
รีวิว Rejuran พูดตรงๆ ฉันเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากในรอบแรก
รีวิว Rejuran พูดตรงๆ ฉันเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากในรอบแรก
รีวิว Rejuran พูดตรงๆ ฉันเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากในรอบแรก
ทำไมมีรีวิวที่บอกว่า "ไม่ค่อยว้าว" หลังฉีด Rejuran แค่ 1 ครั้งเยอะขนาดนี้ และแต่ละรอบผลต่างกันยังไง ผม/หมอจะอธิบายจากเคสในห้องตรวจให้เข้าใจง่าย ๆ ครับ ถ้าคาดหวังผลทันที อาจผิดหวังได้

รีวิว Rejuran พูดตรงๆ ฉันเองก็
รอบแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ ห้องตรวจจะเริ่มคึกคักไปด้วย
คนที่อยากปลอบประโลมผิวจากปัญหาผิวช่วงเปลี่ยนฤดู
กันมากขึ้น
"เห็นรีวิว Rejuran เลยมาอ่าน แต่บางคนบอกว่าฉีดครั้งเดียว
ก็ไม่ค่อยดี เลยลังเลค่ะ"
มีคนแบบนี้เยอะจริงๆ
วันนี้จะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังนะคะ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ Rejuran
ต่างจาก skin booster ตัวอื่น
Rejuran คือหัตถการฟื้นฟูที่ฉีดสาร PN
ที่สกัดจากปลาแซลมอนเข้าไป
เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย
ต่างจากหัตถการกรดไฮยาลูโรนิกที่เติมเต็มได้ทันที
Rejuran จะใกล้เคียงกับแนวคิด 'ซ่อมผิว' มากกว่า
ดังนั้นวันถัดไปหลังทำ พอคุณส่องกระจกแล้ว
"ว้าว ดีขึ้นแล้ว" แบบนั้นไม่ใช่แน่นอน

ทำไมทำแค่ 1 ครั้งแล้ว
ถึงมีรีวิวว่า "ไม่ค่อยดี" เยอะจัง?
"เหตุผลที่รีวิว Rejuran หลังทำ 1 ครั้ง
ออกมาไม่ดีนั้นชัดเจนค่ะ
PN ไม่ใช่สารเห็นผลทันที แต่เป็นหัตถการซ่อมแซมเซลล์
เลยต้องตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปถึงจะเห็นรูขุมขนและริ้วรอยตื้น
เปลี่ยนชัดเจนค่ะ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)
เซลล์จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาได้
ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
ต้องทำซ้ำวนรอบนั้น 3–4 ครั้ง
จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบนผิวชั้นนอก
ค่ะ
ในทางคลินิก 1–2 ครั้งแรก
จะเป็นแค่ผิวดูเนียนขึ้น
และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ตั้งแต่ครั้งที่ 3
คนที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วผิดหวังจนมาเขียนรีวิว
จริงๆ แล้วถือว่าดูผล
เร็วเกินไปค่ะ

Rejuran,
การเลือกยาชาและระดับความรู้สึกของผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณ
ลองเช็กคำแนะนำตามปัญหาของตัวเองดูนะคะ
ประเภทลูกค้า | แนะนำไหม | ตัวเลือกยาชา |
กังวลเรื่องรูขุมขน·ริ้วรอยตื้น·ผิวไม่เรียบ | เหมาะที่สุด (แนะนำ 4 ครั้ง) | ทายาชา 30 นาที + ประคบเย็น |
รอยสิว·ผิวแดง | แนะนำ (ไลน์ H/HB) | ทายาชาให้เพียงพอ |
เพิ่มวอลุ่ม·ยกกระชับทันที | ไม่แนะนำ (ควรใช้หัตถการอื่น) | - |
คนที่ไวต่อความเจ็บ | ทำได้ (บริเวณรอบตาต้องระวังเป็นพิเศษ) | ทายาชา 50 นาที + ประคบเย็น |
รีวิวความเจ็บของ Rejuran ที่ออกมาสุดโต่งคนละขั้ว
เป็นเพราะเวลาทายาชา
และความเร็วในการฉีดของผู้ทำหัตถการต่างกันค่ะ
สำหรับคนที่กังวลเรื่องเจ็บ
ฉันจะให้เวลาทายาชาเต็มที่ถึง 50 นาที
เพื่อปรับให้อยู่ในระดับที่ทนได้
3 เรื่องที่คนถามบ่อยที่สุดเวลาอ่านรีวิว Rejuran
Q1. รีวิวที่บอกว่าเห็นผลในหนึ่งสัปดาห์
คืออะไรคะ?
นั่นไม่น่าใช่ผลของ Rejuran โดยตรง
แต่น่าจะเป็นการผิวดูสว่างขึ้นชั่วคราว
จากการกระตุ้นด้วยเข็มขนาดเล็กมากกว่า
ผลคอลลาเจนที่ PN สร้างจริงๆ จะเริ่ม
หลัง 3–4 สัปดาห์ และต้องสะสมครบ 3 ครั้งถึงจะรู้สึกได้
Q2. หลังทำครบคอร์ส 4 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยเฉลี่ยผลจะอยู่ได้ประมาณ 6–9 เดือน
ช่วงต้นอายุ 30 อาจอยู่ได้นานเกือบ 1 ปี
แต่ช่วงปลายอายุ 40 จะเริ่มรู้สึกว่าค่อยๆ จางลง
ตั้งแต่ประมาณ 6 เดือน
หลังจากนั้นแนะนำเติมซ้ำ
ครั้งละ 1 ครั้งทุก 6–12 เดือนจะดีที่สุด
Q3. มีรีวิวว่ารอยช้ำหรือรอยเข็มอยู่นาน
จริงไหมคะ?
เพราะฉีดหลายจุดในชั้นหนังแท้
จึงอาจเกิดรอยช้ำเล็กๆ ได้
ปกติจะหายใน 3–5 วัน แต่ถ้าอยากป้องกัน
ให้หลีกเลี่ยงการทานโอเมกา 3 หรือวิตามิน E
เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
แค่ทำตามนี้ อัตราการเกิดรอยช้ำก็จะลดลงชัดเจน
ถ้าวันนี้จะเอาไปอย่างเดียว
— ต้องอ่านรีวิว Rejuran
โดยดูที่ 'จำนวนครั้ง' เสมอ
เพราะรีวิวหลังทำ 1 ครั้งกับ 4 ครั้ง
แทบไม่ต่างจากหัตถการคนละตัว
ในบทความถัดไป
จะเล่าเรื่อง 'วิธีจับช่วง Golden Time หลังทำ Rejuran ครบ 4 ครั้ง'
ให้ฟังนะคะ
นี่คือ หมอวี ยองจิน ค่ะ
อ่านต่อด้วยกัน

