อัลตราซาวด์ non-focused ทำงานในชั้นหนังแท้ ไม่ใช่ SMAS เจ็บน้อยพักฟื้นสั้น เหมาะกับผิวหย่อนระดับไหน

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
พอเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับหน้า ก็มักจะเจอชื่ออย่าง Ulthera, Thermage, อินโหมด ขึ้นมาเต็มไปหมด และชื่อหนึ่งที่เริ่มเห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงนี้ก็คือ ซอฟเวฟ ครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ แต่อาจจะยังมีข้อสงสัยว่า "มันคือคลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกันหรือเปล่า?" "แล้วมันต่างจาก Ulthera ยังไง?" วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันครับ
สรุปให้ฟังง่ายๆ ก่อนเลยคือ ซอฟเวฟ เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับแบบเติมคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งจะส่งพลังงาน Parallel Beam (คลื่นอัลตราซาวด์แบบไม่โฟกัสจุด*) ลงลึกไปที่ชั้นผิวแท้ (Dermis) 1.5 มม. เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และใน ผลงานวิจัยทางคลินิก ยังระบุว่าช่วยปรับรูปหน้าบริเวณคิ้ว ใต้คาง และแนวลำคอให้ดีขึ้นได้ด้วยครับ เนื่องจาก ซอฟเวฟ มีการทำงานที่ต่างจาก Ulthera ที่ส่งพลังงานลงลึกไปถึงชั้น SMAS เล็กน้อย การรู้ว่าแต่ละแบบเหมาะกับใครจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นครับ บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone
*คลื่นอัลตราซาวด์แบบไม่โฟกัสจุด (Non-focused Ultrasound): แตกต่างจากคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสจุดที่รวมพลังงานไว้ที่จุดเดียว แต่จะเป็นการส่งผ่านความร้อนอย่างสม่ำเสมอในระดับความลึกที่กำหนดใต้ผิวหนังด้วยลำแสงแนวขนาน
ทำงานเน้นตรงจุดที่ชั้นผิวแท้ลึก 1.5 มม.
จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของ ซอฟเวฟ คือระดับความลึกในการทำงานครับ โดยจะสร้างจุดความร้อนอย่างสม่ำเสมอในชั้นผิวแท้ที่ระดับความลึกประมาณ 1.5 มม. เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ต่างจาก Ulthera ที่ส่งพลังงานลงไปลึกกว่าถึงชั้น SMAS ทำให้ ซอฟเวฟ เน้นไปที่การดูแลและปรับความกระชับจากภายในชั้นผิวแท้เป็นหลักครับ
ความแตกต่างของระดับความลึกนี้ส่งผลต่อกลุ่มคนที่เหมาะสมด้วยครับ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อยในระยะแรกๆ การทำงานในชั้นผิวแท้ของ ซอฟเวฟ จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากครับ ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยลงลึกไปถึงชั้น SMAS แล้ว การทำ ซอฟเวฟ เดี่ยวๆ อาจไม่ตอบโจทย์เท่ากับการทำควบคู่ไปกับโปรแกรมรักษาที่เข้าถึงชั้น SMAS ครับ

เจ็บน้อยกว่าและแทบไม่ต้องพักฟื้นเลย
เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีแบบส่งพลังงานขนาน ไม่ได้รวมพลังงานเป็นจุดเด่นจุดเดียว หลายคนจึงรู้สึกว่าตอนทำเจ็บน้อยกว่าโปรแกรมยกกระชับที่เน้นชั้น SMAS ครับ จากผลการวิจัยทางคลินิกข้างต้นรายงานว่า ระดับความเจ็บปวดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.5 เต็ม 10 ซึ่งหากมีการแปะยาชาก่อนทำ คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายผิวและทำได้ชิลล์มากๆ ครับ
สำหรับระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ถือว่าสั้นมากครับ หลังทำอาจมีอาการแดงและยิบๆ เล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง คนไข้ส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกันหรือวันถัดไปได้เลยครับ แต่หลังจากทำ แนะนำให้เน้นการทาครีมบำรุงเพื่อปลอบประโลมผิวและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 2-3 วันเพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิวครับ

ผลลัพธ์ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในเวลา 8-12 สัปดาห์
เนื่องจาก ซอฟเวฟ เป็นกระบวนการที่เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ หลังทำทันทีจึงอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครับ จากผลการวิจัยข้างต้นระบุว่าผลลัพธ์จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นที่ระยะเวลา 3 และ 6 เดือนหลังทำครับ คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตได้ว่ากรอบหน้าดูชัดเจนกระชับขึ้นเมื่อผ่านไปประมาณ 8-12 สัปดาห์ครับ
ระยะเวลาของผลลัพธ์นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้วการทำเพียงครั้งเดียวสามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้นานประมาณ 6-12 เดือนครับ แนะนำให้ดูผลลัพธ์จากการทำครั้งแรกก่อน แล้วค่อยปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินความจำเป็นและระยะห่างในการทำครั้งต่อไป ทั้งนี้ การเปิดใจยอมรับว่าอาจต้องมีการทำซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ จะช่วยให้ได้รับความพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าการคาดหวังว่าจะจบในครั้งเดียวตั้งแตแรกครับ

