ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วรู้สึกตาหนักใช่ไหม?
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วรู้สึกตาหนักใช่ไหม?
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วรู้สึกตาหนักใช่ไหม?
สาเหตุอาการตาหนักหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผากด้วย Coretox และวิธีป้องกันโดยปรับตำแหน่งและความลึกการฉีด
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้ว
รู้สึกตาหนักๆ อึ้งๆ เกิดจากอะไร?
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กข้อมูลด่วนเกี่ยวก่อนอ่าน
Q. โบท็อกซ์หน้าผาก ไม่ใช่แค่ฉีดลดริ้วรอยทั่วไปเหรอคะ?
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาการตาอึ้ง ตาหนัก?
A. เพราะกล้ามเนื้อหน้าผากทำหน้าที่
ช่วยพยุงและยกเปลือกตาขึ้นด้วยครับ
หากฉีดผิดตำแหน่งหรือลึกเกินไป
จะไปกดการทำงานส่วนนี้ ทำให้ตาดูตกได้ครับ
Q. แล้ว Coretox ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป
อย่างไรบ้างครับ?
A. ตัวยาจะมีการกระจายตัวที่แคบกว่าครับ
ทำให้ได้เปรียบมากในการฉีดตำแหน่งที่ต้องการความแม่นยำสูง
แต่ก็แปลว่าการเลือกจุดฉีดและดีไซน์ตำแหน่งจะยิ่งสำคัญมากๆ ครับ
"เพื่อป้องกันอาการตาหนักหรือตาตึงอึ้ง
หลังฉีดโบท็อกซ์บริเวณหน้าผาก
ที่ Beautystone เราจะประเมินตำแหน่งกล้ามเนื้ออย่างละเอียด
เพื่อควบคุมตำแหน่งและความลึกในการฉีดให้พอดีที่สุดครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

Coretox คืออะไร?
Coretox คือสารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)
ที่พัฒนาโดยบริษัท Medytox
โดยผ่านเทคโนโลยีที่ขจัดโปรตีนส่วนเกิน (Complexing Proteins)
ออกไป จนเหลือเพียงตัวยาบริสุทธิ์เข้มข้นเท่านั้นครับ
ต่างจากโบท็อกซ์แบบเดิมๆ
ที่ยังมีโปรตีนที่ไม่จำเป็นปะปนอยู่
ทำให้ Coretox มีอัตราการกระจายตัวของยาที่แคบ
ทำให้ตัวยาทำงานได้ตรงจุดแบบเน้นๆ
ในบริเวณที่ฉีดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงครับ

ฉีดหน้าผากแท้ๆ
ทำไมถึงรู้สึกหนักตา?
เรื่องนี้หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า
การฉีดโบท็อกซ์หน้าผากเป็นแค่การ "ลบริ้วรอย" ทั่วไป
แต่จริงๆ แล้ว กล้ามเนื้อหน้าผาก
เชื่อมต่อโดยตรงกับการขยับของเปลือกตาเลยครับ
บริเวณหน้าผากจะมีกล้ามเนื้อใหญ่ที่ชื่อว่า
Frontalis Muscle
อธิบายง่ายๆ คือ
เป็นกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงและยกคิ้วขึ้นครับ
แต่กล้ามเนื้อนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่
สร้างรอยย่นเวลาเรายักคิ้วเท่านั้น
แต่มันยังช่วยทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวช่วย
ในการดึงและเปิดเปลือกตาขึ้นด้วยเช่นกันครับ
โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหนังตาตก หรือผู้สูงอายุ
ที่เนื้อเยื่อรอบดวงตาเริ่มหย่อนคล้อยตามวัย
มักจะต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อ Frontalis นี้
