ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วรู้สึกตาหนักใช่ไหม?
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วรู้สึกตาหนักใช่ไหม?
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้วรู้สึกตาหนักใช่ไหม?
สาเหตุอาการตาหนักหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผากด้วย Coretox และวิธีป้องกันโดยปรับตำแหน่งและความลึกการฉีด

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้ว
รู้สึกตาหนักๆ ตึงๆ เป็นเพราะอะไร?
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กข้อมูลด่วนๆ ก่อนอ่านต่อกันนะ
Q. โบท็อกซ์หน้าผากไม่ได้ฉีดขจัดริ้วรอยเฉยๆ หรอกเหรอ?
มันเกี่ยวอะไรกับอาการตาตึงหนักๆ ด้วยล่ะ?
A. กล้ามเนื้อหน้าผากทำหน้าที่ช่วยพยุง
และยกเปลือกตาขึ้นด้วยครับ
ถ้าฉีดผิดตำแหน่งหรือฉีดลึกเกินไป
จะไปยับยั้งการทำงานส่วนี้จนทำให้ตาตกได้ครับ
Q. แล้ว Coretox ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป
ยังไงบ้าง?
A. ตัวยาจะกระจายตัวแคบกว่าครับ
ทำให้จับตำแหน่งในการฉีดได้แม่นยำง่ายขึ้น
แต่จุดฉีดก็ต้องเลือกอย่างแม่นยำเช่นกันครับ
"เพื่อป้องกันอาการเปลือกตาหนักอึ้ง
หลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
Beautystone จะวิเคราะห์ตำแหน่งกล้ามเนื้ออย่างเป๊ะๆ
เพื่อปรับตำแหน่งและความลึกในการฉีด"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)

Coretox คืออะไร?
Coretox คือโบทูลินัม ท็อกซิน
ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Medytox
เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดเอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออก
จนเหลือแต่สารบริสุทธิ์เข้มข้นครับ
ต่างจากท็อกซินแบบเดิมๆ
ที่ยังมีส่วนผสมของสารโปรตีน
Coretox ปราศจากโปรตีนส่วนเกิน
ทำให้บริเวณการกระจายตัวแคบลง
และให้ผลลัพธ์ที่เน้นตรงจุดมากขึ้นในบริเวณที่ฉีดครับ

ฉีดที่หน้าผาก
ทำไมถึงหนักตาได้นะ?
เรื่องนี้อาจจะดูเข้าใจยากนิดนึงครับ
เพราะคนทั่วไปอาจมองว่าโบท็อกซ์หน้าผากแค่ช่วย 'ลดริ้วรอย'
แต่จริงๆ แล้ว มันมีความเชื่อมโยง
โดยตรงกับการเคลื่อนไหวของเปลือกตาครับ
บนหน้าผากของเราจะมีกล้ามเนื้อ
ที่เรียกว่า Frontalis muscle อยู่
อธิบายง่ายๆ คือ
เป็นกล้ามเนื้อที่คอยดึงคิ้วขึ้นครับ
แต่กล้ามเนื้อนี้ไม่ใช่แค่
ทำให้เกิดริ้วรอยบนหน้าผากเท่านั้น
แต่ยังมีหน้าที่คอยช่วยดึงพยุง
เปลือกตาขึ้นด้วยครับ
โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหนังตาตก
หรือเมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อรอบดวงตา
เริ่มมีความหย่อนคล้อย ก็มักจะต้องทำหน้าพึ่งพากล้ามเนื้อ
Frontalis muscle ตัวนี้เยอะเป็นพิเศษครับ
และนี่คือจุดสำคัญหนึ่งอย่างยอดฮิตครับ
กล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง
ยิ่งอยู่ใกล้บริเวณคิ้วมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งมีผลกับการยกขึ้นของเปลือกตามากขึ้นเท่านั้น
พอเราฉีดโบท็อกซ์ไปโดนบริเวณนี้ กล้ามเนื้อก็จะคลายตัวเกินไป
ทำให้ไม่มีแรงยกพยุงตาดำหรือเปลือกตาได้ดีพอ
ผลคือจะรู้สึกตาขยับยาก หนัก และดูเหมือนตาตกครับ
บอกตามตรงนะครับ ปัญหานี้
ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณใช้โบท็อกซ์ยี่ห้อไหนเลยครับ
แต่จะเกิดจากการที่แพทย์ฉีดตำแหน่งต่ำเกินไป หรือฉีดลึก
ไปโดนจุดศูนย์กลางสั่งงานหลักของกลุ่มกล้ามเนื้อทำงานคิ้วครับ
ต่อให้เลือกใช้ Coretox ที่มีการกระจายตัวของยาแคบ
แต่ถ้าปักโดนจุดที่ผิด ผลลัพธ์ก็ตึงๆ หนักตาเหมือนเดิมครับ
ในทางกลับกัน ยี่ห้อที่กระจายตัวกว้าง
แต่ถ้าคุณหมอวางยาในระดับที่สูงพอ
ก็จะยกหน้าผากตึงสวยได้แบบไม่มีปัญหาเรื่องตาหนักเลย
ดังนั้น สิ่งสำคัญกว่าแบรนด์ยา
ก็คือ ‘ฉีดจุดไหน’ และ ‘ลึกแค่ไหน’ ครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยอง진
หนังตาหนักหลังฉีดโบท็อกซ์ เกิดจากการที่ยาตัวโบท็อกซ์
ไปโดนบริเวณกล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง ซึ่งส่งผลกับแรงยกเปลือกตา
การประเมินตำแหน่งกล้ามเนื้อและแนวทิศทางกล้ามเนื้อก่อน
แล้วค่อยปรับความสูง-ความลึกในการฉีดให้ตรงจุดของคนไข้แต่ละราย จึงเป็นวิธีแก้ไขป้องกันผลข้างเคียงที่ดีอย่างแท้จริงครับ
Coretox ช่วยให้คุมการกระจายตัวได้แม่นยำ
แต่ก็ต้องการตำแหน่งการฉีดที่ตรงจุดเป๊ะเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพด้วยครับ

