
วิธีเช็กรอยคล้ำใต้ตาจากเส้นเลือด: เปลี่ยนตามเวลา?
วิธีเช็กรอยคล้ำใต้ตาจากเส้นเลือด: เปลี่ยนตามเวลา?
วิธีเช็กรอยคล้ำใต้ตาจากเส้นเลือด: เปลี่ยนตามเวลา?
ถ้ารอยคล้ำใต้ตาเกิดจากเส้นเลือด รักษาเม็ดสีไม่ได้ผล มาดูวิธีเช็กตัวเองและหลักการเลเซอร์
เช็กว่าใต้ตาคล้ำมาจากหลอดเลือดหรือเปล่า
ด้วยวิธีสังเกตตัวเอง 3 ข้อ
![[비교 분석] 색소 레이저 vs 혈관 레이저 — 다크서클 유형별 맞춤 치료 공식](https://framerusercontent.com/images/n2LWivaDn4Nr4HiEyn7VMLJ7Lo4.jpg)
ช่วงนี้อุณหภูมิกลางวันกลางคืนต่างกันมากเลยนะครับ
พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู หลอดเลือดในผิวหนังจะหดและขยายสลับกันไป
ทำให้สีใต้ตาดูเข้มขึ้น
และหมองคล้ำลงในหลาย ๆ คน
มีประโยคหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจครับ
"คุณหมอคะ ใช้ครีมไวท์เทนนิ่งแล้ว
ทำเลเซอร์แล้วด้วย แต่ทำไมไม่หายสักทีคะ?"
คนที่พูดแบบนี้จำนวนไม่น้อย
จริง ๆ แล้วไม่ใช่ปัญหาเม็ดสี แต่เป็นปัญหาหลอดเลือดต่างหาก
เท่ากับว่าเริ่มรักษาไปก่อน โดยที่ยังไม่ได้หาสาเหตุเลยครับ
วันนี้จะมาเล่าวิธีแยกแยะใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือดด้วยตัวเอง
และแนวทางรักษาที่ตรงจุดจริง ๆ ครับ
💡 สรุปใจความสำคัญของบทความวันนี้
Q. จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นปัญหาหลอดเลือด?
A. เมื่อดึงผิวออกไปด้านข้าง
ถ้าสียังออกม่วงหรืออมฟ้าอยู่
มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นชนิดหลอดเลือด
คือสิ่งที่เห็นอยู่นั้นคือหลอดเลือดนั่นเองครับ
Q. ทำไมเลเซอร์ไวท์เทนนิ่งหรือครีม
ถึงไม่ได้ผล?
A. เพราะการรักษาที่เล็งเป้าไปที่เมลานิน
ไม่สามารถออกฤทธิ์กับหลอดเลือดที่อยู่ลึกในผิวได้ครับ
Q. ใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือด
ใช้เลเซอร์ชนิดไหน?
A. กลุ่มเลเซอร์ที่เล็งเป้าหลอดเลือดโดยเฉพาะ
วีเลเซอร์ (V-laser) มีประสิทธิภาพดีที่สุดครับ
ใต้ตาคล้ำ
ต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อน

สาเหตุของใต้ตาคล้ำ
แบ่งได้หลัก ๆ 4 ประเภทครับ
ชนิดเม็ดสี: การสะสมของเมลานิน (โทนน้ำตาล)
ชนิดหลอดเลือด: ผิวใต้ตาบางจนมองเห็นเส้นเลือด (โทนน้ำเงินอมม่วง)
ชนิดโครงสร้าง: ร่องน้ำตาลึกหรือไขมันยุบ ทำให้เกิดเงา
ชนิดผสม: มีสาเหตุข้างต้นหลายอย่างร่วมกัน
โดยเฉพาะชนิดหลอดเลือด
มักพบในคนที่มีผิวบาง
เวลาพักผ่อนน้อยหรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมาก หลอดเลือดจะขยายตัว
ทำให้สีใต้ตาดูเข้มขึ้นครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ต่อให้ทำเลเซอร์เม็ดสีมากแค่ไหน
ก็ยังไม่ดีขึ้นครับ
วิธีเช็ก 3 ข้อ
ว่าเป็นใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือดหรือไม่

