• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Pico Toning ทำกี่ครั้ง? ทำไมช่วงห่าง 4 สัปดาห์สำคัญกว่าชื่อเครื่อง

Pico Toning ทำกี่ครั้ง? ทำไมช่วงห่าง 4 สัปดาห์สำคัญกว่าชื่อเครื่อง

Pico Toning ทำกี่ครั้ง? ทำไมช่วงห่าง 4 สัปดาห์สำคัญกว่าชื่อเครื่อง

ก่อนถามว่า Pico Laser ยี่ห้อไหนดี ลองเข้าใจก่อนว่าทำไมช่วงห่างและจำนวนครั้งถึงส่งผลต่อผลลัพธ์มากกว่าชื่อเครื่อง บทความนี้อธิบายทุกข้อสงสัยค่ะ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist


เคยรู้สึกไหมคะว่าไปทำ Pico Laser มาแล้ว แต่ฝ้าหรือจุดด่างดำยังอยู่เหมือนเดิม ทั้งที่คลินิกบอกว่าใช้เครื่องรุ่นล่าสุด หลายคนเริ่มสงสัยว่าปัญหาอยู่ที่เครื่อง ที่แพทย์ หรือที่ตัวเอง

ความจริงคือ Pico Toning ไม่ใช่การรักษาที่ "ทำครั้งเดียวแล้วจบ" และชื่อเครื่องหรือยี่ห้ออุปกรณ์ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด สิ่งที่กำหนดว่าผิวจะตอบสนองดีแค่ไหนคือ ประเภทของสีผิว ความลึกของเม็ดสีในผิว และระยะเวลาระหว่างการรักษาแต่ละครั้ง

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมช่วงห่าง 4 สัปดาห์และจำนวน 3 ครั้งถึงเป็นโปรโตคอลที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำ พร้อมอธิบายว่าคลื่นแสง 1064nm กับ 755nm ต่างกันอย่างไรและส่งผลต่อผลลัพธ์ของคุณอย่างไรนะคะ

 

Pico Toning คืออะไร และต่างจาก Pico Laser ทั่วไปอย่างไร?

Pico Toning คือการรักษาโดยใช้ Pico Laser (พิโค่เลเซอร์) ในโหมดพลังงานต่ำและความถี่สูง เน้นปล่อยพลังงานแบบสม่ำเสมอทั่วพื้นที่ผิว ไม่ใช่ยิงเป็นจุดเหมือนการรักษาหลุมสิว (Acne Scars) หรือรอยดำลึก

"Pico" มาจาก picosecond ซึ่งหมายถึงความเร็วในการปล่อยพลังงาน ความเร็วระดับนี้ทำให้เลเซอร์ทำลายเม็ดสีได้โดยที่ความร้อนกระจายไปยังผิวข้างเคียงน้อยกว่าเลเซอร์แบบเก่า โหมด Toning ใช้พลังงานต่ำกว่าโหมดรักษาหลุมสิว ทำให้ Downtime น้อยและเหมาะกับการรักษาต่อเนื่องหลายครั้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะปรับพลังงานและความยาวคลื่นตามผิวของคุณโดยเฉพาะค่ะ

ภาพขวางชั้นผิวแสดงตำแหน่งเม็ดสีในชั้น Epidermis และ Dermis พร้อมการทำงานของ Pico Laser

 

เม็ดสีชั้นตื้น VS ชั้นลึก: ทำไมผลลัพธ์ถึงไม่เหมือนกัน?

ฝ้า (Melasma) และจุดด่างดำในผิวไม่ได้อยู่ที่ความลึกเดียวกันทุกคน แพทย์แบ่งได้คร่าว ๆ เป็น 2 ประเภทหลัก:

  • เม็ดสีชั้นตื้น (Epidermal Pigment) อยู่ในชั้น Epidermis ส่วนบน ตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ค่อนข้างเร็ว มักเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในไม่กี่ครั้ง

  • เม็ดสีชั้นลึก (Dermal Pigment) อยู่ในชั้น Dermis ต้องการพลังงานที่เข้าถึงได้ลึกกว่า และใช้เวลานานกว่าในการแตกตัวและถูกกำจัดออกจากร่างกาย

หลายคนมีทั้งสองประเภทปนกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจประเมินก่อนเพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับผิวของคุณค่ะ

เม็ดสีชั้นลึกต้องการความอดทนมากกว่า เพราะร่างกายต้องค่อย ๆ กำจัดเศษเม็ดสีผ่านระบบภูมิคุ้มกัน กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ต่อรอบ นั่นคือที่มาของช่วงห่างระหว่างครั้งค่ะ

 

1064nm กับ 755nm ต่างกันอย่างไร และส่งผลต่อการรักษาแบบไหน?

