• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Oligio X ยกกระชับ RF ควรทำกี่ครั้ง?

Oligio X ยกกระชับ RF ควรทำกี่ครั้ง?

Oligio X ยกกระชับ RF ควรทำกี่ครั้ง?

Oligio X (Monopolar RF) ควรทำกี่ครั้ง? แยกกลุ่มที่ทำครั้งเดียวพอ กับกลุ่มที่ต้องทำต่อเนื่อง

ในตอนที่ทุกคนกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Oligio X มักจะเจอคำถามบ่อย ๆ ว่า "ทำแค่ครั้งเดียวพอรึเปล่า หรือว่าต้องทำหลาย ๆ ครั้งคะ?" เนื่องจากเทคโนโลยีคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) จะทำงานโดยการค่อย ๆ เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนอย่างช้า ๆ ดังนั้นการวางแผนความถี่และจำนวนครั้งในการทำ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ

ถ้าให้ตอบแบบกระชับคือ การทำ Oligio X เพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถช่วยให้ผิวรู้สึกกระชับขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่การเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่นของผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและเห็นผลชัดเจนขึ้นตลอดช่วงเวลาหลายเดือนครับ หากผิวมีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย แนะนำให้ลองทำ 1 ครั้งแล้วรอดูผลลัพธ์ก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้ามีปัญหาความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัดเจน หรือต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนาน การทำอย่างต่อเนื่องแบบเว้นระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อสะสมผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้

  • ทำความเข้าใจว่าการทำงานของ Monopolar RF เป็นอย่างไร

  • เช็กว่าคุณเหมาะกับการทำเพียง 1 ครั้ง หรือเหมาะกับการทำแบบต่อเนื่องหลายครั้ง

  • วิธีการวางแผนระยะห่างในการทำแต่ละครั้ง

  • ระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นผลชัดเจนและอยู่ตัว

 

การทำงานของ Monopolar RF เป็นอย่างไร?

Oligio X เป็นการส่งพลังงานคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF)* ลงลึกไปถึงชั้นผิวชั้นลึก เพื่อใช้ความร้อนในการหดตัวของคอลลาเจน และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ตัวเครื่องจะช่วยปกป้องผิวชั้นบนด้วยระบบทำความเย็น (Cooling system) ในขณะที่ส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous layer) วิธีนี้จึงช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บของผิวชั้นนอก และมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นความยืดหยุ่นจากภายในโดยเฉพาะครับ

Monopolar RF*: คือเทคโนโลยีการส่งผ่านกระแสคลื่นความถี่วิทยุจากขั้วนำพลังงานจุดเดียว เพื่อส่งความร้อนลงลึกไปยังชั้นผิวอย่างล้ำลึก ซึ่งจะสามารถลงไปได้ลึกกว่าเทคโนโลยีแบบ Bipolar RF ที่มีขั้วแยกทั่วไปครับ

จากการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการยกกระชับผิวด้วยอุปกรณ์ Monopolar RF พบว่าหลังจากเข้ารับการรักษาเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ยาวนานถึง 6 เดือน และมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมไม่แพ้เครื่องมือในระดับเดียวกันเลยครับ นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้โครงสร้างผิวข้างในฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

การทำงานของ Monopolar RF เป็นอย่างไร?

 

 

ใครที่ทำแค่ 1 ครั้งก็เพียงพอ VS ใครที่ควรทำต่อเนื่องหลายครั้ง

หากสภาพผิวของคุณใกล้เคียงกับหัวข้อต่อไปนี้ แนะนำให้เริ่มทำ 1 ครั้งก่อนแล้วค่อยประเมินผลลัพธ์ครับ

  • ผิวมีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย และต้องการทำเพื่อป้องกันหรือดูแลรักษาโครงสร้างผิวไว้ล่วงหน้า

  • เพิ่งเริ่มมีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นในระยะเริ่มต้น

  • ไม่ได้ต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เน้นความเป็นธรรมชาติและกรอบหน้าที่เรียบเนียนขึ้น

ในทางกลับกัน หากสภาพผิวของคุณใกล้เคียงกับหัวข้อเหล่านี้ แนะนำให้วางแผนทำเป็นคอร์สต่อเนื่องเพื่อสะสมผลลัพธ์จะดีกว่าครับ

  • เริ่มเห็นปัญหาแก้มหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัดเจนอย่างเด่นชัด

  • ต้องการบูสต์พลังการฟื้นฟูผิวและคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้นไปอีก

  • เป็นคนผิวบาง แทนที่จะทำแรง ๆ ในครั้งเดียว การแบ่งทำแบบค่อยเป็นค่อยไปจะเซฟผิวและรู้สึกสบายใจกว่า

ตารางสรุปแนวโน้มการวางแผนจำนวนครั้งตามจุดประสงค์การรักษา (นี่เป็นเพียงข้อมูลแนวโน้มโดยเฉลี่ยนะครับ แม้จะมีจุดประสงค์เดียวกันแต่สภาพผิวของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันออกไปครับ)

แนวโน้มจำนวนครั้งที่แนะนำตามวัตถุประสงค์ (แนวโน้มเฉลี่ย)ใครที่ทำแค่ 1 ครั้งก็เพียงพอ VS ใครที่ควรทำต่อเนื่องหลายครั้ง

 

 

ควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำอย่างไรดี?

เนื่องจาก Monopolar RF ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนหลังจากทำ ดังนั้นในการจัดตารางทำครั้งต่อไปจึงจำเป็นต้องเว้นระยะห่างให้ผิวได้ทำงานอย่างเต็มที่ แทนที่จะทำซ้ำถี่ ๆ การรอให้ผลลัพธ์ของการทำครั้งก่อนหน้าเริ่มคงตัวแล้วค่อยทำครั้งต่อไปจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าครับ

เมื่อดูจากภาพจำลองการส่งผ่านความร้อนของ Oligio X ลงสู่ชั้นผิว จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมเราถึงต้องการระยะห่างในการทำครับ

โมโนโพลาร์ความถี่วิทยุที่ทำความเย็นหนังกำพร้าและส่งความร้อนสู่ชั้นหนังแท้ถึงชั้นใต้ผิวหนัง

จากข้อมูลของสมาคมศัลยกรรมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) เผยว่าการยกกระชับผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนนั้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ผลลัพธ์สูงสุดจึงจะปรากฏเด่นชัด ดังนั้น ระยะห่างในการทำแต่ละครั้งจึงมักวางแผนเผื่อเวลากันเป็นหลักหลายเดือนเลยครับ

ควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำอย่างไรดี?

 

 

ที่ Beautystone Hapjeong เราไม่ยัดเยียดคอร์สหลายครั้งตั้งแต่แรก

สำหรับโปรแกรม Oligio X ที่ Beautystone สาขา Hapjeong นั้น เราจะไม่จำกัดตัวเลือกของคนไข้และบังคับขาย "คอร์สจำนวนครั้งเยอะ ๆ" ตั้งแต่ครั้งแรก แต่เราจะแนะนำให้ลองเริ่มทำ 1 ครั้งก่อน แล้วตรวจเช็กผลลัพธ์ร่วมกันเพื่อวางแผนในขั้นตอนต่อไปครับ สำหรับท่านที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อย เราจะไม่แนะนำให้ทำเพิ่มโดยไม่จำเป็น ส่วนท่านที่จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง เราก็จะร่วมกันวางตารางเวลาที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ชี้แนะว่า การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อถามถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่คาดหวังก่อนตัดสินใจทำหัตถการความงาม ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก Beautystone ของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong เดินทางสะดวกมาก ๆ คุณจึงสามารถแวะเข้ามาวิเคราะห์สภาพความยืดหยุ่นของผิวจริง และประเมินจำนวนครั้งร่วมกับคุณหมอก่อนทำได้เลยครับ ความต่างของเราคือการตัดสินใจจากผลลัพธ์จริงของคุณ แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขแพ็กเกจคอร์สครับ

ที่ Beautystone Hapjeong เราไม่ยัดเยียดคอร์สหลายครั้งตั้งแต่แรก

 

 

มาทำความเข้าใจระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์กันดีกว่าครับ

