รอยคล้ำใต้ตาดูแลต่างกันตามสาเหตุ เส้นเลือด เม็ดสี รอยยุบ สรุปลักษณะเส้นเลือดและเกณฑ์ก่อนรักษาครับ

Author
Wi Young-jin · Chief director
→
![[วิเคราะห์เปรียบเทียบ] เลเซอร์เม็ดสี vs เลเซอร์หลอดเลือด — สูตรรักษาขอบตาดำตามประเภท](https://framerusercontent.com/images/n2LWivaDn4Nr4HiEyn7VMLJ7Lo4.jpg)
ช่วงนี้อุณหภูมิระหว่างวันค่อนข้างต่างกันเยอะเลยใช่ไหมคะ/ครับ
พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู เส้นเลือดบริเวณผิวจะหดและขยายตัวสลับกันไป
ทำให้สีใต้ตาดูคล้ำขึ้น
และมีคนไข้ที่กังวลเรื่องใต้ตาดูโทรมหม่นหมองมาปรึกษาบ่อยขึ้นมากครับ/ครับ
มีประโยคหนึ่งที่หมอได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ
"คุณหมอคะ ทั้งใช้ครีมไวท์เทนนิ่ง
ทั้งเลเซอร์แล้ว ทำไมยังไม่หายคล้ำอีกคะ?"
ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ที่เจอปัญหานี้
จริงๆ แล้วเป็นปัญหาจากเส้นเลือด ไม่ใช่เรื่องของเม็ดสีครับ/ครับ
เรียกได้ว่าไปรักษาก่อนที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงเจอเสียอีก
วันนี้หมอจะมาแชร์วิธีเช็กด้วยตัวเองว่ารอยคล้ำใต้ตาของเราเป็นแบบจากเส้นเลือดหรือไม่
และวิธีรักษาที่ตรงจุดจริงๆ มาฝากกันครับ/ครับ
💡 สรุปใจความสำคัญของวันนี้
Q. จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นปัญหาจากเส้นเลือด?
A. เวลาที่ลองดึงผิวใต้ตาออกไปด้านข้าง
แล้วเห็นสีออกม่วงๆ หรือคล้ำอมน้ำเงิน
มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นประเภทจากเส้นเลือด (vascular type) ครับ
เพราะนั่นคือสีของเส้นเลือดที่มองเห็นทะลุผ่านมานั่นเอง
Q. ทำไมใช้เลเซอร์ลดเม็ดสีหรือทาครีมไวท์เทนนิ่ง
แล้วถึงไม่ได้ผล?
A. เพราะการรักษาที่เน้นจัดการเม็ดสีเมลานิน
จะไม่สามารถส่งผลไปถึงเส้นเลือดที่อยู่ลึกลงไปในชั้นผิวได้ครับ
Q. รอยดำใต้ตาจากเส้นเลือด
ต้องใช้เลเซอร์ตัวไหนรักษา?
A. การใช้เลเซอร์ที่จับกับเส้นเลือดโดยเฉพาะอย่าง
V-laser (บรีเลเซอร์) จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและตรงจุดครับ
รอยคล้ำใต้ตา,
ต้องหาสาเหตุให้เจอก่อนครับ

