อัลตราซาวด์ non-focused ทำงานในชั้นหนังแท้ ไม่ใช่ SMAS เจ็บน้อยพักฟื้นสั้น เหมาะกับผิวหย่อนระดับไหน
พอเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับหน้า ก็มักจะเจอชื่ออย่าง Ulthera, Thermage, InMode ขึ้นมาเต็มไปหมด และชื่อหนึ่งที่เริ่มเห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงนี้ก็คือ Sofwave ค่ะ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ แต่อาจจะยังมีข้อสงสัยว่า "มันคือคลื่นอัลตราซาวด์เหมือนกันหรือเปล่า?" "แล้วมันต่างจาก Ulthera ยังไง?" วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันค่ะ
สรุปให้ฟังง่ายๆ ก่อนเลยคือ Sofwave เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับแบบเติมคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งจะส่งพลังงาน Parallel Beam (คลื่นอัลตราซาวด์แบบไม่โฟกัสจุด*) ลงลึกไปที่ชั้นผิวแท้ (Dermis) 1.5 มม. เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และใน ผลงานวิจัยทางคลินิก ยังระบุว่าช่วยปรับรูปหน้าบริเวณคิ้ว ใต้คาง และแนวลำคอให้ดีขึ้นได้ด้วยค่ะ เนื่องจาก Sofwave มีการทำงานที่ต่างจาก Ulthera ที่ส่งพลังงานลงลึกไปถึงชั้น SMAS เล็กน้อย การรู้ว่าแต่ละแบบเหมาะกับใครจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นค่ะ บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone
*คลื่นอัลตราซาวด์แบบไม่โฟกัสจุด (Non-focused Ultrasound): แตกต่างจากคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสจุดที่รวมพลังงานไว้ที่จุดเดียว แต่จะเป็นการส่งผ่านความร้อนอย่างสม่ำเสมอในระดับความลึกที่กำหนดใต้ผิวหนังด้วยลำแสงแนวขนาน
ทำงานเน้นตรงจุดที่ชั้นผิวแท้ลึก 1.5 มม.
จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของ Sofwave คือระดับความลึกในการทำงานค่ะ โดยจะสร้างจุดความร้อนอย่างสม่ำเสมอในชั้นผิวแท้ที่ระดับความลึกประมาณ 1.5 มม. เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ต่างจาก Ulthera ที่ส่งพลังงานลงไปลึกกว่าถึงชั้น SMAS ทำให้ Sofwave เน้นไปที่การดูแลและปรับความกระชับจากภายในชั้นผิวแท้เป็นหลักค่ะ
ความแตกต่างของระดับความลึกนี้ส่งผลต่อกลุ่มคนที่เหมาะสมด้วยค่ะ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่นและเริ่มหย่อนคล้อยในระยะแรกๆ การทำงานในชั้นผิวแท้ของ Sofwave จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากค่ะ ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยลงลึกไปถึงชั้น SMAS แล้ว การทำ Sofwave เดี่ยวๆ อาจไม่ตอบโจทย์เท่ากับการทำควบคู่ไปกับโปรแกรมรักษาที่เข้าถึงชั้น SMAS ค่ะ

เจ็บน้อยกว่าและแทบไม่ต้องพักฟื้นเลย
เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีแบบส่งพลังงานขนาน ไม่ได้รวมพลังงานเป็นจุดเด่นจุดเดียว หลายคนจึงรู้สึกว่าตอนทำเจ็บน้อยกว่าโปรแกรมยกกระชับที่เน้นชั้น SMAS ค่ะ จากผลการวิจัยทางคลินิกข้างต้นรายงานว่า ระดับความเจ็บปวดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.5 เต็ม 10 ซึ่งหากมีการแปะยาชาก่อนทำ คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายผิวและทำได้ชิลล์มากๆ ค่ะ
สำหรับระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ถือว่าสั้นมากค่ะ หลังทำอาจมีอาการแดงและยิบๆ เล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง คนไข้ส่วนใหญ่สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกันหรือวันถัดไปได้เลยค่ะ แต่หลังจากทำ แนะนำให้เน้นการทาครีมบำรุงเพื่อปลอบประโลมผิวและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 2-3 วันเพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิวค่ะ

ผลลัพธ์ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในเวลา 8-12 สัปดาห์
เนื่องจาก Sofwave เป็นกระบวนการที่เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ หลังทำทันทีจึงอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ค่ะ จากผลการวิจัยข้างต้นระบุว่าผลลัพธ์จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นที่ระยะเวลา 3 และ 6 เดือนหลังทำค่ะ คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตได้ว่ากรอบหน้าดูชัดเจนกระชับขึ้นเมื่อผ่านไปประมาณ 8-12 สัปดาห์ค่ะ
ระยะเวลาของผลลัพธ์นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้วการทำเพียงครั้งเดียวสามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้นานประมาณ 6-12 เดือนค่ะ แนะนำให้ดูผลลัพธ์จากการทำครั้งแรกก่อน แล้วค่อยปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินความจำเป็นและระยะห่างในการทำครั้งต่อไป ทั้งนี้ การเปิดใจยอมรับว่าอาจต้องมีการทำซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ จะช่วยให้ได้รับความพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าการคาดหวังว่าจะจบในครั้งเดียวตั้งแตแรกค่ะ

