โบท็อกซ์ vs ฉีดหน้าเรียว: ทำไมแยกที่กราม 13 มม.
โบท็อกซ์ vs ฉีดหน้าเรียว: ทำไมแยกที่กราม 13 มม.
โบท็อกซ์ vs ฉีดหน้าเรียว: ทำไมแยกที่กราม 13 มม.
โบท็อกซ์หรือฉีดลดกรอบหน้าดี? วัดด้วยอัลตราซาวนด์คำตอบชัดเจน กล้ามเนื้อหรือไขมัน แบ่งที่เกณฑ์ 13 มม.

โบท็อกซ์ vs ฉีดสลายไขมัน,
ทำไมกล้ามเนื้อเคี้ยว 13 มม. ถึงเป็นตัวตัดสิน
เมื่อวันพุธที่แล้ว
มีคนไข้ผู้หญิงวัย 30 ต้นๆ เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจค่ะ
"รู้สึกว่ากรามดูเหลี่ยมๆ เลยอยากมาฉีดสลายไขมันปรับรูปหน้า (Contour Injection) สักหน่อยค่ะ"
เธอจับๆ ที่หน้าแล้วบอกแบบนี้
แต่พอได้ลองสัมผัสดูจริงๆ ปรากฏว่า
เป็นคนที่มีกล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter muscle) ที่แข็งและใหญ่มากค่ะ
นี่คือสาเหตุที่ทำไมต่อให้เธอจะเคยไปฉีดสลายไขมันมาแล้วถึงสองครั้ง
ก็แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ค่ะ

โบท็อกซ์ กับ ฉีดสลายไขมัน
ฉีดจุดเดียวกัน แต่ตัวยาที่ใช้ทำงานต่างกันพะยะค่ะ
โบท็อกซ์ คือการฉีดเพื่อบล็อก
สัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อ
หลักการคือทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วคราว
ส่งผลให้ขนาดของกล้ามเนื้อลีบเล็กลงค่ะ
ส่วน ยาสลายไขมันปรับรูปหน้า (Contour Injection) คือยาที่เข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมัน
เพื่อสลายไขมันส่วนเกิน
หัวใจสำคัญคือการลดไขมันใต้ผิวหนัง
ไม่ใช่ลดที่กล้ามเนื้อค่ะ
ถ้าเปรียบโบท็อกซ์เป็น 'สวิตช์ปิดกล้ามเนื้อ'
ยาสลายไขมันก็คือ 'เครื่องกำจัดไขมัน' นั่นเองค่ะ

แล้วทำไมบางคนต้องฉีดโบท็อกซ์
แต่บางคนต้องฉีดสลายไขมันล่ะ?
"ถ้าอยากปรับรูปหน้าเรียว หากกล้ามเนื้อหนาต้องเลือกโบท็อกซ์
แต่ถ้าไขมันหนาต้องเลือกฉีดสลายไขมันครับ
จากผลอัลตราซาวนด์ ถ้ากล้ามเนื้อเคี้ยวหนาเกิน 13 มม. ควรเริ่มจากโบท็อกซ์ก่อน
แต่ถ้าไขมันใต้ผิวหนังหนาเกิน 10 มม.
ต้องเริ่มด้วยการฉีดสลายไขมัน ถึงจะไม่เฟลครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
สาเหตุอันดับหนึ่งของความล้มเหลวในการทำสวย
คือการเข้ารับบริการโดยที่ไม่รู้ว่าหัตถการไหนที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ค่ะ
บางคนมีปัญหากล้ามเนื้อบดเคี้ยวโต
เพราะนิสัยชอบนอนกัดฟันแน่นๆ
ขณะที่บางคนมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่สะสมบริเวณใบหน้าหนา
ซึ่งเป็นเรื่องของสรีระและกรรมพันธุ์
สำหรับตัวหมอเอง ในห้องตรวจหมอจะใช้
อัลตราซาวนด์วัดขนาดจริงให้ดูกันจะๆ เลยค่ะ
เพราะถ้ากล้ามเนื้อของคุณหนากว่า 13 มม. แต่คุณเลือกแค่สลายไขมัน
กรอบหน้ามันก็จะไม่มีทางชัดขึ้นมาได้เลยค่ะ
อย่างเคสหนึ่งที่มาหาหมอเพราะสงสัยว่าตัวเองจะดื้อโบท็อกซ์ แต่พออัลตราซาวนด์ดูแล้ว
จริงๆ แล้วเธอมีไขมันใต้ผิวหนังหนาถึง 12 มม.
คำตอบสุดท้ายที่ถูกต้องสำหรับเธอก็คือการฉีดสลายไขมันค่ะ

