
จากการดูเคส skin booster 1,200 เคสใน 3 ปี — คำตอบจะแตกต่างกันไปตามอายุ
จากการดูเคส skin booster 1,200 เคสใน 3 ปี — คำตอบจะแตกต่างกันไปตามอายุ
จากการดูเคส skin booster 1,200 เคสใน 3 ปี — คำตอบจะแตกต่างกันไปตามอายุ
แนะนำ skin booster — คนอายุ 30 ต้น ๆ มักเหมาะกับ Rejuran ส่วนวัย 40 ขึ้นไปมักเลือก Revive เราเรียบเรียงลำดับการทำแบบผสมที่แนะนำสำหรับคนที่ต้องการทั้งสองอย่างไว้ให้แล้ว

สรุปจาก skin booster 3 ปี ทำไป 1,200 เคส
— คำตอบต่างกันไปตามช่วงอายุ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในห้องตรวจ มีพนักงานออฟฟิศวัยต้น 30
ท่านหนึ่งเข้ามาพบค่ะ
"เพื่อนบอกว่าทำ Rejuran แล้วดีมาก
แต่พี่สาวบอกว่า Revive ดีกว่า
ตกลงต้องทำอะไรกันแน่คะ?"
นี่คือคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจช่วงนี้
ทั้งสองอย่างเป็นหัตถการที่ดีค่ะ
แต่จุดที่ให้ผลต่างกันคนละแบบเลย

ดูเหมือนจะเป็น skin booster เหมือนกันใช่ไหมคะ?
จริงๆ แล้วหลักการต่างกันตั้งแต่ต้นเลย
skin booster คือหัตถการที่ฉีดยาเข้าไปในผิว
เพื่อช่วยดึงสภาพผิวให้ดีขึ้น
Rejuran มีพื้นฐานจาก PN ซึ่งเป็นส่วนประกอบจาก DNA ปลาแซลมอน
ส่วน Revive มีฐานเป็นไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA)
เมื่อส่วนผสมต่างกัน สิ่งที่ทำในผิวก็ย่อมต่างกัน

ทำไมบางคนเห็นผล
แต่บางคนไม่เห็นผล?
"ถ้าอายุช่วงต้น 30 และมีปัญหารูขุมขน·ริ้วรอยเล็กๆ
Rejuran (ฟื้นฟูเซลล์),
อายุ 40+ ถ้าหมองคล้ำ·หน้าแดง
Revive (เติมความโกลว์)
ถ้าต้องการทั้งสองอย่าง ให้ทำ Rejuran 3 ครั้งก่อน
แล้วค่อยผสมกับ Revive จะคุ้มกว่า"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิกฮงแด)
การเลือก skin booster ก็คล้ายการเลือกวิตามินเสริมค่ะ
ต้องดูให้ได้ก่อนว่าผิวเราขาดอะไร คำตอบถึงจะชัด
PN ใน Rejuran ช่วยฟื้นฟูตัวเซลล์ที่เสียหาย
จึงเด่นในส่วนอย่างรูขุมขน ริ้วรอยเล็กๆ
ที่ 'โครงสร้าง' เสียหาย
ในทางกลับกัน HA ของ Revive
เหมือนแม่เหล็กดูดน้ำ
ช่วยแก้ความหมองและความแห้งกร้าน
พร้อมดันความโกลว์ให้ขึ้น
ลูกค้าวัย 38 ที่มาหาเมื่อเดือนก่อน กังวลเรื่องรูขุมขน
แต่ก่อนหน้านั้นทำแต่หัตถการสายเพิ่มความโกลว์
เลยยังไม่ค่อยเห็นผล
พอเปลี่ยนมาทำ Rejuran และทำไป 2 ครั้ง
ก็พึงพอใจมากถึงกับบอกว่า "คราวนี้ต่างออกไป" จำได้เลยค่ะ