จับคู่กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วว่าระดับความลึกของ ซอฟเวฟ จะเน้นที่ชั้นผิวแท้ 1.5 มม. ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการการยกกระชับในชั้น SMAS ด้วย ก็สามารถจับคู่ทำร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ครับ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกยกกระชับปรับโครงหน้าชั้นลึกด้วย Ulthera ก่อน จากนั้นเว้นระยะเวลา 4-6 สัปดาห์ แล้วค่อยมาทำ ซอฟเวฟ เพื่อเสริมความกระชับในส่วนของชั้นผิวแท้เพิ่มเติมได้ครับ แต่แทนที่จะทำพร้อมกันในวันเดียว การเว้นระยะเวลาเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของผิวก่อนแล้วค่อยตัดสินใจขั้นตอนต่อไป จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อผิวมากกว่าครับ
การทำร่วมกับโปรแกรมกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) อย่าง Thermage ก็เป็นไปได้เช่นกันครับ แต่เนื่องจากระดับความลึกในการทำงานรวมถึงระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมนี้แตกต่างกัน แทนที่จะทำพร้อมกันทั้งหมดในครั้งเดียว การค่อยๆ ทำทีละโปรแกรมเพื่อคอยสังเกตผลตอบรับของผิวก่อน จะช่วยให้คุณปรับแต่งและออกแบบผลลัพธ์ที่ต้องการได้ดียิ่งขึ้นครับ

2 สิ่งสำคัญที่ควรปรึกษาหมอในห้องตรวจ
เวลาเข้ามาปรึกษา แนะนำให้พกรูปถ่ายหน้าตรงและรูปถ่ายด้านข้างติดตัวมาด้วยนะครับ เพราะการประเมินจากภาพถ่ายจะช่วยให้เห็นภาพเด่นชัดขึ้นว่าความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นเฉพาะในระดับชั้นผิวแท้ หรือลึกลงไปถึงชั้น SMAS แล้ว เพื่อช่วยให้คุณหมอวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำขึ้น เนื่องจากหากส่องกระจกดูเปล่าๆ อาจจะแยกแยะระดับความลึกของปัญหาได้ยากครับ
ประเด็นที่สองคือเรื่องความหนาของผิวและอัตราการฟื้นฟูคอลลาเจนเฉพาะบุคคลครับ คนที่ปกติผิวฟื้นฟูได้เร็วก็อาจจะเห็นผลลัพธ์เร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป ในทางกลับกัน สำหรับคนที่ผิวฟื้นตัวช้าหรือกระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้ช้า ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการรอผลลัพธ์นานขึ้นอีกนิดหน่อยครับ ทั้งนี้ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ การประเมินสภาพผิวจริงและการเลือกโปรแกรมรักษาที่เหมาะสมที่สุด ควรได้รับคำแนะนำและพิจารณาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำ ซอฟเวฟ แค่ครั้งเดียว จะเห็นผลเลยไหมคะ?
A. ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ แต่โดยทั่วไปหลังทำ 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 8-12 สัปดาห์ ระยะแรกอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่หวือหวามากนัก แต่จะค่อยๆ กระชับขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา แนะนำให้เปรียบเทียบจากรูปถ่ายก่อนและหลังทำที่ระยะเวลา 3 เดือนจะเห็นความต่างได้ดีที่สุดครับ
Q. ระหว่าง Ulthera กับ ซอฟเวฟ ควรเลือกทำอันไหนก่อนดีครับ?
A. ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของปัญหาความหย่อนคล้อยครับ หากผิวมีความหย่อนคล้อยลึกไปถึงระดับชั้น SMAS แนะนำให้เลือกทำ Ulthera ก่อนเป็นอันดับแรก แต่หากเป็นความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้นที่เน้นบริเวณชั้นผิวแท้ การทำ ซอฟเวฟ เดี่ยวๆ ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติและเพียงพอแล้วครับ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจประเมินระดับปัญหาผิวร่วมกันก่อนตัดสินใจนะครับ
Q. หลังทำเสร็จแล้ว สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. หลังทำเสร็จแทบไม่มี Downtime เลยครับ อาจมีอาการแดงระเรื่อหรือบวมเล็กน้อยชั่วคราวเท่านั้น สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือการเข้าซาวน่าประมาณ 24-48 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยของผิวครับ
บทความที่น่าสนใจ

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