แล้วพิกัด Beautystone
มีเทคนิคประเมินยังไงบ้าง?
ขั้นตอนแรกที่ผมให้ความสำคัญเวลาตรวจ
ก็คือการดูว่าคนไข้ขยับหรือเกร็งคิ้ว
ในชีวิตประจำวันมากน้อยขนาดไหนครับ
มีคนไข้เยอะกว่าที่เราคิดเลยนะครับ ที่ลืมตาขึ้นมา
ด้วยการเกร็งแรงหน้าผากโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว
เคสแบบนี้จะมีอัตราการใช้กล้ามเนื้อ Frontalis สูงมาก
ทำให้การฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
ต้องทำด้วยความระมัดระวังและวางตำแหน่งเผื่อไว้อย่างละเอียดครับ
ประเภท | พึ่งพาแรงหน้าผากต่ำ | พึ่งพาแรงหน้าผากสูง |
ลักษณะเคส | เปลือกตามีแกนพยุงกระชับดี และมีปัญหาริ้วรอยเฉพาะที่หน้าผาก | เปลือกตาตก หรือติดนิสัยเลิกคิ้วเมื่อลืมตา |
ตำแหน่งที่ฉีด | เน้นตรงช่วงกลางไปถึงหน้าผากด้านบน | ก้าวเหนือแนวคิ้วขึ้นไปในระยะที่สูงพอสมควร |
ปริมาณโดส | โดสมาตรฐานปกติ | ใช้ปริมาณน้อยๆ แบบกระจายจุด หรือเลี่ยงจุดเสี่ยงบางจุด |
ความเหมาะสมกับ Coretox | เน้นคุมทิศทางให้อยู่ในบริเวณเป้าหมาย | เหมาะมากสำหรับการดีไซน์จุดปักเข็มที่ละเอียดอ่อน |
คะแนนความเสี่ยงตาตึงหนัก | ต่ำ | ต่ำ (ถ้าตรวจประเมินก่อนฉีดอย่างละเอียด) |
ถ้าคุณหมออยากลดริ้วรอยมากไปจนปักเข็มต่ำติดคิ้วเกินไป
ก็อาจสุ่มเสี่ยงทำให้มีอาการหนังตาหนัก คิ้วแบนดุได้ครับ
หากคนไข้เคยมีประสบการณ์ตาหนักจากการฉีดครั้งก่อนมาแล้ว
เราอาจต้องปล่อยๆ ริ้วรอยเล็กน้อยเอาไว้บ้าง
และโฟกัสที่ตำแหน่งฉีดที่ปลอดภัยต่อรูปตาเป็นหลักครับ
สำหรับลูกค้าใหม่ที่เพิ่งมาคลินิกเราเป็นครั้งแรก
เราจะเริ่มต้นด้วยปริมาณโดสที่น้อยก่อนเป็นไกด์ไลน์ครับ
แล้วรอดูฟีดแบ็คในอีก 2 สัปดาห์ เพื่อปรับแต่งเติมโบท็อกซ์ได้อย่างเป๊ะขึ้น

คำถามพบบ่อย
Q1. ถ้าตาตกอยู่แล้ว
ยังสามารถฉีดโบท็อกซ์หน้าผากได้ไหมคะ?
ทำได้ครับผม
แต่ถ้าท่านใดที่มีแกนตาตกหรือตาสองชั้นหย่อนลง
ก็มักจะพึ่งพากล้ามเนื้อยกคิ้วสูงอยู่แล้ว
จึงควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษครับ
ในบางหน้างาน แพทย์อาจจะไม่เลือกฉีดคลุมหน้าผากทั้งหมด
แต่จะใช้เทคนิคเลือกเก็บงานริ้วรอยเฉพาะส่วนบนแทนครับ
Q2. ฉีด Coretox บริเวณหน้าผากจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือนครับ
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับการเผาผลาญรายบุคคลด้วยครับ บางท่านที่ร่างกายขับยาไวก็อาจจะแวะมาเติมใหม่ได้รอบ 3 เดือนครับ
โดยแวะเข้ามาเติมได้เมื่อตื่นนอนแล้วเริ่มเห็นริ้วรอยพับหวนคืนกลับมาครับ
Q3. ถ้าเกิดอาการตาตึงหนักแล้ว จะเร่งแก้ให้หายยากส์หรือปลอบโยนอาการได้เร็วไหมคะ?
น่าเสียดายที่ในปัจจุบัน
ยังไม่มีสลายตัวยาโบท็อกซ์ได้ในทันทีแบบฟิลเลอร์ครับ
อาการตึงๆ ดังกล่าวจะเริ่มเบาลงได้เองใน 1-2 เดือน
และจะค่อยๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติทั้งหมดใน 3-4 เดือนครับ
ดังนั้นการเจอกับแพทย์เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น
จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ
ทั้งหมดคำแนะนำจาก หมอวี ยองจิน ครับ
อ่านความรู้เพิ่มเติม
▶Xeomin vs Coretox ทั้งสองตัวเด่นเรื่องลดสัญชาตญาณดื้อโบ แล้วจุดต่างล่ะคืออะไร?
▶เหตุผลที่แพทย์ 'ไม่เคยส่งต่อ' ดีลโบท็อกซ์ร่องแก้มให้ลูกค้ากันง่ายๆ
▶เพิ่งฉีดโบท็อกซ์มา ทำไมยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย? ระยะหวังผลแต่ละจุดไม่เท่ากันนะ!
▶โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง ช่วยลดเหนียงได้จริงหรือเปล่า?
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ทั่วไป ตัวสัญชาติเยอรมันนี้จะเบาบางอย่างที่เขาว่าจริงหรือ?

ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากแล้ว
รู้สึกตาหนักๆ ตึงๆ เป็นเพราะอะไร?
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กข้อมูลด่วนๆ ก่อนอ่านต่อกันนะ
Q. โบท็อกซ์หน้าผากไม่ได้ฉีดขจัดริ้วรอยเฉยๆ หรอกเหรอ?
มันเกี่ยวอะไรกับอาการตาตึงหนักๆ ด้วยล่ะ?
A. กล้ามเนื้อหน้าผากทำหน้าที่ช่วยพยุง
และยกเปลือกตาขึ้นด้วยครับ
ถ้าฉีดผิดตำแหน่งหรือฉีดลึกเกินไป
จะไปยับยั้งการทำงานส่วนี้จนทำให้ตาตกได้ครับ
Q. แล้ว Coretox ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป
ยังไงบ้าง?
A. ตัวยาจะกระจายตัวแคบกว่าครับ
ทำให้จับตำแหน่งในการฉีดได้แม่นยำง่ายขึ้น
แต่จุดฉีดก็ต้องเลือกอย่างแม่นยำเช่นกันครับ
"เพื่อป้องกันอาการเปลือกตาหนักอึ้ง
หลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
Beautystone จะวิเคราะห์ตำแหน่งกล้ามเนื้ออย่างเป๊ะๆ
เพื่อปรับตำแหน่งและความลึกในการฉีด"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)

Coretox คืออะไร?
Coretox คือโบทูลินัม ท็อกซิน
ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Medytox
เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดเอาโปรตีนคอมเพล็กซ์ออก
จนเหลือแต่สารบริสุทธิ์เข้มข้นครับ
ต่างจากท็อกซินแบบเดิมๆ
ที่ยังมีส่วนผสมของสารโปรตีน
Coretox ปราศจากโปรตีนส่วนเกิน
ทำให้บริเวณการกระจายตัวแคบลง
และให้ผลลัพธ์ที่เน้นตรงจุดมากขึ้นในบริเวณที่ฉีดครับ

ฉีดที่หน้าผาก
ทำไมถึงหนักตาได้นะ?
เรื่องนี้อาจจะดูเข้าใจยากนิดนึงครับ
เพราะคนทั่วไปอาจมองว่าโบท็อกซ์หน้าผากแค่ช่วย 'ลดริ้วรอย'
แต่จริงๆ แล้ว มันมีความเชื่อมโยง
โดยตรงกับการเคลื่อนไหวของเปลือกตาครับ
บนหน้าผากของเราจะมีกล้ามเนื้อ
ที่เรียกว่า Frontalis muscle อยู่
อธิบายง่ายๆ คือ
เป็นกล้ามเนื้อที่คอยดึงคิ้วขึ้นครับ
แต่กล้ามเนื้อนี้ไม่ใช่แค่
ทำให้เกิดริ้วรอยบนหน้าผากเท่านั้น
แต่ยังมีหน้าที่คอยช่วยดึงพยุง
เปลือกตาขึ้นด้วยครับ
โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหนังตาตก
หรือเมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อรอบดวงตา
เริ่มมีความหย่อนคล้อย ก็มักจะต้องทำหน้าพึ่งพากล้ามเนื้อ
Frontalis muscle ตัวนี้เยอะเป็นพิเศษครับ
และนี่คือจุดสำคัญหนึ่งอย่างยอดฮิตครับ
กล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง
ยิ่งอยู่ใกล้บริเวณคิ้วมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งมีผลกับการยกขึ้นของเปลือกตามากขึ้นเท่านั้น
พอเราฉีดโบท็อกซ์ไปโดนบริเวณนี้ กล้ามเนื้อก็จะคลายตัวเกินไป
ทำให้ไม่มีแรงยกพยุงตาดำหรือเปลือกตาได้ดีพอ
ผลคือจะรู้สึกตาขยับยาก หนัก และดูเหมือนตาตกครับ
บอกตามตรงนะครับ ปัญหานี้
ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณใช้โบท็อกซ์ยี่ห้อไหนเลยครับ
แต่จะเกิดจากการที่แพทย์ฉีดตำแหน่งต่ำเกินไป หรือฉีดลึก
ไปโดนจุดศูนย์กลางสั่งงานหลักของกลุ่มกล้ามเนื้อทำงานคิ้วครับ
ต่อให้เลือกใช้ Coretox ที่มีการกระจายตัวของยาแคบ
แต่ถ้าปักโดนจุดที่ผิด ผลลัพธ์ก็ตึงๆ หนักตาเหมือนเดิมครับ
ในทางกลับกัน ยี่ห้อที่กระจายตัวกว้าง
แต่ถ้าคุณหมอวางยาในระดับที่สูงพอ
ก็จะยกหน้าผากตึงสวยได้แบบไม่มีปัญหาเรื่องตาหนักเลย
ดังนั้น สิ่งสำคัญกว่าแบรนด์ยา
ก็คือ ‘ฉีดจุดไหน’ และ ‘ลึกแค่ไหน’ ครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยอง진
หนังตาหนักหลังฉีดโบท็อกซ์ เกิดจากการที่ยาตัวโบท็อกซ์
ไปโดนบริเวณกล้ามเนื้อ Frontalis ส่วนล่าง ซึ่งส่งผลกับแรงยกเปลือกตา
การประเมินตำแหน่งกล้ามเนื้อและแนวทิศทางกล้ามเนื้อก่อน
แล้วค่อยปรับความสูง-ความลึกในการฉีดให้ตรงจุดของคนไข้แต่ละราย จึงเป็นวิธีแก้ไขป้องกันผลข้างเคียงที่ดีอย่างแท้จริงครับ
Coretox ช่วยให้คุมการกระจายตัวได้แม่นยำ
แต่ก็ต้องการตำแหน่งการฉีดที่ตรงจุดเป๊ะเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพด้วยครับ