นี่คือวิธีประเมินตัวเอง
ที่ผมแนะนำเป็นอันดับแรกในห้องตรวจครับ
1. Stretch Test (การดึงผิว)
ลองดึงผิวใต้ตาไปด้านข้างเบา ๆ
ถ้าสีกระจายตามไปด้วย มักเป็นชนิดเม็ดสี
แต่ถ้าสียังอยู่เหมือนเดิม
หรือชัดขึ้น แบบนี้คือชนิดหลอดเลือดครับ
2. สังเกตปฏิกิริยาเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
หลังอาบน้ำอุ่น
ถ้าใต้ตาดูเข้มขึ้น นั่นคือสัญญาณของชนิดหลอดเลือดครับ
เป็นเพราะความร้อนทำให้หลอดเลือดขยายตัว
ในทางกลับกัน ถ้าประคบเย็นจะจางลงชั่วคราว
3. สังเกตโทนสี
ดูในแสงธรรมชาติ ถ้าออกโทนน้ำตาล มักเป็นชนิดเม็ดสี
แต่ถ้าออก โทนน้ำเงินอมม่วงหรือม่วงแดง
มีโอกาสสูงที่จะเป็นชนิดหลอดเลือดครับ
👨⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ นพ.วีย็องจิน:
สำหรับคนที่ทำเลเซอร์เม็ดสี
มาหลายครั้งจากที่อื่นแล้วมาพบผม
ผมมักจะบอกเสมอว่า
"ถ้าสาเหตุคือหลอดเลือด
เลเซอร์สำหรับเมลานินโดยเฉพาะก็ไม่มีประโยชน์ครับ"
แต่ต้องบอกว่า บริเวณใต้ตามักมีทั้งปัญหาหลอดเลือด
และปัญหาโครงสร้าง (ร่องน้ำตา)
ร่วมกันอยู่บ่อย ๆ
กรณีแบบนี้ ต้องรักษาหลอดเลือดควบคู่กับการเติมวอลุ่ม
จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีจริง ๆ ครับ
เหตุผลที่ใช้วีเลเซอร์
รักษาใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือด

หัวใจของการรักษาใต้ตาคล้ำชนิดหลอดเลือดคือ
การ "เล็งเป้าแบบเฉพาะเจาะจง"
วีเลเซอร์ (V-laser)
ใช้ความยาวคลื่นเฉพาะที่ตอบสนองต่อฮีโมโกลบินในเลือดเท่านั้น
ครับ
พลังงานเลเซอร์
จะถูกดูดซับโดยหลอดเลือดแล้วสร้างความร้อน
ทำให้หลอดเลือดที่ขยายตัวแข็งตัวและหดกลับ
จึงลดการส่องผ่านผิวที่มองเห็นจากภายนอกได้ครับ
ข้อควรระวัง:
การทำซ้ำ 2–3 ครั้งมีความปลอดภัยกว่าการทำเพียงครั้งเดียว
หลังทำอาจเกิดรอยช้ำ (Purpura) ชั่วคราวได้
หากมีกำหนดการสำคัญ ควรวางแผนเวลาในการทำให้ดี
กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผู้ที่มีผิวคล้ำ
เนื่องจากเมลานินดูดซับพลังงานได้สูง จึงต้องปรับค่าอย่างละเอียด
ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
หากรับประทานแอสไพรินหรือยาชนิดเดียวกัน อาจมีรอยช้ำมากขึ้นได้
ผู้ที่มีร่องน้ำตาลึก
เลเซอร์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องใช้ควบคู่กับฟิลเลอร์หรือวิธีอื่น
พูดตรง ๆ นะครับ บริเวณใต้ตาเป็นจุดที่บอบบางมาก
แทนที่จะตั้งเป้า "กำจัดให้หมดสิ้น"
การมุ่งไปที่ "ทำให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด"
เป็นทิศทางที่เหมาะสมกว่าครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ทำเลเซอร์ครั้งเดียวจะดีขึ้นได้เลยไหม?
A. จากประสบการณ์ของผม
กรณีที่ทำครั้งเดียวแล้วจบนั้นพบได้น้อยมากครับ
การทำ 2–3 ครั้งโดยดูผลแต่ละครั้งไป
จะได้ผลดีกว่ามากครับ
Q2. ส่งผลต่อการทำงานไหม?
A. หลังทำอาจมีรอยช้ำอยู่ประมาณ 1–2 สัปดาห์
แนะนำให้เลือกช่วงที่ตารางว่างครับ
Q3. ครีมไวท์เทนนิ่งไม่มีประโยชน์เลยไหม?
A. ถ้าเป็นชนิดผสมที่มีเม็ดสีร่วมด้วย
ก็ช่วยได้บ้างครับ
แต่ถ้าเป็นชนิดหลอดเลือดล้วน ๆ
แค่ครีมอย่างเดียวก็มีขีดจำกัดชัดเจนครับ
หากมีข้อสงสัย สอบถามได้สบาย ๆ
ทาง KakaoTalk หรือโทรศัพท์ได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ นี่คือ นพ.วีย็องจิน
บทความที่เกี่ยวข้อง
▶Ulthera ได้ผลจริงไหม? ต้องยิงกี่ช็อตถึงเห็นผล?
▶ลบรอยสักครั้งละ 3 หมื่นวอน? "ลองคำนวณค่าใช้จ่ายรวมแล้วอาจตกใจ"
▶[คอลัมน์ นพ.วีย็องจิน] ระยะเวลาคงอยู่ของ Juvelook ความจริงที่ไม่ใช่แค่โฆษณา
▶Rejuran Healer vs HB วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแบบครบถ้วน
▶แบรนด์โบท็อกซ์ แพงกว่าคุ้มกว่าจริงไหม? (ความจริงจากแพทย์ที่ทำงานอยู่จริง)
เช็กว่าใต้ตาคล้ำมาจากหลอดเลือดหรือเปล่า
ด้วยวิธีสังเกตตัวเอง 3 ข้อ
![[비교 분석] 색소 레이저 vs 혈관 레이저 — 다크서클 유형별 맞춤 치료 공식](https://framerusercontent.com/images/n2LWivaDn4Nr4HiEyn7VMLJ7Lo4.jpg)
ช่วงนี้อุณหภูมิกลางวันกลางคืนต่างกันมากเลยนะครับ
พอเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู หลอดเลือดในผิวหนังจะหดและขยายสลับกันไป
ทำให้สีใต้ตาดูเข้มขึ้น
และหมองคล้ำลงในหลาย ๆ คน
มีประโยคหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจครับ
"คุณหมอคะ ใช้ครีมไวท์เทนนิ่งแล้ว
ทำเลเซอร์แล้วด้วย แต่ทำไมไม่หายสักทีคะ?"
คนที่พูดแบบนี้จำนวนไม่น้อย
จริง ๆ แล้วไม่ใช่ปัญหาเม็ดสี แต่เป็นปัญหาหลอดเลือดต่างหาก
เท่ากับว่าเริ่มรักษาไปก่อน โดยที่ยังไม่ได้หาสาเหตุเลยครับ
วันนี้จะมาเล่าวิธีแยกแยะใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือดด้วยตัวเอง
และแนวทางรักษาที่ตรงจุดจริง ๆ ครับ
💡 สรุปใจความสำคัญของบทความวันนี้
Q. จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นปัญหาหลอดเลือด?
A. เมื่อดึงผิวออกไปด้านข้าง
ถ้าสียังออกม่วงหรืออมฟ้าอยู่
มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นชนิดหลอดเลือด
คือสิ่งที่เห็นอยู่นั้นคือหลอดเลือดนั่นเองครับ
Q. ทำไมเลเซอร์ไวท์เทนนิ่งหรือครีม
ถึงไม่ได้ผล?
A. เพราะการรักษาที่เล็งเป้าไปที่เมลานิน
ไม่สามารถออกฤทธิ์กับหลอดเลือดที่อยู่ลึกในผิวได้ครับ
Q. ใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือด
ใช้เลเซอร์ชนิดไหน?
A. กลุ่มเลเซอร์ที่เล็งเป้าหลอดเลือดโดยเฉพาะ
วีเลเซอร์ (V-laser) มีประสิทธิภาพดีที่สุดครับ
ใต้ตาคล้ำ
ต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อน

สาเหตุของใต้ตาคล้ำ
แบ่งได้หลัก ๆ 4 ประเภทครับ
ชนิดเม็ดสี: การสะสมของเมลานิน (โทนน้ำตาล)
ชนิดหลอดเลือด: ผิวใต้ตาบางจนมองเห็นเส้นเลือด (โทนน้ำเงินอมม่วง)
ชนิดโครงสร้าง: ร่องน้ำตาลึกหรือไขมันยุบ ทำให้เกิดเงา
ชนิดผสม: มีสาเหตุข้างต้นหลายอย่างร่วมกัน
โดยเฉพาะชนิดหลอดเลือด
มักพบในคนที่มีผิวบาง
เวลาพักผ่อนน้อยหรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมาก หลอดเลือดจะขยายตัว
ทำให้สีใต้ตาดูเข้มขึ้นครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ต่อให้ทำเลเซอร์เม็ดสีมากแค่ไหน
ก็ยังไม่ดีขึ้นครับ
วิธีเช็ก 3 ข้อ
ว่าเป็นใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือดหรือไม่