ความยาวคลื่นของเลเซอร์กำหนดว่าพลังงานจะเข้าถึงผิวในระดับใด เปรียบง่าย ๆ คือถ้าผิวหนังเป็นน้ำ คลื่นสั้นกว่าจะ "จมน้ำ" น้อยกว่า คลื่นยาวกว่าจะ "ดำดิ่ง" ลึกกว่า

1064nm คือความยาวคลื่นที่ใช้บ่อยที่สุดในโหมด Toning เพราะสามารถเข้าถึงชั้นผิวได้ดีในทุกสีผิว รวมถึงผิวสีเข้มซึ่งมีความเสี่ยงจากเลเซอร์บางชนิดมากกว่า ความยาวคลื่นนี้เหมาะกับการรักษาฝ้าและจุดด่างดำทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกระดับกลาง

755nm มีความยาวคลื่นสั้นกว่า จึงถูกเม็ดสีดำในผิวดูดซับได้ดีกว่า เหมาะกับกระ (จุดด่างดำ) ที่มีความเข้มสูงและอยู่ในชั้นตื้น แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังในผิวสีเข้มเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดรอยดำ (PIH) หลังการรักษา

การเลือกใช้ความยาวคลื่นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและประเภทเม็ดสีค่ะ

 

ทำไมช่วงห่าง 4 สัปดาห์และ 3 ครั้งถึงเป็นโปรโตคอลที่แนะนำ?


เม็ดสีชั้นตื้น VS ชั้นลึก: ทำไมผลลัพธ์ถึงไม่เหมือนกัน?

นี่คือหัวใจสำคัญที่หลายคนมองข้ามเมื่อถามแค่ว่า "ราคาเท่าไหร่" หรือ "ใช้เครื่องอะไร" ค่ะ

หลังจากที่ Pico Laser ทำลายเม็ดสีแล้ว ร่างกายต้องการเวลาในการ:

  • กวาดเอาเศษเม็ดสีที่แตกตัวออกจากผิวผ่านระบบน้ำเหลือง

  • ฟื้นฟูเซลล์ผิวและลดการอักเสบที่เกิดจากพลังงานเลเซอร์

  • ปรับสมดุลของ Melanocyte (เซลล์สร้างเม็ดสี) ไม่ให้ตอบสนองด้วยการสร้างเม็ดสีเพิ่ม

กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ ถ้าทำบ่อยกว่านี้ ผิวอาจยังฟื้นตัวไม่สมบูรณ์และอาจเกิดการอักเสบมากขึ้น ถ้าห่างเกินไปเม็ดสีที่หลงเหลือก็มีเวลาฟื้นตัวกลับมาได้

สำหรับจำนวนครั้ง โดยทั่วไปแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำ 3 ครั้งขึ้นไปเป็นโปรแกรมเบื้องต้น เพราะแต่ละครั้งจะค่อย ๆ ลดความเข้มของเม็ดสีลง ไม่ใช่การทำให้หายในครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคลค่ะ

 

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Pico Toning

Pico Toning ในโหมด Toning มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเลเซอร์พลังงานสูง แต่ก็มีสิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจค่ะ

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้:

  • รอยแดงและความรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิวหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน

  • ผิวแห้งหรือลอกเล็กน้อยในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเม็ดสีเข้มข้น

  • ในบางกรณีอาจมีรอยดำชั่วคราว (PIH) โดยเฉพาะในผิวสีเข้มหรือเมื่อโดนแดดหลังการรักษา

