กำจัดขนผิวคล้ำด้วย 755nm เสี่ยงแผลไหม้ ทำไม 1064nm ปลอดภัยกว่า พร้อมอธิบายหลักการความยาวคลื่น

หมอวี ยองจิน ผู้อำนวยการ Beautystone คลินิก สาขาฮงแด
เช็กก่อนอ่านสักนิดนะคะ
Q. เลเซอร์กำจัดขน แค่ใช้เครื่องดีๆ
ไม่ว่าผิวแบบไหนก็ทำได้เหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอคะ?
A. ไม่ใช่ค่ะ ยิ่งผิวเข้มมากเท่าไหร่
หากเลือกความยาวคลื่นผิด อาจเสี่ยงทำให้ผิวไหม้
หรือเกิดรอยดำตามมาได้ค่ะ
ความยาวคลื่น (nm) จึงมีความสำคัญ
มากกว่าแบรนด์ของเครื่องเลเซอร์มากๆ เลยค่ะ
Q. ถ้าอย่างนั้นสำหรับคนผิวเข้ม
ควรใช้ความยาวคลื่นแบบไหนดีคะ?
A. ความยาวคลื่น 1064nm จะปลอดภัยกว่า 755nm มากค่ะ
เพราะมีปฏิกิริยากับเม็ดสีเมลานินน้อยกว่า
คีย์พอยท์สำคัญของบทความนี้
สำหรับผิวเข้ม ความยาวคลื่น 1064nm
จะปลอดภัยกว่า 755nm ค่ะ
เครื่องเลเซอร์ GentleMax ของ Beautystone
ใช้ความยาวคลื่นร่วมกันทั้งสองแบบ
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

เลเซอร์กำจัดขนคืออะไร?
เลเซอร์กำจัดขน (Laser Hair Removal) คือ
การใช้พลังงานแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจงลงไปที่เมลานินในรากขน
และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเพื่อทำลายรากขนค่ะ
แตกต่างจากการทำ IPL ทั่วไปที่ใช้แสงความกว้างคลื่นกว้าง
เพราะเลเซอร์กำจัดขนจะจับไปที่เป้าหมายจุดเดียวได้อย่างแม่นยำ
ทำงานเฉพาะเจาะจงและทำลายเฉพาะรากขนเท่านั้นค่ะ

ทำไมความยาวคลื่นต่างกัน
ถึงได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
หลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขน
คือการให้เมลานินดูดซับแสงเลเซอร์เข้าไปค่ะ
แต่ประเด็นสำคัญก็คือ เมลานินไม่ได้อยู่
แค่ที่บริเวณรากขนเท่านั้นน่ะสิคะ
แต่มันยังอยู่บนชั้นผิวหนังกำพร้าของเราด้วย
ดังนั้น การเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญสุดๆ ค่ะ
เลเซอร์ความยาวคลื่น 755nm หรือ Alexandrite Laser
จะมีอัตราการดูดซับเมลานินที่สูงมากๆ ค่ะ
ซึ่งนั่นหมายความว่าประสิทธิภาพในการกำจัดขนจะแรงดีมาก
แต่ในขณะเดียวกัน สำหรับคนที่มีสีผิวเข้ม
เลเซอร์อาจจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเมลานินบนผิวชั้นนอกมากเกินไป
ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดผิวเบิร์นไหม้
หรือเกิดรอยดำได้ง่ายขึ้นค่ะ
ในทางกลับกัน ความยาวคลื่น 1064nm หรือ Nd:YAG Laser
จะมีอัตราการดูดซับเมลานินที่ต่ำกว่า
กระตุ้นเมลานินบนผิวชั้นนอกน้อยกว่า
และสามารถส่งผ่านพลังงานลงลึกไปทำลายรากขนโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ดังนั้นยิ่งผิวเข้ม การใช้คลื่น 755nm ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการ
"ผิวไหม้ไปด้วย"
แต่ถ้าเป็นคลื่น 1064nm จะช่วย "เลี่ยงผิวชั้นนอก แล้วพุ่งตรงไปจัดกลุ่มรากขน" ได้ดีกว่าค่ะ
แต่มีสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ต้องรู้นะคะ
ไม่ใช่ว่าการใช้ 1064nm อย่างเดียวจะปลอดภัย 100% เสมอไปค่ะ
เพราะยิ่งคลื่นลงไปลึกมากเท่าไหร่
การควบคุมระดับพลังงานก็ยิ่งสำคัญมากเท่านั้น
แถมประสิทธิภาพในการทำลายรากขนก็อาจจะน้อยกว่า 755nm เล็กน้อยด้วยค่ะ
ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดและทำได้จริง
คือการผสมผสานความยาวคลื่นทั้งสองแบบอย่างเหมาะสมนั่นเองค่ะ
แต่พูดกันตามตรงเลยนะคะ หลายๆ คลินิก
ยังคงใช้โปรโตคอลหลักแบบ 755nm กับคนไข้ผิวเข้มอยู่
โดยใช้วิธีลดพลังงานลง
แต่การลดพลังงานลง ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดขนลดลงตามไปด้วยค่ะ
สุดท้ายกลายเป็นว่าเพื่อความปลอดภัย
แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ในการกำจัดขนเท่าที่ควรค่ะ
สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน:
ในการทำเลเซอร์กำจัดขน ความยาวคลื่น (nm)
มีความสำคัญมากกว่าแบรนด์เครื่องค่ะ
ถ้าใช้ความยาวคลื่น 755nm กับคนผิวเข้ม
เมลานินที่ผิวชั้นบนจะตอบสนองไวเกินไป
จนทำให้เสี่ยงต่อผิวไหม้และเกิดรอยดำได้ค่ะ
ส่วนคลื่น 1064nm จะทำปฏิกิริยากับผิวส่วนบนน้อยกว่า
และทำงานตรงเข้าสู่รากขนได้อย่างแม่นยำ
ดังนั้น คลื่น 1064nm จึงควรเป็นสิ่งพื้นฐาน
ที่ต้องเลือกใช้สำหรับคนผิวเข้มค่ะ

