึงสามารถเน้นทำนวัตกรรมการกระตุ้นความยืดหยุ่นและยกกระชับจากผิวชั้นลึกได้อย่างตรงจุดค่ะ
Q. ทำเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. หลังทำเสร็จทันทีอาจมีอาการผิวแดงระเรื่อเล็กน้อยหรือรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว แต่โดยทั่วไปแล้วไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนมีความเซนซิทีฟต่างกัน แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเองหลังทำอย่างเคร่งครัดตามที่คุณหมอแนะนำนะคะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผิว
ฝ้า กระ จุดด่างดำ ต่างกันยังไง? สีน้ำตาลบนหน้าที่ชัดขึ้นในหน้าร้อน
หน้าร้อนทีไรสีน้ำตาลบนหน้าก็ชัดขึ้น มาดูว่าฝ้า กระ จุดด่างดำต่างกันยังไง พร้อมแนวทางดูแลแต่ละแบบ

ผิว
สกินบูสเตอร์ครั้งแรก ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ต้องรู้อะไรบ้าง
สกินบูสเตอร์ครั้งแรกต่างจากฟิลเลอร์ยังไง สรุปวิธีออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วันดี?
อยากทำ Shurink ยกกระชับก่อนวันสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วัน มาดูตารางนับถอยหลังและข้อควรระวังกัน

ลบรอยสัก
หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ต้องเลี่ยงแดดนานแค่ไหน? ดูแลผิวหน้าร้อน
หลังลบรอยสักหน้าร้อน ควรเลี่ยงแดดนานแค่ไหน สรุปความเสี่ยงรอยดำและวิธีกันแดดแบบเข้าใจง่าย

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ออกกำลังกายมาก วอลลุ่ม Sculptra ยุบเร็วไหม?
วอลลุ่ม Sculptra ค่อย ๆ เพิ่มและอยู่ได้นานต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร การออกกำลังกายและน้ำหนักมีผลไหม

ยกกระชับ
Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?
Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน



