หนวดผู้ชายเส้นหนารากลึก ต้องทำหลายครั้ง ขนอ่อนผู้หญิงบางกว่า เปลี่ยนช้ากว่า ควรรู้ก่อนแพลนครั้ง

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
หลายคนที่ยืนโกนหนวดหน้ากระจกบ่อยๆ พอเริ่มหาข้อมูลว่า "งั้นแก้ปัญหาด้วยการเลเซอร์กำจัดขนเลยดีไหม" ก็มักจะมีจุดที่ทำให้ต้องแอบลังเลอยู่ครับ เพราะด้านหนึ่งก็บอกว่า "กำจัดขนหนวดต้องทำหลายครั้งมาก" แต่อีกด้านก็บอกว่า "ขนอ่อนบนหน้าผู้หญิงไม่ค่อยหลุดหรอก" จนทำให้สับสนว่า ทั้งที่เป็นบริเวณใบหน้าเหมือนกัน แต่ทำไมผลลัพธ์ที่เขาพูดถึงกันมันถึงแตกต่างกันขนาดนี้
ขอสรุปให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยนะครับว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะเลเซอร์กำจัดขนจะ ตอบสนองแตกต่างกันไปตามความเข้มของเม็ดสีในรูขุมขนและความหนาของเส้นขน ครับ ดังนั้น ถึงจะใช้เครื่องมือเดียวกัน ผลลัพธ์ของหนวดผู้ชายที่หนาและเข้ม กับขนอ่อนบนใบหน้าผู้หญิงที่เส้นเล็กและบาง จึงมีทิศทางที่ต่างกัน ทั้งจำนวนครั้ง ความเจ็บ และดาวน์ไทม์ (ระยะเวลาพักฟื้นผิว) ของแต่ละจุดค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยครับ บทความนี้ Beautystone ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาสรุปให้ฟังกันครับ
เส้นขนบนใบหน้าของผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
หลักการของเลเซอร์กำจัดขนคือ เมลานิน (เม็ดสี) ในรูขุมขนจะดูดซับพลังงานแสง แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเข้าไปทำให้รากขนอ่อนแอลงครับ ดังนั้น ยิ่งเมลานินเข้มและเส้นขนหนา พลังงานในการยิงแต่ละช็อตก็จะยิ่งรวมศูนย์ไปที่รูขุมขนนั้นๆ มากขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าสีอ่อนและเส้นบาง พลังงานก็จะกระจายตัวออก ทำให้การตอบสนองลดน้อยลงครับ
สำหรับหนวดของผู้ชาย รูขุมขนจะอยู่ลึก และเส้นขน* ค่อนข้างหนาและเข้ม หลายคนจึงสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าปริมาณขนที่ขึ้นใหม่ลดลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ส่วนขนอ่อนบนใบหน้าของผู้หญิงนั้น รูขุมขนจะตื้นกว่าและมีเมลานินที่อ่อนกว่า แม้จะใช้เครื่องตัวเดียวกัน แต่การเลเซอร์จะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงทีละนิดครับ พูดง่ายๆ ก็คือ คำว่า "เลเซอร์ขนหน้า" จริงๆ แล้วมีสองสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซ่อนอยู่ครับ
เส้นขน*: ส่วนของขนที่โตพ้นผิวหนังขึ้นมา เป็นส่วนบนพื้นผิวที่แยกจากรากขน (ซึ่งอยู่ใต้ผิวหนัง)

เลเซอร์หนวดเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในแต่ละครั้ง แต่ก็ต้องทำจำนวนครั้งเยอะกว่าครับ
วงจรการเติบโตและการพักตัวของรูขุมขนบริเวณหนวดนั้นชัดเจนมาก รูขุมขนที่จะได้รับผลกระทบจากการทำแต่ละครั้งจะมีอยู่แค่ประมาณ 20-30% ของทั้งหมดเท่านั้นครับ แปลว่าขนจะไม่ร่วงหมดในทีเดียว แต่รูขุมขนที่เข้าสู่วงจรการเติบโตในแต่ละรอบจะค่อยๆ ได้รับผลกระทบไปตามลำดับ หลายคนจึงรู้สึกได้ชัดเจนว่าขนขึ้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆ ครั้งในช่วง 2-3 ครั้งแรกครับ
ปกติแล้วการกำจัดขนหนวดจำเป็นต้องทำอย่างน้อย 6-10 ครั้งขึ้นไปครับ เนื่องจากรูขุมขนอยู่ลึกและแข็งแรง จึงต้องใช้พลังงานที่สูงพอสมควรในแต่ละครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และนั่นทำให้ความรู้สึกร้อนและรอยแดงหลังทำทันทีจะค่อนข้างมากกว่าบริเวณอื่น สำหรับท่านที่หลีกเลี่ยงการโกนหนวดไปจนถึงวันรุ่งขึ้นหลังทำ พร้อมทั้งดูแลประนามผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และครีมปลอบประโลมผิวอย่างดี จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น (ดาวน์ไทม์สั้นลง) ครับ

