Secret RF เจ็บแค่ไหน? สรุปจริงจากห้องตรวจ ตั้งแต่ครีมยาชาจนถึงรูทีนดูแลในวันทำหัตถการ
สำหรับใครที่บอกว่าทำ Secret RF แล้วเจ็บมาก
กับกลุ่มที่บอกว่าไม่เจ็บเลย,
เคล็ดลับความต่างอยู่ที่ "ระยะเวลาการแปะยาชา" ครับ
(แม้ว่าความแรงและความลึกของหัวเข็ม Secret RF จะสำคัญก็เถอะนะ!)
บล็อกนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันครับ

สองกลุ่มนี้มันต่างกันตรงไหนกันแน่นะ?
Secret RF คือนวัตกรรมที่ใช้หัวเข็มขนาดไมโคร (microneedle) แทงลงไปใต้ผิว
แล้วปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) เป็นความร้อนออกมาที่ปลายเข็ม
เป็นวิธีที่เข้าไปกระตุ้นผิวชั้นหนังแท้ (dermis) โดยตรง
เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (collagen remodeling) ขึ้นมาครับ
ซึ่งจะต่างจากเครื่องยอดฮิตอย่าง InMode หรือ Thermage ตรงที่
Secret RF จะมีหัวเข็มที่แทงทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปตรงๆ
ทำให้ผิวชั้นนอกด้านบนไม่โดนความร้อนมากเกินไป
แต่จะเจาะจงปล่อยพลังงานลงลึกไปที่ชั้นหนังแท้โดยเฉพาะครับ
และเพราะขั้นตอนที่ต้อง "แทงผ่านผิว" เข้าไปนี่แหละครับ
ถึงทำให้มีคนถามเรื่องความเจ็บเข้ามาเยอะเป็นพิเศษ
ทำไมโปรแกรมเดียวกัน แต่บางคนบอกว่าเจ็บพอทนได้ล่ะ?
"ทำ Secret RF เจ็บไหม? รีวิวกันตรงๆ ตั้งแต่เรื่องแปะยาชาไปจนถึงวิธีดูแลตัวเองในวันทำทรีตเมนต์"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
คีย์เวิร์ดสำคัญ
ความเจ็บของ Secret RF ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าเครื่องเท่ากับ
ระยะเวลาในการแปะยาชา
ซึ่งผลลัพธ์ความเจ็บที่รู้สึกต่างกันกว่า 70% มาจากตรงนี้เลยครับ
พูดกันตามตรงนะครับ
ตอนแรกหมอก็แอบสงสัยเหมือนกันว่ามันเกี่ยวกันขนาดนั้นเลยเหรอ
แต่หลังจากทำเคสมาหลายร้อยเคส ก็มั่นใจเลยว่าใช่แน่นอนครับ
เดือนที่แล้วหมอทำเคสไปประมาณ 47 คน
ในนั้นมีอยู่ 3 คนที่เล่าให้ฟังว่า "เคยไปทำที่อื่นมาแล้วเจ็บมาก
เจ็บจนเกือบจะถอดใจยอมแพ้กลางคันเลย"
ซึ่งทั้ง 3 คนนี้มีจุดร่วมที่เหมือนกันเป๊ะอยู่อย่างหนึ่งครับ
นั่นคือพวกเขาได้รับการแปะยาชาทิ้งไว้แค่ประมาณ 20 นาที
แล้วก็โดนเรียกเข้าห้องไปเริ่มทำทันที

โดยทั่วไปแล้ว เข็มของ Secret RF
จะปรับความลึกได้ตั้งแต่ 0.5 mm ไปจนถึง 3.5 mm
แต่ตัวยาชา (กลุ่ม Lidocaine + Prilocaine)
กว่าจะซึมผ่านชั้นขี้ไคล (corneum)
ลงไปถึงชั้นหนังแท้ส่วนบนได้นั้น
จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 40 ถึง 60 นาทีครับ
ถ้าแปะยาชาทิ้งไว้แค่ 20 นาที
จะมีแค่ผิวชั้นนอกสุด (epidermis) เท่านั้นที่ชา
พอหัวเข็มแทงลงไปลึกแค่ 1.5 mm
คนไข้ก็จะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันทีเลยครับ
ในทางกลับกัน ถ้าแปะยาชาทิ้งไว้เต็มที่ 45 นาทีขึ้นไป
ต่อให้แทงลงไปที่ความลึกเท่ากัน ความเจ็บจะเปลี่ยนเป็นแค่ "รู้สึกเหมือนโดนกด" เท่านั้นเอง