จับคู่กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วว่าระดับความลึกของ Sofwave จะเน้นที่ชั้นผิวแท้ 1.5 มม. ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการการยกกระชับในชั้น SMAS ด้วย ก็สามารถจับคู่ทำร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกยกกระชับปรับโครงหน้าชั้นลึกด้วย Ulthera ก่อน จากนั้นเว้นระยะเวลา 4-6 สัปดาห์ แล้วค่อยมาทำ Sofwave เพื่อเสริมความกระชับในส่วนของชั้นผิวแท้เพิ่มเติมได้ค่ะ แต่แทนที่จะทำพร้อมกันในวันเดียว การเว้นระยะเวลาเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของผิวก่อนแล้วค่อยตัดสินใจขั้นตอนต่อไป จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อผิวมากกว่าค่ะ
การทำร่วมกับโปรแกรมกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) อย่าง Thermage ก็เป็นไปได้เช่นกันค่ะ แต่เนื่องจากระดับความลึกในการทำงานรวมถึงระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมนี้แตกต่างกัน แทนที่จะทำพร้อมกันทั้งหมดในครั้งเดียว การค่อยๆ ทำทีละโปรแกรมเพื่อคอยสังเกตผลตอบรับของผิวก่อน จะช่วยให้คุณปรับแต่งและออกแบบผลลัพธ์ที่ต้องการได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

2 สิ่งสำคัญที่ควรปรึกษาหมอในห้องตรวจ
เวลาเข้ามาปรึกษา แนะนำให้พกรูปถ่ายหน้าตรงและรูปถ่ายด้านข้างติดตัวมาด้วยนะคะ เพราะการประเมินจากภาพถ่ายจะช่วยให้เห็นภาพเด่นชัดขึ้นว่าความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นเฉพาะในระดับชั้นผิวแท้ หรือลึกลงไปถึงชั้น SMAS แล้ว เพื่อช่วยให้คุณหมอวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำขึ้น เนื่องจากหากส่องกระจกดูเปล่าๆ อาจจะแยกแยะระดับความลึกของปัญหาได้ยากค่ะ
ประเด็นที่สองคือเรื่องความหนาของผิวและอัตราการฟื้นฟูคอลลาเจนเฉพาะบุคคลค่ะ คนที่ปกติผิวฟื้นฟูได้เร็วก็อาจจะเห็นผลลัพธ์เร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป ในทางกลับกัน สำหรับคนที่ผิวฟื้นตัวช้าหรือกระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้ช้า ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการรอผลลัพธ์นานขึ้นอีกนิดหน่อยค่ะ ทั้งนี้ ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ การประเมินสภาพผิวจริงและการเลือกโปรแกรมรักษาที่เหมาะสมที่สุด ควรได้รับคำแนะนำและพิจารณาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำ Sofwave แค่ครั้งเดียว จะเห็นผลเลยไหมคะ?
A. ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ แต่โดยทั่วไปหลังทำ 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 8-12 สัปดาห์ ระยะแรกอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่หวือหวามากนัก แต่จะค่อยๆ กระชับขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา แนะนำให้เปรียบเทียบจากรูปถ่ายก่อนและหลังทำที่ระยะเวลา 3 เดือนจะเห็นความต่างได้ดีที่สุดค่ะ
Q. ระหว่าง Ulthera กับ Sofwave ควรเลือกทำอันไหนก่อนดีคะ?
A. ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของปัญหาความหย่อนคล้อยค่ะ หากผิวมีความหย่อนคล้อยลึกไปถึงระดับชั้น SMAS แนะนำให้เลือกทำ Ulthera ก่อนเป็นอันดับแรก แต่หากเป็นความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้นที่เน้นบริเวณชั้นผิวแท้ การทำ Sofwave เดี่ยวๆ ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติและเพียงพอแล้วค่ะ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจประเมินระดับปัญหาผิวร่วมกันก่อนตัดสินใจนะคะ
Q. หลังทำเสร็จแล้ว สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. หลังทำเสร็จแทบไม่มี Downtime เลยค่ะ อาจมีอาการแดงระเรื่อหรือบวมเล็กน้อยชั่วคราวเท่านั้น สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือการเข้าซาวน่าประมาณ 24-48 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยของผิวค่ะ
บทความที่น่าสนใจ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เห็นว่า Lituo มีส่วนผสมของเนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ (human donor dermis) แบบนี้จะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยไหมคะ ผ่านการพิสูจน์และรับรองความปลอดภัยมาเรียบร้อยแล้วหรือยัง
สรุปเหตุผลว่าทำไม Lituo ซึ่งเป็นสารเติมเต็มจากเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (동종진피) ยังคงมีข้อจำกัดในการปรับปริมาณความวอลลุ่ม และทำไมข้อมูลด้านความปลอดภัยของตัวนี้ยังอยู่ในช่วงสะสมรวบรวมอยู่ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม ความเจ็บมาจากไหน ยาชาแบบทาและแบบฉีดช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มาดูกัน

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวช่วงที่ผิวยังแดงกันค่ะ

ผิว
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ สรุปตามระยะการฟื้นตัว พร้อมวิธีดูแลกันรอยดำ

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน
ลบรอยสัก PicoWay พักฟื้นอย่างไร ตั้งแต่ Frosting สะเก็ด จนรอยสักค่อย ๆ จาง สรุปให้เข้าใจง่ายค่ะ

ผิว
ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการ ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่ดี บทความนี้รวมระยะที่ควรเว้นก่อนบินตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว



