Oligio X (Monopolar RF) ควรทำกี่ครั้ง? แยกกลุ่มที่ทำครั้งเดียวพอ กับกลุ่มที่ต้องทำต่อเนื่อง
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ในตอนที่ทุกคนกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Oligio X มักจะเจอคำถามบ่อย ๆ ว่า "ทำแค่ครั้งเดียวพอรึเปล่า หรือว่าต้องทำหลาย ๆ ครั้งคะ?" เนื่องจากเทคโนโลยีคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF) จะทำงานโดยการค่อย ๆ เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนอย่างช้า ๆ ดังนั้นการวางแผนความถี่และจำนวนครั้งในการทำ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ
ถ้าให้ตอบแบบกระชับคือ การทำ Oligio X เพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถช่วยให้ผิวรู้สึกกระชับขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่การเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่นของผิวจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและเห็นผลชัดเจนขึ้นตลอดช่วงเวลาหลายเดือนครับ หากผิวมีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย แนะนำให้ลองทำ 1 ครั้งแล้วรอดูผลลัพธ์ก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้ามีปัญหาความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัดเจน หรือต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้ยาวนาน การทำอย่างต่อเนื่องแบบเว้นระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อสะสมผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทความนี้
ทำความเข้าใจว่าการทำงานของ Monopolar RF เป็นอย่างไร
เช็กว่าคุณเหมาะกับการทำเพียง 1 ครั้ง หรือเหมาะกับการทำแบบต่อเนื่องหลายครั้ง
วิธีการวางแผนระยะห่างในการทำแต่ละครั้ง
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นผลชัดเจนและอยู่ตัว
การทำงานของ Monopolar RF เป็นอย่างไร?
Oligio X เป็นการส่งพลังงานคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar RF)* ลงลึกไปถึงชั้นผิวชั้นลึก เพื่อใช้ความร้อนในการหดตัวของคอลลาเจน และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ตัวเครื่องจะช่วยปกป้องผิวชั้นบนด้วยระบบทำความเย็น (Cooling system) ในขณะที่ส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous layer) วิธีนี้จึงช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บของผิวชั้นนอก และมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นความยืดหยุ่นจากภายในโดยเฉพาะครับ
Monopolar RF*: คือเทคโนโลยีการส่งผ่านกระแสคลื่นความถี่วิทยุจากขั้วนำพลังงานจุดเดียว เพื่อส่งความร้อนลงลึกไปยังชั้นผิวอย่างล้ำลึก ซึ่งจะสามารถลงไปได้ลึกกว่าเทคโนโลยีแบบ Bipolar RF ที่มีขั้วแยกทั่วไปครับ
จากการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการยกกระชับผิวด้วยอุปกรณ์ Monopolar RF พบว่าหลังจากเข้ารับการรักษาเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ยาวนานถึง 6 เดือน และมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมไม่แพ้เครื่องมือในระดับเดียวกันเลยครับ นั่นหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้โครงสร้างผิวข้างในฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

ใครที่ทำแค่ 1 ครั้งก็เพียงพอ VS ใครที่ควรทำต่อเนื่องหลายครั้ง
หากสภาพผิวของคุณใกล้เคียงกับหัวข้อต่อไปนี้ แนะนำให้เริ่มทำ 1 ครั้งก่อนแล้วค่อยประเมินผลลัพธ์ครับ
ผิวมีความหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย และต้องการทำเพื่อป้องกันหรือดูแลรักษาโครงสร้างผิวไว้ล่วงหน้า
เพิ่งเริ่มมีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นในระยะเริ่มต้น
ไม่ได้ต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เน้นความเป็นธรรมชาติและกรอบหน้าที่เรียบเนียนขึ้น
ในทางกลับกัน หากสภาพผิวของคุณใกล้เคียงกับหัวข้อเหล่านี้ แนะนำให้วางแผนทำเป็นคอร์สต่อเนื่องเพื่อสะสมผลลัพธ์จะดีกว่าครับ
เริ่มเห็นปัญหาแก้มหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัดเจนอย่างเด่นชัด
ต้องการบูสต์พลังการฟื้นฟูผิวและคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้นไปอีก
เป็นคนผิวบาง แทนที่จะทำแรง ๆ ในครั้งเดียว การแบ่งทำแบบค่อยเป็นค่อยไปจะเซฟผิวและรู้สึกสบายใจกว่า
ตารางสรุปแนวโน้มการวางแผนจำนวนครั้งตามจุดประสงค์การรักษา (นี่เป็นเพียงข้อมูลแนวโน้มโดยเฉลี่ยนะครับ แม้จะมีจุดประสงค์เดียวกันแต่สภาพผิวของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันออกไปครับ)


ควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำอย่างไรดี?
เนื่องจาก Monopolar RF ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนหลังจากทำ ดังนั้นในการจัดตารางทำครั้งต่อไปจึงจำเป็นต้องเว้นระยะห่างให้ผิวได้ทำงานอย่างเต็มที่ แทนที่จะทำซ้ำถี่ ๆ การรอให้ผลลัพธ์ของการทำครั้งก่อนหน้าเริ่มคงตัวแล้วค่อยทำครั้งต่อไปจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
เมื่อดูจากภาพจำลองการส่งผ่านความร้อนของ Oligio X ลงสู่ชั้นผิว จะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมเราถึงต้องการระยะห่างในการทำครับ

จากข้อมูลของสมาคมศัลยกรรมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) เผยว่าการยกกระชับผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนนั้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ผลลัพธ์สูงสุดจึงจะปรากฏเด่นชัด ดังนั้น ระยะห่างในการทำแต่ละครั้งจึงมักวางแผนเผื่อเวลากันเป็นหลักหลายเดือนเลยครับ

ที่ Beautystone Hapjeong เราไม่ยัดเยียดคอร์สหลายครั้งตั้งแต่แรก
สำหรับโปรแกรม Oligio X ที่ Beautystone สาขา Hapjeong นั้น เราจะไม่จำกัดตัวเลือกของคนไข้และบังคับขาย "คอร์สจำนวนครั้งเยอะ ๆ" ตั้งแต่ครั้งแรก แต่เราจะแนะนำให้ลองเริ่มทำ 1 ครั้งก่อน แล้วตรวจเช็กผลลัพธ์ร่วมกันเพื่อวางแผนในขั้นตอนต่อไปครับ สำหรับท่านที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยเล็กน้อย เราจะไม่แนะนำให้ทำเพิ่มโดยไม่จำเป็น ส่วนท่านที่จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง เราก็จะร่วมกันวางตารางเวลาที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
ข้อมูลจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ชี้แนะว่า การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อถามถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่คาดหวังก่อนตัดสินใจทำหัตถการความงาม ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก Beautystone ของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Hapjeong เดินทางสะดวกมาก ๆ คุณจึงสามารถแวะเข้ามาวิเคราะห์สภาพความยืดหยุ่นของผิวจริง และประเมินจำนวนครั้งร่วมกับคุณหมอก่อนทำได้เลยครับ ความต่างของเราคือการตัดสินใจจากผลลัพธ์จริงของคุณ แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขแพ็กเกจคอร์สครับ

มาทำความเข้าใจระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์กันดีกว่าครับ
ผลลัพธ์ของ Oligio X จะไม่ได้เห็นชัดทันทีหลังทำเสร็จล้านเปอร์เซ็นต์ แต่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาที่ผ่านไป ดังนั้น แทนที่จะประเมินว่า "ไม่เห็นผลเลย" ภายในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้รอดูการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวสักหลักเดือนจะตรงจุดที่สุดครับ
ทันทีหลังทำ: รู้สึกผิวตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย อาจมีอาการแดงระเรื่อเบา ๆ
1-2 เดือน: คอลลาเจนได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพผิวและสัมผัสผิวเริ่มเรียบเนียนขึ้น
3-6 เดือน: ช่วงที่ความยืดหยุ่นของผิวตึงกระชับอย่างเต็มที่และเห็นผลลัพธ์ชัดที่สุด
หลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้ว ค่อยตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มอีกครั้งดีไหมก็ยังไม่สายครับ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไปเบื้องต้นเท่านั้น แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำหัตถการ เพื่อร่วมกันวางแผนจำนวนครั้งและระยะเวลาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณที่สุดนะครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำ Oligio X แค่รอบเดียว จะเห็นผลจริงไหมคะ?
A. เพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถช่วยให้รู้สึกได้ถึงผิวที่กระชับขึ้นครับ และจากรายงานผลการศึกษาทางคลินิกก็พบว่าผลลัพธ์หลังทำเพียง 1 ครั้งสามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 6 เดือนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและจุดประสงค์ของแต่ละท่าน บางกรณีอาจจะเหมาะกับการทำสะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ
Q. ปกติแล้วการทำแต่ละครั้งต้องเว้นระยะห่างกี่สัปดาห์ครับ?
A. เนื่องจากต้องเผื่อเวลาให้ร่างกายได้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาสะสมในชั้นผิว โดยทั่วไปจึงแนะนำให้เว้นระยะห่างเป็นหลักเดือนขึ้นไปครับ การรอประเมินผลลัพธ์จากการทำครั้งแรกก่อนตัดสินใจทำรอบต่อไป จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่งดงามเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
Q. คลื่นความถี่วิทยุแบบ Monopolar RF กับ Bipolar RF แตกต่างกันอย่างไร?
A. Monopolar เป็นการปล่อยกระแสพลังงานจากขั้วเดียวเพื่อส่งผ่านความร้อนลึกลงสู่ผิวชั้นในสุด ส่วน Bipolar จะเป็นการทำงานระหว่างขั้วไฟฟ้าสองขั้ว ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ในระดับชั้นผิวที่ตื้นกว่า ทั้งนี้ Oligio X เป็นเทคโนโลยีแบบ Monopolar จึงสามารถเน้นทำนวัตกรรมการกระตุ้นความยืดหยุ่นและยกกระชับจากผิวชั้นลึกได้อย่างตรงจุดครับ
Q. ทำเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. หลังทำเสร็จทันทีอาจมีอาการผิวแดงระเรื่อเล็กน้อยหรือรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว แต่โดยทั่วไปแล้วไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนมีความเซนซิทีฟต่างกัน แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเองหลังทำอย่างเคร่งครัดตามที่คุณหมอแนะนำนะครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