ผลลัพธ์ของ Oligio X จะไม่ได้เห็นชัดทันทีหลังทำเสร็จล้านเปอร์เซ็นต์ แต่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาที่ผ่านไป ดังนั้น แทนที่จะประเมินว่า "ไม่เห็นผลเลย" ภายในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้รอดูการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวสักหลักเดือนจะตรงจุดที่สุดครับ

  • ทันทีหลังทำ: รู้สึกผิวตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย อาจมีอาการแดงระเรื่อเบา ๆ

  • 1-2 เดือน: คอลลาเจนได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพผิวและสัมผัสผิวเริ่มเรียบเนียนขึ้น

  • 3-6 เดือน: ช่วงที่ความยืดหยุ่นของผิวตึงกระชับอย่างเต็มที่และเห็นผลลัพธ์ชัดที่สุด

หลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้ว ค่อยตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มอีกครั้งดีไหมก็ยังไม่สายครับ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไปเบื้องต้นเท่านั้น แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำหัตถการ เพื่อร่วมกันวางแผนจำนวนครั้งและระยะเวลาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณที่สุดนะครับ

มาทำความเข้าใจระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์กันดีกว่าครับ

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทำ Oligio X แค่รอบเดียว จะเห็นผลจริงไหมคะ?

A. เพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถช่วยให้รู้สึกได้ถึงผิวที่กระชับขึ้นครับ และจากรายงานผลการศึกษาทางคลินิกก็พบว่าผลลัพธ์หลังทำเพียง 1 ครั้งสามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและจุดประสงค์ของแต่ละท่าน บางกรณีอาจจะเหมาะกับการทำสะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ

Q. ปกติแล้วการทำแต่ละครั้งต้องเว้นระยะห่างกี่สัปดาห์ครับ?

A. เนื่องจากต้องเผื่อเวลาให้ร่างกายได้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาสะสมในชั้นผิว โดยทั่วไปจึงแนะนำให้เว้นระยะห่างเป็นหลักเดือนขึ้นไปครับ การรอประเมินผลลัพธ์จากการทำครั้งแรกก่อนตัดสินใจทำรอบต่อไป จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่งดงามเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

Q. คลื่นความถี่วิทยุแบบ Monopolar RF กับ Bipolar RF แตกต่างกันอย่างไร?

A. Monopolar เป็นการปล่อยกระแสพลังงานจากขั้วเดียวเพื่อส่งผ่านความร้อนลึกลงสู่ผิวชั้นในสุด ส่วน Bipolar จะเป็นการทำงานระหว่างขั้วไฟฟ้าสองขั้ว ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในระดับชั้นผิวที่ตื้นกว่า ทั้งนี้ Oligio X เป็นเทคโนโลยีแบบ Monopolar จึงสามารถเน้นทำนวัตกรรมการกระตุ้นความยืดหยุ่นและยกกระชับจากผิวชั้นลึกได้อย่างตรงจุดครับ

Q. ทำเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหมคะ?

A. หลังทำเสร็จทันทีอาจมีอาการผิวแดงระเรื่อเล็กน้อยหรือรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว แต่โดยทั่วไปแล้วไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนมีความเซนซิทีฟต่างกัน แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเองหลังทำอย่างเคร่งครัดตามที่คุณหมอแนะนำนะครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

Secret RF ไมโครนีดเดิลลิฟติ้ง ช่วยแก้ทั้งรอยแผลเป็นและรูขุมขนกว้างได้ในครั้งเดียวครับ

ยกกระชับ

Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ

มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

จูเวลุค โวลุ่ม เติมเต็มแก้มตอบและร่องแก้มด้วยคอลลาเจนได้จริงหรือครับ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม

มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ปัญหาร่องลึก ใต้ตาคล้ำ และริ้วรอยได้พร้อมกันจริงหรือครับ

ผิว

RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ

มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ฝ้าและจุดด่างดำปนกัน เลเซอร์โทนนิ่ง พิโค และ IPL ต่างกันอย่างไรตามชนิดเม็ดสี

ผิว

ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ

มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ถ้าอายุ 40 ปีแล้วเริ่มมองหาการยกกระชับผิวเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจาก HIFU หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงก่อนดี

ยกกระชับ

อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ

มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?

ยกกระชับ

Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?

ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1