แม้เป็น Micro-Focused Ultrasound เหมือนกัน แต่ระบบภาพและพลังงานต่างกัน สรุปสั้น ๆ เป็นไกด์ก่อนทำ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
เวลาไปที่ห้องปรึกษา แล้วคนไข้บอกว่า "มาทำ Ulthera ค่ะ" แล้วเราแจ้งว่า "ตอนนี้จะดำเนินการด้วยระบบ Prime นะคะ" หลายคนมักจะทำหน้าสงสัยแล้วถามกลับว่า "เอ๊ะ มันไม่เหมือนกันหรอกเหรอ?" หรือ "Prime นี่เป็นออปชันที่แพงกว่าหรือเปล่า?" ซึ่งการสับสนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในแบรนด์ Ulthera เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วขั้นตอนและกระบวนการรักษามีจุดที่แตกต่างกันนิดหน่อยครับ
สรุปให้ฟังก่อนเลยก็คือ Prime เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่อง Ulthera ตัวเดิม โดยใช้ การตรวจเช็กความลึกของชั้นผิวด้วยหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ (real-time imaging) พร้อมส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (Micro-Focused Ultrasound) ลงไปลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้น SMAS แม้ว่าผลลัพธ์หลักๆ จะเหมือนกัน แต่ระบบหน้าจอมีความเสถียรมากกว่า และประสิทธิภาพการทำงานก็ดีขึ้น ทำให้เวลาที่ใช้ในการรักษาต่อครั้งสั้นลง และลดภาระความระคายเคืองของผิวลงได้นิดหน่อยครับ บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone Clinic ครับ
ใช้หลักการเดียวกัน แต่เป็นนวัตกรรมคนละเจนครับ
Ulthera คือการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง (MFU)* ส่งพลังงานความร้อนลงลึกไปถึงชั้น SMAS ใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ หลังทำทันทีอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากนัก แต่คอลลาเจนจะค่อยๆ ฟื้นฟูและสร้างใหม่ในช่วง 8~12 สัปดาห์ ทำให้กรอบหน้าค่อยๆ ชัดเป๊ะขึ้นเรื่อยๆ ครับ
Prime ถือเป็นเจนเนอเรชันถัดไปของเครื่อง Ulthera นี้ครับ แม้จะใช้พลังงาน MFU เหมือนกัน แต่มีการปรับปรุงระบบภาพหน้าจอและประสิทธิภาพของหัวทรานส์ดิวเซอร์ (transducer) ให้ดียิ่งขึ้น ถึงแม้หลักการทำและช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์จะแทบไม่ต่างกัน แต่ความเร็วในการทำงานและความคมชัดของหน้าจอนั้นดีขึ้นมาก ทำให้สามารถยิงพลังงานลงลึกแต่ละจุดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นครับ
Micro-Focused Ultrasound (MFU)*: เทคโนโลยีคลื่นเสียงที่รวบรวมพลังงานความร้อนให้เป็นจุดเล็กๆ ระดับไมโครตามความลึกที่กำหนด โดยพลังงานจะผ่านทะลุผิวชั้นบนลงไปสร้างจุดความร้อนเฉพาะในเนื้อเยื่อตามความลึกที่ตั้งค่าไว้เท่านั้น

ใช้เวลาในการทำสั้นลงกว่าเดิมครับ
สำหรับ Ulthera รุ่นเดิม ปกติจะใช้เวลาประมาณ 60~90 นาที ยิ่งถ้าต้องทำทั่วทั้งหน้ายาวไปจนถึงเหนียงและคอ ก็มักจะใช้เวลาเกิน 90 นาทีเป็นเรื่องปกติเลยครับ แต่สำหรับ Prime ด้วยระบบประมวลผลภาพที่เร็วขึ้นและหัวทรานส์ดิวเซอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถึงแม้จะยิงในจำนวนช็อตที่เท่ากันในบริเวณเดียวกัน แต่คนไข้หลายๆ ท่านพบว่าใช้เวลาทำลดลงเฉลี่ยถึง 10~20 นาทีเลยทีเดียวครับ
เมื่อเวลาในการทำสั้นลง ผิวก็จะมีอาการสะสมความร้อนและความระคายเคืองลดลงด้วยครับ สำหรับบางคนที่ต้องขอพักระหว่างทำเป็นระยะๆ การที่ใช้เวลาสั้นลงจะช่วยให้ผิวชั้นบนมีเวลาคูลดาวน์ ทำให้การยิงไลน์ถัดไปรู้สึกสบายผิวมากขึ้น และมักช่วยลดการพึ่งยาชาลงได้อีกด้วยครับ

จุดต่างสำคัญคือการยิงไปพร้อมๆ กับการเช็กหน้าจอแบบเรียลไทม์ครับ
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดของ Prime คืองานภาพแบบเรียลไทม์ครับ คุณหมอผู้ทำการรักษาจะสามารถดูโครงสร้างชั้นผิวใต้หัวทรานส์ดิวเซอร์ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์เพื่อเช็กระดับความลึกก่อนกดยิงได้ทันที ทำให้สามารถดีไซน์กรอบหน้าไปพร้อมๆ กับการดูระดับความลึกของชั้น SMAS และความหนาของชั้นไขมันเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกันในแต่ละจุดได้ทันที ทำให้คุณหมอสามารถควบคุมผลลัพธ์ในภาพรวมได้เป๊ะและแม่นยำยิ่งขึ้นครับ
แม้ว่า Ulthera รุ่นเดิมจะมีฟังก์ชันหน้าจอไกด์ไลน์อยู่แล้ว แต่ Prime ได้รับการอัปเกรดทั้งความละเอียดในระดับ HD และความเร็วในการอัปเดตภาพบนหน้าจอ (frame rate) แม้จะเป็นคนไข้คนเดียวกัน แต่บริเวณโหนกแก้มอาจมีไขมันเยอะ ส่วนใต้คางอาจจะบางมาก ซึ่งการที่เราสามารถมองเห็นความต่างนี้ผ่านจอมอนิเตอร์แล้วปรับค่าความลึกได้อย่างละเอียด จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและทำให้ผลลัพธ์ออกมาเสถียรที่สุดครับ

ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) และการเห็นผลลัพธ์ ไม่ต่างกันมากครับ
ไม่ได้แปลว่า Prime จะเป็นทรีตเมนต์ที่ "เห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น" กว่าแบบเดิมนะครับ หลังทำเสร็จอาจมีรอยแดงเล็กน้อยหรืออาการบวมนิ่มๆ ซึ่งจะค่อยๆ ยุบลงภายใน 24~72 ชั่วโมง ซึ่งจุดนี้แทบไม่ต่างจาก Ulthera รุ่นเดิมเลยครับ ส่วนระยะเวลาที่คอลลาเจนเริ่มเข้าที่จนเห็นกรอบหน้าชัดเจนที่สุด ก็จะอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 8~12 หลังทำเช่นเดียวกันครับ
ระยะเวลาของผลลัพธ์ก็ใกล้เคียงกันครับ คนไข้ส่วนใหญ่จะคงผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12~18 เดือน และมักจะกลับมาทำซ้ำเพื่อบูสต์ผิวใหม่อีกครั้งในช่วงรอบ 18 เดือน แนะนำว่าแทนที่จะคาดหวังให้กรอบหน้าเป๊ะสมบูรณ์แบบถาวรในการทำครั้งแรกเพียงครั้งเดียว การเปิดใจเผื่อไว้สำหรับการมาเก็บรายละเอียดเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นหลังจากเห็นผลลัพธ์รอบแรกแล้ว จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจสูงสุดครับ

จะเลือกทำตัวไหนในตระกูล Ulthera หัวใจสำคัญคือ "การออกแบบความลึก" ครับ
อย่างที่เกริ่นไปว่า Prime คือเครื่องเจนใหม่ของ Ulthera ไม่ใช่การรักษาที่ฉีกแนวออกไปเลย หัวใจสำคัญของทั้งสองเครื่องคือความสามารถในการส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น สิ่งที่มีผลต่อลัพธ์มากที่สุดจึงขึ้นอยู่กับการที่คุณหมอวิเคราะห์และออกแบบความลึกและไลน์การยิงให้เข้ากับโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคลของคนไข้ครับ
หากในขั้นตอนปรึกษาได้มีการดูรูปถ่ายร่วมกัน มาร์กจุดพยุงผิวบนใบหน้า (เช่น โหนกแก้ม กรอบหน้า แนวคอ) แล้วค่อยวางแผนว่าควรเน้นยกกระชับที่ไลน์ไหนก่อน แม้จะยิงในจำนวนช็อตที่เท่ากัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะรู้สึกแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดครับ ทั้งนี้ บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเท่านั้น แนะนำให้เข้าพบคุณหมอโดยตรงเพื่อให้ช่วยวิเคราะห์สภาพผิวและประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมที่สุดให้นะครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. คนที่เคยทำ Ulthera รุ่นเดิมมาก่อน จำเป็นต้องทำ Prime บ่อยขึ้นไหมคะ?
A. รอบการรับบริการจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ เนื่องจากระยะเวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อให้กรอบหน้าเข้าที่นั้นเท่ากัน โดยทั่วไปคนไข้ส่วนใหญ่จึงนิยมทำห่างกันประมาณ 12~18 เดือนครับ การทำถี่ขึ้นไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์สะสมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแต่อย่างใดครับ
Q. ตอนทำ Prime จะเจ็บน้อยกว่าไหมคะ?
A. เนื่องจากหน้าจอมีความแม่นยำสูงมาก ทำให้การกดยิงในแต่ละจุดมีความเสถียร คนไข้บางท่านจึงรู้สึกว่าเจ็บน้อยลงครับ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อพลังงานความร้อนส่งลงไปถึงชั้น SMAS จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด แต่หากประคบยาชาช่วยก่อนทำ ก็จะช่วยให้สบายผิวและทำได้ชิลขึ้นมากๆ ครับ
Q. หากไปใช้บริการที่คลินิกที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นเครื่อง Prime จะมีความแตกต่างอย่างไรครับ?
A. แม้จะเป็นแบรนด์ Ulthera เหมือนกัน แต่ตัวเครื่องจะเป็นคนละเจนเนอเรชันครับ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัย แนะนำให้เลือกคลินิกที่คุณหมอสามารถโชว์หัวทรานส์ดิวเซอร์และระบบหน้าจอมอนิเตอร์ให้ดูสดๆ ในห้องตรวจได้เลยครับ การเช็กเครื่องที่คลินิกมีให้บริการไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เรามองภาพรวมขั้นตอนการรักษาได้ชัดเจนขึ้นครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