คำแนะนำตามช่วงอายุ·ปัญหาที่กังวล
แล้วฉันควรอยู่ในกลุ่มไหนล่ะ?
ประเภท | ปัญหาหลัก | หัตถการที่แนะนำ |
ปลาย 20s~ต้น 30s | รูขุมขน, ริ้วรอยเล็กๆ, รอยแผลเป็น | Rejuran 3~4 ครั้ง |
ช่วงกลางถึงปลาย 30s | โครงสร้าง + สภาพผิวร่วมกัน | Rejuran 3 ครั้ง → Revive 1~2 ครั้ง |
40s ขึ้นไป | หมองคล้ำ, หน้าแดง, ความโกลว์ไม่พอ | เน้น Revive เป็นหลัก (ถ้าจำเป็นค่อย Rejuran) |
ก่อนวันสำคัญ | ต้องการความโกลว์เร็วใน 2 สัปดาห์ | Revive อย่างเดียว |
ในห้องตรวจ ฉันดูทั้งความหนาของผิวและว่ามีหน้าแดงไหม
รวม 5 เกณฑ์ แล้วจะตอบให้เหมาะอัตโนมัติค่ะ
แต่ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือ
มีการอักเสบที่ยัง active อยู่ ควรเลื่อนไปก่อน
เพราะเป็นหัตถการที่ต้องสะสมผล หากหวังแค่ครั้งเดียว
แล้วคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบชัดมาก
ไม่แนะนำค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
น่าจะกำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่
Q1. ทำสองหัตถการพร้อมกันได้ไหมคะ?
ได้ค่ะ
แต่ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียว
ควรปิดคอร์ส Rejuran 3 ครั้งก่อนเพื่อปรับ 'โครงสร้าง'
แล้วค่อยใช้ Revive
เพื่อเติม 'ความโกลว์' ทีหลัง จะดีที่สุด
Q2. ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำตลอดชีวิตไหม?
Rejuran หลังทำ 4 ครั้ง จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน
ส่วน Revive จะอยู่ได้ราว 3~4 เดือน
หลังสร้างฐานผิวในช่วงแรกแล้ว ทุก 4~6 เดือน
ถ้าทำคงสภาพ
สภาพผิวที่ดีที่สุดก็จะคงอยู่
Q3. มีผลข้างเคียงอย่างรอยช้ำหรือก้อนแข็งไหมคะ?
เพราะเป็นหัตถการที่ใช้เข็ม
จึงอาจมีรอยช้ำเล็กๆ ได้
ก้อนแข็งมักเกิดเมื่อระดับความลึกของการฉีดไม่พอดี
โดยทั่วไปจะยุบภายใน 2 สัปดาห์
แค่เลี่ยงดื่มหนักหรือซาวน่าในวันนั้น
โอกาสเกิดผลข้างเคียงก็ลดลงมาก
ถ้าจะเอาไปจำแค่ข้อเดียวจากวันนี้
— ปัญหาของคุณเป็นเรื่อง 'โครงสร้าง'
หรือเรื่อง 'สภาพผิว' กันแน่ ให้แยกให้ออกก่อน
ตรงนั้นแหละที่ตัดสินว่าเหมาะกับ Rejuran หรือ Revive
ในบทความถัดไป
จะเล่าเรื่อง 'จังหวะที่ควรเปลี่ยนจาก Rejuran ไป Revive'
ให้ฟังค่ะ
นี่คือ หมอวี ยองจิน ค่ะ
อ่านต่อ

สรุปจาก skin booster 3 ปี ทำไป 1,200 เคส
— คำตอบต่างกันไปตามช่วงอายุ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในห้องตรวจ มีพนักงานออฟฟิศวัยต้น 30
ท่านหนึ่งเข้ามาพบค่ะ
"เพื่อนบอกว่าทำ Rejuran แล้วดีมาก
แต่พี่สาวบอกว่า Revive ดีกว่า
ตกลงต้องทำอะไรกันแน่คะ?"
นี่คือคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจช่วงนี้
ทั้งสองอย่างเป็นหัตถการที่ดีค่ะ
แต่จุดที่ให้ผลต่างกันคนละแบบเลย

ดูเหมือนจะเป็น skin booster เหมือนกันใช่ไหมคะ?
จริงๆ แล้วหลักการต่างกันตั้งแต่ต้นเลย
skin booster คือหัตถการที่ฉีดยาเข้าไปในผิว
เพื่อช่วยดึงสภาพผิวให้ดีขึ้น
Rejuran มีพื้นฐานจาก PN ซึ่งเป็นส่วนประกอบจาก DNA ปลาแซลมอน
ส่วน Revive มีฐานเป็นไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA)
เมื่อส่วนผสมต่างกัน สิ่งที่ทำในผิวก็ย่อมต่างกัน

ทำไมบางคนเห็นผล
แต่บางคนไม่เห็นผล?
"ถ้าอายุช่วงต้น 30 และมีปัญหารูขุมขน·ริ้วรอยเล็กๆ
Rejuran (ฟื้นฟูเซลล์),
อายุ 40+ ถ้าหมองคล้ำ·หน้าแดง
Revive (เติมความโกลว์)
ถ้าต้องการทั้งสองอย่าง ให้ทำ Rejuran 3 ครั้งก่อน
แล้วค่อยผสมกับ Revive จะคุ้มกว่า"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone คลินิกฮงแด)
การเลือก skin booster ก็คล้ายการเลือกวิตามินเสริมค่ะ
ต้องดูให้ได้ก่อนว่าผิวเราขาดอะไร คำตอบถึงจะชัด
PN ใน Rejuran ช่วยฟื้นฟูตัวเซลล์ที่เสียหาย
จึงเด่นในส่วนอย่างรูขุมขน ริ้วรอยเล็กๆ
ที่ 'โครงสร้าง' เสียหาย
ในทางกลับกัน HA ของ Revive
เหมือนแม่เหล็กดูดน้ำ
ช่วยแก้ความหมองและความแห้งกร้าน
พร้อมดันความโกลว์ให้ขึ้น
ลูกค้าวัย 38 ที่มาหาเมื่อเดือนก่อน กังวลเรื่องรูขุมขน
แต่ก่อนหน้านั้นทำแต่หัตถการสายเพิ่มความโกลว์
เลยยังไม่ค่อยเห็นผล
พอเปลี่ยนมาทำ Rejuran และทำไป 2 ครั้ง
ก็พึงพอใจมากถึงกับบอกว่า "คราวนี้ต่างออกไป" จำได้เลยค่ะ

คำแนะนำตามช่วงอายุ·ปัญหาที่กังวล
แล้วฉันควรอยู่ในกลุ่มไหนล่ะ?
ประเภท | ปัญหาหลัก | หัตถการที่แนะนำ |
ปลาย 20s~ต้น 30s | รูขุมขน, ริ้วรอยเล็กๆ, รอยแผลเป็น | Rejuran 3~4 ครั้ง |
ช่วงกลางถึงปลาย 30s | โครงสร้าง + สภาพผิวร่วมกัน | Rejuran 3 ครั้ง → Revive 1~2 ครั้ง |
40s ขึ้นไป | หมองคล้ำ, หน้าแดง, ความโกลว์ไม่พอ | เน้น Revive เป็นหลัก (ถ้าจำเป็นค่อย Rejuran) |
ก่อนวันสำคัญ | ต้องการความโกลว์เร็วใน 2 สัปดาห์ | Revive อย่างเดียว |
ในห้องตรวจ ฉันดูทั้งความหนาของผิวและว่ามีหน้าแดงไหม
รวม 5 เกณฑ์ แล้วจะตอบให้เหมาะอัตโนมัติค่ะ
แต่ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือ
มีการอักเสบที่ยัง active อยู่ ควรเลื่อนไปก่อน
เพราะเป็นหัตถการที่ต้องสะสมผล หากหวังแค่ครั้งเดียว
แล้วคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบชัดมาก
ไม่แนะนำค่ะ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
น่าจะกำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่
Q1. ทำสองหัตถการพร้อมกันได้ไหมคะ?
ได้ค่ะ
แต่ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียว
ควรปิดคอร์ส Rejuran 3 ครั้งก่อนเพื่อปรับ 'โครงสร้าง'
แล้วค่อยใช้ Revive
เพื่อเติม 'ความโกลว์' ทีหลัง จะดีที่สุด
Q2. ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำตลอดชีวิตไหม?
Rejuran หลังทำ 4 ครั้ง จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน
ส่วน Revive จะอยู่ได้ราว 3~4 เดือน
หลังสร้างฐานผิวในช่วงแรกแล้ว ทุก 4~6 เดือน
ถ้าทำคงสภาพ
สภาพผิวที่ดีที่สุดก็จะคงอยู่
Q3. มีผลข้างเคียงอย่างรอยช้ำหรือก้อนแข็งไหมคะ?
เพราะเป็นหัตถการที่ใช้เข็ม
จึงอาจมีรอยช้ำเล็กๆ ได้
ก้อนแข็งมักเกิดเมื่อระดับความลึกของการฉีดไม่พอดี
โดยทั่วไปจะยุบภายใน 2 สัปดาห์
แค่เลี่ยงดื่มหนักหรือซาวน่าในวันนั้น
โอกาสเกิดผลข้างเคียงก็ลดลงมาก
ถ้าจะเอาไปจำแค่ข้อเดียวจากวันนี้
— ปัญหาของคุณเป็นเรื่อง 'โครงสร้าง'
หรือเรื่อง 'สภาพผิว' กันแน่ ให้แยกให้ออกก่อน
ตรงนั้นแหละที่ตัดสินว่าเหมาะกับ Rejuran หรือ Revive
ในบทความถัดไป
จะเล่าเรื่อง 'จังหวะที่ควรเปลี่ยนจาก Rejuran ไป Revive'
ให้ฟังค่ะ
นี่คือ หมอวี ยองจิน ค่ะ
อ่านต่อ
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ
พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน

ยกกระชับ
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Shurink: ความแตกต่างระหว่างคนที่อยู่ได้ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน
ผลลัพธ์ของชูริงค์ที่อยู่ได้แค่ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนช็อต แต่อยู่ที่ความลึกในการยิง

ผิว
"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน
รอบการทำเลเซอร์ฝ้า: ทำไมเว้น 3 สัปดาห์ถึงช่วยจางได้ดีกว่า 1 สัปดาห์ พร้อมสรุปกลไกที่การทำถี่เกินไปอาจทำให้สีเข้มขึ้น และความแตกต่างของรอบการดูแลฝ้าจากการตั้งครรภ์

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ถึงทำให้กรอบหน้าดูเปลี่ยนไป
ฟิลเลอร์ขมับให้ผลลัพธ์ได้ แม้เพียง 1–2cc ก็อาจทำให้ภาพรวมแนวกรามดูเปลี่ยนไปได้ เราจะอธิบายเรื่องอาการบวมในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และเกณฑ์ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ให้เข้าใจกันค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Shurink 4.5mm และเหตุผลที่คนมีแก้มเยอะกับคนผอมให้ผลต่างกัน
ผลลัพธ์ของชูริงค์ 4.5 มม. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึก แต่ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เราสรุปไว้ให้แล้วว่าทำไมใบหน้าที่ค่อนข้างผอมถึงเสียเปรียบ และบริเวณไหนที่เห็นผลดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Sculptra vs Juvelook: ความต่างของตัวยา จำนวนครั้ง และระยะเวลาเห็นผล
ความแตกต่างของสารตั้งต้นระหว่าง Sculptra และ Juvelook คือ PLLA กับ PDLLA ค่ะ/ครับ จำนวนครั้งในการทำและระยะเวลาที่เห็นผลก็แตกต่างกัน ทำให้เกณฑ์ในการเลือกก็ไม่เหมือนกันด้วย
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