นี่คือวิธีประเมินตัวเอง
ที่ผมแนะนำเป็นอันดับแรกในห้องตรวจครับ
1. Stretch Test (การดึงผิว)
ลองดึงผิวใต้ตาไปด้านข้างเบา ๆ
ถ้าสีกระจายตามไปด้วย มักเป็นชนิดเม็ดสี
แต่ถ้าสียังอยู่เหมือนเดิม
หรือชัดขึ้น แบบนี้คือชนิดหลอดเลือดครับ
2. สังเกตปฏิกิริยาเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
หลังอาบน้ำอุ่น
ถ้าใต้ตาดูเข้มขึ้น นั่นคือสัญญาณของชนิดหลอดเลือดครับ
เป็นเพราะความร้อนทำให้หลอดเลือดขยายตัว
ในทางกลับกัน ถ้าประคบเย็นจะจางลงชั่วคราว
3. สังเกตโทนสี
ดูในแสงธรรมชาติ ถ้าออกโทนน้ำตาล มักเป็นชนิดเม็ดสี
แต่ถ้าออก โทนน้ำเงินอมม่วงหรือม่วงแดง
มีโอกาสสูงที่จะเป็นชนิดหลอดเลือดครับ
👨⚕️ บันทึกจากประสบการณ์จริงของ นพ.วีย็องจิน:
สำหรับคนที่ทำเลเซอร์เม็ดสี
มาหลายครั้งจากที่อื่นแล้วมาพบผม
ผมมักจะบอกเสมอว่า
"ถ้าสาเหตุคือหลอดเลือด
เลเซอร์สำหรับเมลานินโดยเฉพาะก็ไม่มีประโยชน์ครับ"
แต่ต้องบอกว่า บริเวณใต้ตามักมีทั้งปัญหาหลอดเลือด
และปัญหาโครงสร้าง (ร่องน้ำตา)
ร่วมกันอยู่บ่อย ๆ
กรณีแบบนี้ ต้องรักษาหลอดเลือดควบคู่กับการเติมวอลุ่ม
จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีจริง ๆ ครับ
เหตุผลที่ใช้วีเลเซอร์
รักษาใต้ตาคล้ำจากหลอดเลือด

