เลือกแบบไหนดีระหว่าง filler ใต้ตา กับ เลเซอร์? เรามีข้อมูลวิจัยมาช่วยวิเคราะห์ตามสาเหตุของปัญหาดาร์กเคิลให้คุณเข้าใจง่ายๆ ค่ะ
พออยากกำจัดรอยคล้ำใต้ตาแล้วลองค้นหาข้อมูลดูก็จะเริ่มสับสนว่า "ต้องเติม ฟิลเลอร์ ดี หรือจะเลเซอร์ดีนะ?" ทั้งที่เป็นรอยคล้ำใต้ตาเหมือนกัน แต่บางคนก็แนะนำให้เติมฟิลเลอร์ บางคนก็บอกให้ทำเลเซอร์ ถ้าอย่างนั้นรอยคล้ำใต้ตาของเราควรเลือกทำฟิลเลอร์หรือเลเซอร์ดีล่ะ?
ตอบแบบสั้นๆ เลยคือ รอยคล้ำใต้ตาต้องเลือกหัตถการที่ตอบโจทย์ตามสาเหตุค่ะ เพราะไม่ว่าจะเกิดจากเม็ดสี เผยให้เห็นเส้นเลือด หรือเกิดจากโครงสร้างใต้ตา วิธีการรักษาก็จะแตกต่างกันไป ดังนั้น ลำดับแรกคือต้องหาสาเหตุของรอยคล้ำใต้ตาเราก่อน ไม่ใช่คิดแค่ว่า "เป็นรอยคล้ำใต้ตาแล้วต้องทำสิ่งนี้เสมอไป" ค่ะ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะ
เข้าใจสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา
รู้ว่าฟิลเลอร์เหมาะกับรอยคล้ำใต้ตาแบบไหน
รู้ว่าเลเซอร์เหมาะกับรอยคล้ำใต้ตาแบบไหน
รู้ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจทำ
รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากอะไร?
รอยคล้ำใต้ตาไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวค่ะ จากงานวิจัยจำแนกประเภทของรอยคล้ำใต้ตาพบว่า สามารถแบ่งออกได้เป็น ประเภทเม็ดสี (สีน้ำตาล), ประเภทเส้นเลือด (สีฟ้า-ม่วง), ประเภทโครงสร้าง และแบบผสมที่เกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน
ในงานวิจัยเดียวกันชี้ว่า ประเภทแบบผสมเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุด นั่นหมายความว่าการมีหลายสาเหตุร่วมกันนั้นพบได้บ่อยกว่าการมีสาเหตุเพียงอย่างเดียว ดังนั้นก่อนเลือกหัตถการรอยคล้ำใต้ตา สิ่งสำคัญคือต้องดูว่ามีสาเหตุใดบ้างที่ปะปนอยู่ แทนที่จะตัดสินใจเลือกเพียงแค่เพราะมีสีคล้ำเฉยๆ ค่ะ

ฟิลเลอร์เหมาะกับรอยคล้ำใต้ตาแบบไหน?
ฟิลเลอร์มักใช้กับรอยคล้ำใต้ตาประเภทโครงสร้างค่ะ เช่น ในกรณีที่ใต้ตาตอบหรือมีร่องน้ำตา* ลึกจนเกิดเงา วิธีการรักษาคือการเติมเต็มร่องลึกนั้นเพื่อลดเงาที่เกิดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีใต้ตาดูคล้ำเพราะโครงสร้าง ไม่ใช่เพราะเม็ดสีหรือเส้นเลือดค่ะ
ร่องน้ำตา*: ร่องที่ยุบลงไประหว่างใต้ตากับแก้ม ซึ่งจะทำให้เกิดเงาและทำให้ดูเหมือนมีรอยคล้ำใต้ตาเพราะสาเหตุทางโครงสร้าง
หากดูจากข้อมูลสรุปการวินิจฉัยและการรักษารอยคล้ำใต้ตา จะแนะนำให้หาสาเหตุก่อนแล้วค่อยเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม หากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การทำทรีตเมนต์ลดเม็ดสีอย่างเดียวอาจได้ผลไม่เต็มที่ ดังนั้นจึงต้องเลือกวิธีการรักษาให้ตรงกับต้นเหตุค่ะ

เลเซอร์เหมาะกับรอยคล้ำใต้ตาแบบไหน?
เลเซอร์มักใช้กับรอยคล้ำใต้ตาประเภทเม็ดสีหรือเส้นเลือดค่ะ จากข้อมูลเกี่ยวกับเม็ดสีและเส้นเลือดใต้ตาระบุว่า รอยคล้ำใต้ตาอาจเกิดจากหลายสาเหตุทับซ้อนกัน การระบุสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกวิธีรักษา และบางครั้งก็อาจจำเป็นต้องใช้หลายวิธีควบคู่กันไปค่ะ
ในกรณีที่มีการสะสมของเม็ดสี จะพิจารณาใช้เลเซอร์ที่จับกับเม็ดสีโดยเฉพาะ ส่วนในรายที่มองเห็นเส้นเลือดใต้ตาชัดเจน ก็จะพิจารณาวิธีการรักษาที่เน้นจัดการกับเส้นเลือดเป็นหลัก แต่หากมีปัญหาโครงสร้างใต้ตาร่วมด้วย การทำเลเซอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องพิจารณาเข้าพบคู่กับการรักษาอื่นอย่างฟิลเลอร์ร่วมด้วยค่ะ