ขนอ่อนบนใบหน้าผู้หญิงต้องทำจำนวนครั้งมากกว่า แต่ตัวทรีตเมนต์เองเบาสบายกว่ามากครับ
เนื่องจากขนอ่อนบนใบหน้าผู้หญิงมีความหนาและสีที่อ่อนกว่า ผลลัพธ์ในการทำแต่ละครั้งจึงอาจไม่เห็นชัดเจนทันตาเท่ากับการเลเซอร์หนวดผู้ชายครับ แม้ว่าค่าเฉลี่ยในบริเวณเดียวกันจะอยู่ที่ประมาณ 8-12 ครั้ง แต่จำนวนครั้งของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปมากตามสภาพรูขุมขนและปัจจัยทางฮอร์โมนครับ นอกจากนี้ ขนอ่อนบริเวณเหนือริมฝีปาก (หนวด) คาง และจอนผมของบางคนอาจจะหนากว่าจุดอื่นเล็กน้อย ความเร็วในการตอบสนองของแต่ละจุดบนใบหน้าเดียวกันจึงแตกต่างกันไปด้วยครับ
ด้านความเจ็บระหว่างทำและดาวน์ไทม์นั้นถือว่าเบากว่าการเลเซอร์หนวดมากครับ ส่วนใหญ่รอยแดงและความรู้สึกจี๊ดๆ แป๊บเดียวจะสงบลงภายในไม่กี่ชั่วโมง และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไป อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่มีขนดกจากฮอร์โมน (เช่น ภาวะ PCOS) จนทำให้มีขนหนาขึ้นเฉพาะจุด ทิศทางของผลลัพธ์จะแตกต่างออกไป แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินก่อนนะครับ

แม้จะเป็นใบหน้าเหมือนกัน แต่ความเสี่ยงต่อการระคายเคืองก็ต่างกันครับ
เนื่องจากบริเวณหนวดต้องใช้พลังงานเลเซอร์ที่สูงเพราะรูขุมขนอยู่ลึก หากคุณเป็นคนที่ผิวมีแผลเล็กๆ จากการโกนหนวดบ่อยๆ อยู่แล้ว จะต้องดูแลผิวเพื่อลดการระคายเคืองทั้งก่อนและหลังทำเป็นพิเศษครับ การงดโกนหนวดภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำ, งดใช้โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์ชั่วคราว และทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถัน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำชั่วคราวได้ครับ
สำหรับใบหน้าของผู้หญิงที่มักจะแต่งหน้าและเผชิญกับแสงแดดในชีวิตประจำวัน คีย์สำคัญคือการป้องกันการเกิดรอยดำครับ แนะนำให้งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดสูง (เช่น AHA ความเข้มข้นสูง หรือ Retinol) ชั่วคราวภายใน 1 สัปดาห์หลังทำ และสำหรับทั้งสองกรณี การทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไปอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้ง จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอปลอดภัยที่สุดครับ