แล้วพิกัด Beautystone
มีเทคนิคประเมินยังไงบ้าง?
ขั้นตอนแรกที่ผมให้ความสำคัญเวลาตรวจ
ก็คือการดูว่าคนไข้ขยับหรือเกร็งคิ้ว
ในชีวิตประจำวันมากน้อยขนาดไหนครับ
มีคนไข้เยอะกว่าที่เราคิดเลยนะครับ ที่ลืมตาขึ้นมา
ด้วยการเกร็งแรงหน้าผากโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว
เคสแบบนี้จะมีอัตราการใช้กล้ามเนื้อ Frontalis สูงมาก
ทำให้การฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
ต้องทำด้วยความระมัดระวังและวางตำแหน่งเผื่อไว้อย่างละเอียดครับ
ประเภท | พึ่งพาแรงหน้าผากต่ำ | พึ่งพาแรงหน้าผากสูง |
ลักษณะเคส | เปลือกตามีแกนพยุงกระชับดี และมีปัญหาริ้วรอยเฉพาะที่หน้าผาก | เปลือกตาตก หรือติดนิสัยเลิกคิ้วเมื่อลืมตา |
ตำแหน่งที่ฉีด | เน้นตรงช่วงกลางไปถึงหน้าผากด้านบน | ก้าวเหนือแนวคิ้วขึ้นไปในระยะที่สูงพอสมควร |
ปริมาณโดส | โดสมาตรฐานปกติ | ใช้ปริมาณน้อยๆ แบบกระจายจุด หรือเลี่ยงจุดเสี่ยงบางจุด |
ความเหมาะสมกับ Coretox | เน้นคุมทิศทางให้อยู่ในบริเวณเป้าหมาย | เหมาะมากสำหรับการดีไซน์จุดปักเข็มที่ละเอียดอ่อน |
คะแนนความเสี่ยงตาตึงหนัก | ต่ำ | ต่ำ (ถ้าตรวจประเมินก่อนฉีดอย่างละเอียด) |
ถ้าคุณหมออยากลดริ้วรอยมากไปจนปักเข็มต่ำติดคิ้วเกินไป
ก็อาจสุ่มเสี่ยงทำให้มีอาการหนังตาหนัก คิ้วแบนดุได้ครับ
หากคนไข้เคยมีประสบการณ์ตาหนักจากการฉีดครั้งก่อนมาแล้ว
เราอาจต้องปล่อยๆ ริ้วรอยเล็กน้อยเอาไว้บ้าง
และโฟกัสที่ตำแหน่งฉีดที่ปลอดภัยต่อรูปตาเป็นหลักครับ
สำหรับลูกค้าใหม่ที่เพิ่งมาคลินิกเราเป็นครั้งแรก
เราจะเริ่มต้นด้วยปริมาณโดสที่น้อยก่อนเป็นไกด์ไลน์ครับ
แล้วรอดูฟีดแบ็คในอีก 2 สัปดาห์ เพื่อปรับแต่งเติมโบท็อกซ์ได้อย่างเป๊ะขึ้น