สาเหตุของรอยคล้ำใต้ตา
โดยหลักๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้ครับ
ประเภทเม็ดสี (Pigmentary): เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน (โทนสีน้ำตาล)
ประเภทเส้นเลือด (Vascular): ผิวใต้ตาบางจนมองเห็นเส้นเลือดทะลุผ่าน (โทนสีน้ำเงินอมม่วง)
ประเภทโครงสร้าง (Structural): ร่องน้ำตาลึกหรือเบ้าตาตอบจนเกิดเงาตกกระทบ
ประเภทผสม (Mixed): มีหลายสาเหตุด้านบนรวมกัน
โดยเฉพาะประเภทเส้นเลือดนั้น
มักจะพบได้บ่อยในคนที่มีผิวค่อนข้างบางครับ
เวลาที่อ่อนเพลียหรืออุณหภูมิเปลี่ยนเฉียบพลัน เส้นเลือดจะขยายตัว
ทำให้สีใต้ตาดูคล้ำเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต่อให้เลเซอร์ลดเม็ดสีไปเท่าไหร่
รอยคล้ำก็ยังไม่ดีขึ้นเลยครับ
ตารางเปรียบเทียบรอยคล้ำใต้ตาแต่ละประเภท
ประเภท | สาเหตุหลัก | ลักษณะที่สังเกตเห็น | การรักษาที่ตรงจุด |
|---|---|---|---|
ประเภทเส้นเลือด | เส้นเลือดฝอยใต้ผิวตาที่บางเฉียบ | โทนสีน้ำเงิน/แดง จะเข้มขึ้นเมื่อเหนื่อยล้า | เลเซอร์กลุ่มรักษาเส้นเลือด (V-laser) |
ประเภทเม็ดสี | การสะสมของเม็ดสีเมลานิน | สีน้ำตาลสม่ำเสมอ | เลเซอร์ลดเม็ดสี / ครีมบำรุงผิวขาว |
ประเภทโครงสร้าง (เงา) | ใต้ตาตอบ / โครงสร้างกระดูก | เปลี่ยนไปตามทิศทางของแสงที่ตกกระทบ | ฟิลเลอร์ / การเติมวอลลุ่ม |
3 วิธีเช็กประเภทใต้ตาคล้ำด้วยตัวเอง

นี่คือวิธีที่
หมอมักจะแนะนำให้คนไข้ลองเช็กเองเบื้องต้นก่อนเสมอครับ
1. Stretch Test (การดึงผิวใต้ตา)
ลองใช้นิ้วดึงผิวใต้ตาออกไปด้านข้างเบาๆ
ถ้าสีจางลงและแผ่กระจายไปตามผิว จะเป็นรอยคล้ำจากภายนอก/เม็ดสี
แต่ถ้าสีเปื้อนคงเดิม หรือ
ยิ่งเห็นสีชัดขึ้นเข้มขึ้น แสดงว่าเป็นประเภทเส้นเลือดครับ
2. เช็กการตอบสนองต่ออุณหภูมิ
หลังจากอาบน้ำอุ่น
หากรู้สึกว่าใต้ตาดูคล้ำขึ้น นั่นคือสัญญาณของประเภทเส้นเลือดครับ
เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะกระตุ้นให้เส้นเลือดขยายตัว
ในทางตรงกันข้าม หากประคบเย็น รอยคล้ำจะจางลงชั่วคราวครับ
3. สังเกตโทนสี
หากส่องกระจกใต้แสงธรรมชาติแล้วเฉดสีออกไปทางโทนน้ำตาล จะเป็นประเภทเม็ดสี
แต่ถ้าออกสีอมน้ำเงิน ออมม่วง หรือแดงก่ำ
ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นประเภทเส้นเลือดครับ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจาก หมอวี ยองจิน:
สำหรับคนไข้หลายๆ ท่านที่เคยผ่านการเลเซอร์ลดเม็ดสี
จากคลินิกอื่นมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่เห็นผล
หมอมักจะแนะนำเสมอว่า
"หากต้นเหตุเกิดจากเส้นเลือด
เลเซอร์ที่จับเฉพาะเม็ดสีเมลานินจะไม่มีประโยชน์เลยครับ"
อย่างไรก็ดี บริเวณใต้ตาของคนส่วนใหญ่
มักจะมีทั้งปัญหาเส้นเลือดและปัญหาโครงสร้าง (ร่องน้ำตา)
ร่วมอยู่ด้วยกันเสมอ
ในกรณีเช่นนี้ การรักษาควบคู่กันทั้งเลเซอร์เส้นเลือดร่วมกับการเติมฟิลเลอร์เพิ่มวอลลุ่ม
จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์การรักษาที่ชัดเจนและดีที่สุดครับ
ทำไมต้องเลือกใช้ V-laser
สำหรับแก้รอยคล้ำใต้ตาจากเส้นเลือด