โบท็อกซ์ vs ฉีดสลายไขมัน
วิธีเลือกโปรแกรมที่ใช่สำหรับเรา
หมอสรุปมาให้อ่านเข้าใจง่ายๆ เป็นตารางเปรียบเทียบตามนี้เลยค่ะ
หัวข้อ | โบท็อกซ์ | ฉีดสลายไขมัน |
เป้าหมาย | กล้ามเนื้อ (กล้ามเนื้อเคี้ยว) | ไขมันใต้ผิวหนัง |
การเห็นผล | เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงใน 2~3 สัปดาห์ | กรอบหน้าชัดขึ้นใน 2~4 สัปดาห์ |
ระยะเวลาของผลลัพธ์ | 4~6 เดือน (ต้องฉีดซ้ำ) | กึ่งถาวร (เนื่องจากเซลล์ไขมันถูกทำลาย) |
อาการบวม | แทบไม่มี | อาจบวมประมาณ 3~5 วัน |
สำหรับโบท็อกซ์ ตัวยาจำเป็นต้องฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวอย่างแม่นยำที่สุด
เพื่อไม่ให้ใบหน้าดูแข็ง ตึง หรือยิ้มไม่ธรรมชาติ
ส่วนการฉีดสลายไขมัน หัวใจสำคัญในการป้องกันผลข้างเคียงคือ
การกะระยะความลึกของชั้นไขมันให้ถูกต้องพอดีค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้คาง (เหนียง) แก้ม หรือไขมันกระพุ้งแก้ม (deep cheek fat)
เทคนิคการฉีดในแต่ละชั้นผิวก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ
3 คำถามยอดฮิตจากคนไข้ในห้องตรวจ
Q1. ถ้าฉีดคู่กันทั้งสองอย่างเลย ผลลัพธ์จะดีขึ้นไหมคะ?
หากคุณเป็น 'ประเภทคอมโบ' ที่มีทั้งกล้ามเนื้อและไขมันหนาทั้งคู่
การทำควบคู่กันถือเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดค่ะ
แต่ถ้าเรามีปัญหาแค่จุดใดจุดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินสองต่อให้เปลืองงบเลยค่ะ
ปกติหมอจะแนะนำให้เริ่มทำเพียงอย่างเดียวก่อน
แล้วค่อยมาประเมินผลลัพธ์กันอีกครั้งในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเพื่อตัดสินใจขั้นต่อไปค่ะ
Q2. โบท็อกซ์ต้องฉีดไปตลอดชีวิตไหม?
แล้วการฉีดสลายไขมันเป็นผลลัพธ์กึ่งถาวรจริงๆ หรือเปล่าคะ?
ถ้าหยุดฉีดโบท็อกซ์ กล้ามเนื้อก็จะค่อยๆ กลับมาหนาตัวขึ้นเหมือนเดิมค่ะ
แต่หากฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอประมาณ 3 ปี
กล้ามเนื้อจะเกิดการฝ่อตัวลง ทำให้ระยะเวลาในการกลับมาฉีดซ้ำห่างออกไปได้เรื่อยๆ ค่ะ
ส่วนการฉีดสลายไขมัน จะเป็นการกำจัดเซลล์ไขมันออกไปโดยตรง
ทำให้ไขมันบริเวณนั้นไม่กลับมาสะสมเพิ่มขึ้นง่ายๆ
แต่ถ้าหากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากๆ ไขมันก็อาจไปสะสมที่บริเวณอื่นแทน
จึงยังจำเป็นต้องดูแลเรื่องการคุมน้ำหนักควบคู่ไปด้วยนะคะ
Q3. หลังฉีดแล้ว แก้มหรือหน้าจะหย่อนคล้อยลงไหมคะ?
เมื่อกล้ามเนื้อหรือไขมันที่เป็นตัวพยุงวอลลุ่มของใบหน้าลดลง
ก็อาจทำให้เกิดอาการผิวหย่อนคล้อยตามมาได้ค่ะ
โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นอยู่แล้ว แทนที่จะทำหัตถการลดเลือนเพียงอย่างเดียว
หมอแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ดีกว่าค่ะ
เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัยในระยะยาวหลังจากนี้ 1 ปี
ถ้าวันนี้จะให้หมอสรุปทริคสำคัญที่สุดบทความนี้เพียงข้อเดียว
— เวลาอยากปรับรูปหน้าเรียว อย่าเพิ่งรีบเลือกชื่อหัตถการนะคะ
แต่ให้ลองเข้ามารับการตรวจวัดขนาดกล้ามเนื้อเคี้ยวและความหนาของไขมันดูก่อนค่ะ
ตัวเลขเลขอัศจรรย์อย่าง 13 มม. และ 10 มม. จะเป็นตัวบอกเส้นทางที่ชัดเจนที่สุดเองค่ะ
ในบทความหน้า
หมอจะมาแชร์เรื่อง 'เมื่อกล้ามเนื้อเคี้ยวหนาเกิน 13 มม.
จังหวะเวลาไหนที่เหมาะที่สุดในการฉีดโบท็อกซ์ซ้ำกำจัดกราม' มารอติดตามกันนะคะ
รักและหวังดี หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โบท็อกซ์ vs ฉีดสลายไขมัน,
ทำไมกล้ามเนื้อเคี้ยว 13 มม. ถึงเป็นตัวตัดสิน
เมื่อวันพุธที่แล้ว
มีคนไข้ผู้หญิงวัย 30 ต้นๆ เข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจค่ะ
"รู้สึกว่ากรามดูเหลี่ยมๆ เลยอยากมาฉีดสลายไขมันปรับรูปหน้า (Contour Injection) สักหน่อยค่ะ"
เธอจับๆ ที่หน้าแล้วบอกแบบนี้
แต่พอได้ลองสัมผัสดูจริงๆ ปรากฏว่า
เป็นคนที่มีกล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter muscle) ที่แข็งและใหญ่มากค่ะ
นี่คือสาเหตุที่ทำไมต่อให้เธอจะเคยไปฉีดสลายไขมันมาแล้วถึงสองครั้ง
ก็แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ค่ะ

โบท็อกซ์ กับ ฉีดสลายไขมัน
ฉีดจุดเดียวกัน แต่ตัวยาที่ใช้ทำงานต่างกันพะยะค่ะ
โบท็อกซ์ คือการฉีดเพื่อบล็อก
สัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อ
หลักการคือทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วคราว
ส่งผลให้ขนาดของกล้ามเนื้อลีบเล็กลงค่ะ
ส่วน ยาสลายไขมันปรับรูปหน้า (Contour Injection) คือยาที่เข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมัน
เพื่อสลายไขมันส่วนเกิน
หัวใจสำคัญคือการลดไขมันใต้ผิวหนัง
ไม่ใช่ลดที่กล้ามเนื้อค่ะ
ถ้าเปรียบโบท็อกซ์เป็น 'สวิตช์ปิดกล้ามเนื้อ'
ยาสลายไขมันก็คือ 'เครื่องกำจัดไขมัน' นั่นเองค่ะ

แล้วทำไมบางคนต้องฉีดโบท็อกซ์
แต่บางคนต้องฉีดสลายไขมันล่ะ?
"ถ้าอยากปรับรูปหน้าเรียว หากกล้ามเนื้อหนาต้องเลือกโบท็อกซ์
แต่ถ้าไขมันหนาต้องเลือกฉีดสลายไขมันครับ
จากผลอัลตราซาวนด์ ถ้ากล้ามเนื้อเคี้ยวหนาเกิน 13 มม. ควรเริ่มจากโบท็อกซ์ก่อน
แต่ถ้าไขมันใต้ผิวหนังหนาเกิน 10 มม.
ต้องเริ่มด้วยการฉีดสลายไขมัน ถึงจะไม่เฟลครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
สาเหตุอันดับหนึ่งของความล้มเหลวในการทำสวย
คือการเข้ารับบริการโดยที่ไม่รู้ว่าหัตถการไหนที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ค่ะ
บางคนมีปัญหากล้ามเนื้อบดเคี้ยวโต
เพราะนิสัยชอบนอนกัดฟันแน่นๆ
ขณะที่บางคนมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่สะสมบริเวณใบหน้าหนา
ซึ่งเป็นเรื่องของสรีระและกรรมพันธุ์
สำหรับตัวหมอเอง ในห้องตรวจหมอจะใช้
อัลตราซาวนด์วัดขนาดจริงให้ดูกันจะๆ เลยค่ะ
เพราะถ้ากล้ามเนื้อของคุณหนากว่า 13 มม. แต่คุณเลือกแค่สลายไขมัน
กรอบหน้ามันก็จะไม่มีทางชัดขึ้นมาได้เลยค่ะ
อย่างเคสหนึ่งที่มาหาหมอเพราะสงสัยว่าตัวเองจะดื้อโบท็อกซ์ แต่พออัลตราซาวนด์ดูแล้ว
จริงๆ แล้วเธอมีไขมันใต้ผิวหนังหนาถึง 12 มม.
คำตอบสุดท้ายที่ถูกต้องสำหรับเธอก็คือการฉีดสลายไขมันค่ะ

โบท็อกซ์ vs ฉีดสลายไขมัน
วิธีเลือกโปรแกรมที่ใช่สำหรับเรา
หมอสรุปมาให้อ่านเข้าใจง่ายๆ เป็นตารางเปรียบเทียบตามนี้เลยค่ะ
หัวข้อ | โบท็อกซ์ | ฉีดสลายไขมัน |
เป้าหมาย | กล้ามเนื้อ (กล้ามเนื้อเคี้ยว) | ไขมันใต้ผิวหนัง |
การเห็นผล | เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงใน 2~3 สัปดาห์ | กรอบหน้าชัดขึ้นใน 2~4 สัปดาห์ |
ระยะเวลาของผลลัพธ์ | 4~6 เดือน (ต้องฉีดซ้ำ) | กึ่งถาวร (เนื่องจากเซลล์ไขมันถูกทำลาย) |
อาการบวม | แทบไม่มี | อาจบวมประมาณ 3~5 วัน |
สำหรับโบท็อกซ์ ตัวยาจำเป็นต้องฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวอย่างแม่นยำที่สุด
เพื่อไม่ให้ใบหน้าดูแข็ง ตึง หรือยิ้มไม่ธรรมชาติ
ส่วนการฉีดสลายไขมัน หัวใจสำคัญในการป้องกันผลข้างเคียงคือ
การกะระยะความลึกของชั้นไขมันให้ถูกต้องพอดีค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้คาง (เหนียง) แก้ม หรือไขมันกระพุ้งแก้ม (deep cheek fat)
เทคนิคการฉีดในแต่ละชั้นผิวก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ
3 คำถามยอดฮิตจากคนไข้ในห้องตรวจ
Q1. ถ้าฉีดคู่กันทั้งสองอย่างเลย ผลลัพธ์จะดีขึ้นไหมคะ?
หากคุณเป็น 'ประเภทคอมโบ' ที่มีทั้งกล้ามเนื้อและไขมันหนาทั้งคู่
การทำควบคู่กันถือเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดค่ะ
แต่ถ้าเรามีปัญหาแค่จุดใดจุดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินสองต่อให้เปลืองงบเลยค่ะ
ปกติหมอจะแนะนำให้เริ่มทำเพียงอย่างเดียวก่อน
แล้วค่อยมาประเมินผลลัพธ์กันอีกครั้งในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเพื่อตัดสินใจขั้นต่อไปค่ะ
Q2. โบท็อกซ์ต้องฉีดไปตลอดชีวิตไหม?
แล้วการฉีดสลายไขมันเป็นผลลัพธ์กึ่งถาวรจริงๆ หรือเปล่าคะ?
ถ้าหยุดฉีดโบท็อกซ์ กล้ามเนื้อก็จะค่อยๆ กลับมาหนาตัวขึ้นเหมือนเดิมค่ะ
แต่หากฉีดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอประมาณ 3 ปี
กล้ามเนื้อจะเกิดการฝ่อตัวลง ทำให้ระยะเวลาในการกลับมาฉีดซ้ำห่างออกไปได้เรื่อยๆ ค่ะ
ส่วนการฉีดสลายไขมัน จะเป็นการกำจัดเซลล์ไขมันออกไปโดยตรง
ทำให้ไขมันบริเวณนั้นไม่กลับมาสะสมเพิ่มขึ้นง่ายๆ
แต่ถ้าหากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากๆ ไขมันก็อาจไปสะสมที่บริเวณอื่นแทน
จึงยังจำเป็นต้องดูแลเรื่องการคุมน้ำหนักควบคู่ไปด้วยนะคะ
Q3. หลังฉีดแล้ว แก้มหรือหน้าจะหย่อนคล้อยลงไหมคะ?
เมื่อกล้ามเนื้อหรือไขมันที่เป็นตัวพยุงวอลลุ่มของใบหน้าลดลง
ก็อาจทำให้เกิดอาการผิวหย่อนคล้อยตามมาได้ค่ะ
โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่นอยู่แล้ว แทนที่จะทำหัตถการลดเลือนเพียงอย่างเดียว
หมอแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ดีกว่าค่ะ
เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัยในระยะยาวหลังจากนี้ 1 ปี
ถ้าวันนี้จะให้หมอสรุปทริคสำคัญที่สุดบทความนี้เพียงข้อเดียว
— เวลาอยากปรับรูปหน้าเรียว อย่าเพิ่งรีบเลือกชื่อหัตถการนะคะ
แต่ให้ลองเข้ามารับการตรวจวัดขนาดกล้ามเนื้อเคี้ยวและความหนาของไขมันดูก่อนค่ะ
ตัวเลขเลขอัศจรรย์อย่าง 13 มม. และ 10 มม. จะเป็นตัวบอกเส้นทางที่ชัดเจนที่สุดเองค่ะ
ในบทความหน้า
หมอจะมาแชร์เรื่อง 'เมื่อกล้ามเนื้อเคี้ยวหนาเกิน 13 มม.
จังหวะเวลาไหนที่เหมาะที่สุดในการฉีดโบท็อกซ์ซ้ำกำจัดกราม' มารอติดตามกันนะคะ
รักและหวังดี หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
หลัง Thermage หน้าชาซ่าหลายวัน ปกติไหม
อาการชาซ่าหลัง Thermage มักเป็นความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว สรุปว่าแค่ไหนปกติ เมื่อไรควรแจ้งคลินิก