ช่วยในการลืมตาค่อนข้างเยอะโดยไม่รู้ตัว
และนี่คือจุดสำคัญที่ต้องระวังครับ
กล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง
ซึ่งอยู่ใกล้กับช่วงคิ้ว
จะมีส่วนช่วยในการช่วยยกเปลือกตาค่อนข้างสูงมาก
หากฉีดตัวยาเข้าไปตำแหน่งนี้ กล้ามเนื้อจะคลายตัวจนเกินไป
ทำให้ไม่มีแรงยกพยุงเปลือกตาได้ดีพอ
ส่งผลให้รู้สึกตาหนัก ลืมตายาก หรือตาตระกูลดูตกขึ้นมาทันทีครับ
บอกตามตรงเลยว่า ปัญหานี้
ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้โบท็อกซ์ยี่ห้อไหนหรอกครับ
แต่เกิดจากการฉีดตำแหน่งที่ต่ำเกินไป หรือฉีดลึกเกินไป
จนไปโดนจุดศูนย์กลางสั่งการขยับของกล้ามเนื้อส่วนนั้นพอดี
ต่อให้ใช้ Coretox ที่มีการกระจายตัวยาที่แคบมากแล้ว
ถ้าดีไซน์จุดฉีดไม่แม่นยำ ผลลัพธ์แย่ๆ แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกันครับ
ในทางกลับกัน ยี่ห้อที่มีการกระจายตัวกว้าง
แต่ถ้าแพทย์เลือกจุดฉีดให้อยู่สูงขึ้นอย่างเหมาะสม
ริ้วรอยก็จางลงได้โดยไม่มีอาการตาหนักมาคอยกวนใจเลยครับ
ดังนั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าแบรนด์ยาที่เลือกใช้ก็คือ
การเลือกจุดฉีดวาจะฉีดตรงไหน และลึกเท่าไหร่ นั่นเองครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
อาการตาอึ้งตาหนักหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก เกิดขึ้นเมื่อตัวยาเข้าสู่กล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง
— ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยยกเปลือกตาโดยตรง —
ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงชั่วคราว
หัวใจสำคัญในการป้องกันผลข้างเคียงนี้คือ การวิเคราะห์ตำแหน่งและทิศทางของมัดกล้ามเนื้อ
แล้วปรับระดับความสูงและความลึกในการฉีดให้เข้ากับแต่ละบุคคลครับ
ซึ่ง Coretox มีจุดเด่นด้านการกระจายตัวแคบ
จึงเหมาะกับการปรับตำแหน่งที่ละเอียดอ่อนมาก
แต่ก็ต้องการความแม่นยำของแพทย์ผู้ฉีดเป็นสำคัญเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

แล้วที่ Beautystone
เรามีเทคนิคดูแลเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?
สิ่งแรกที่หมอประเมินคนไข้ทุกคนเสมอคือ
ประวัติการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากในการยกคิ้ว
ในชีวิตประจำวันว่ามากน้อยแค่ไหนครับ
มีคนไข้เยอะมากที่ติดนิสัยใช้แรงหน้าผาก
ช่วยลืมตาโดยไม่รู้ตัว
คนไข้กลุ่มนี้จะพึ่งพาการทำงานของกล้ามเนื้อ Frontalis สูงมาก
การจะฉีดโบท็อกซ์ตรงหน้าผากแต่ละครั้ง
จึงต้องคำนวณและวัดตำแหน่งอย่างรอบคอบและระมัดระวังที่สุดครับ
ประเภท | พึ่งพาการทำงานกล้ามเนื้อหน้าผากต่ำ | พึ่งพาการทำงานกล้ามเนื้อหน้าผากสูง |
ลักษณะคนไข้ | หนังตามีความยืดหยุ่นดี มีริ้วรอยแค่เฉพาะที่หน้าผาก | หนังตาตก หรือมีพฤติกรรมชอบยักคิ้วเพื่อช่วยลืมตา |
ตำแหน่งการฉีด | เน้นบริเวณหน้าผากส่วนกลางและส่วนบน | กำหนดจุดให้อยู่สูงเหนือแนวคิ้วในระยะที่ปลอดภัย |
การปรับปริมาณยา | ปริมาณมาตรฐานทั่วไป | ใช้ปริมาณน้อยๆ แบบกระจายจุด หรือเลี่ยงบางจุด |
การดีไซน์ด้วย Coretox | ใช้เพื่อบล็อกการกระจายตัวของยา | เหมาะมากสำหรับการคุมพิกัดเฉพาะจุดอย่างแม่นยำ |
ความเสี่ยงตาหนัก | ต่ำมาก | ต่ำ หากประเมินและวางแผนล่วงหน้าก่อนฉีด |
แต่ถ้าเราเลือกฉีดสูงเกินไปอย่างเดียวเพื่อให้ปลอดภัย
ก็อาจจะทำให้ริ้วรอยหน้าผากส่วนล่างยังลดได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควรครับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไข้ที่เคยเจอปัญหาตาหนักตาตึงอึ้งมาก่อน
เรายอมที่จะได้ผลการลดริ้วรอยลดลงนิดหน่อย
แต่เลือกความปลอดภัยและสบายตาของคนไข้เป็นอันดับแรกดีกว่าครับ
สำหรับลูกค้าใหม่ที่มาครั้งแรก
หมอจะเริ่มทดลองเทสด้วยปริมาณน้อยๆ ดูก่อน
แล้วนัดดูผลอีกทีใน 2 สัปดาห์ เพื่อปรับโดสและตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. คิ้ว/หนังตาตกอยู่แล้ว
สามารถฉีดโบท็อกซ์ตรงหน้าผากได้ไหมคะ?
ฉีดได้ครับ
แต่เนื่องจากกลุ่มที่มีภาวะหนังตาตก
มักอาศัยกล้ามเนื้อส่วนหน้าผากช่วยพยุงลืมตาเป็นปกติอยู่แล้ว
จึงต้องฉีดด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งครับ
ในบางเคส ดีไซเนอร์อาจแนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดทั่วหน้าผาก
และเลือกฉีดเฉพาะหน้าผากส่วนบนแทนเพื่อความปลอดภัยครับ
Q2. โบท็อกซ์หน้าผาก Coretox อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนครับ
แต่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากเป็นคนที่ระบบเผาผลาญดี
ยาอาจหมดฤทธิ์เร็วขึ้นและอาจกลับมาเติมได้ที่ประมาณ 3 เดือนครับ
สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้เรื่อยๆ
เมื่อเริ่มเห็นริ้วรอยกลับมาครับ
Q3. ถ้าเกิดอาการตาหนักไปแล้ว มีวิธีแก้ให้หายเร็วๆ ไหมคะ?
น่าเสียดายที่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการสลายตัวยา
หรือยกเลิกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ได้ในทันทีครับ
แต่อาการหนักตาจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 1-2 เดือน
และจะกลับมาเป็นปกติทั้งหมดในเวลาประมาณ 3-4 เดือนครับ
ดังนั้นการระวังป้องกันไม่ให้เกิดอาการนี้ตั้งแต่แรก
จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
ปรึกษาผ่าน LINE
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษาด้วยตัวเองครับ
▶ คลิกเพื่อปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่านเพิ่ม
▶Xeomin vs Coretox ทั้งสองตัวเป็นโบท็อกซ์ดื้อยาต่ำ แต่ต่างกันยังไง รู้ไหมครับ?
▶ทำไมหมอถึง "ไม่แนะนำ" ให้ฉีดโบท็อกซ์ร่องแก้ม เผยเหตุผลที่แท้จริง
▶เพิ่งฉีดโบท็อกซ์มา ทำไมยังไม่เห็นผล? ระยะเวลาเห็นผลของแต่ละจุดไม่เท่ากันนะครับ
▶โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง ช่วยลดเหนียงได้จริงไหม? อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้อ่านสิ่งนี้
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ทั่วไป, Xeomin มีฤทธิ์อ่อนกว่าจริงหรือเปล่า?

