Duo-DERM และ Medifoam เลือกใช้ต่างกันตามสภาพแผลและน้ำเหลือง เกณฑ์คือแผลบวมขาวหรือน้ำเหลืองไหลมากครับ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้นะครับ
Q. ใช้ Duoderm ดีกว่าไม่ใช่เหรอคะ? แถมราคาก็แพงกว่าด้วยครับ
A. เรื่องนี้ตอบยากนิดนึงครับ แต่สรุปสั้นๆ คือ ถ้าเป็นแผลที่มีน้ำเหลือง/ของเหลวซึมน้อย การใช้ Duoderm จะเหมาะกว่าครับ แต่ถ้าเป็นแผลที่มีน้ำเหลืองไหลซึมออกมาเยอะๆ การใช้ Medifoam จะช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีกว่าครับ
Q. แล้วแผลแบบไหนควรใช้ชิ้นไหนดีครับ?
A. จุดสำคัญมีแค่เรื่องเดียวเลยครับ นั่นคือ "ปริมาณน้ำเหลือง" ซึ่งสำคัญกว่าระดับความลึกหรือขนาดของแผลอีกนะครับ

ดูภายนอกคล้ายกันมากใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้ว Duoderm กับ Medifoam มีหลักการทำงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
Duoderm คือแผ่นปิดแผลประเภทไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloid)
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปิดแผลแบบปิดสนิทที่จะเปลี่ยนรูปเป็นเนื้อเจลครับ
เวลาเราแปะลงบนแผล มันจะช่วยดูดซับน้ำเหลือง
แล้วค่อยๆ บวมขึ้นเป็นสีขาวๆ นั่นเองครับ
ส่วน Medifoam เป็นแผ่นปิดแผลประเภทโฟม (Foam Dressing) ครับ
โครงสร้างของมันจะคล้ายๆ ฟองน้ำที่คอยดูดซับน้ำเหลืองเข้าไป
ซึ่งจะต่างจาก Duoderm ตรงที่ Medifoam
จะไม่เปลี่ยนรูปเป็นเจล แต่จะใช้วิธีดูดซับของเหลวเข้าไปโดยตรงครับ
ความแตกต่างของโครงสร้างนี้เอง
ที่เป็นตัวกำหนดว่า "เราควรเลือกใช้ตัวไหนกับแผลแบบไหน" ครับ
ทำไมแผลแบบเดียวกัน แปะ Duoderm แล้วหลุดบ่อย แต่แปะ Medifoam กลับติดแน่นดีครับ?
"สำหรับแผลที่มีน้ำเหลืองซึมน้อย แนะนำให้เลือก Duoderm ค่ะ
ส่วนแผลที่มีน้ำเหลืองไหลออกมาก การเลือกใช้ Medifoam ที่มีความสามารถในการดูดซับได้ดีเยี่ยม จะช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวของแผลได้ดีกว่าค่ะ
"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)
เรื่องนี้ฟังแล้วอาจจะดูน่าประหลาดใจนิดนึงนะครับ
เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้ผู้หญิงอายุ 36 ปีเข้ามาพบหมอครับ
เธอเล่าว่ามีแผลถลอกที่เข่าแล้วลองแปะ Duoderm ดู
แต่ผ่านไปแค่วันเดียว น้ำเหลืองก็ไหลทะลักออกมาด้านข้าง
จนเปียกเลอะเทอะทั้งเสื้อผ้าและที่นอนเลยครับ
พอหมอตรวจดูแผล ก็พบว่าบริเวณที่ถลอกค่อนข้างกว้าง
และอยู่ในระยะที่น้ำเหลืองยังไหลซึมออกมามากอยู่ครับ
ซึ่งในกรณีแบบนี้ ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว
ปริมาณน้ำเหลืองมันเกินกว่าที่ Duoderm จะรับไหวครับ
ความสามารถในการดูดซับของ Duoderm มีข้อจำกัดครับ
เนื่องจากคุณสมบัติของไฮโดรคอลลอยด์คือ
การกักเก็บน้ำเหลืองแล้วเปลี่ยนให้เป็นเนื้อเจล
เมื่อเจลเต็มพิกัดแล้ว ของเหลวที่เหลือก็จะล้นซึมออกมาด้านนอกนั่นเองครับ
ในทางกลับกัน Medifoam มีความหนาของแผ่นโฟม
ทำให้สามารถดูดซับน้ำเหลืองได้มากกว่า Duoderm ถึง 3-5 เท่าเลยนะครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในช่วง 2-3 วันแรกของแผลที่มีน้ำเหลืองเยอะ
การใช้ Medifoam ถึงได้ผลดีกว่ามากๆ ครับ
แล้วเราจะใช้ Duoderm ตอนไหนดี?
คำตอบคือ เหมาะกับแผลที่แทบไม่มีน้ำเหลืองแล้ว
หรือแผลที่ผ่านระยะแรกไปจนน้ำเหลืองลดลงแล้ว
เช่น แผลตื้นๆ, รอยแผลเป็นจากสิว หรือแผลถลอกขนาดเล็กครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Duoderm จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นรอบๆ แผล
ป้องกันการเกิดสะเก็ดแผล
ทำให้มีข้อดีช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็นได้ดีครับ
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ดีไปเสียทุกอย่างนะครับ
หากนำไปแปะบนแผลที่มีน้ำเหลืองเยอะเกินไป
อาจทำให้เกิดภาวะแผลเปื่อย (Maceration) จากความชื้นสะสม
หรือทำให้ผิวหนังรอบๆ แผลเกิดอาการระคายเคืองและอักเสบได้ครับ

สำหรับคนไข้วัย 36 ปีท่านนั้น หมอจึงแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Medifoam
เพื่อดูดซับน้ำเหลืองเป็นเวลาประมาณ 2 วัน
พอแผลเริ่มแห้งสนิทและน้ำเหลืองลดลงแล้ว ค่อยปิดท้ายด้วยการแปะ Duoderm ครับ
ผลลัพธ์คือ แผลหายดีเกือบสนิทภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้นครับ
นี่คือขั้นตอนการดูแลแผลที่หมอมักแนะนำในคลินิกครับ
นั่นคือ "ช่วงแรกใช้ Medifoam ช่วงหลังใช้ Duoderm" ครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ไม่ใช่ว่า Duoderm แพงกว่าแล้วจะดีที่สุดเสมอไปนะครับ หากใช้ Duoderm กับแผลที่มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ตัวยาอาจล้นซึมออกมาได้ครับ ในแง่ของพลังการดูดซับแล้ว Medifoam มีประสิทธิภาพมากกว่าถึง 3-5 เท่า ดังนั้น การเริ่มต้นดูแลแผลในช่วงแรกด้วย Medifoam และเก็บงานช่วงท้ายด้วย Duoderm จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้แผลหายได้ไวที่สุดครับ
สรุปแล้ว คนไข้ควรซื้อแบบไหนดีครับ?
หมอสรุปมาให้ดูง่ายๆ เป็นตารางตามนี้เลยครับ
สภาพแผล | ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
แทบไม่มีน้ำเหลือง (แผลถลอกตื้นๆ, รอยสิว, แผลหลังกดสิว) | Duoderm | ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น |
น้ำเหลืองน้อย (แผลไหม้ขนาดเล็ก, แผลหลังตัดไหม 1 สัปดาห์) | Duoderm | ปริมาณน้ำเหลืองอยู่ในระดับที่ดูดซับไหว |
น้ำเหลืองเยอะ (แผลถลอกกว้าง, แผลไฟไหม้ระดับ 2 ระยะแรก, แผลกดทับ) | Medifoam | ดูดซับได้สูง ป้องกันแผลเปื่อยยุ่ย |
ระยะฟื้นตัวที่น้ำเหลืองเริ่มลดลง | เปลี่ยนจาก Medifoam เป็น Duoderm | ช่วงแรกเน้นดูดซับ ช่วงหลังเน้นดูแลไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น |
เกณฑ์ง่ายๆ ที่หมอมักจะแนะนำให้คนไข้ใช้พิจารณาคือข้อนี้เลยครับ
"หากแผลมีน้ำเหลืองออกเยอะจนผ้าก๊อซเปียกชุ่มภายใน 1 ชั่วโมง ให้ใช้ Medifoam
แต่ถ้าไม่ถึงขนาดนั้น ให้ใช้ Duoderm ค่ะ"
วิธีคิดง่ายกว่าที่คิดใช่ไหมคะ?
แต่เชื่อไหมคะว่าในแต่ละสัปดาห์ จะต้องมีคนไข้อย่างน้อย 2-3 คนที่ยังไม่ทราบเรื่องนี้ แล้วเลือกใช้แต่ Duoderm เพียงอย่างเดียวมาปรึกษาหมอที่คลินิกครับ

ตอบ 3 คำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดแบบตรงไปตรงมาครับ
Q1. แปะ Duoderm แล้วแผลบวมเป่งเป็นสีขาวๆ แบบนี้คือแผลเป็นหนองหรือเปล่าคะ?
A. เป็นจุดที่คนไข้เข้าใจผิดกันเยอะมากๆ เลยครับ
การที่แผ่นแปะบวมขึ้นมาเป็นสีขาว ไม่ใช่หนองนะครับ
แต่เป็นปฏิกิริยาปกติที่แผ่นแปะดูดซับน้ำเหลือง (Exudate) เข้าไปแล้วเปลี่ยนรูปเป็นเนื้อเจลครับ
นั่นหมายถึง Duoderm กำลังทำหน้าที่ของมันได้อย่างถูกต้องแล้วครับ
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีน้ำเหลืองไหลซึมทะลักออกมานอกขอบแผ่นแปะ,
มีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีอาการผิวแดงลุกลามรอบๆ แผล
ในกรณีนี้อาจเกิดการติดเชื้อได้ครับ
แนะนำให้แกะแผ่นแปะออกทันทีและมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการจะปลอดภัยที่สุดครับ
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตครับ
Q2. ต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน และราคาแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ?
A. ขออธิบายแบบตรงไปตรงมาเลยนะครับ
สำหรับ Duoderm จะขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเหลืองครับ
โดยทั่วไปสามารถเปลี่ยนทุกๆ 2-5 วันครั้งได้เลย
ส่วน Medifoam ในช่วงแรกที่มีน้ำเหลืองเยอะ อาจต้องเปลี่ยนวันละครึ่งถึงหนึ่งครั้ง
เมื่อน้ำเหลืองเริ่มลดลงแล้ว ค่อยเปลี่ยนเป็นทุกๆ 2-3 วันครั้งครับ
ส่วนเรื่องราคาตามร้านขายยาทั่วไป
Duoderm จะมีราคาสูงกว่า Medifoam ประมาณ 1.5 เท่าครับ
แต่ถ้าคุณนำ Duoderm ไปแปะบนแผลที่มีน้ำเหลืองเยอะ
คุณอาจต้องลอกทิ้งวันละแผ่นเพราะน้ำเหลืองล้นซึม
ซึ่งในแง่นี้ การเลือกใช้ Medifoam ตั้งแต่แรกมักจะประหยัดกว่าครับ
สุดท้ายนี้ ขอแชร์เคล็ดลับเรื่องนี้เพิ่มเติมด้วยนะครับ
Q3. มีวิธีทำให้อุปกรณ์ทั้งสองชนิดติดแน่นไม่หลุดง่ายไหมคะ?
A.
สําหรับ Duoderm แนะนำให้ตัดแบ่งให้มีขนาดใหญ่กว่าแผล
เผื่อขอบออกไปอย่างน้อยประมาณ 2 ซม. รอบทิศทาง จะช่วยให้ติดแน่นขึ้นครับ
เพราะถ้าตัดขนาดพอดีกับแผลเกินไป
ขอบของแผ่นแปะจะหลุดลอกออกได้ง่ายมากๆ ครับ
ส่วน Medifoam จะมีทั้งรูปแบบที่มีขอบกาวในตัว
และรูปแบบที่ไม่มีขอบกาวครับ
หากเลือกใช้รุ่นที่ไม่มีขอบกาว จำเป็นต้องใช้เทปแต่งแผลช่วยยึดติดเพิ่มเติมนะครับ
และเนื่องจากทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้
หากแปะบริเวณข้อต่อหรือจุดที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยๆ จะหลุดง่ายเป็นพิเศษครับ
แนะนำให้ปิดทับด้านบนอีกชั้นด้วยเทปกันน้ำ
วิธีนี้จะช่วยให้อุปกรณ์ติดแน่นทนนานขึ้นมากเลยครับ
ปรึกษาผ่าน LINE
หากคุณอยากรู้ว่าหัตถการไหนที่เหมาะกับคุณ คุณหมอเจ้าของคลินิกจะเข้ามาให้คำปรึกษาด้วยตัวเองโดยตรงเลยครับ
เพียงส่งรูปถ่ายแผลมาให้เราทาง LINE ทางเรายินดีช่วยประเมินและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมให้ทันทีครับ ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดลำดับขั้นตอนการปิดแผลหลังตัดไหมที่แพทย์แนะนำในคลินิกจริงๆ มาฝากกันนะครับ พร้อมตัวอย่างเคสให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมแต่ละคนถึงมีรอยแผลเป็นที่ต่างกัน สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนนะครับสวัสดีครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