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผิวพองหรือบวมมากผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

กลุ่มที่ควรงดหรือแจ้งแพทย์ก่อนทำ:

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีประวัติแพ้แสง (Photosensitivity) หรืออยู่ในช่วงทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น Isotretinoin

  • มีประวัติแผลเป็นนูน (Keloid) หรือแผลเป็น Hypertrophic

  • ผิวอักเสบหรือมีสิวอักเสบในพื้นที่ที่จะรักษาอยู่

  • เพิ่งโดนแดดเผาหนักหรือผิวแทนเข้มกว่าปกติ

 

เรื่องราคาและจำนวนครั้ง: คิดอย่างไรถึงจะคุ้ม?


เรื่องราคาและจำนวนครั้ง: คิดอย่างไรถึงจะคุ้ม?

คำถามที่พบบ่อยคือ "ทำครั้งเดียวราคาเท่าไหร่" แต่จริง ๆ แล้วการมองแค่ราคาต่อครั้งอาจทำให้คำนวณความคุ้มค่าผิดพลาดได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาและจำนวนครั้งที่ต้องทำ:

  • ประเภทของเม็ดสี เม็ดสีชั้นลึกต้องการครั้งมากกว่าเม็ดสีชั้นตื้น

  • พื้นที่รักษา การรักษาทั้งหน้ากับการรักษาเฉพาะจุดมีราคาต่างกัน

  • ความรุนแรงของปัญหา ฝ้าที่เป็นมานานมักต้องการครั้งมากกว่าฝ้าที่เพิ่งเกิดใหม่

  • การดูแลหลังทำ ครีมกันแดดและการหลีกเลี่ยงแสงแดดส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่ต้องกลับมาทำ

ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล แพทย์จะประเมินผิวก่อนและแจ้งจำนวนครั้งที่คาดว่าเหมาะสมให้คุณทราบล่วงหน้า ราคาที่คลินิกในกรุงโซล อาจเปลี่ยนแปลงได้ ดูข้อมูลราคาล่าสุดได้ที่ /th/price และโปรโมชั่นที่ /th/promotion นะคะ

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังการรักษาค่ะ

 

สรุป: สิ่งที่ควรถามก่อนเลือก Pico Toning

Pico Toning เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการดูแลฝ้า กระ และจุดด่างดำ แต่ผลลัพธ์จะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากกว่าแค่ชื่อเครื่องเลเซอร์ที่ใช้

สิ่งที่ควรถามก่อนตัดสินใจ คือ ประเภทของเม็ดสีที่คุณมีคืออะไร แพทย์วางแผนการรักษากี่ครั้งและห่างกันนานแค่ไหน และคุณพร้อมดูแลผิวหลังทำ เช่น ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอหรือไม่

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ

หากคุณกำลังกังวลเรื่องฝ้าหรือจุดด่างดำที่ดูแลมาแล้วแต่ยังไม่เห็นผล ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาได้เลยค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. Pico Toning เจ็บไหมคะ และต้องพักหน้ากี่วัน?

A. โดยทั่วไปความเจ็บปวดในโหมด Toning จะน้อยกว่าเลเซอร์พลังงานสูง ส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนถูกยางดีดเบา ๆ หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อยที่มักหายเองภายใน 1-3 วัน แต่ผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลนะคะ

Q. ทำ Pico Toning กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

A. ส่วนใหญ่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 แต่จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทเม็ดสีและความรุนแรงของปัญหาของแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ

Q. ทำ Pico Toning แล้วโดนแดดได้ไหม?

A. หลังทำควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันค่ะ การโดนแดดหลังการรักษาอาจเพิ่มความเสี่ยงของรอยดำชั่วคราว (PIH) โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำ

Q. Pico Toning เหมาะกับผิวสีเข้มหรือผิวที่เคยแพ้เลเซอร์มาก่อนไหม?

A. ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนนะคะ ผิวสีเข้มมีความเสี่ยงในการเกิด PIH มากกว่าผิวสีอ่อน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเลือกความยาวคลื่นและพลังงานที่เหมาะสมสำหรับผิวของคุณโดยเฉพาะค่ะ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1