ผิว
ฉีด Sculptra ผลเริ่มเห็นเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน
Sculptra กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 เดือน สรุปแนวเปลี่ยนและระยะคงอยู่

โครงหน้า&วอลลุ่ม
วอลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่นานแค่ไหน เมื่อไรควรเติม
ฟิลเลอร์สะโพกมีระยะคงอยู่ต่างกันตามปริมาณและไลฟ์สไตล์ สรุปแนววอลุ่มจางลงและจังหวะเติมเสริม

ผิว
หลัง PicoWay ลบฝ้ากระ ดูแลสะเก็ดยังไงกันรอยคล้ำ
หลัง PicoWay ลบเม็ดสี การไม่แตะสะเก็ดและกันแดดคือหัวใจกันรอยดำคล้ำ สรุปปฏิกิริยาปกติและวิธีดูแล

ผิว
หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้เมื่อไรจึงปลอดภัย
จังหวะแต่งหน้าหลังหัตถการต่างกันตั้งแต่วันเดียวถึง 2 สัปดาห์ ตามระดับกระตุ้นพื้นผิว สรุปเส้นประเมิน

ผิว
Sofwave เหมาะผิว-รูปหน้าแบบไหน เมื่อไหร่เลือกอื่น
Sofwave ร้อนกว้างชั้นกลางหนังแท้ เหมาะผิวกระชับลดลง ส่วนหย่อนใหญ่ควรเลือกอื่น เช็กว่าเหมาะคุณไหม
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