เหตุผลที่การจัดจังหวะจำนวนครั้งของทั้งสองแบบ ไม่สามารถหยิบมารวมเป็นแพ็กเกจ "เลเซอร์ขนหน้า" เดียวกันได้
อย่างที่อธิบายไปข้างต้นครับว่า หนวดและขนอ่อนมีสภาพแวดล้อมของรูขุมขนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น แทนที่จะกำหนดจำนวนครั้งในแพ็กเกจรวมกันไปเลย วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือการดูผลลัพธ์หลังทำครั้งแรก แล้วค่อยประเมินปริมาณขนที่ขึ้นใหม่ในทุกๆ 4-6 สัปดาห์เพื่อกำหนดการทำครั้งต่อไปครับ คนไข้ที่เลือกดูผลลัพธ์ร่วมกับคุณหมอไปทีละ 3-4 ครั้งก่อน มากกว่าการตัดสินใจซื้อคอร์ส 10 ครั้งรวดเดียวตั้งแต่แรก มักจะมีความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ในท้ายที่สุดมากกว่าครับ
ถ้าได้เข้ามาปรึกษาและดูภาพถ่ายร่วมกันที่ห้องตรวจ เพื่อเช็กความหนา สี และความเร็วในการเติบโตของเส้นขน ก็จะพอเห็นภาพชัดขึ้นครับว่าแนวโน้มผลลัพธ์ของจุดที่เราต้องการทำจะอยู่ประมาณไหน บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ส่วนจำนวนครั้งและพลังงานที่ใช้ในการรักษาจริง แนะนำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจประเมินสภาพรูขุมขนและผิวของคุณโดยตรงก่อนทำการรักษานะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. หลังเลเซอร์หนวดแล้ว สามารถกลับมาโกนหนวดได้ตั้งแต่ตอนไหนครับ?
A. แนะนำให้หลีกเลี่ยงการโกนหนวดภายใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังทำเพื่อลดการระคายเคืองครับ รอให้ความรู้สึกร้อนผ่าวสงบลงก่อนแล้วค่อยโกน และในช่วงสองสามวันแรก การใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าจะช่วยลดการเสียดสีได้ดีกว่าครับ นอกจากนี้ ควรงดใช้อาฟเตอร์เชฟที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์บริเวณที่ทำเลเซอร์ชั่วคราวนะครับ
Q. จริงไหมคะที่เขาว่าเลเซอร์ขนหน้าผู้หญิงแล้ว จะทำให้ขนอ่อนกลับมาเส้นหนาขึ้น?
A. โดยทั่วไปแล้วไม่เป็นความจริงครับ การโกนขนคือการตัดปลายเส้นขนให้ขาด จึงอาจทำให้เห็นหน้าตัดขนดูหนาขึ้นได้ แต่เลเซอร์เข้าไปทำงานและส่งผลต่อรูขุมขนโดยตรงเพื่อลดปริมาณการเติบโตของเส้นขน จึงไม่มีกลไกที่ทำให้ขนที่ขึ้นใหม่หนาขึ้นกะทันหันครับ
Q. ควรเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งนานเท่าไหร่ดีครับ?
A. ขึ้นอยู่กับบริเวณและอัตราการเติบโตของเส้นขนครับ แต่โดยทั่วไปแล้ว บริเวณหนวดผู้ชายแนะนำให้เว้นระยะ 3-5 สัปดาห์ ส่วนขนอ่อนบนใบหน้าผู้หญิงมักจะเว้นระยะประมาณ 4-6 สัปดาห์ครับ เนื่องจากเราต้องการโฟกัสไปที่รูขุมขนที่อยู่ในช่วงวงจรเติบโตเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด การรอให้เห็นขนเริ่มขึ้นใหม่แล้วค่อยมาทำจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการมาทำถี่จนเกินไปครับ
ถ้าคุณกำลังกังวลใจเรื่องหนวดและขนอ่อนบนใบหน้า ลองมาเช็ก 🌊อีเวนต์🌊 ดีๆ ที่เหมาะกับคุณกันเถอะครับ
คลิกลิงก์นี้เพื่อดู 🌊อีเวนต์🌊 โปรโมชั่นที่กำลังดำเนินอยู่ ณ Beautystone สาขาฮับจอง
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ต้องเลเซอร์ขนขา กี่ครั้งถึงจะหายไปถาวร? ย้อนดูคำตอบด้วยวงจรเส้นขนกันครับ
สิ่งที่เราค้นพบหลังจากได้นั่งให้คำปรึกษาเคสเลเซอร์หนวด 39 ท่านเมื่อเดือนที่แล้ว
"คุณหมอครับ ผมต้องเลเซอร์หนวดไปถึงเมื่อไหร่เหรอครับ?" — คำถามยอดฮิตที่ได้ยินเมื่อวานนี้เช่นกัน
พอลมหนาวพัดมา คนไข้ก็เข้ามาปรึกษาเยอะขึ้นเลยครับ — เลเซอร์หนวด เริ่มทำตอนนี้เลยดีไหมนะ?

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