หัวใจสำคัญของการรักษารอยดำใต้ตาประเภทเส้นเลือดก็คือ
"การเลือกเป้าหมายการทำลายอย่างจำเพาะเจาะจง" (Selective targeting) ครับ
เครื่อง V-laser
จะส่งพลังงานความยาวคลื่นเฉพาะตัวที่ทำปฏิกิริยากับ
ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงเท่านั้น
เมื่อพลังงานเลเซอร์
ถูกดูดซับเข้าไปในเส้นเลือดแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน
จะช่วยทำให้เส้นเลือดที่ขยายตัวหดตัวลงและสลายตัวไป
ช่วยลดรอยคล้ำอมม่วงแดงที่สะท้อนผ่านผิวหนังชั้นบนให้จางลงอย่างชัดเจนครับ
ข้อควรระวัง:
เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้ทำซ้ำเป็นคอร์สต่อเนื่อง 2-3 ครั้งครับ
หลังเข้ารับการรักษา อาจมีรอยช้ำชั่วคราว (Purpura) เกิดขึ้นได้เป็นปกติ
หากมีตารางงานหรือนัดสำคัญ แนะนำให้วางแผนและจัดตารางเวลาการทำเลเซอร์ล่วงหน้าให้ดีนะครับ
บุคคลที่ควรระวังเป็นพิเศษในการรักษา
ผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างเข้ม
เนื่องจากผิวมีโอกาสดูดรับพลังงานเม็ดสีเมลานินสูง จึงจำเป็นต้องปรับค่าพลังงานอย่างละเอียดและประณีตเป็นพิเศษ
ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด
เช่น แอสไพริน (Aspirin) อาจทำให้มีรอยช้ำหลังทำได้ง่ายและนานกว่าปกติ
ผู้ที่มีร่องน้ำตาลึกมาก
การทำเลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจเห็นผลลัพธ์ได้จำกัด แนะนำให้ทำร่วมกับการเติมฟิลเลอร์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นครับ
เพื่อการรักษาที่จริงใจและตรงไปตรงมา เนื่องจากผิวรอบดวงตาบอบบางมาก
การตั้งเป้าหมายว่า "ใต้ตาจะหายคล้ำเรียบเนียนเป็นศูนย์ 100%" อาจยากเกินไป
แต่การตั้งเป้าหมายไปที่ "การปรับแก้ให้ใต้ตาดูเนียนเป็นธรรมชาติและสดใสขึ้นที่สุด"
จะเป็นแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุดมากกว่าครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ทำเลเซอร์แค่ครั้งเดียวจะดีขึ้นเลยไหมคะ?
A. จากประสบการณ์ของหมอ
ส่วนน้อยมากๆ ที่จะเห็นผลลัพธ์ครบถ้วนในการทำเพียงครั้งเดียวครับ
การเข้ารักษาสม่ำเสมอติดต่อกันประมาณ 2~3 ครั้ง
จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพและเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนครับ
Q2. ทำเสร็จแล้วจะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงานไหมคะ?
A. หลังทำอาจจะมีรอยช้ำบางๆ อยู่ได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ
หมอแนะนำให้เลือกทำในช่วงที่ตารางงานไม่แน่นจะดีที่สุดครับ
Q3. ครีมไวท์เทนนิ่งไม่มีประโยชน์เลยจริงๆ หรอครับ?
A. หากใต้ตาของคุณเป็นแบบประเภทผสม
ที่มีปัญหาเรื่องรอยดำเม็ดสีร่วมด้วย ครีมไวท์เทนนิ่งก็ยังมีประโยชน์ครับ
แต่หากเป็นประเภทเส้นเลือดบริสุทธิ์
การทาครีมอย่างเดียวย่อมเห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างจำกัดมากจริงๆ ครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ จาก หมอวี ยองจิน ครับ
หากคุณกำลังกังวลกับใต้ตาที่ดูคล้ำซ้ำๆ จนใบหน้าดูเหนื่อยล้าและมีอายุ
มาเริ่มต้นแก้ไขให้ตรงจุดตามแต่ละสาเหตุกันดีกว่าครับ
▶ ปรึกษาถาม-ตอบแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶รอยคล้ำใต้ตา แต่ละสาเหตุมีวิธีดูแลต่างกันอย่างไร?

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