รีวิว Rejuran พูดตรงๆ ฉันเองก็
รอบแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ ห้องตรวจจะเริ่มคึกคักไปด้วย
คนที่อยากปลอบประโลมผิวจากปัญหาผิวช่วงเปลี่ยนฤดู
กันมากขึ้น
"เห็นรีวิว Rejuran เลยมาอ่าน แต่บางคนบอกว่าฉีดครั้งเดียว
ก็ไม่ค่อยดี เลยลังเลค่ะ"
มีคนแบบนี้เยอะจริงๆ
วันนี้จะค่อยๆ อธิบายเหตุผลให้ฟังนะคะ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ Rejuran
ต่างจาก skin booster ตัวอื่น
Rejuran คือหัตถการฟื้นฟูที่ฉีดสาร PN
ที่สกัดจากปลาแซลมอนเข้าไป
เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย
ต่างจากหัตถการกรดไฮยาลูโรนิกที่เติมเต็มได้ทันที
Rejuran จะใกล้เคียงกับแนวคิด 'ซ่อมผิว' มากกว่า
ดังนั้นวันถัดไปหลังทำ พอคุณส่องกระจกแล้ว
"ว้าว ดีขึ้นแล้ว" แบบนั้นไม่ใช่แน่นอน

ทำไมทำแค่ 1 ครั้งแล้ว
ถึงมีรีวิวว่า "ไม่ค่อยดี" เยอะจัง?
"เหตุผลที่รีวิว Rejuran หลังทำ 1 ครั้ง
ออกมาไม่ดีนั้นชัดเจนค่ะ
PN ไม่ใช่สารเห็นผลทันที แต่เป็นหัตถการซ่อมแซมเซลล์
เลยต้องตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปถึงจะเห็นรูขุมขนและริ้วรอยตื้น
เปลี่ยนชัดเจนค่ะ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)
เซลล์จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาได้
ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
ต้องทำซ้ำวนรอบนั้น 3–4 ครั้ง
จึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบนผิวชั้นนอก
ค่ะ
ในทางคลินิก 1–2 ครั้งแรก
จะเป็นแค่ผิวดูเนียนขึ้น
และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ตั้งแต่ครั้งที่ 3
คนที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วผิดหวังจนมาเขียนรีวิว
จริงๆ แล้วถือว่าดูผล
เร็วเกินไปค่ะ