คำถามพบบ่อย
Q1. ถ้าตาตกอยู่แล้ว
ยังสามารถฉีดโบท็อกซ์หน้าผากได้ไหมคะ?
ทำได้ครับผม
แต่ถ้าท่านใดที่มีแกนตาตกหรือตาสองชั้นหย่อนลง
ก็มักจะพึ่งพากล้ามเนื้อยกคิ้วสูงอยู่แล้ว
จึงควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษครับ
ในบางหน้างาน แพทย์อาจจะไม่เลือกฉีดคลุมหน้าผากทั้งหมด
แต่จะใช้เทคนิคเลือกเก็บงานริ้วรอยเฉพาะส่วนบนแทนครับ
Q2. ฉีด Coretox บริเวณหน้าผากจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือนครับ
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับการเผาผลาญรายบุคคลด้วยครับ บางท่านที่ร่างกายขับยาไวก็อาจจะแวะมาเติมใหม่ได้รอบ 3 เดือนครับ
โดยแวะเข้ามาเติมได้เมื่อตื่นนอนแล้วเริ่มเห็นริ้วรอยพับหวนคืนกลับมาครับ
Q3. ถ้าเกิดอาการตาตึงหนักแล้ว จะเร่งแก้ให้หายยากส์หรือปลอบโยนอาการได้เร็วไหมคะ?
น่าเสียดายที่ในปัจจุบัน
ยังไม่มีสลายตัวยาโบท็อกซ์ได้ในทันทีแบบฟิลเลอร์ครับ
อาการตึงๆ ดังกล่าวจะเริ่มเบาลงได้เองใน 1-2 เดือน
และจะค่อยๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติทั้งหมดใน 3-4 เดือนครับ
ดังนั้นการเจอกับแพทย์เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น
จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ
ทั้งหมดคำแนะนำจาก หมอวี ยองจิน ครับ
อ่านความรู้เพิ่มเติม
▶Xeomin vs Coretox ทั้งสองตัวเด่นเรื่องลดสัญชาตญาณดื้อโบ แล้วจุดต่างล่ะคืออะไร?
▶เหตุผลที่แพทย์ 'ไม่เคยส่งต่อ' ดีลโบท็อกซ์ร่องแก้มให้ลูกค้ากันง่ายๆ
▶เพิ่งฉีดโบท็อกซ์มา ทำไมยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย? ระยะหวังผลแต่ละจุดไม่เท่ากันนะ!
▶โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายใต้คาง ช่วยลดเหนียงได้จริงหรือเปล่า?
▶Xeomin vs โบท็อกซ์ทั่วไป ตัวสัญชาติเยอรมันนี้จะเบาบางอย่างที่เขาว่าจริงหรือ?
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Dysport เห็นผลเร็วกว่า Botox แต่ทำไมคนที่มีภาวะดื้อยา (ดื้อโบ) ถึงต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าจะเป็น Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของรัศมีการกระจายตัวก็ส่งผลต่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ค่ะ มาดูเกณฑ์การเลือกเข้ารับบริการ Botox vs Dysport ตามระดับการใช้งานของกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) กันเลย

ผิว
จำเป็นต้องทาโทนเนอร์ (toner) ไหมคะ?
จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ตามลำดับการดูแลผิว (skin booster) เสมอไปไหม? วันนี้เรามาแนะนำหน้าที่ของโทนเนอร์และวิธีประเมินตามสภาพผิวของคุณกันค่ะ

ยกกระชับ
หลังทำ Onda lifting แล้ว สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหมคะ?
ทำ ออนดา 리프팅 (Onda Lifting) แล้วสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีเลยไหม? มาดูคำแนะนำเกี่ยวกับรอยแดงหลังทำ ดาวน์ไทม์ (downtime) และวิธีการดูแลตัวเองกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วเมื่อไหร่จะเห็นผลลัพธ์แก้มดูมีวอลลุ่มขึ้นคะ?
ฉีด Sculptra แล้วเมื่อไหร่จะเห็นผลแก้มฟูล่ะ? มาดูการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ทันทีหลังทำไปจนถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมเหตุผลว่าทำไมถึงต้องแบ่งฉีดหลายๆ ครั้งกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์สะโพก (hip filler) เพิ่มวอลลุ่ม จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
ฟิลเลอร์สะโพกที่ฉีดเพื่อเพิ่มวอลลุ่มจะอยู่ได้นานแค่ไหน? มาดูการทำงานของคอลลาเจนสติมูเลเตอร์ จำนวนครั้งในการทำ และข้อควรรู้ก่อนรับบริการกันค่ะ

ผิว
เลเซอร์กำจัดขน GentleMax Pro เหมาะกับทุกสีผิวไหมคะ?
แนะนำการกำจัดขนด้วย GentleMax Pro ว่าเหมาะกับทุกสีผิวหรือไม่ พร้อมอธิบายความแตกต่างและจำนวนครั้งในการทำตามสีผิวและสีขนค่่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