เปรียบเทียบคลื่นแต่ละแบบ — ผิวของเรา
เหมาะกับโปรแกรมไหนมากที่สุดนะ
ประเภท | 755nm (Alexandrite) | 1064nm (Nd:YAG) | คลื่นคู่ Dual (GentleMax เป็นต้น) |
การดูดซับเมลานิน | สูง | ต่ำ | ปรับเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ได้ |
ผิวขาว | เหมาะสมมาก | สามารถทำได้ | เน้นใช้คลื่น 755nm เป็นหลัก |
ผิวเข้ม | เสี่ยงต่อผิวเบิร์นไหม้ | เหมาะสมมาก | เน้นใช้คลื่น 1064nm เป็นหลัก |
ระดับความลึกที่คลื่นลงไปได้ | ตื้น ~ ปานกลาง | ลึก | สามารถผสมผสานร่วมกันได้ |
รากขนหนาและลึก | ปานกลาง | ได้เปรียบ | ได้เปรียบอย่างมาก |
สำหรับลูกค้าที่มาครั้งแรก เราจะวิเคราะห์สภาพสีผิว
ตามมาตรฐาน Fitzpatrick Skin Type ก่อนค่ะ
หากเป็ผิว Type 4 ขึ้นไป เราจะตั้งค่าระดับพลังงาน
โดยเน้นสัดส่วนของคลื่น 1064nm เป็นหลัก
ส่วน Type 1~3 จะเน้นใช้คลื่น 755nm เป็นพื้นฐานค่ะ
ที่ Beautystone เราใช้เครื่อง GentleMax ที่รวมสองความยาวคลื่น
ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้สามารถสลับเลือกใช้ความยาวคลื่น
ให้เหมาะกับตำแหน่งร่างกายที่แตกต่างกัน
และสภาพผิวแต่ละแบบได้อย่างเหมาะสมค่ะ
ตัวอย่างเช่น แม้จะเป็นคนเดียวกัน แต่ถ้าทำบริเวณหน้าท้องจะใช้คลื่น 755nm
ส่วนบริเวณบิกินี่ที่มักจะมีเม็ดสีเข้มกว่า ก็จะตั้งค่าเป็น 1064nm
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ในช่วงหน้าร้อนที่ผิวคล้ำแดดง่าย
ควรวางแพลนเข้าทำเลเซอร์ช่วงไหนดีที่สุดคะ?
A. โดยทั่วไปแล้ว ช่วงใบไม้ร่วง ~ ฤดูหนาว ที่ผิวสัมผัสรังสี UV น้อยลง
จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดค่ะ
หากเพิ่งไปอาบแดดหรือผิวคล้ำขึ้นในช่วงหน้าร้อน เมลานินที่ชั้นผิวชั้นนอกจะถูกกระตุ้นขึ้นมา
ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงสูงขึ้นค่ะ
แนะนำให้หลีกเลี่ยงแดดจัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนเข้ามาทำ
หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ แพทย์จำเป็นต้องเซ็ตค่าพลังงานแบบเซฟผิว
โดยอาศัยคลื่น 1064nm เป็นหลักค่ะ
Q2. สำหรับผิวเข้ม ต้องทำเลเซอร์กี่ครั้ง
ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์คะ?
A. ถึงแม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
แต่มาตรฐานทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 6~8 ครั้งค่ะ
เมื่อเทียบกับความยาวคลื่น 755nm แล้ว คลื่น 1064nm
อาจให้ประสิทธิภาพต่อการทำครั้งเดียวต่ำกว่าเล็กน้อย
จึงอาจจะต้องอาศัยจำนวนครั้งที่มากกว่าเล็กน้อยค่ะ
และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมาทำอย่างต่อเนื่องทุกๆ 4~6 สัปดาห์
เพื่อให้ตรงกับรอบการเจริญเติบโตของเส้นขนค่ะ
Q3. เห็นบอกว่าเลเซอร์ 1064nm ปลอดภัยดี
แปลว่าจะไม่มีผลข้างเคียงเลยเหรอคะ?
A. ทางเราคงรันตีไม่ได้ว่าจะไม่มีเลย 100% ค่ะ
เพราะหากมีการตั้งค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสม
หรือดูแลลืมปกป้องผิวจากแสงแดดหลังทำ
ก็อาจทำเกิดรอยหมองคล้ำชั่วคราวได้เช่นกันค่ะ
ดังนั้น หลังทำเลเซอร์ทันทีควรประคบเย็นดูแลผิว
และทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างเคร่งครัดนะคะ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจาก หมอวี ยองจิน ค่ะ
หมดกังวลเรื่องปัญหาขนรบกวนใจ ลองเช็ก 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่เข้ากับสีผิวของคุณสิคะ
เช็กโปรโมชั่นดีๆ 🌊 ที่ Beautystone คลินิก สาขาฮัปจอง เลยตอนนี้
อ่านเพิ่มเติม
▶ทำไมถึงควรเริ่มเลเซอร์กำจัดขนในช่วงหน้าหนาว
▶รูขุมขนอักเสบหลังโกนหนวด เป็นเพราะวิธีโกนของคุณหรือเปล่านะ?
▶แพคเกจคลินิกผิวสตรีมแต่งงาน ใช่ว่าดังแล้วดีกับทุกคนเสมอไป
▶กับดักของ "เลเซอร์ราคาถูก" ที่อาจทำให้ผิวพังแทนที่จะลบรอยสักได้สำเร็จ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