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
เนื่องจากรอยคล้ำใต้ตาประเภทผสมนั้นพบได้บ่อยมาก หลายคนจึงอาจไม่เห็นผลลัพธ์ที่เนียนกริบด้วยการทำหัตถการเพียงชนิดเดียว ดังนั้น แทนที่จะคาดหวังว่า "ทำตัวนี้ครั้งเดียวแล้วจะจบ" การเข้าใจว่าเราสามารถแยกย่อยวิธีการรักษาตามแต่ละสาเหตุได้จะดีที่สุดค่ะ
นอกจากนี้ ผิวใต้ตาเป็นบริเวณที่บางและแพ้ง่ายมาก ฝีมือแพทย์ผู้ทำและการวินิจฉัยจึงสำคัญสุดๆ ก่อนที่จะเลือกทำหัตถการ ปลอดภัยที่สุดคือควรเข้าพบแพทย์เพื่อเช็กดูว่ารอยคล้ำใต้ตาของเราเป็นประเภทเม็ดสี เส้นเลือด โครงสร้าง หรือแบบผสมร่วมกัน แล้วค่อยประเมินแผนการรักษาร่วมกันค่ะ

Beautystone ฮับจอง ช่วยประเมินให้ตั้งแต่สาเหตุ
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะไม่ด่วนสรุปว่า "รอยคล้ำใต้ตาต้องทำหัตถการนี้เท่านั้น" แต่เราขอแนะนำขั้นตอนการประเมินร่วมกันก่อนว่า มีการผสมผสานของสาเหตุจากเม็ดสี เส้นเลือด หรือปัญหาโครงสร้างอย่างไรบ้าง เพราะหัตถการที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุใต้ตาของแต่ละบุคคลค่ะ
หัตถการและลำดับขั้นตอนการรักษาที่เหมาะกับคุณ ควรปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลังการวินิจฉัยจะดีที่สุดค่ะ และเนื่องจากคลินิกตั้งอยู่ในระยะเดินถึงจากสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) คุณจึงสามารถแวะเข้ามาตรวจเช็กสาเหตุและจัดตารางปรึกษาก่อนทำได้อย่างสะดวกสบายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. รอยคล้ำใต้ตา ควรทำฟิลเลอร์หรือเลเซอร์ดีกว่ากัน?
A. ขึ้นอยู่กับสาเหตุค่ะ หากเป็นเพราะโครงสร้างใต้ตา แนะนำให้พิจารณาฟิลเลอร์ แต่ถ้าเกิดจากเม็ดสีหรือเส้นเลือด ควรพิจารณาทำเลเซอร์ เนื่องจากประเภทผสมพบได้บ่อย ลำดับแรกจึงควรตรวจหาสาเหตุก่อนค่ะ
Q. รอยคล้ำใต้ตาสามารถหายไปได้ในการทำครั้งเดียวไหม?
A. เนื่องจากเคสส่วนใหญ่เป็นแบบผสม การทำหัตถการเพียงแค่อย่างเดียวอาจไม่ได้ทำให้รอยคล้ำเนียนหายไปทั้งหมด จึงควรแบ่งกลุ่มการรักษาตามแต่ละสาเหตุค่ะ
Q. รอยคล้ำใต้ตาที่ดูเว้าๆ ยุบลงไป ควรทำหัตถการแบบไหน?
A. หากเกิดเงาเนื่องจากโครงสร้างใต้ตาที่ยุบตัวลง การใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึกจะเป็นวิธีที่ตรงจุดที่สุดค่ะ หากไปเลือกทำหัตถการลดเม็ดสีอย่างเดียวอาจเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจน
Q. รอยคล้ำใต้ตาที่เป็นโทนสีน้ำตาลล่ะ?
A. หากเกิดจากการสะสมของเม็ดสี การเลือกใช้เลเซอร์ที่จับเป้าหมายเม็ดสีโดยเฉพาะจะเหมาะที่สุดค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ตรวจเช็กก่อนว่ามีเรื่องของโครงสร้างหรือเส้นเลือดร่วมด้วยหรือไม่จะดีที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
Ultherapy Prime ต้องทำ 몇 회 (몇 회) และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
มาดูกันค่ะว่าควรทำ Ultherapy Prime กี่ครั้ง เริ่มเห็นผลตั้งแต่ตอนไหน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่ โดยอิงจากข้อมูลวิจัยทางการแพทย์ค่ะ

ลบรอยสัก
ลบรอยสักด้วย Picoway จำนวนครั้งจะแตกต่างกันตามสีของรอยสักไหมคะ?
มาดูกันค่ะว่าทำไมการลบรอยสักด้วย Picoway จำนวนครั้งถึงขึ้นอยู่กับสีของรอยสัก ต้องเว้นระยะห่างอย่างไร และข้อควรรู้ก่อนทำมีอะไรบ้าง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
รอยคล้ำใต้ตา รักษารอบดวงตาด้วย filler หรือ laser แบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่ากันนะ?
เลือกแบบไหนดีระหว่าง filler ใต้ตา กับ เลเซอร์? เรามีข้อมูลวิจัยมาช่วยวิเคราะห์ตามสาเหตุของปัญหาดาร์กเคิลให้คุณเข้าใจง่ายๆ ค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์ (Botox) จะเริ่มเห็นผลหลังฉีดกี่วันคะ?
พามาดูข้อมูลวิจัยกันค่ะว่าหลังฉีด Botox แล้วจะเริ่มเห็นผลภายในกี่วัน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

ผิว
จำเป็นต้องทาโทนเนอร์ (toner) ไหมคะ?
จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ตามลำดับการดูแลผิว (skin booster) เสมอไปไหม? วันนี้เรามาแนะนำหน้าที่ของโทนเนอร์และวิธีประเมินตามสภาพผิวของคุณกันค่ะ