หัวใจของการรักษาใต้ตาคล้ำชนิดหลอดเลือดคือ
การ "เล็งเป้าแบบเฉพาะเจาะจง"
วีเลเซอร์ (V-laser)
ใช้ความยาวคลื่นเฉพาะที่ตอบสนองต่อฮีโมโกลบินในเลือดเท่านั้น
ครับ
พลังงานเลเซอร์
จะถูกดูดซับโดยหลอดเลือดแล้วสร้างความร้อน
ทำให้หลอดเลือดที่ขยายตัวแข็งตัวและหดกลับ
จึงลดการส่องผ่านผิวที่มองเห็นจากภายนอกได้ครับ
ข้อควรระวัง:
การทำซ้ำ 2–3 ครั้งมีความปลอดภัยกว่าการทำเพียงครั้งเดียว
หลังทำอาจเกิดรอยช้ำ (Purpura) ชั่วคราวได้
หากมีกำหนดการสำคัญ ควรวางแผนเวลาในการทำให้ดี
กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผู้ที่มีผิวคล้ำ
เนื่องจากเมลานินดูดซับพลังงานได้สูง จึงต้องปรับค่าอย่างละเอียด
ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
หากรับประทานแอสไพรินหรือยาชนิดเดียวกัน อาจมีรอยช้ำมากขึ้นได้
ผู้ที่มีร่องน้ำตาลึก
เลเซอร์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องใช้ควบคู่กับฟิลเลอร์หรือวิธีอื่น
พูดตรง ๆ นะครับ บริเวณใต้ตาเป็นจุดที่บอบบางมาก
แทนที่จะตั้งเป้า "กำจัดให้หมดสิ้น"
การมุ่งไปที่ "ทำให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด"
เป็นทิศทางที่เหมาะสมกว่าครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ทำเลเซอร์ครั้งเดียวจะดีขึ้นได้เลยไหม?
A. จากประสบการณ์ของผม
กรณีที่ทำครั้งเดียวแล้วจบนั้นพบได้น้อยมากครับ
การทำ 2–3 ครั้งโดยดูผลแต่ละครั้งไป
จะได้ผลดีกว่ามากครับ
Q2. ส่งผลต่อการทำงานไหม?
A. หลังทำอาจมีรอยช้ำอยู่ประมาณ 1–2 สัปดาห์
แนะนำให้เลือกช่วงที่ตารางว่างครับ
Q3. ครีมไวท์เทนนิ่งไม่มีประโยชน์เลยไหม?
A. ถ้าเป็นชนิดผสมที่มีเม็ดสีร่วมด้วย
ก็ช่วยได้บ้างครับ
แต่ถ้าเป็นชนิดหลอดเลือดล้วน ๆ
แค่ครีมอย่างเดียวก็มีขีดจำกัดชัดเจนครับ
หากมีข้อสงสัย สอบถามได้สบาย ๆ
ทาง KakaoTalk หรือโทรศัพท์ได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ นี่คือ นพ.วีย็องจิน
บทความที่เกี่ยวข้อง
▶Ulthera ได้ผลจริงไหม? ต้องยิงกี่ช็อตถึงเห็นผล?
▶ลบรอยสักครั้งละ 3 หมื่นวอน? "ลองคำนวณค่าใช้จ่ายรวมแล้วอาจตกใจ"
▶[คอลัมน์ นพ.วีย็องจิน] ระยะเวลาคงอยู่ของ Juvelook ความจริงที่ไม่ใช่แค่โฆษณา
▶Rejuran Healer vs HB วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแบบครบถ้วน
▶แบรนด์โบท็อกซ์ แพงกว่าคุ้มกว่าจริงไหม? (ความจริงจากแพทย์ที่ทำงานอยู่จริง)
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ
ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ (습윤밴드) ทุกๆ กี่วันดี? เจาะลึกเวลาที่ควรเปลี่ยน Duoderm (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam), 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องเปลี่ยนได้แล้ว, พร้อมวิธีรับมือเมื่อสีของน้ำเหลืองดูผิดปกติ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
เสน่ห์ที่แท้จริงของการทำฟิลเลอร์บ่า (shoulder filler) — ช่วยให้หน้าดูเล็กลง แขนดูเรียวขึ้น แถมยังช่วยปรับสัดส่วนร่างกายให้ดูดีขึ้นอีกด้วย
อยากฉีดฟิลเลอร์หัวไหล่ให้คุ้มค่าที่สุด? แนะนำสูตรผสมทริปเปิ้ล Juvelook Volume (PDLLA) + Sculptra (PLLA) + HA filler ดีกว่าการใช้ HA เพียงอย่างเดียว ด้วย 3 ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ในระยะเวลาต่างกัน ทำแค่ครั้งเดียวแต่ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 2 ปี ขึ้นไป


ผิว
Juvelook มีต้นกำเนิดมาจากไหน ทําความรู้จักผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งยุคของ คอลลาเจน บูสเตอร์
Sculptra 에서 아쉬웠던 부분을 한국의 Juvelook이 어떻게 채워줬을까요? HA 결합으로 즉각적인 효과와 장기적인 콜라겐 재생을 동시에 선사하는 K-beauty skin booster 이야기를 만나보세요.


ผิว
Juvelook เข้าไปทำหน้าที่อะไรในชั้นผิวหนังของเราบ้างคะ
ทำไมหลังทำทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นผล แต่ผ่านไป 1 เดือนผิวกลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? และทำไมแม้ตัวยา PDLLA จะสลายไปแล้ว แต่คอลลาเจนยังคงอยู่? — ถ้าเข้าใจหลักการทำงานแล้วจะร้องอ๋อเลยค่ะ


โครงหน้า&วอลลุ่ม
Juvelook Face 3 แบบ — Original, Volume, skin booster แตกต่างกันอย่างไร
Juvelook (30μm), Juvelook Volume (ประมาณ 40μm) และ Juvelook skin ทั้ง 3 แบบนี้มีความแตกต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและความเข้มข้นค่ะ วันนี้เราสรุปมาให้แบบเข้าใจง่ายในครั้งเดียวเลยว่า ควรใช้ไลน์ไหนกับบริเวณไหนดีนะ


ร่างกาย
Juvelook Volume (Glam) และ Juvelook Eye — สองไลน์พิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรอบดวงตาและผิวกาย
สำหรับรอยคล้ำและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาต้อง Juvelook Eye ส่วนปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณสะโพกและต้นขาต้อง Juvelook Glam นี่คือไลน์อัพสุดพิเศษของ Juvelook ที่คุณควรทำความรู้จักต่อจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า 3 ขั้นตอนค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