พอน้องๆ ทั้ง 3 คนนั้นกลับมาลองทำกับหมอใหม่อีกครั้ง
โดยหมอให้แปะยาชาเต็มๆ 50 นาทีก่อนเริ่มทำ
ทุกคนพูดเสียงเดียวกันเลยว่า "นี่คือเครื่องเดียวกันจริงเหรอคะ?"
ทั้งที่เครื่องที่ใช้ก็คือ Secret RF ตัวเดิมเป๊ะเลยครับ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
ถ้าคุณเคยรู้สึกว่าทำ Secret RF แล้วเจ็บปวดทรมานมาก
ก่อนจะโทษตัวเครื่อง
ลองเช็กดีๆ ก่อนนะครับว่าแปะยาชาถูกขั้นตอนและนานพอหรือยัง
แค่เช็ก 2 ข้อนี้คือ: เวลาแปะยาชาที่เพียงพอ + การปรับความลึกให้เหมาะกับแต่ละจุด
ความเจ็บก็จะลดลงมาอยู่ในระดับที่ "สบายๆ ทนได้" แน่นอนครับ
เวลาอยู่ที่คลินิก หมอจะแบ่งกลุ่มคนไข้แบบนี้ครับ
ถึงแม้แต่ละเคสจะมีความแตกต่างกันไป
แต่โดยปกติหมอจะแบ่งไกด์ไลน์ไว้ประมาณนี้เพื่อความเข้าใจง่ายครับ
ประเภทผิว/ความไวต่อความรู้สึก | การเตรียมยาชา | ระดับความเจ็บที่รู้สึก |
|---|---|---|
กลัวเจ็บมาก / ทำครั้งแรก | แปะยาชา 50 นาที + เป่าลมเย็นประคบขณะทำ | 3-4 เต็ม 10 คะแนน |
เคยทำมาแล้วทั่วไป | แปะยาชา 40 นาที | 4-5 เต็ม 10 คะแนน |
รักษาหลุมสิวลึก / รูขุมขนกว้าง (ปรับเข็ม 3mm ขึ้นไป) | แปะยาชา 50 นาที + บล็อกยาชาเฉพาะจุดเพิ่มเติม | 5-6 เต็ม 10 คะแนน |
แต่ใช่ว่าแปะยานานๆ แล้วจะดีเสมอไปนะครับ
เพราะถ้าแปะยาชานานเกินไป
ผิวอาจจะเกิดอาการซีดขาวชั่วคราว
หรือในบางรายที่ผิวแพ้ง่ายก็อาจเกิดผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis) ได้ครับ
หมอเลยจะไม่แนะนำให้แปะเกิน 50 นาที
แต่สำหรับใครที่กลัวเจ็บเป็นพิเศษ
วิธีนี้ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีและชัวร์ที่สุดครับ

ขั้นตอนการดูแลตัวเองในวันทำทรีตเมนต์ที่หมออยากแนะนำ
หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่า
ในวันที่ทำเสร็จต้องหาอะไรมา "ชะโลมเพิ่ม" ผิวจะได้ดีขึ้น
แต่จริงๆ แล้วยิ่งเรา "รบกวนผิวให้น้อยที่สุด" ผิวก็จะยิ่งฟื้นตัวได้ไวขึ้นครับ
· หลังทำ 3-4 ชั่วโมงแรก: ห้ามล้างหน้า ให้ใช้ผ้าเย็นประคบเบาๆ เพื่อปลอบประโลมผิว
· เย็นวันนั้น: ล้างหน้าเบาๆ ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง และทาเฉพาะครีมฟื้นฟูผิว (barrier cream)
· ตั้งแต่วันถัดไป: ต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำ และงดการสครับหรือผลัดเซลล์ผิวเป็นเวลา 5 วัน
· งดการออกกำลังกายหนักๆ เข้าซาวน่า และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 วัน
3 คำถามยอดฮิตที่หมอเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
Q1. ระหว่างทำถ้าเจ็บขึ้นมา ขอแปะยาชาเพิ่มกลางคันได้ไหมคะ?
A. ได้แน่นอนครับ
อย่าทนเจ็บเลยครับ รีบบอกหมอได้ทันที
หมอสามารถบล็อกยาชาเฉพาะจุดเพิ่มให้ได้
เพื่อช่วยเสริมในจุดที่ยาชาแบบครีมยังซึมเข้าไปไม่ถึง
แต่ถ้าบล็อกยาชาแล้วก็ต้องรอให้ยาออกฤทธิ์อีกประมาณ 10 นาทีนะครับ ㅠ
Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่ดีคะ?
A. โดยปกติจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังทำไปแล้ว 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3 สัปดาห์ครับ
เพราะหลักการทำงานของ Secret RF
เป็นการปล่อยพลังงานแบบแบ่งส่วน (fractional) ดังนั้นต้องทำสะสมประมาณ 3 ครั้ง
ถึงจะครอบคลุมพื้นที่ผิวได้ทั่วใบหน้าอย่างทั่วถึงครับ
อารมณ์เหมือนการค่อยๆ จุดสีกระจายให้ทั่วภาพนั่นเองครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหมคะ?
A. มีเรื่องสำคัญหนึ่งเรื่องที่หมออยากเน้นย้ำครับ
หลังจากทำเสร็จประมาณ 2-3 วัน จะมีรอยแดงจุดเล็กๆ จากปลายเข็มหลงเหลืออยู่
ถ้าในช่วงนี้เราพยายามแต่งหน้าหนาๆ เพื่อกลบเตลิดกลบรอยแดง
อาจทำให้เกิดโรคเคราตินอุดตันหรือรูขุมขนอักเสบ (folliculitis) ได้ครับ
นอกจากนี้ หากผิวที่เพิ่งทำเสร็จโดนแดดตรงๆ
ก็มีโอกาสเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ได้ง่ายมาก
ดังนั้นห้ามลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาดและต้องทาให้ทั่วถึงด้วยนะครับ
ถ้ายังมีจุดไหนที่ยังสงสัยอยู่ มาคุยกันต่อได้ที่ห้องตรวจเลยนะครับ หมอพร้อมดูแลให้คำแนะนำครับ แล้วพบกันครับ หมอวี ยองจิน ครับ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ยกกระชับ
ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ