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้ว
รู้สึกตาหนักๆ อึ้งๆ เกิดจากอะไร?
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กข้อมูลด่วนเกี่ยวก่อนอ่าน
Q. โบท็อกซ์หน้าผาก ไม่ใช่แค่ฉีดลดริ้วรอยทั่วไปเหรอคะ?
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาการตาอึ้ง ตาหนัก?
A. เพราะกล้ามเนื้อหน้าผากทำหน้าที่
ช่วยพยุงและยกเปลือกตาขึ้นด้วยครับ
หากฉีดผิดตำแหน่งหรือลึกเกินไป
จะไปกดการทำงานส่วนนี้ ทำให้ตาดูตกได้ครับ
Q. แล้ว Coretox ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป
อย่างไรบ้างครับ?
A. ตัวยาจะมีการกระจายตัวที่แคบกว่าครับ
ทำให้ได้เปรียบมากในการฉีดตำแหน่งที่ต้องการความแม่นยำสูง
แต่ก็แปลว่าการเลือกจุดฉีดและดีไซน์ตำแหน่งจะยิ่งสำคัญมากๆ ครับ
"เพื่อป้องกันอาการตาหนักหรือตาตึงอึ้ง
หลังฉีดโบท็อกซ์บริเวณหน้าผาก
ที่ Beautystone เราจะประเมินตำแหน่งกล้ามเนื้ออย่างละเอียด
เพื่อควบคุมตำแหน่งและความลึกในการฉีดให้พอดีที่สุดครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

Coretox คืออะไร?
Coretox คือสารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)
ที่พัฒนาโดยบริษัท Medytox
โดยผ่านเทคโนโลยีที่ขจัดโปรตีนส่วนเกิน (Complexing Proteins)
ออกไป จนเหลือเพียงตัวยาบริสุทธิ์เข้มข้นเท่านั้นครับ
ต่างจากโบท็อกซ์แบบเดิมๆ
ที่ยังมีโปรตีนที่ไม่จำเป็นปะปนอยู่
ทำให้ Coretox มีอัตราการกระจายตัวของยาที่แคบ
ทำให้ตัวยาทำงานได้ตรงจุดแบบเน้นๆ
ในบริเวณที่ฉีดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงครับ

ฉีดหน้าผากแท้ๆ
ทำไมถึงรู้สึกหนักตา?
เรื่องนี้หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า
การฉีดโบท็อกซ์หน้าผากเป็นแค่การ "ลบริ้วรอย" ทั่วไป
แต่จริงๆ แล้ว กล้ามเนื้อหน้าผาก
เชื่อมต่อโดยตรงกับการขยับของเปลือกตาเลยครับ
บริเวณหน้าผากจะมีกล้ามเนื้อใหญ่ที่ชื่อว่า
Frontalis Muscle
อธิบายง่ายๆ คือ
เป็นกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงและยกคิ้วขึ้นครับ
แต่กล้ามเนื้อนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่
สร้างรอยย่นเวลาเรายักคิ้วเท่านั้น
แต่มันยังช่วยทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวช่วย
ในการดึงและเปิดเปลือกตาขึ้นด้วยเช่นกันครับ
โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหนังตาตก หรือผู้สูงอายุ
ที่เนื้อเยื่อรอบดวงตาเริ่มหย่อนคล้อยตามวัย
มักจะต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อ Frontalis นี้
ช่วยในการลืมตาค่อนข้างเยอะโดยไม่รู้ตัว
และนี่คือจุดสำคัญที่ต้องระวังครับ
กล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง
ซึ่งอยู่ใกล้กับช่วงคิ้ว
จะมีส่วนช่วยในการช่วยยกเปลือกตาค่อนข้างสูงมาก
หากฉีดตัวยาเข้าไปตำแหน่งนี้ กล้ามเนื้อจะคลายตัวจนเกินไป
ทำให้ไม่มีแรงยกพยุงเปลือกตาได้ดีพอ
ส่งผลให้รู้สึกตาหนัก ลืมตายาก หรือตาตระกูลดูตกขึ้นมาทันทีครับ
บอกตามตรงเลยว่า ปัญหานี้
ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้โบท็อกซ์ยี่ห้อไหนหรอกครับ
แต่เกิดจากการฉีดตำแหน่งที่ต่ำเกินไป หรือฉีดลึกเกินไป
จนไปโดนจุดศูนย์กลางสั่งการขยับของกล้ามเนื้อส่วนนั้นพอดี
ต่อให้ใช้ Coretox ที่มีการกระจายตัวยาที่แคบมากแล้ว
ถ้าดีไซน์จุดฉีดไม่แม่นยำ ผลลัพธ์แย่ๆ แบบนี้ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกันครับ
ในทางกลับกัน ยี่ห้อที่มีการกระจายตัวกว้าง
แต่ถ้าแพทย์เลือกจุดฉีดให้อยู่สูงขึ้นอย่างเหมาะสม
ริ้วรอยก็จางลงได้โดยไม่มีอาการตาหนักมาคอยกวนใจเลยครับ
ดังนั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าแบรนด์ยาที่เลือกใช้ก็คือ
การเลือกจุดฉีดวาจะฉีดตรงไหน และลึกเท่าไหร่ นั่นเองครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
อาการตาอึ้งตาหนักหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก เกิดขึ้นเมื่อตัวยาเข้าสู่กล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง
— ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยยกเปลือกตาโดยตรง —
ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงชั่วคราว
หัวใจสำคัญในการป้องกันผลข้างเคียงนี้คือ การวิเคราะห์ตำแหน่งและทิศทางของมัดกล้ามเนื้อ
แล้วปรับระดับความสูงและความลึกในการฉีดให้เข้ากับแต่ละบุคคลครับ
ซึ่ง Coretox มีจุดเด่นด้านการกระจายตัวแคบ
จึงเหมาะกับการปรับตำแหน่งที่ละเอียดอ่อนมาก
แต่ก็ต้องการความแม่นยำของแพทย์ผู้ฉีดเป็นสำคัญเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

แล้วที่ Beautystone
เรามีเทคนิคดูแลเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?
สิ่งแรกที่หมอประเมินคนไข้ทุกคนเสมอคือ
ประวัติการใช้กล้ามเนื้อหน้าผากในการยกคิ้ว
ในชีวิตประจำวันว่ามากน้อยแค่ไหนครับ
มีคนไข้เยอะมากที่ติดนิสัยใช้แรงหน้าผาก
ช่วยลืมตาโดยไม่รู้ตัว
คนไข้กลุ่มนี้จะพึ่งพาการทำงานของกล้ามเนื้อ Frontalis สูงมาก
การจะฉีดโบท็อกซ์ตรงหน้าผากแต่ละครั้ง
จึงต้องคำนวณและวัดตำแหน่งอย่างรอบคอบและระมัดระวังที่สุดครับ
ประเภท | พึ่งพาการทำงานกล้ามเนื้อหน้าผากต่ำ | พึ่งพาการทำงานกล้ามเนื้อหน้าผากสูง |
ลักษณะคนไข้ | หนังตามีความยืดหยุ่นดี มีริ้วรอยแค่เฉพาะที่หน้าผาก | หนังตาตก หรือมีพฤติกรรมชอบยักคิ้วเพื่อช่วยลืมตา |
ตำแหน่งการฉีด | เน้นบริเวณหน้าผากส่วนกลางและส่วนบน | กำหนดจุดให้อยู่สูงเหนือแนวคิ้วในระยะที่ปลอดภัย |
การปรับปริมาณยา | ปริมาณมาตรฐานทั่วไป | ใช้ปริมาณน้อยๆ แบบกระจายจุด หรือเลี่ยงบางจุด |
การดีไซน์ด้วย Coretox | ใช้เพื่อบล็อกการกระจายตัวของยา | เหมาะมากสำหรับการคุมพิกัดเฉพาะจุดอย่างแม่นยำ |
ความเสี่ยงตาหนัก | ต่ำมาก | ต่ำ หากประเมินและวางแผนล่วงหน้าก่อนฉีด |