Rejuran,
การเลือกยาชาและระดับความรู้สึกของผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณ
ลองเช็กคำแนะนำตามปัญหาของตัวเองดูนะคะ
ประเภทลูกค้า | แนะนำไหม | ตัวเลือกยาชา |
กังวลเรื่องรูขุมขน·ริ้วรอยตื้น·ผิวไม่เรียบ | เหมาะที่สุด (แนะนำ 4 ครั้ง) | ทายาชา 30 นาที + ประคบเย็น |
รอยสิว·ผิวแดง | แนะนำ (ไลน์ H/HB) | ทายาชาให้เพียงพอ |
เพิ่มวอลุ่ม·ยกกระชับทันที | ไม่แนะนำ (ควรใช้หัตถการอื่น) | - |
คนที่ไวต่อความเจ็บ | ทำได้ (บริเวณรอบตาต้องระวังเป็นพิเศษ) | ทายาชา 50 นาที + ประคบเย็น |
รีวิวความเจ็บของ Rejuran ที่ออกมาสุดโต่งคนละขั้ว
เป็นเพราะเวลาทายาชา
และความเร็วในการฉีดของผู้ทำหัตถการต่างกันค่ะ
สำหรับคนที่กังวลเรื่องเจ็บ
ฉันจะให้เวลาทายาชาเต็มที่ถึง 50 นาที
เพื่อปรับให้อยู่ในระดับที่ทนได้
3 เรื่องที่คนถามบ่อยที่สุดเวลาอ่านรีวิว Rejuran
Q1. รีวิวที่บอกว่าเห็นผลในหนึ่งสัปดาห์
คืออะไรคะ?
นั่นไม่น่าใช่ผลของ Rejuran โดยตรง
แต่น่าจะเป็นการผิวดูสว่างขึ้นชั่วคราว
จากการกระตุ้นด้วยเข็มขนาดเล็กมากกว่า
ผลคอลลาเจนที่ PN สร้างจริงๆ จะเริ่ม
หลัง 3–4 สัปดาห์ และต้องสะสมครบ 3 ครั้งถึงจะรู้สึกได้
Q2. หลังทำครบคอร์ส 4 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยเฉลี่ยผลจะอยู่ได้ประมาณ 6–9 เดือน
ช่วงต้นอายุ 30 อาจอยู่ได้นานเกือบ 1 ปี
แต่ช่วงปลายอายุ 40 จะเริ่มรู้สึกว่าค่อยๆ จางลง
ตั้งแต่ประมาณ 6 เดือน
หลังจากนั้นแนะนำเติมซ้ำ
ครั้งละ 1 ครั้งทุก 6–12 เดือนจะดีที่สุด
Q3. มีรีวิวว่ารอยช้ำหรือรอยเข็มอยู่นาน
จริงไหมคะ?
เพราะฉีดหลายจุดในชั้นหนังแท้
จึงอาจเกิดรอยช้ำเล็กๆ ได้
ปกติจะหายใน 3–5 วัน แต่ถ้าอยากป้องกัน
ให้หลีกเลี่ยงการทานโอเมกา 3 หรือวิตามิน E
เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
แค่ทำตามนี้ อัตราการเกิดรอยช้ำก็จะลดลงชัดเจน
ถ้าวันนี้จะเอาไปอย่างเดียว
— ต้องอ่านรีวิว Rejuran
โดยดูที่ 'จำนวนครั้ง' เสมอ
เพราะรีวิวหลังทำ 1 ครั้งกับ 4 ครั้ง
แทบไม่ต่างจากหัตถการคนละตัว
ในบทความถัดไป
จะเล่าเรื่อง 'วิธีจับช่วง Golden Time หลังทำ Rejuran ครบ 4 ครั้ง'
ให้ฟังนะคะ
นี่คือ หมอวี ยองจิน ค่ะ
อ่านต่อด้วยกัน
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ
พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน

ยกกระชับ
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ของ Shurink: ความแตกต่างระหว่างคนที่อยู่ได้ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน
ผลลัพธ์ของชูริงค์ที่อยู่ได้แค่ 6 เดือนกับคนที่อยู่ได้ 9 เดือน ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนช็อต แต่อยู่ที่ความลึกในการยิง

ผิว
"ทำเลเซอร์ฝ้าบ่อย ๆ จะหายเร็วขึ้นใช่ไหม?" — คำถามที่ได้รับเมื่อวาน
รอบการทำเลเซอร์ฝ้า: ทำไมเว้น 3 สัปดาห์ถึงช่วยจางได้ดีกว่า 1 สัปดาห์ พร้อมสรุปกลไกที่การทำถี่เกินไปอาจทำให้สีเข้มขึ้น และความแตกต่างของรอบการดูแลฝ้าจากการตั้งครรภ์

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ขมับ: ทำไม 1cc ถึงทำให้กรอบหน้าดูเปลี่ยนไป
ฟิลเลอร์ขมับให้ผลลัพธ์ได้ แม้เพียง 1–2cc ก็อาจทำให้ภาพรวมแนวกรามดูเปลี่ยนไปได้ เราจะอธิบายเรื่องอาการบวมในช่วง 72 ชั่วโมงแรก และเกณฑ์ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ให้เข้าใจกันค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Shurink 4.5mm และเหตุผลที่คนมีแก้มเยอะกับคนผอมให้ผลต่างกัน
ผลลัพธ์ของชูริงค์ 4.5 มม. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึก แต่ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เราสรุปไว้ให้แล้วว่าทำไมใบหน้าที่ค่อนข้างผอมถึงเสียเปรียบ และบริเวณไหนที่เห็นผลดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Sculptra vs Juvelook: ความต่างของตัวยา จำนวนครั้ง และระยะเวลาเห็นผล
ความแตกต่างของสารตั้งต้นระหว่าง Sculptra และ Juvelook คือ PLLA กับ PDLLA ค่ะ/ครับ จำนวนครั้งในการทำและระยะเวลาที่เห็นผลก็แตกต่างกัน ทำให้เกณฑ์ในการเลือกก็ไม่เหมือนกันด้วย
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