ผิว
เข็มฉีดผิวเด็กสำหรับวัย 20+... Rejuran อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไปนะคะ
Rejuran (PN) และ Juvelook (PDLLA) ดูแลปัญหาผิวคนละจุดกันเลยค่ะ เราสรุปมาให้แล้วพร้อมเคสจริง ว่าผิวสกินไทป์ A B หรือ C ในวัย 20+ แบบไหนจะเหมาะกับตัวไหนที่สุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ถ้าอยากไปเติมแก้มส้มหรือขมับ แนะนำเป็น skin booster แทน filler ค่ะ
ฟิลเลอร์สำหรับปรับรูปหน้าบริเวณจมูกและปลายคาง ส่วน skin booster สำหรับพื้นที่กว้างอย่างโหนกแก้ม ขมับ และแก้ม — การเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละจุดคือคีย์เวิร์ดของความสวยดูเป็นธรรมชาติค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์บ่า (Trapezius Botox) ยิ่งฉีด ยิ่งเว้นระยะห่างได้นานขึ้น เพราะอะไร?
ถ้าบ่าลิฟต์ขึ้นจนทำให้ดูคอ สั้น การกดแค่จุดยอดอย่างเดียวอาจไม่พอค่ะ ต้องอาศัยการออกแบบแนวระนาบทั้งหมดถึงจะได้ไหล่ตั้งฉากสวยงามอย่างที่ต้องการ พร้อมทั้งช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาผลลัพธ์และความตึงเมื่อยล้าด้วยค่ะ

ผิว
โดยไม่ต้องผ่าตัด แค่ทำหัตถการอย่างเดียว จะช่วยให้ใบหน้าเรียวสวยเป็น V-line ได้แค่ไหนกันนะ?
ไกด์แนะนำ Botox, Filler และเครื่องยกกระชับ สำหรับปรับรูปหน้า V-line แบบไม่ต้องผ่าตัด ว่าแต่ละตัวช่วยแก้ปัญหาจากสาเหตุไหนบ้าง และมีขอบเขตประสิทธิภาพได้แค่ไหน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากฉีด filler แบบปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง ต้องเช็กอะไรบ้างนะ?
เพื่อลดรอยช้ำและอาการบวม การปรับยาก่อนทำหัตถการและการดูแลตัวเองหลังทำเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ วันนี้เรามีเช็คลิสต์เพื่อความปลอดภัยในการทำฟิลเลอร์ (filler) มาฝากกันค่ะ