แต่ถ้าเราเลือกฉีดสูงเกินไปอย่างเดียวเพื่อให้ปลอดภัย
ก็อาจจะทำให้ริ้วรอยหน้าผากส่วนล่างยังลดได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควรครับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไข้ที่เคยเจอปัญหาตาหนักตาตึงอึ้งมาก่อน
เรายอมที่จะได้ผลการลดริ้วรอยลดลงนิดหน่อย
แต่เลือกความปลอดภัยและสบายตาของคนไข้เป็นอันดับแรกดีกว่าครับ
สำหรับลูกค้าใหม่ที่มาครั้งแรก
หมอจะเริ่มทดลองเทสด้วยปริมาณน้อยๆ ดูก่อน
แล้วนัดดูผลอีกทีใน 2 สัปดาห์ เพื่อปรับโดสและตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. คิ้ว/หนังตาตกอยู่แล้ว
สามารถฉีดโบท็อกซ์ตรงหน้าผากได้ไหมคะ?
ฉีดได้ครับ
แต่เนื่องจากกลุ่มที่มีภาวะหนังตาตก
มักอาศัยกล้ามเนื้อส่วนหน้าผากช่วยพยุงลืมตาเป็นปกติอยู่แล้ว
จึงต้องฉีดด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งครับ
ในบางเคส ดีไซเนอร์อาจแนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดทั่วหน้าผาก
และเลือกฉีดเฉพาะหน้าผากส่วนบนแทนเพื่อความปลอดภัยครับ
Q2. โบท็อกซ์หน้าผาก Coretox อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนครับ
แต่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากเป็นคนที่ระบบเผาผลาญดี
ยาอาจหมดฤทธิ์เร็วขึ้นและอาจกลับมาเติมได้ที่ประมาณ 3 เดือนครับ
สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้เรื่อยๆ
เมื่อเริ่มเห็นริ้วรอยกลับมาครับ
Q3. ถ้าเกิดอาการตาหนักไปแล้ว มีวิธีแก้ให้หายเร็วๆ ไหมคะ?
น่าเสียดายที่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการสลายตัวยา
หรือยกเลิกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ได้ในทันทีครับ
แต่อาการหนักตาจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 1-2 เดือน
และจะกลับมาเป็นปกติทั้งหมดในเวลาประมาณ 3-4 เดือนครับ
ดังนั้นการระวังป้องกันไม่ให้เกิดอาการนี้ตั้งแต่แรก
จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
ปรึกษาผ่าน LINE
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับคุณไหม คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษาด้วยตัวเองครับ
▶ คลิกเพื่อปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่าสนใจที่แนะนำให้อ่านเพิ่ม
▶Xeomin vs Coretox ทั้งสองตัวเป็นโบท็อกซ์ดื้อยาต่ำ แต่ต่างกันยังไง รู้ไหมครับ?
▶ทำไมหมอถึง "ไม่แนะนำ" ให้ฉีดโบท็อกซ์ร่องแก้ม เผยเหตุผลที่แท้จริง
▶เพิ่งฉีดโบท็อกซ์มา ทำไมยังไม่เห็นผล? ระยะเวลาเห็นผลของแต่ละจุดไม่เท่ากันนะครับ
▶โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง ช่วยลดเหนียงได้จริงไหม? อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้อ่านสิ่งนี้
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ทั่วไป, Xeomin มีฤทธิ์อ่อนกว่าจริงหรือเปล่า?
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



